อู๋จือยื่นหน้าเข้าไปใกล้ มือข้างที่ว่างควักเอาตรามือปราบออกมา ทำท่าขึงขังยิ่งกว่าเดิม
“ข้าคือมือปราบหญิงแห่งสำนักมือปราบเมืองหลวง หน่วยที่สาม นามอู๋จือ”
พอเห็นตรามือปราบ ฮัวจิ้นก็ขาอ่อน เด็กชายเคยเห็นรูปตรานี้ในสมุดภาพที่พี่หยางหยางเอาให้ดู “เจ้าเป็นมือปราบจริงๆ ด้วย”
“คุณชายใหญ่ฮัวว่าจ้างให้ข้ามารอดักจับโจรที่แอบเข้ามาขโมยของในเรือนนี้ และดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะรู้เห็นเรื่องนี้ หากไม่บอกข้ามาตามตรงล่ะก็ ข้าคงต้องพาพวกเจ้าไปนอนคุกสำนักมือปราบเมืองหลวงสักหน่อย”
ใบหน้าของฮัวปินปินซีดเซียว ส่วนฮัวจิ้นที่ขาแข้งเริ่มสั่นก็รีบชี้นิ้วไปที่น้องชาย เขาเคยได้ยินว่าคุกสำนักมือปราบนั้นสกปรกและมีหนูอยู่มาก
“ท่านมือปราบ เรื่องนี้เป็นความคิดของเสี่ยวปินปินนะขอรับ ข้าก็แค่ช่วยเขาขุดหลุม” บุตรชายคนโตของฮัวไห่เทารีบเปลี่ยนสรรพนามเรียกอู๋จือทันที
“ขุดหลุมรึ ขุดหลุมทำไม ” อู๋จืองุนงง
“ท่านมือปราบ ข้าก็แค่ขุดหลุมฝังของพวกนั้นเอาไว้เฉยๆ เป็นการฝังสมบัติเหมือนในนิทานน่ะขอรับ ไม่ได้ขโมยเสียหน่อย” ฮัวปินปินหลบตาบ่นพึมพำ
“พวกเจ้าฝังสิ่งใดบ้างเสี่ยวปินปิน เสี่ยวจิ้น ”
ฮัวจิ้นเห็นว่ามือปราบหญิงไม่ได้โทษตนเองจึงรีบถือโอกาสฟ้อง
“เสี่ยวปินปินเอาของจากเรือนท่านป้าไปฝังหลายอย่างเลยขอรับ มีอยู่สองหลุม ส่วนข้า...ข้าก็แค่ช่วยเขาขุดหลุมและกลบฝังขอรับ ข้าไม่ได้เป็นคนหยิบข้า เช่นนี้ข้าก็ไม่ได้ขโมยใช่หรือไม่ ”
ยิ่งฟัง อู๋จือก็ยิ่งรู้สึกว่าเข้าเค้า นางจึงเก็บกระบี่แล้วหันมาจับข้อมือฮัวปินปินเอาไว้และหันไปบอกฮัวจิ้น “ตอนนี้ข้าจับคนร้ายเอาไว้แล้ว ส่วนเจ้าเป็นแต่เพียงพยานปากสำคัญ ฉะนั้นช่วยข้าไปชี้จุดฝังสมบัติแล้วเจ้าจะพ้นผิด”
ฮัวปินปินปล่อยโฮออกมาทันที “แต่พวกเราร่วมมือกันนะ”
อู๋จือสวมวิญญาณมือปราบใจโหด ทำเสียงเข้ม “หยุดร้องเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเจ้าเข้าคุกมืด ให้ร่วมมือกับข้าด้วย”
ได้ยินแค่คำว่า ‘มืด’ ฮัวปินปินผู้กลัวความมืดก็หุบปากฉับ “ก็ได้ ข้าไม่ร้องแล้ว ท่านมือปราบ อย่าจับข้าเลยขอรับ ข้าสารภาพแล้ว”
“ดี พวกเจ้าสองคนพาข้าไปดูหลุมที่ว่าด้วย” อู๋จือจูงมือเด็กชายทั้งสองไว้คนละข้าง “เจ้าฝังของไว้ที่ใด ”
“ในสวนหลังเรือนของพวกเราขอรับ” ฮัวจิ้นรีบตอบ
บ่าวรับใช้สองคนวิ่งออกมาพอดี ครั้นเห็นมือปราบหญิงจูงแขนคุณชายน้อยไว้ทั้งซ้ายและขวาก็ดีใจ
“มือปราบอู๋ ดีจริง ท่านหาตัวคุณชายเจอ เช่นนี้พวกเราค่อยโล่งอก”
อู๋จือยิ้มกว้าง “ข้าดีใจเสียยิ่งกว่าพวกเจ้าอีก เจ้าคนหนึ่งไปเอาเสียม อีกคนเดินตามข้ามา”
พวกบ่าวและสาวใช้รู้ว่าอู๋จือคือมือปราบหญิงที่ถูกส่งมาสืบคดีขโมยของมีค่าในเรือนฮัวฮูหยินก็เลยรีบทำตาม
ระหว่างทางที่เดินไปหาหลุมฝังขุมทรัพย์ คนทั้งกลุ่มก็เจอกับสาวใช้ที่วิ่งวุ่นไปตามหาคุณชายน้อยก่อนหน้านี้ด้วยกัน ขบวนที่เดินตามหลังอู๋จือและคุณชายทั้งสองจึงใหญ่ขึ้นอีก
คหบดีอู๋ที่ยืนอยู่ในศาลาริมน้ำเห็นขบวนคนตามกันไปอย่างเร่งร้อนก็ยืนกอดอก เบือนหน้าไปถามพ่อบ้านฝู
“มือปราบฮัวจะพาหลานข้าสองคนไปที่ใด ”
“ไม่ทราบขอรับ ข้าน้อยก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามือปราบฮัวสนิทกับคุณชายน้อยทั้งสอง”
“เจ้าส่งคนตามไปดูที”
“มิเป็นไรขอรับ ข้าน้อยไปดูเอง” พ่อบ้านฝูกลัวไม่ทันใจจึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามไปเอง
พอเลี้ยวหลบเรือนนอนไปถึงสวนด้านหลัง อู๋จิ้นที่หวังจะสลัดความผิดออกจากตนรีบชี้จุดฝังกลบข้าวของที่น้องชายตนหยิบมาทันที
“ตรงนี้ขอรับท่านมือปราบ”
อู๋จือมองเห็นดินที่ถูกกลบฝังได้ไม่นานก็หันไปสั่งให้บ่าวรับใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมเสียมขุดลงไป พ่อบ้านฝูตามมาถึงพอดีจึงไปยืนอยู่ด้านหลังท่านคุณชายน้อย
“เกิดอันใดขึ้นหรืออู๋จือ ”
“รอสักครู่เถิด ท่านพ่อบ้าน ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน” อู๋จือหันมาตอบพ่อบ้านใหญ่
นางอยากจะรู้เช่นกันว่าสิ่งที่คุณชายน้อยทั้งสองพูดเป็นความจริงหรือไม่ คดีที่ชวนปวดหัวและหวาดเกรงกันไปทั้งบ้าน อาจจะเป็นฝีมือของเด็กสองคน
ไม่นานนักหลุมนั้นก็กว้างออก สิ่งที่ปรากฏในหลุมทำให้พ่อบ้านฝูตาโต
“นั่นมันกล่องใส่ตั๋วแลกเงินของฮูหยินใหญ่นี่ ” ชายวัยกลางคนรีบชี้บอกให้บ่าวรับใช้สองคนเอากล่องใบนั้นขึ้น
“ท่านพ่อบ้านขอรับ ด้านล่างยังมีของอีกนะขอรับ” บ่าวรับใช้รีบหันมารายงาน “ข้ารู้สึกเหมือนจะขุดโดนกล่องอีกแล้ว”
หลุมแรกมีสมบัติอยู่สามกล่อง อู๋จือหันไปหาฮัวปินปิน “เสี่ยวปินปิน อีกหลุมอยู่ที่ใด ”
พ่อบ้านฝูถึงกับชะงักที่คุณชายน้อยปินปินกลายเป็นพยานสำคัญในคดีลักทรัพย์ เด็กชายเดินไปที่ขอบหลุมแรกแล้วเดินไปทางทิศตะวันออกอีกสามก้าว ก่อนจะชี้นิ้วลงตรงปลายเท้า
“ตรงนี้ขอรับ ข้าให้พี่ใหญ่เอาต้นหญ้ามาแปะไว้”
มือปราบหญิงเดินไปดูก็เห็นว่าหญ้าตรงนั้นเหี่ยวลงจนเกือบจะตายเป็นวงกว้างพอสมควร “เจ้ามาขุดตรงนี้ที”
บ่าวรับใช้รีบเดินไปขุดตามที่อู๋จือบอก ไม่นานนักก็พบสมบัติอีกสองกล่องถูกซ่อนเอาไว้จริงๆ และเมื่อพ่อบ้านฝูเปิดดูก็พบว่าเป็นของมีค่าของฮัวฮูหยินที่หายไป
“คุณชายน้อยเก่งจริงขอรับ นี่ท่านสองคนลอบสอดส่องคนร้ายใช่หรือไม่ ” พ่อบ้านฝูหันไปชมเด็กชายทั้งสอง ในใจก็ชื่นชมว่าคุณชายน้อยของตนช่างฉลาดสมกับเป็นทายาทสกุลฮัว
เด็กชายสองคนหน้าเจื่อน ครู่หนึ่งก็ก้มหน้านิ่ง
อู๋จือคลี่ยิ้ม “ไม่ใช่หรอกพ่อบ้านฝู คุณชายน้อยทั้งสองนี่ล่ะที่เป็นคนร้าย”
“ไอหยา!” พ่อบ้านฝูเกือบจะล้มตึง จนบ่าวรับใช้สองคนต้องรีบเข้าประคอง “มือปราบฮัว ท่านพูดใหม่อีกทีสิ”
“ท่านฟังไม่ผิดหรอกเจ้าค่ะ คุณชายน้อยทั้งสอง คือคนร้ายคดีลักทรัพย์ฮัวฮูหยินที่เราตามมากันมานาน”
คหบดีฮัวฟังเรื่องราวจบก็หัวเราะออกมาเสียงดัง หัวขโมยที่ทำเอาตึงเครียดกันไปทั้งคฤหาสน์จนต้องจัดเวรยามให้ถี่ขึ้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
มือปราบหน่วยที่สามทั้งหมดยกกันมาสอบสวนบ่าวและสาวใช้อยู่หลายวันและต้องว่าจ้างให้มือปราบหญิงอย่างอู๋จือมานอนเฝ้าฮูหยินใหญ่
สุดท้ายกลับกลายเป็นฝีมือของที่หลานชายตัวน้อยสองคนที่เล่นฝังสมบัติช่วยกัน
“เสี่ยวจิ้น เสี่ยวปินปิน พวกเจ้าช่างซนเหลือเกิน”
“ท่านลุง พวกเราก็แค่อยากจะช่วยซ่อนสมบัติไว้ให้ท่านป้าขอรับ ไม่ได้คิดจะลักขโมยเสียหน่อย” ฮัวปินปินยืนยัน
“ส่วนข้า ข้าก็แค่ช่วยน้องฝังสมบัติขอรับ” ฮัวจิ้นรีบขอความเห็นใจ
“ไม่เป็นไร ครั้งนี้ลุงจะไม่ลงโทษเจ้า แต่หากมีคราวหน้าลุงจะให้มือปราบฮัวพาเจ้าไปดำเนินคดีที่สำนักมือปราบ พวกเจ้าสองคนรู้เรื่องไม่ ใต้สำนักมือปราบเมืองหลวงมีคุกมืดเอาไว้ขังคน”
“ทราบขอรับ ท่านลุง” เด็กชายสองคนทำหน้าเหยเก น้ำตาหยดแมะๆ รีบคุกเข่าลงค้อมศีรษะขอบคุณนายท่านฮัว
ฮูหยินผู้เฒ่าที่กลับมาจากไหว้พระ ได้ยินว่าจับคนร้ายได้ก็รีบรุดมาที่ห้องโถง พอฟังแล้วเรื่องราวแล้วก็ยกมือตบอก
“ปัดโธ่! ที่แท้เป็นฝีมือเจ้าตัวน้อยนี่เอง ค่อยยังชั่ว ข้าล่ะกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่ตั้งนาน”
****************