ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 98 ทนไม่ไหวอีกต่อไป

            "ที่นี่คือเมืองหลวง หากเซวียนเอ๋อร์อยู่ที่นี่จะอันตรายเกินไป"โม่อวี้เฉินที่ออกมาตามหากู้ชิงเฉิงจนเจอพยายามหว่านล้อมนางด้วยความตั้งใจถึงเรื่องที่จะให้นางเข้าไปอยู่ในตำหนักบูรพา

            "ข้ารู้" กู้ชิงเฉิงพยักหน้า "ข้าส่งจดหมายไปที่อันหยวนถังแล้ว ให้กู่ซินและกู่จื่อมาที่ตำหนักบูรพามีพวกนางคอยปกป้องเซวียนเอ๋อร์ ย่อมไม่มีอันตราย "

            คำกล่าวนี้ทำให้โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย"องครักษ์ของตำหนักบูรพาก็ปกป้องเซวียนเอ๋อร์ได้เช่นกัน!"

            "องครักษ์ของตำหนักบูรพางั้นรึ..." กู้ชิงเฉิงลังเลครู่หนึ่งคราวก่อนที่คนบุกรุกเข้ามาในตำหนัก ก็เป็นคนในตำหนักที่เกือบจะทำร้ายกู้จิ่งเซวียนแม้จะป้องกันเท่าใดก็ไม่ทันท่วงที

            ช่วงหลายวันนี้เฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนต่างคอยปกป้องเรือนของกู้จิ่งเซวียนด้วยตนเองแต่คนทั้งสองนี้เป็นเสมือนแขนซ้ายแขนขวาของโม่อวี้เฉินมีหลายเรื่องที่พวกเขาจำเป็นต้องจัดการด้วยตนเองย่อมไม่อาจเป็นองครักษ์ของกู้จิ่งเซวียนไปได้ตลอด

            "ชิงเฉิง เจ้าวางใจเถิด จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีกเป็นอันขาด"โม่อวี้เฉินรู้สึกถึงความลังเลของนางจึงรีบยกมือขึ้นรับประกันราวกับจะสาบานตอนนี้เขากำจัดคนตระกูลเกอออกไปเกือบหมดแล้ว

            กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอันใด นางไม่กล้าเชื่อมั่นนักเพราะเมืองหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยภยันตรายรอบด้าน

            โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่สบายใจนักนางไม่เชื่อใจเขา ดูท่าแล้ว เขาคงต้องพยายามแสดงให้เห็นมากกว่านี้สองแม่ลูกคู่นี้กลับมาที่เมืองหลวงได้หนึ่งเดือนกว่าแล้วแต่เขากลับไม่อาจใกล้ชิดกู้ชิงเฉิงได้มากนัก

            "จริงสิอีกสามวันข้างหน้าเป็นงานฉลองวันเกิดของฮูหยินของผู้อาวุโสตระกูลกู้เจ้าจะไปหรือไม่?" สีหน้าของโม่อวี้เฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาย่อมเข้าใจดีว่ากู้ชิงเฉิงเกลียดตระกูลกู้

            ช่วงนี้เขาก็สืบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครานั้นได้แล้วเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับตระกูลกู้มากมาย ตระกูลกู้แห่งนี้ไม่ได้ดูรุ่งเรืองอย่างที่เห็นภายนอก

            กู้ชิงเฉิงเองก็กำลังจับตามองเรื่องนี้เช่นกัน"องค์รัชทายาทจะไปหรือไม่เพคะ?"

            "ข้าต้องไปอยู่แล้ว" โม่อวี้เฉินในฐานะองค์รัชทายาทเมื่อราชครูจัดงานฉลองวันเกิดให้มารดา ย่อมต้องไปร่วมงานเพื่อรักษามารยาทบ้าง

            "แล้วรุ่ยอ๋องเล่าเพคะ?" กู้ชิงเฉิงถามอีกประโยคหนึ่งนางรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสอันดีงานฉลองวันเกิดของฮูหยินผู้อาวุโสตระกูลกู้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และโอ่อ่าผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงต่างพากันไปร่วมงาน ล้วนต้องให้เกียรติตระกูลกู้ผู้นี้

            "เจ้า...หากเจ้ามีเรื่องอันใดก็ยกให้ข้าจัดการเถอะ" โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่พอใจยิ่งขึ้นไปอีก แม้เขาพาภรรยาและบุตรชายกลับมาแล้วแต่กลับรู้สึกราวกับอยู่ห่างกันถึงสิบหมื่นแปดพันลี้เพราะกู้ชิงเฉิงไม่เคยปรึกษาเรื่องใดกับเขาเลย ในยามนี้คงมีเรื่องสำคัญเป็นแน่มิฉะนั้นนางคงไม่เอ่ยถึงรุ่ยอ๋อง

            "องค์รัชทายาท...ท่านมีงานมากมายจนไม่มีเวลาพักผ่อนท่านไม่ควรจะเสียเวลามาสนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เลยเพคะ!" กู้ชิงเฉิงโบกมือปฏิเสธ กล่าวอย่างสบายๆว่าไม่ใช่เพราะนางไม่เชื่อใจองค์รัชทายาท แต่เรื่องนี้หากให้รุ่ยอ๋องเป็นผู้จัดการผลลัพธ์ย่อมดีกว่า

            โม่อวี้เฉินก็รู้สึกโมโหขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งอยู่ที่อันหยวนถัง สตรีผู้นี้ยังกล้าลองดีกับเขาอย่างไม่กลัวตายแต่เมื่อกลับมาที่จวนรัชทายาท พวกเขากลับต่างคนต่างอยู่ตอนนี้นางกำลังใช้สถานที่ของตำหนักบูรพาเพื่อบรรลุแผนการของนาง

            โม่อวี้เฉินรู้สึกไม่พอใจนักจึงยกมือขึ้นจับข้อมือของกู้ชิงเฉิง และก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวดึงระยะห่างของทั้งสองให้ใกล้กันยิ่งขึ้น จนใบหน้าทั้งสองแทบจะชนกัน

            แม้จะมีผ้าคลุมหน้ากั้นอยู่แต่ลมหายใจของกู้ชิงเฉิงก็ยังพ่นรดใบหน้าของโม่อวี้เฉินทำให้นางถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่าโม่อวี้เฉินกลับยกมือโอบรัดเอวของนางบังคับไม่ให้นางถอยหลัง ทำให้นางต้องเผชิญหน้ากับเขา

            ในดวงตาของกู้ชิงเฉิงยังคงฉายแววตื่นตระหนกหัวใจเต้นเร็วขึ้นหนึ่งจังหวะ นางขมวดคิ้วแน่น "องค์รัชทายาทคิดจะทำอะไรเพคะ?"

            "ข้าคือสามีของเจ้า" โม่อวี้เฉินกล่าวเสียงต่ำเสียงราวกับมีมนต์สะกด "เจ้าจะกลัวอันใด"

            "ข้า...ข้าไม่ได้กลัวอะไร" สายตาของกู้ชิงเฉิงกลับเบี่ยงออกไปเล็กน้อย

            "ตอนนี้ทั่วหล้าล้วนรู้ว่า พระชายาของข้ากลับมาแล้ว" โม่อวี้เฉินกล่าวอย่างแผ่วเบา "อีกทั้งตอนแรกเจ้าก็ตั้งใจที่จะกลับมาเมื่อกลับมาแล้วก็ควรที่จะทำหน้าที่บางอย่างให้ถูกต้อง"

            เขารู้ดีว่ากู้ชิงเฉิงในตอนนั้นเพียงแค่ทำตามสถานการณ์นางต้องการกลับมาเพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง เพียงแต่เขาไม่สามารถเข้าใจได้ถ่องแท้

            เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้กู้ชิงเฉิงก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ และสับสนงุนงง 

            เมื่อมองสีหน้าตื่นตระหนกของกู้ชิงเฉิงโม่อวี้เฉินก็รู้สึกใจหนักอึ้งลงไปหลายส่วน ไม่รู้ว่านางมีจุดประสงค์อันใดกันแน่แต่จุดประสงค์เช่นนี้กลับทำให้เขาสนใจมากยิ่งขึ้น

            "ข้าจะมีจุดประสงค์ใดกันเล่า ข้าหลงรักท่านมาตลอดอีกทั้งในครานั้นข้ายังใช้วิถีทางเพื่อพิชิตใจท่าน เหตุใดจะปล่อยมันไปง่ายๆได้เล่า ข้าย่อมต้องเอาทุกสิ่งกลับคืนมาอยู่แล้ว" กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงนางเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจนพลางพยายามทำตัวให้สงบนิ่งที่สุดและก้าวถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อรักษาระยะห่างจากโม่อวี้เฉิน การอยู่ใกล้โม่อวี้เฉินผู้สง่างามเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกกดดันไม่น้อย เกรงว่านางจะควบคุมตนเองไว้ไม่ไหว

            "แล้วเหตุใดจึงไม่กลับมาแต่เนิ่นๆ เล่า?" โม่อวี้เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงรุกเร้าเมื่อกู้ชิงเฉิงถอยหลังหนึ่งก้าว เขาก็ตามติดเข้ามาหนึ่งก้าว ไม่ว่านางจะไปที่ใดเขาก็ตามติดนางอยู่เสมอ ในวันนี้ โม่อวี้เฉินดูจริงจังเป็นพิเศษราวกับไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ

            กู้ชิงเฉิงรู้สึกร้อนรุ่มในใจนางรู้สึกราวกับถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวและถูกซักไซ้จนรู้สึกหงุดหงิดพลางตอบกลับไปว่า"ข้าเองก็อยากจะกลับมาตั้งแต่เนิ่นๆแต่ข้าเกรงว่าองค์รัชทายาทจะไม่ต้อนรับข้า หากไม่ใช่เพราะมีเซวียนเอ๋อร์อยู่ด้วยองค์รัชทายาทจะยอมรับข้าจริงหรือ? ในครานั้นองค์รัชทายาทเกลียดชังข้าเพียงใด ข้ารู้ดีแก่ใจ"

            "แต่ยามนี้เจ้ามีเซวียนเอ๋อร์อยู่ข้างกาย หากเจ้ากลับมา ข้าก็จะไม่ห้าม"ทว่าปลายเสียงของโม่อวี้เฉินกลับแผ่วเบาและไม่มั่นคงนัก ในครานั้นเขารู้สึกเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ไม่ว่าผู้ใดที่ถูกวางแผนร้ายเช่นนั้นก็คงไม่อาจยอมรับได้เช่นกัน

            "องค์รัชทายาทคงไม่เชื่อในคำพูดของตนเองกระมัง" ทว่ากู้ชิงเฉิงกลับส่ายหน้าดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยันหากมิใช่เพราะนางทะลุมิติมาและเปลี่ยนแปลงเรื่องราวมากมายร่างกายเดิมคงกลายเป็นเถ้าธุลีไปนานแล้วและในใจของโม่อวี้เฉินก็คงมีแต่ซูเหวินจิ้งผู้เป็นแสงจันทร์สีขาว [1] ของเขาเท่านั้น

            "เจ้า... ไม่ใช่นาง" จู่ๆโม่อวี้เฉินก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ 

            คำพูดนั้นทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกแข็งทื่ออีกครั้งนางลดสายตาลงต่ำ พลางหันศีรษะไปเล็กน้อย "องค์รัชทายาทท่านอ๋องยังคงรอข้าอยู่ที่จวนนะเพคะ"

            นางไม่อาจซ่อนเร้นอารมณ์ของตนเองได้อีกต่อไปแล้วชายผู้นี้ช่างมองทุกสิ่งได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งนัก

            "ข้าให้เฟิงเจ๋อเลื่อนออกไปแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปก็ยังไม่สาย" โม่อวี้เฉินยิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตนเองมากขึ้นการเปลี่ยนแปลงของคนผู้หนึ่งไม่ควรจะยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยโง่งม แต่จู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาก็ไม่ควรจะเปลี่ยนทั้งบุคลิกและอุปนิสัยไปจนหมดสิ้น

            "เจ้าเป็นใครกันแน่ มีจุดประสงค์อันใด?" โม่อวี้เฉินเอ่ยถามอย่างจริงจังนัยน์ตาสีดำสนิททอประกายแปลกประหลาด เขาจ้องมองดวงตาของกู้ชิงเฉิงอย่างตรงไปตรงมา

            กู้ชิงเฉิงรู้สึกราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นเฉียบทั้งถังทุกสิ่งควรจะลื่นไหลราวกับน้ำไหลริน สอดคล้องราวกับร่องน้ำทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงความคิดที่นางคาดเดาไปเองทั้งสิ้นองค์รัชทายาทก็คือองค์รัชทายาท เขาย่อมเป็นคนที่มีสติและเฉียบแหลมที่สุดในโลกนี้และเขาย่อมทำทุกสิ่งด้วยจุดประสงค์

            "องค์รัชทายาท... ท่านไม่ได้คิดว่าข้าคือพระชายาของท่านหรอกหรือแล้วเหตุใดเล่า?" กู้ชิงเฉิงกำเข็มเงินไว้ในมือหลายเล่มยามนี้ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าโม่อวี้เฉินจะทำสิ่งใดได้ จึงได้แต่ระมัดระวังตัวเอาไว้

            นัยน์ตาของโม่อวี้เฉินทอประกายรอยยิ้มจางๆก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว "พระชายาของข้า...ไม่เข้าใจวิชาแพทย์" ก่อนหน้านี้ไม่สามารถซักไซ้เช่นนี้ได้เพราะกลัวว่ากู้ชิงเฉิงจะระแวดระวัง แต่เมื่อนางกลับมายังตำหนักบูรพาอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา ทุกสิ่งก็ย่อมแตกต่างกันออกไปแล้ว

            "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็พาลูกจากไปเสียก็สิ้นเรื่องไม่ได้มีเพียงตำหนักบูรพาของท่านเสียหน่อยที่ข้าจะพึ่งพิงได้" กู้ชิงเฉิงก็พลันเดือดดาลขึ้นมาเช่นกัน เมื่อนึกถึงท่าทีต่างๆของโม่อวี้เฉินตลอดการเดินทางจากเมืองอี๋สุ่ยกลับมายังเมืองหลวงหัวใจของนางก็พลันรู้สึกอึดอัด

            เขาช่างเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมยิ่งนักแม้แต่นางก็ยังถูกหลอกได้ รู้เช่นนี้แล้ว โม่อวี้เฉินไม่ใช่คนดีอย่างที่คิดภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เขาจะสนใจนางได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้นางยังมีใบหน้าที่อัปลักษณ์ยิ่ง

            ที่แท้แล้วทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงแผนการ เป็นแผนการที่ล่อลวงนางให้ติดกับ แต่แผนการนี้นางจำต้องจำยอม เพื่อกู้จิ่งเซวียน!

            "เจ้าจะพาลูกไปไม่ได้" น้ำเสียงของโม่อวี้เฉินแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนที่ยากจะสังเกตได้"สายเลือดแห่งราชวงศ์ จะให้ต้องเร่ร่อนภายนอกไม่ได้"

            เชิงอรรถ

            [1]แสงจันทร์สีขาว (白月光) หมายถึงคนที่อยู่ในใจตลอดแต่ไม่สามารถครอบครองได้ ใช้เปรียบเทียบกับรักแรก 

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498