“ท่านบิชอปครับ!!!”
เสียงของบาทหลวงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเซียวดังขึ้น
“มีอะไร”
เสียงของชายแก่แต่ก็ดูทรงอำนาจและสุขุมเยือกเย็นดังขึ้น
หนวดสีขาวยาวมีรอยเหี่ยวย่นตามอายุแต่กลับเสริมภาพลักษณ์ให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้น
ชุดสีขาวยาวแซมด้วยสีทองหมวกทรงสูงมีสัญลักษณ์พระอาทิตย์อยู่ตรงกลางของหมวกเด่นสง่า
รางกายผอมสูงแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูอ่อนแอประการใดกลับกันมันส่งเสริมให้มีมาดของนักปราชญ์ผู้รอบรู้
“เครื่องตรวจจับพลังเวทย์ส่งสัญญานเตือนอย่างรุนแรง จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามาจากป่าที่อยู่ใกล้กับ[เขตเสื่อมโทรม]ครับท่าน!”
บาทหลวงกล่าวอย่างเร่งรีบ
“...”
บิชอปผู้เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามพยักหน้าเบาๆ
“กระผมเกรงว่าอาจจะเป็การประกอบพิธีกรรมเวทมนต์นอกรีตที่ชั่วช้าจึงขออนุญาติในการส่งกองกำลังอัศวินศักสิทธิ์ไปตรวจสอบครับ”
บาทหลวงกล่าวอย่างนอบน้อมแต่ก็เต็มไปด้วยความกังวลผ่านสีหน้า
“นอกรีต? เวทมนต์ดำ?”
บิชอปผู้น่าเกรงขามพลันคิ้วขมวด
“ครับท่าน จากการระบุของเครื่องตรวจจับเวทมนต์พบว่าเวทมนต์ที่ปะทุออกมาเป็มนต์ดำครับ”
บาทหลวงกล่าว
“เราอนุญาติ แล้วก็ลองยื่นคำขอไปที่โบสถ์หลักให้[อัศวินดวงอาทิตย์]1คนติดตามไปด้วย”
บิชอปกล่าวอย่างสุขุม
“รับทราบครับท่าน ขอให้เทพสุริยันสถิตในท่าน”
บาทหลวงกล่าวแล้วนำมือมาประกบแต่ไม่สนิทกันแล้วยกขึ้นเหนือหัว
“ขอให้เทพสุริยันสถิตในเ้า”
บิชอปทำท่าทางเดียวกัน
|———————————————————-|
เสียงโหยหวนของทั้งชายและหญิงดังก้องขึ้น
เป็ทั้งเสียงของชายที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งดั่งคน
เสียสติ
เสียงของหญิงสาวที่รำไห้อย่างเ็ป
เสียงกรีดร้องที่ทรมานขนาดที่แยกไม่ออกว่าชาย
หรือหญิง
เสียงกระซิบที่เบาแต่กลับแสบแก้วหูอย่างประหลาด
เสียงทั้งหมดนี้ดังขึ้นในคราวเดียวกันในหัวของ ‘สิ่งมีชีวิต’ ตนหนึ่ง
ไม่ เรียกว่าเป็สิ่งมีชีวิตก็ไม่ได้เพราะตัวตนของมันถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสะอิดสะเอียน
เสมือนซากศพและหนาวเย็นเหมือนถูกขังอยู่ในที่ที่มีแต่น้ำแข็งล้อมรอบ
‘มัน’ สวมเกราะสีม่วงเข้มและมีสีแดงเืน่ารังเกียจบนบางจุดบนเกราะของมันมีหนามแหลมงอกออกมา
ตรงบริเวนศรีษะมีเขาคล้ายเขาของแกะยาวม้วนไปด้านหลัง
ความน่ากลัวและน่าเกรงขามของดวงตาสีแดงฉานทะลุออกมาจากเกราะบริเวณศรีษะอย่างไม่อยากเย็น
เกราะบริเวนมือเป็เสมือนกรงเล็บยาวแหลมคมปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายเืคล้ายคร่าชีวิตสิ่งมีชีวิตไปมากมายแล้ว
ทั้งตัวของมันเป็เกราะที่ดูน่าเกรงขามและดูน่ากลัวและน่ารังเกียจในเวลาเดียวกัน
“ที่นี่...”
ร่างเกราะที่ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายของซากศพลุกขึ้นมาจากโลงศพหินธรรมดา
โลงศพนั้นไม่ได้มีลวดลายอักขระยิ่งใหญ่ตระกานตาหรือมีสิ่งพิเศษใดๆเลยเป็เพียงโลงหินธรรมดาที่พบได้ทั่วไปเท่านั้น
รอบๆโลงศพและร่างของ ‘มัน’ นั้นเป็ซากสิ่งปรักหักพังที่เคยอาจจะเป็ ปราสาท วิหาร หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ก่อสร้างด้วยหิน
แต่ตอนนี้มันเหมือนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่หรืออะไรก็ตามทำให้ เหลือเพียงซากก้อนหินชิ้นน้อยใหญ่กระจัดกระจายเหมือนซากปรักหักพังเท่านั้น
‘ทำไมข้ายังไม่ตาย?’
ความคิดพลันแล่นอยู่ในหัวของตัวตนประหลาด
(ย้อนกลับไปเมื่อ500ปีก่อน)
|————————————————————|
ศักราชสุริยัน1800
“เฮฮฮฮ!!!!!!”
“ตุ้มมมม!!!ตุ้มมม!!!ตุ้มมมม”
เสียงปลุกระดมของทหารกล้าและเสียงลั่นกองรบดังก้องขึ้นทั่วสนามรบเป็ขวัญกำลังใจของผู้คนและพันธมิตรฝั่งเดียวกัน
“เพื่อองค์เทพสุริยัน!!!”
“เพื่อองค์เทพีแห่งพงไพร!!!”
“เพื่อเทพแห่งเหล็กกล้า!!!”
“เพื่อวิญญานแห่งบรรพบุรุษ!!!”
เสียงของฝ่ายที่สวมชุดเกราะสีทองดูสง่างามบรรยกาศรอบตัวเต็มไปด้วยความศักสิทธิ์ส่งเสียงสรรเสริญเยินยอตัวตนที่พวกเขานับถือในแต่ละเผ่าของตนออกมา
มีทั้ง[มนุษย์]ปกติมนุษย์นั้นนับถือ{เทพสุริยัน}
ตัวตนที่เหมือนกับมนุษย์แต่มีหูที่ยาวและหน้าตาที่สวยงามและหยิ่งพยอง [เอลฟ์] เอลฟ์นั้นนับเธอ {เทพีแห่งพงไพร}
ตัวตนที่เหมือนมนุษย์อย่างมากแต่มีรูปร่างที่แตกต่าง มีมัดกล้ามเนื้อที่น่าเกรงขามแต่ก็มีส่วนสูงที่เตี้ยหนวดที่ยาวแสดงถึงความเป็ชาย [คนแคระ] คนแคระนั้นนับถือ {เทพแห่งเหล็กกล้า}
และสุดท้ายสิ่งมีชีวิตที่เหมือนมนุษย์แต่บางตัวกลับมีหางที่เหมือนสัตว์ กรงเล็บและฟันที่เหมือนสัตว์ดุร้าย มีหูสัตว์ และอื่นๆที่มีลักษณะเฉพาะตัวของสัตว์ชนิดนั้นๆ [มนุษย์สัตว์] มนุษย์สัตว์นั้นนับเธอ {วิญญานบรรพบุรุษ}
กองทัพขนาดใหญ่ของแต่ละเผ่าพันธ์ุเดินขบวนพร้อมกันและเป็หนึ่งเดียว
เพียวการเคลื่อนตัวแต่ละก้าวแผ่นดินก็สั่นะเืกลิ่นอายความศักสิทธิ์ความน่าเกรงขามที่แสดงออกมาหากมีคนกล่าวว่านี่คือกองทัพะแห่งเทพก็ดูไม่เกินไปนัก
“ตึ้งงง!!!ตึ้งงงง!!!!ตึ้งงงง!!!”
เสียงการก้าวเดินพร้อมเพรียงกันในแต่ละก้าวของกองทัพศักสิทธิ์นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ศตรูธรรมดาหวาดกลัวจนอยากจะถอยทัพ
หากแต่ว่านี่มิใช่ศตรูธรรมดา
“แด่องค์จอมมาร!!!”
“เฮฮฮฮฮ!!!!!!!”
เพียงแค่เสียงะโก็ดังก้องกลบเสียงกลองรบของฝั่งศตรูได้ไปชั่วขณะ
กลิ่นคาวเืและซากซพน่าสะอิดสะเอียนดังออกมาจากกองทัพที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตน่าเกลียดน่ากลัวเสมือนหลุดออกมาจากนิยาย
มีทั้งซากศพเดินได้ โครงกระดูกที่กวัดแกว่งดาบ
ั์หินตัวใหญ่มหึมา ั์สีเขียวตัวโตฟันคล้ายหมูป่า
และสิ่งมีชีวิตหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวอีกมากมาย
กองทัพที่ราวกับหลุดมาจากขุมนรกเพียงแค่การจ้องมองก็เพียงพอแล้วที่จะสลักความกลัวไปในจิตใจเบื้องลึก
ทั้ง2กองทัพค่อยๆเคลื่อนที่เข้าหากันช้าๆแต่เต็มไปด้วยความกดดัน
บรรยกาศอบอุ่นศักสิทธิ์ของกองทัพศักสิทธิ์
และบรรยกาศหนาวเย็นน่าหวาดกลัวของกองทัพอสูรขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
เวลาผ่านไปไม่นานทั้ง2ก็ประจันหน้ากัน
บรรยกาศกดกันจนพลันบิดเบี้ยว
“บุกกกกกกกกกก!!!!!”
ร่างเกราะสีม่วงน่าเกรงขามคุ้นเคยะโก้องสนามรบ!!!