“พ่อมีเื่จะคุยกับเ้า”
“ใต้เท้าฟู่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือขอรับ” ฟู่ซีซวนมองบิดาอย่างเฉยเมย
“อย่างไรเราก็ยังเป็พ่อลูกกัน” ฟู่เต๋อหย่งยังพูดต่อ
“แต่เราตัดสัมพันธ์กันไปแล้วขอรับ”
“ตอนนี้มานึกเสียใจแล้วหรือฟู่เต๋อหย่ง ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าให้เ้าทบทวนเื่นี้ให้ดี” ผู้าุโสกุลฟู่พูดเสียงเย้ยหยัน “พอเห็นว่าลูกชายกับลูกสะใภ้กำลังจะมีอนาคตที่ดีก็ไม่อยากปล่อยพวกเขาไปแล้วสิ เ้านึกถึงหนังสือตัดสัมพันธ์ที่อยู่ในมือเ้าตอนนี้ให้มาก เพราะเ้ากับพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
“ถึงแม้เขาจะตัดความสัมพันธ์กับข้า แต่เขาก็ยังใช้แซ่ฟู่อยู่ไม่ใช่หรือขอรับ ไม่ว่าจะเป็เื่ดีหรือเื่ร้าย พวกเราก็ต้องยอมรับชื่อเสียงไปกับเขาทั้งหมด” ฟู่เต๋อหย่งตอบผู้าุโอย่างไม่รีบร้อน
“เ้าหมายความว่าอย่างไร” ผู้าุโถามเสียงเข้ม
“ท่านพ่อคงจะไม่อยากให้ข้าเกี่ยวข้องกับสกุลฟู่อีกต่อไปแล้วขอรับท่านปู่ใหญ่ เช่นนั้นในเมื่อวันนี้พยานทุกท่านก็ยังอยู่ และผู้าุโประจำสกุลก็ยังอยู่กันครบ ข้าคงต้องรบกวนปู่ใหญ่อีกสักเื่ นั่นก็คือช่วยลบชื่อของข้าออกจากผังของตระกูลด้วยเถิดขอรับ” ฟู่ซีซวนพูดขึ้นอย่างรู้ทันบิดา
ฟู่เต๋อหย่งนิ่งไปเพราะไม่คิดว่าบุตรชายจะรู้ทันในความคิดของเขา ซึ่งในความคิดของเขาเวลานี้กำลังคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากชื่อเสียงของลูกชายและลูกสะใภ้จริงๆ เขากำลังคิดจะหาทางให้ฟู่วั่งเสียนกับฟู่เซียงหรูใช้ความเป็พี่น้องกับลูกชายคนโตเข้าไปตีสนิทกับจวนอ๋องฉีอยู่พอดี แต่ลูกชายคนโตกลับพูดดักทางเขาเอาไว้ก่อน
ผู้าุโสกุลฟู่คิดตามคำพูดของฟู่ซีซวนก็เข้าใจความคิดของฟู่เต๋อหย่งทันที แต่การลบชื่อจากผังของตระกูลเป็เื่ใหญ่ หากไม่มีความผิดร้ายแรง คงไม่มีสกุลไหนที่จะขับไล่บุตรหลานของตนเองด้วยวิธีนี้
“เื่นี้...เ้าลองคิดทบทวนใหม่อีกสักรอบดีไหมซีซวน หากเ้าถูกลบชื่อออกจากผังของตระกูลแล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อ อย่างน้อยมีคนในตระกูลคอยหนุนหลัง ชีวิตภายภาคหน้าของเ้าจะได้ไม่ต้องลำบาก” ผู้าุโเตือนฟู่ซีซวนด้วยความหวังดี
“มีอะไรให้ต้องลำบากใจกัน แม้นซีซวนจะไม่มีคนของสกุลฟู่คอยหนุนหลัง แต่เขาก็ยังมีจวนอ๋องฉีของข้าหนุนหลังอยู่ ในเมื่อซีซวนอยากให้ท่านลบชื่อเขาออกจากผังของตระกูล ท่านก็ทำความปรารถนาของเขาให้เป็จริงเถิดผู้าุโ หลังจากนี้ข้าจะรับซีซวนเป็บุตรบุญธรรม เท่านี้ท่านคงไม่ต้องมีเื่ให้กังวลแล้วกระมัง” อ๋องฉีพูดขึ้นอย่างยินดี ความจริงเขาตั้งใจจะรับจูจื้อโหยวเป็บุตรบุญธรรมของตน แต่เมื่อคิดทบทวนดูให้ดี รับฟู่ซีซวนเป็บุตรบุญธรรรมของเขาน่าจะเหมาะสมกว่า อย่างน้อยเมื่อฟู่ซีซวนเข้าไปทำงานที่สำนักตรวจราชการ พวกคนเ่าั้ก็จะไม่กล้ารังแกบุตรชายบุญธรรมของเขา ทั้งจูจื้อโหยวยังจะมีอำนาจของสามีไว้คอยพึ่งพิงได้อีก
“ยังไม่รีบคำนับพ่อบุญธรรมอีก” อ๋องฉีหันไปมองฟู่ซีซวน
จูจื้อโหยวเข้าใจในเจตนาของอ๋องฉี จึงรีบฉุดมือสามีให้คุกเข่าลง “ขอบพระทัยท่านพ่อบุญธรรมเ้าค่ะ”
“เ้าไม่เต็มใจหรือซีซวน” อ๋องฉีเลิกคิ้วถาม
“ขอบพระทัยพ่อบุญธรรมขอรับ” ฟู่ซีซวนรีบก้มศีรษะคำนับกับพื้นทันที แต่ด้วยร่างกายที่อวบอ้วนของเขา ทำให้เขาเกือบจะล้มไปทับร่างของภรรยาเข้าแล้ว
อ๋องฉีขมวดคิ้ว “วันนี้พวกเ้าย้ายเข้าไปอยู่ที่จวนหลังใหม่ได้เลย พ่อให้คนไปทำความสะอาดให้พวกเ้าเรียบร้อยแล้ว และพ่อจะส่งคนจากจวนอ๋องมาคอยรับใช้พวกเ้าด้วย ส่วนซีซวน พ่อจะส่งองครักษ์และผู้ติดตามให้เ้าจำนวนหนึ่ง จากนี้ทุกวันเ้าต้องตื่นมาฝึกร่างกายกับพวกเขา พ่อบอกตามตรงว่าร่างกายของเ้านั้นมันไม่น่าดูเอาเสียเลย”
หากเป็เมื่อก่อน ทุกคนคงหันมาหัวเราะเยาะฟู่ซีซวนกันหมดแล้ว แต่อ๋องฉีรับฟู่ซีซวนเป็บุตรบุญธรรมจึงไม่มีใครกล้าดูถูกเขาอีก แต่ความโชคดีนี้กลับสร้างความอิจฉาให้ใครบางคน โดยเฉพาะฟู่วั่งเสียน เดิมเขาคิดว่าเขาจะเอาเื่การตัดสัมพันธ์ไว้คอยข่มและเหยียบย่ำฟู่ซีซวน แต่คราวนี้ฟู่ซีซวนกลับโชคดีได้เป็ถึงบุตรบุญธรรมของท่านอ๋องฉี แค่คิดฟู่วั่งเสียนก็อยากจะกระเืออกมาแล้วจริงๆ
ส่วนฟู่เซียงหรูกับหลี่อี๋เหนียงก็ไม่ต่างกัน พวกนางคิดว่าเมื่อฟู่ซีซวนถูกลดสถานะให้เป็บุตรของอนุ พวกนางวางแผนการไว้ในใจกันแล้วว่าจะรังแกจูจื้อโหยวและฟู่ซีซวนอย่างไร แต่พอได้ฟังประกาศราชโองการ สองแม่ลูกเปลี่ยนจากความยินดีกลายเป็ความอิจฉาและความเสียดาย เพราะสถานะของจูจื้อโหยวจะไม่ใช่บุตรสาวของขุนนางต้องโทษอีกแล้ว ทั้งฝ่าายังพระราชทานสมบัติให้อีกมากมาย เมื่อเห็นสมบัติที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วไม่สามารถยึดมาเป็ของตนเองได้ หลี่อี๋เหนียงกับฟู่เซียงหรูก็แทบจะกระอักเืออกมาด้วยอีกคน แต่เื่มันไม่จบแค่นั้น...
“เ้ายังมีเื่ใดอีกหรือโหยวเอ๋อ ทำไมสีหน้าไม่สู้ดี”
“พ่อบุญธรรมเ้าคะ ความจริงเื่คราวนี้เกิดจากที่ข้า้าทวงสินเดิมของข้าคืนมาจากหลี่อี๋เหนียงเ้าค่ะ” จูจื้อโหยวที่ถูกหงหลินควบคุมก็เริ่มตีหน้าเศร้าพูดขึ้นอีกครั้ง
“ทวงคืนสินเดิมหรือ?” อ๋องฉีหันไปมองฟู่เต๋อหย่งอย่างกดดันแล้วถามเสียงเข้ม “ฟู่เต๋อหย่ง เื่สินเดิมของลูกสาวข้าคืออะไร อธิบายมาให้ข้าเข้าใจที”
“เอ่อ...คือ...” ฟู่เต๋อหย่งพูดไม่ออก เขาหันไปมองหลี่อี๋เหนียงและฟู่เซียงหรูเพื่อเป็สัญญาณทันที
แต่หลี่อี๋เหนียงและฟู่เซียงหรูยังไม่ทันได้ตอบ จูจื้อโหยวก็เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาเอง
“เมื่อวานข้าถูกหลี่อี๋เหนียงกับฟู่เซียงหรูทุบตีเพราะพวกนางไม่ยอมคืนปิ่นปักผมให้ข้า สามีเข้ามาช่วยห้ามแต่ก็ถูกใต้เท้าฟู่และหลี่อี๋เหนียงต่อว่า หลังจากนั้นใต้เท้าฟู่ก็สั่งโบยข้าไปยี่สิบไม้ อีกทั้งตลอดวันข้ากับสามีก็ได้กินเพียงเศษอาหารที่เหลือจากในห้องครัวเท่านั้น ทำให้เช้านี้ข้าลุกขึ้นไปตักน้ำล้างหน้าและน้ำล้างเท้าให้หลี่อี๋เหนียงกับคุณหนูฟู่ไม่ไหว พวกนางจึงมาโวยวายที่เรือนของข้าอีกครั้ง สามีเป็คนเดียวที่เข้ามาปกป้องข้า ข้าจึงคิดว่าคงใช้ชีวิตแบบไม่มีอะไรกินอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ข้าจึงได้ทวงสินเดิมของข้าคืนมาจากหลี่อี๋เหนียง
แต่ไม่คิดว่าพวกนางจะไม่ยอมคืนให้ สามีคิดที่จะให้ใต้เท้าฟู่ช่วยตัดสิน แต่กลายเป็ว่าใต้เท้าฟู่กลับไม่ช่วยเหลือ ทั้งยังลดสถานะของสามีลงมาเหลือแค่ให้เขาเป็บุตรของอนุ และใต้เท้าฟู่ยังแต่งตั้งให้หลี่อี๋เหนียงขึ้นเป็ฮูหยินเอก สามีและข้ารู้ดีว่าหากเราถูกลดสถานะลง พวกเราต้องถูกคนในจวนแห่งนี้กลั่นแกล้งจนไม่เหลือชีวิตแน่ สามีก็เลยขอตัดสัมพันธ์กับใต้เท้าฟู่ หลังจากนั้นเื่ก็เป็อย่างที่พ่อบุญธรรมได้มารับรู้เ้าค่ะ” จูจื้อโหยวพูดจบก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร เรียกว่าตีบทแตกกระจุยกันเลยทีเดียว
“ฟู่เต๋อหย่ง จวนของเ้าทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ หลงอนุจนยอมลดสถานะของบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอก ทั้งยังยักยอกสินเดิมของลูกสะใภ้ ในเมื่อเ้าแก้ไขปัญหาไม่ได้ เช่นนั้นก็ให้เ้ากรมอาญาช่วยตัดสินเื่นี้หน่อยเป็ไร” อ๋องฉีหันไปมองเ้ากรมอาญาด้วยสายตากดดัน
เ้ากรมอาญาที่คิดว่าจะมาเป็พยานในการตัดสัมพันธ์ครั้งนี้เพื่อเอาใจลูกน้อง กลับกลายเป็ต้องมาเผชิญหน้ากับอ๋องฉีเสียอย่างนั้น
“ตอบไม่ได้หรือ” อ๋องฉีถามย้ำ
“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ ข้าคิดว่าเื่นี้เป็เื่ภายในจวนของรองเ้ากรมฟู่ ดังนั้นจึงควรให้พวกเขาตกลงกันเองภายในครอบครัวก่อน ทำอย่างนี้จะเป็การปกป้องชื่อเสียงของแม่นางจูและคุณชายฟู่ได้อีกด้วย เพราะหากเกิดข้อครหาว่า...เอ่อ...ท่านอ๋องใช้อำนาจเรียกคืนสินเดิมแทนบุตรบุญธรรมขึ้นมา คุณชายฟู่อาจจะถูกผู้อื่นเพ่งเล็งเมื่อตอนเข้าไปรับตำแหน่งในสำนักตรวจราชการก็ได้ขอรับ” เ้ากรมอาญารีบปฏิเสธและอธิบายเหตุผลทันที
“เป็จริงอย่างที่ท่านเ้ากรมพูดไปทุกประการขอรับ ทีแรกข้าตั้งใจจะลงโทษบุตรชายคนรองและบุตรสาวที่พวกเขาไม่เคารพต่อพี่ชายและพี่สะใภ้ จากนั้นจึงจะจัดการเื่สินเดิมทีหลัง แต่ไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะเข้าใจผิดคิดว่าข้าจะยึดสินเดิมของนาง เป็ข้าที่ไม่อธิบายเหตุผลให้พวกเขาเข้าใจเองขอรับ” ฟู่เต๋อหย่งรีบแก้ตัวทันที
อ๋องเฉินก็รู้ในเจตนา อีกทั้งเื่นี้ถือเป็เื่เล็ก หากตกลงกันในครอบครัวได้ เขาก็อยากจะทำให้เื่มันจบในวันนี้ ต่อไปลูกบุญธรรมของเขาจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับครอบครัวที่น่ารังเกียจนี้อีก
“แล้วเวลานี้สินเดิมของโหยวเอ๋ออยู่ที่ไหน รีบไปเอามาให้นางเสีย และห้ามของหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องเอาเื่ของเ้าไปปรึกษากับสำนักขุนนางเสียแล้ว” อ๋องฉีหันไปบอกกับฟู่เต๋อหย่งโดยเฉพาะ