ณ วังบุปผา
เ้าวังบุปผา นามว่า ฟางเฉินเขาคือบุตรชายบุญธรรมของเ้าวังคนก่อน อดีตเ้าวังหรือเหยียนจือนางได้เสียชีวิตจากการถูกพรรคมารโจมตีและถูกพิษเปียงซาของพวกมันแม้กระทั่งบุตรสาวแท้ๆของนางหรือเหยียนจู ก็ได้รับพิษเปียงซาไปด้วยแต่เพราะเหยียนจูได้รับเพียงน้อยนิดประกอบกับมีฟางเฉินช่วยเดินกำลังภายในขับพิษได้ทันทำให้บุตรสาวรอดชีวิตมาได้อย่างไรก็ตามพิษเปียงซานั้นรุนแรงมากถึงขั้นทำให้ขาของเหยียนจูถึงกับพิการเดินไม่ได้ดังนั้นตำแหน่งเ้าวังบุปผาจึงตกเป็ของฟางเฉินโดยปริยาย
เหยียนจู หญิงสาวผู้พิการนางไม่้ายุ่งเกี่ยวเื่ราวความเป็ไปในวังบุปผา นางก็เลยเอาแต่ไปอารามแม่ชีเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุยเื่ปรัชญาชีวิตกับท่านแม่ชี และนั่นก็ทำให้นางได้พบหลงฟุที่นั่นเขาเป็พ่อค้าขายเกลือที่แวะมาสักการะที่นี่บ่อยๆ
“เหยียนจูข้ารักเ้านะ ข้าจะดูแลเ้าไปตลอดชีวิตของข้า” หลงฟุจับมือหญิงสาว
“แม้ข้าจะพิการเดินไม่ได้อย่างนั้นหรือ”เหยียนจูแปลกใจไม่คิดว่าจะมีชายใดยอมร่วมชีวิตกับนาง
“ข้ารักเ้าจริงๆไปกับข้าเถอะนะ” หลงฟุพร้อมที่จะร่วมชีวิตกับหญิงสาวที่เพิ่งเจอกันเพียงไม่นาน
“ท่านควรไปขอข้ากับพี่ชายข้าเสียก่อน”เหยียนจูอยากทำอะไรให้ถูกครรลองครองธรรม
“ได้สิ” หลงฟุยิ้มอย่างยินดีที่หญิงสาวยินยอม
หลงฟุจึงไปสู่ขอเหยียนจูที่วังบุปผา
“เ้าแน่ใจนะที่จะฝากชีวิตไว้กับชายผู้นี้” เ้าวังบุปผาไม่เห็นด้วย
“ข้าแน่ใจเ้าค่ะท่านพี่”ความจริงนั้นเหยียนจูก็ไม่ได้รักหลงฟุมากขนาดนั้นแต่นางทำเพื่อที่จะได้ออกจากวังบุปผาแห่งนี้เสียทีนางเบื่อกับชีวิตที่ต้องมีการต่อสู้แย่งชิงความเป็เ้ายุทธภพอะไรแบบนี้แล้วนางอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบมากกว่า
ฟางเฉินไม่อาจบังคับน้องสาวได้เพราะเขาก็ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆของนาง เขาทำได้เพียงยอมปล่อยนางไป แต่ถึงกระนั้นฟางเฉินก็ได้แอบส่งลูกพรรคคอยติดตามเหยียนจูอยู่ห่างๆเพื่อคุ้มกันนาง
ผ่านไปเพียงสองวันลูกพรรคสองนายก็ได้จับกุมตัวหลงฟุกลับมาที่วังบุปผาส่วนลูกพรรคอีกนายก็อุ้มตัวเหยียนจูกลับมาในสภาพสะลึมสะลือไม่ได้สติ
“เ้าบังอาจยิ่งนักเ้ากล้าทำกับน้องสาวข้าแบบนี้ได้ยังไงไม่กลัวตายหรืออย่างไร” ท่านเ้าวังโมโหมากที่เห็นสภาพน้องสาว
“ข้ากลัวแล้วขอรับปล่อยข้าไปเถิด” หลงฟุอ้อนวอนร้องขอชีวิต
“อย่าไปฟังขอรับท่านเ้าวังบุปผาชายผู้นี้เป็นักต้มตุ๋น หาใช่พ่อค้าเกลืออย่างที่กล่าวอ้างไม่เขาแอบวางยาเหยียนจูจนมีสภาพเหมือนคนเมาไม่ได้สติเพื่อขายนางให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกหรือบีบบังคับคนพิการ คนแก่หรือเด็กไปเป็ขอทาน พวกมันใช้ประโยชน์จากความสงสารและความใจบุญของผู้คนหลอกให้พวกเขาบริจาคทานกับขอทานที่พวกมันจัดหามาจากนั้นพวกมันก็จะเก็บรวบรวมอัฐที่เหล่าขอทานเ่าั้ได้มาทั้งหมด” ลูกพรรคนายหนึ่งรายงาน
“เ้าช่างชั่วร้ายเสียจริงตายซะเถอะ” ท่านเ้าวังง้างดาบ
“อย่าฆ่าเขาเลยเ้าค่ะจับมันส่งทางการก็พอ” เหยียนจูที่ได้ยินนางหลับตาพูดราวกับคนละเมอ
“มันทำกับเ้าขนาดนี้เ้ายังช่วยมันอีก เ้าคงรักมันมากเลยสินะ” ท่านเ้าวังยิ่งโมโหมากขึ้นที่น้องสาวปกป้องมัน
“แม่ชีสอนให้ข้ามีเมตตาจิตไม่ควรเข่นฆ่าชีวิตผู้ใด ปล่อยให้กฎหมายลงโทษมันเถิดนะเ้าคะท่านพี่ อีกอย่างมันจะได้เป็พยานสาวไปหากลุ่มมิจฉาชีพเ่าั้ด้วย” เหยียนจูคิดว่าการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพจะช่วยไม่ให้เกิดเหยื่อรายต่อไป
“ก็ได้ข้าเห็นแก่เ้า ข้าจะให้ลูกน้องจับมันส่งทางการ พอใจแล้วใช่มั้ย” ท่านเ้าวังยอมฟัง
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านพี่”เหยียนจูยิ้มอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
“แต่เ้าห้ามออกจากวังบุปผาอีกข้าไม่้าให้ใครมาหลอกลวงเ้าแบบนี้อีก” ท่านเ้าวังคิดว่าเหยียนจูยังอ่อนประสบการณ์เกินไปที่จะไปเผชิญชีวิตข้างนอก
“ได้โปรดเถิดท่านพี่ข้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในวังบุปผา ข้าสัญญา ข้าจะระวังตัว” เหยียนจูขอร้อง
“เ้ากลับห้องของเ้าเถิดข้าสัญญากับท่านแม่บุญธรรมไว้แล้ว ว่าข้าจะดูแลเ้าแทนนาง” ท่านเ้าวังกล่าว
เหยียนจูจำใจต้องกลับมาอยู่ในวังบุปผาดังเดิมความจริงนั้นเหยียนจู้าชีวิตที่เป็อิสระแต่เพราะหลงฟุไม่ได้มีความจริงใจต่อนาง เขาเสแสร้งทำดีต่อนางเพื่อหลอกขายนางเท่านั้น
******************************
องค์ชายรองและเหวยเซียงได้พบกับกลุ่มเผ่าเจียงหนานนับสิบคนพวกเขาพากันโอบล้อมทั้งสองไว้
องค์ชายรองทรงอุ้มเหวยเซียงะโขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่เพื่อให้หญิงสาวนั่งบนกิ่งไม้ใหญ่
“ทรงจะทำอะไรเพคะ” เหวยเซียงใ
“เ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกันขอเราจัดการพวกมันให้เรียบร้อยก่อน เราถึงพาเ้าลงไปด้านล่าง” องค์ชายตรัสจบก็รีบะโลงไปเผชิญหน้ากับเหล่าจอมยุทธ์ชายหญิงเผ่าเจียงหนาน
“เสด็จมาถึงบริเวณเผ่าพวกเราทั้งทีเข้ามาเยี่ยมด้านในหน่อยเป็ไร” จอมยุทธ์ชายนายหนึ่งกล่าวไปเช่นนั้นเองความจริงคือ้าฆ่าองค์ชายรอง
“้าอะไร” องค์ชายรองตรัสถามห้วนๆ
“ชีวิตของพระองค์พะย่ะค่ะ” จอมยุทธ์อีกนายกล่าว
“พวกเ้าสู้เราไม่ได้หรอก”องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย
“ยังอวดดีไม่เปลี่ยนเลยนะพะย่ะค่ะ”คนที่สามนึกหมั่นไส้ในความผยองของพระองค์
ชาวเผ่านับสิบเข้าจู่โจมพร้อมกันเพื่อรุมฆ่าชายสูงศักดิ์
องค์ชายรองชักดาบโหมต่อสู้เข้าโรมรันเสียงดาบกระทบกันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วป่า
แม้จะเป็สิบรุมหนึ่งแต่ด้วยฝีมือการต่อสู้นั้น องค์ชายรองทรงเหนือกว่าอย่างเห็นๆทำให้พระองค์ทรงสามารถใช้ดาบฟันพวกมันจนได้รับาเ็ไปแปดคนและพระองค์ทรงกำลังจะขจัดพวกมันให้สิ้นซาก แต่แล้วก็ทรงได้ยินเสียงร้องของผู้หญิง
“ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”
องค์ชายรองทรงทอดพระเนตรเห็นเหวยเซียงถูกจอมยุทธ์เผ่าเจียงหนานพาตัวลงมาจากต้นไม้และใช้ดาบจ่อไปที่คอของนาง
“ทิ้งอาวุธซะถ้าไม่อยากให้นางตาย” ชายผู้หนึ่งจับหญิงสาวเป็ตัวประกัน
“นางเป็เพียงนางกำนัลพวกเ้าอยากทำอะไรก็เชิญ” องค์ชายรองทรงไม่สนพระทัย
“แน่นะพะย่ะค่ะแล้วอย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน” ชายผู้หนึ่งใช้ดาบบาดไปที่คอของหญิงสาวจนเืซิบแต่ก็ไร้ซึ่งความเห็นใจจากชายสูงศักดิ์
เหวยเซียงนึกเสียใจกับคำพูดนั้นนางไม่คิดว่าชายสูงศักดิ์จะไร้ซึ่งเมตตาจิตแบบนี้
องค์ชายรองทรงต่อสู้ต่อโดยไม่ได้คำนึงถึงเหวยเซียงเลยสักนิด
ชายที่จ่อคอเหวยเซียงนึกเจ็บใจไม่คิดว่าหญิงสาวจะเป็เพียงนางกำนัลเขาก็เลยระบายอารมณ์ด้วยการจะฆ่าหญิงสาวทิ้งเสีย
เหวยเซียงคิดว่าตนคงไม่รอดเสียแล้วนางก็เลยหลับตารอรับความตาย
“ต้องโทษเ้านายเ้านะเขาไม่สนใจเ้าเอง งั้นตายซะเถอะ” ชายผู้นั้นจับดาบไว้แน่นเตรียมเชือดคอหญิงสาว
“ใครจะยอมให้เ้าทำร้ายหมอหญิงล่ะ”เ้าวังบุปผาปรากฏตัวพร้อมกับฟันไปที่แขนของชายผู้ที่กำลังจะฆ่าผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้
และแล้วชาวเผ่าทุกคนก็ได้รับาเ็สาหัส
“เอายังไงจะสู้จนตัวตายเลยมั้ย” องค์ชายรองตรัส
“เ้าวังบุปผามาช่วยพวกมันแล้วพวกเราหนีไปตั้งหลักกันก่อน”จอมยุทธ์ที่น่าจะเป็ผู้นำเผ่ากล่าว
“ไม่ต้องตามหรอกท่านเ้าวัง”องค์ชายรองตรัสปราม
“ทำไมไม่ถอนรากถอนโคลนเลยล่ะพะย่ะค่ะ” ท่านเ้าวังสงสัย
“เผ่าเจียงหนานยังคงมีประโยชน์พวกมันสามารถช่วยพวกเรากำจัดองค์รัชทายาทได้ ขอบใจที่มาช่วยเรานะ ท่านเ้าวัง”องค์ชายรองทรงอธิบาย
“พะย่ะค่ะ” จากนั้นท่านเ้าวังก็หันไปหาท่านหมอและถาม “ไม่เป็ไรแล้วนะท่านหมอ”
“ท่านรู้จักข้าได้ยังไง”เหวยเซียงแปลกใจ
“องค์ชายรองทรงเล่าว่านางกำนัลอย่างเ้ามีวิชาทางการแพทย์ด้วย” ท่านเ้าวังกล่าว
“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยชีวิตข้าข้าจะไม่ลืมพระคุณเลย” เหวยเซียงกล่าว
“เ้าจะพานางไปรักษาขาของน้องสาวเ้าไม่ใช่หรือรีบไปกันเถอะ” องค์ชายรองตรัสตัดบท
“รบกวนแม่นางเหวยเซียงช่วยรักษาน้องสาวของข้าด้วยแต่ท่านต้องปลอมตัวเป็เด็กรับใช้และลอบตรวจอาการโรคของนาง” ท่านเ้าวังกล่าว
“ทำไมล่ะทำไมไม่ให้ข้าไปดูอาการนางในฐานะหมอ” เหวยเซียงสงสัย
“หลังจากที่ไม่มีใครรักษานางหายนางก็เลยไม่ยอมให้ใครรักษานางอีก” ท่านเ้าวังสงสารน้องสาวที่เห็นนางถอดใจ
“งั้นรีบไปกันเถอะเ้าค่ะ” เหวยเซียงอยากช่วยเพื่อตอบแทนพระคุณ
องค์ชายรองและเหวยเซียงจึงเดินตามท่านเ้าวังไปที่วังบุปผาทันทีแต่ในระหว่างที่เดินไปเหวยเซียงไม่พูด ไม่คุยและไม่มองพระพักตร์ขององค์ชายรองอีกเลย
******************************
ณ วังบุปผา
“พระองค์ทรงรอที่นี่ก่อนนะพะย่ะค่ะกระหม่อมจะพาเหวยเซียงไปแต่งตัว” ท่านเ้าวังกล่าว
“ตามสบายเถิด” องค์ชายรองทรงประทับนั่งในห้องรับรองอย่างสงบ
พอเหวยเซียงแต่งตัวเป็เด็กรับใช้ประจำวังบุปผาเสร็จเ้าวังก็ให้นางไปรอที่ห้องรับรอง
“ข้าขอไปบอกน้องสาวข้าก่อนนะท่านรออยู่ที่นี่ก่อนนะเหวยเซียง” ท่านเ้าวังกล่าวกับหมอหญิง
“ข้าทราบแล้ว” เหวยเซียงไม่อยากอยู่กับองค์ชายรองสองต่อสอง แต่นางก็ต้องอดทน
พอเ้าวังบุปผาออกไปองค์ชายรองก็เลยตรัส “จะโกรธถึงชาติหน้าเลยหรืออย่างไร”
“หม่อมฉันมิบังอาจโกรธเคืองพระองค์หรอกเพคะหม่อมฉันก็เป็เพียงแค่นางกำนัลคนนึงเท่านั้น” เหวยเซียงกล่าว
“งั้นก็ดีพอดูอาการของเหยียนจูเสร็จ พวกเราจะได้รีบเดินทางกลับ”องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันไม่อยากร่วมทางกับพระองค์เพคะ”เหวยเซียงอยากแยกกันเดินทาง
“เ้ามีสิทธิ์นั้นด้วยหรือ”องค์ชายรองตรัสและทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์
“อย่าลืมสิเพคะหม่อมฉันเป็นางกำนัลประจำตำหนักองค์หญิงเซียงเซียงไม่ใช่นางกำนัลข้างกายพระองค์นะเพคะ” เหวยเซียงกล่าวเตือน
“เ้าไม่อยากได้ยาแก้พิษอย่างนั้นหรือ”องค์ชายรองทรงย้ำเตือน
“หากพระองค์จะทรงปล่อยหม่อมฉันตายก็เชิญเพคะ” เหวยเซียงไม่ยอมเป็เบี้ยล่างอีก
“อย่าอวดดีมากนัก”องค์ชายรองทรงกริ้ว
“หม่อมฉันไม่สามารถรับใช้เ้านายที่ไร้ความเมตตาได้หรอกเพคะทรงจำไว้ การเป็ผู้นำ สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือความเมตตาต่อบริวารหรือปวงชนหากขาดสิ่งนี้ แม้พระองค์จะทรงมีอำนาจยิ่งใหญ่เพียงใด แต่พระองค์จะทรงไม่มีวันได้ใจและความจงรักภักดีที่แท้จริงจากเหล่าบริวารและปวงชน”เหวยเซียงกล่าวโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว
“กล้าดียังไงถึงมาสั่งสอนเรา”องค์ชายรองทรงตบโต๊ะอย่างแรง
เหวยเซียงสะดุ้งเล็กน้อยแต่นางก็ฝืนใจพูด “มิบังอาจเพคะหม่อมฉันแค่เตือนพระองค์เท่านั้น หากทรงไม่พอพระทัยทรงอยากจะฆ่าหรือเฆี่ยนตีก็เชิญ”
“เอ่ออย่าเพิ่งถกเถียงกันเลยนะพะยะค่ะ ท่านหมอยังคงต้องไปดูแลอาการของเหยียนจูอีก”ท่านเ้าวังรีบมายุติ
“รีบพานางไปเถิดก่อนที่เราจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่” องค์ชายรองทรงพยายามสงบสติอารมณ์
เหวยเซียงรีบเดินตามเ้าวังไปพบเหยียนจูทันที
ในระหว่างที่เดินไป ท่านเ้าวังก็เลยทัก“ท่านอย่าโกรธองค์ชายรองเลย พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นข้าอยู่ก่อนแล้วเลยพูดกับศัตรูไปอย่างนั้นเอง เพราะยังไงก็ทรงรู้ว่าข้าต้องช่วยชีวิตเ้าอยู่แล้ว”
“ท่านอาจคิดไปเองก็ได้พระองค์ทรงเป็เช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ข้าเคยชินกับความเ็าของพระองค์ไปแล้ว”เหวยเซียงไม่เชื่อ
“รบกวนแม่นางแสดงละครเป็เด็กรับใช้ด้วยแต่น้องสาวข้าคงให้รับใช้ได้ไม่นาน นางไม่้าให้ใครมาดูแลนาง” ท่านเ้าวังกล่าว
“อย่าได้กังวลหากข้าพอรักษานางได้ ข้าจะทำให้ดีที่สุด” เหวยเซียง้าตอบแทนบุญคุณ
“รบกวนแม่นางแล้ว”ท่านเ้าวังกล่าว
******************************
ณ ห้องพักของเหยียนจู
“ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าไม่้าให้ใครมาดูแลข้า” เหยียนจูกล่าว
“เด็กรับใช้คนนี้อยู่ใน่ทดลองงานเ้าก็ลองทดสอบนางดูก็แล้วกัน วันพรุ่งนี้พี่จะให้นางไปฝึกงานที่อื่น” ท่านเ้าวังกล่าว
“ตามใจก็แล้วกัน” เหยียนจูยอมให้นางมารับใช้เพราะเห็นว่ามารับใช้แค่วันเดียว
“ข้าน้อยชื่อเหวยเซียงเ้าค่ะ”เหวยเซียงแนะนำตัว
“พี่ออกไปก่อนนะพี่ไม่กวนแล้ว” ท่านเ้าวังกล่าว
“เ้าค่ะ ท่านพี่”เหยียนจูกล่าว
ตอนนี้เหวยเซียงได้อยู่กับเหยียนจูหรือน้องสาวบุญธรรมของท่านเ้าวังตามลำพัง
“ข้าไม่ชอบให้ใครแตะต้องตัวข้า”เหยียนจูบอกไว้ก่อน
“แล้วท่านจะอาบน้ำได้อย่างไรล่ะเ้าคะท่านเดินไปที่อ่างอาบน้ำได้เองงั้นหรือ” เหวยเซียงสงสัย
“ข้าก็ใช้วิธีใช้ขันตักอาบไงล่ะ”เหยียนจูกล่าว
“ไปแช่ตัวในน้ำน่าจะทำให้ท่านสบายตัวกว่านะเ้าคะ มา เดี๋ยวข้าช่วย” เหวยเซียงรีบประคองตัวหญิงสาว
“หากเ้าอยู่ใน่ทดลองงานเ้าควรเชื่อตามคำสั่งของเ้านาย ไม่ใช่ทำตามอำเภอใจเช่นนี้”เหยียนจูเตือน
“แล้วท่านจะติดใจเ้าค่ะ”เหวยเซียงช่วยประคองนายสาวให้ค่อยๆลงไปในอ่างน้ำระหว่างนั้นเหวยเซียงก็ช่วยนวดตัวให้
“ผ่อนคลายดีจัง” เหยียนจูรู้สึกดีจริงๆ
“จะให้ดีต้องผสมสมุนไพรและเครื่องหอมด้วยเ้าค่ะข้าไปเตรียมมานะเ้าคะ” เหวยเซียงออกไปเอาสมุนไพรและดอกไม้โดยไม่สนใจคำทัดทานของนายสาว
“เอ่อ ไม่ต้องก็ได้” แต่ทว่าเหยียนจูก็ห้ามเหวยเซียงไม่ทัน
แม้เหยียนจูจะไม่ชอบให้ใครรับใช้แต่นางก็ยอมรับว่าเหวยเซียงดูแลนางเป็อย่างดีหลังแช่ตัวอาบน้ำเสร็จนางก็รู้สึกสบายตัวจนกระทั่งเหวยเซียงได้ยกถ้วยน้ำชามาให้นางดื่ม
“ชาร้อนๆเ้าค่ะ”เหวยเซียงยื่นถ้วยน้ำชาให้
“เอาไว้วันพรุ่งนี้ข้าจะชมเ้าให้พี่ข้าฟังก็แล้วกัน แต่คงไม่ให้รับใช้ข้าต่อหรอกนะ” เหยียนจูเห็นว่าเด็กรับใช้ผู้นี้ดูแลนางเป็อย่างดี
“ทำไมล่ะเ้าคะ” เหวยเซียงสงสัย
“ข้าอยากอยู่อย่างอิสระไม่ต้องมีใครมาดูแลข้าแบบนี้” เหยียนจูรู้สึกอึดอัด
“ท่านจึงอยากออกจากวังบุปผาไปใช้ชีวิตข้างนอกมากเลยสินะเ้าคะ”เหวยเซียงกล่าว
“การเป็ชาวยุทธ์ต้องเผชิญกับภัยนานัปการ ในยุทธภพมีทั้งมิตรและศัตรูมากมายการต่อสู้แย่งความเป็หนึ่งในยุทธภพทำให้สร้างบุญคุณความแค้นและนั่นก็ทำให้แม่ข้าและตัวข้านั้นกลายเป็เหยื่อของความแค้นนั้น” เหยียนจูนึกฝังใจ
“ข้าเสียใจด้วยที่ท่านสูญเสียแม่ไป”เหวยเซียงเห็นหญิงสาวมีน้ำตาคลอ
“แล้วเ้าล่ะเหตุใดทำไมไม่กลับไปดูแลบุพการี” เหยียนจูปาดน้ำตาแล้วถามบ้าง
“ข้าสูญเสียท่านแม่ไปั้แ่ข้าลืมดูโลกและบัดนี้ข้าก็เพิ่งจะสูญเสียท่านพ่อไปด้วยอุบัติเหตุตกเขาเ้าค่ะ” เหวยเซียงเล่าโดยไม่ปกปิด
“ข้าเสียใจด้วยนับว่าพวกเราต่างสูญเสียไม่ต่างกัน” สักพักเหยียนจูก็หาวฟอดและนางก็หลับด้วยฤทธิ์ของยานอนหลับที่ผสมไปในน้ำชา
ในระหว่างที่เ้านายสาวนอนหลับเหวยเซียงก็ถือโอกาสตรวจร่างกายของนาง
เช้าวันรุ่งขึ้นท่านเ้าวังมาเยี่ยมน้องสาวที่กำลังทานอาหารร่วมกันกับเหวยเซียงแต่เช้า
“เ้าเป็เพียงเด็กรับใช้เหตุใดถึงกล้ารับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกับเ้านาย”ท่านเ้าวังแกล้งดุ
“ข้าสั่งนางเองข้าเหงาอยากมีเพื่อนเ้าค่ะ” เหยียนจูกล่าว
“แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่เหมาะสมเอาล่ะ พอเ้าทานอาหารหมดแล้ว มาพบข้าที่ห้องทำงานข้าจะให้เ้าไปทดลองงานที่อื่นนะ เหวยเซียง”ท่านเ้าวังกล่าว
“เ้าค่ะ” เหวยเซียงรับคำ
หลังจากนั้นท่านเ้าวังก็เดินออกไป
“ข้าชักอยากให้เ้าดูแลข้าต่อไปเสียแล้วสิ”เหยียนจูเริ่มติดใจ
“เหตุใดท่านถึงไม่พูดกับท่านเ้าวังล่ะเ้าคะ” เหวยเซียงกล่าว
“แต่ความอยากอยู่อย่างอิสระมันชนะความอยากอยู่อย่างสบายน่ะสิ”เหยียนจูไม่ใช่คนติดสบาย
“ท่าน เอ่อ…..” เหวยเซียงอยากจะถามเ้านายตรงๆ แต่นางก็เปลี่ยนใจ
“มีอะไรหรือเปล่า” เหยียนจูสงสัย
“เปล่าเ้าค่ะงั้นข้าเก็บถ้วยชามเลยนะเ้าคะ” เหวยเซียงคิดว่าไม่ถามดีกว่า
******************************
ณห้องทำงานของท่านเ้าวัง
องค์ชายรองทรงประทับอยู่ในห้องนั้นอยู่ก่อนแล้ว
“ท่านรักษาอาการของน้องสาวข้าได้มั้ยท่านหมอ” ท่านเ้าวังกล่าวอย่างมีความหวัง
“จะว่ายังไงดีล่ะน้องสาวท่านไม่ได้พิการ พิษนั่นสลายไปนานแล้ว นั่นหมายความว่านางหายนานแล้วเ้าค่ะ”เหวยเซียงกล่าวโดยไม่ปกปิด
“อะไรนะ! ท่านตรวจผิดหรือเปล่า” ท่านเ้าวังเห็นน้องสาวเดินไม่ได้มานานแล้ว
“ไม่ผิดอย่างแน่นอนเพราะข้าตรวจนางตอนนางไม่ได้สตินั่นหมายความว่าท่านหมอท่านอื่นคงตรวจนางตอนนางมีสติครบถ้วนนางถึงสามารถเล่นละครให้เหมือนผู้ป่วยขาพิการได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน” เหวยเซียงอธิบาย
“เหยียนจูทำเช่นนั้นทำไมเหตุใดถึงต้องแกล้งพิการด้วย” ท่านเ้าวังไม่เข้าใจ
“เื่นั้นท่านคงต้องเปิดใจคุยกับนางเองตอนนี้เราขอพาเหวยเซียงกลับเมืองหลวงก่อน เดี๋ยวจะไม่ทัน” องค์ชายรองตรัสตัดบท
“ไม่ทันอะไรหรือพะย่ะค่ะ”ท่านเ้าวังสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก” องค์ชายรองทรงไม่อยากพูด
“งั้นขอให้พระองค์และแม่นางเหวยเซียงเดินทางปลอดภัยขอบคุณแม่นางมาก” ท่านเ้าวังกล่าว
หลังจากนั้นองค์ชายรองก็เสด็จนำหน้าหญิงสาวเพื่อออกเดินทางกลับเมืองหลวงก่อนที่ยาพิษในตัวของเหวยเซียงจะออกฤทธิ์เพราะเมื่อคืนนางได้ทานยาแก้พิษเม็ดสุดท้ายที่อยู่กับนางเข้าไปแล้ว
ทั้งสองยังคงไม่พูดคุยกันเหวยเซียงทำเพียงรับใช้องค์ชายรองตามหน้าที่จนกระทั่งเดินทางมาถึงพระราชวังเสียทีทำให้เหวยเซียงกินยาแก้พิษที่เก็บอยู่ในห้องบรรทมขององค์ชายรองได้ทันเวลาพอดี
เอิ่นลั่วเป็คนมอบยาแก้พิษให้กับเหวยเซียงพอเห็นสีหน้าหญิงสาวดูซีดเซียวก็เลยสอบถามด้วยความเป็ห่วง “เ้าเป็อะไรหรือเปล่า”
“เปล่านี่” เหวยเซียงกล่าว
“อย่าปิดข้าเลยข้ามองออกว่าเ้ามีเื่ไม่สบายใจ” เอิ่นลั่วเค้นถาม
“ก็ได้งั้นท่านช่วยขอองค์ชายรองให้นำป้ายหยกประจำตระกูลมาคืนข้าได้หรือไม่” เหวยเซียงทนไม่ไหวเลยยอมขอความช่วยเหลือจากเอิ่นลั่ว
“แล้วป้ายหยกเ้าไปอยู่ที่พระองค์ได้อย่างไร”เอิ่นลั่วสงสัย
“มีหญิงชราคนนึงนางไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันแล้วและนางก็อยากได้อัฐไว้เป็ค่าเดินทางกลับไปหาลูกหลาน ในตอนนั้นข้าไม่มีอะไรติดตัวเลยข้าก็เลยขอร้ององค์ชายรองซึ่งตอนแรกข้าก็แปลกใจที่องค์ชายรองทรงยอมมอบอัฐให้หญิงชราผู้นั้นอย่างง่ายดายแต่พอหญิงชราคนนั้นเดินจากไป องค์ชายรองทรงรีบทวงทรัพย์สินมีค่าจากข้าโดยตรัสว่าพระองค์ทรงให้ข้ายืมอัฐเท่านั้น ตอนนั้นข้าบอกพระองค์ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีเพียงป้ายหยกที่ท่านพ่อมอบให้ข้าไว้เป็ที่ระลึกและขอเวลาเพื่อหาอัฐมาชดใช้หนี้แต่พระองค์กลับแย่งป้ายหยกไปจากข้าโดยที่ไม่ได้ถามความสมัครใจจากข้าว่าข้ายอมให้หรือไม่” เหวยเซียงเล่า
“บางทีพระองค์อาจทรง้าของที่ระลึกจากเ้าก็เป็ได้นะ”เอิ่นลั่วกล่าวยิ้มๆ
“ข้าเป็เพียงนางกำนัลนะข้าไม่ใช่คนรักของพระองค์เสียหน่อยที่จะมาขอที่ระลึกจากข้าข้าก็นึกว่าพระองค์ทรงมีความเมตตาต่อหญิงชราผู้นั้นอยู่บ้างไม่คิดว่าจะให้ข้ายืมอัฐเพื่อช่วยเหลือหญิงชรา” เหวยเซียงนึกเจ็บใจ
“ข้าคงช่วยเ้าไม่ได้หรอกสิ่งใดที่องค์ชายรองทรง้า ยังไงพระองค์ก็ต้องทรงเอามาให้ได้หากพระองค์ทรงหมดความสนใจในสิ่งนั้นแล้ว เดี๋ยวพระองค์ก็ทรงคืนเ้าเองนั่นแหละ”เอิ่นลั่วรู้ตัวเองดีว่านางยุ่งเื่นี้ไม่ได้
“เ้าเป็ถึงคนรักขององค์ชายรองยังไงพระองค์ก็ทรงต้องฟังเ้าบ้างสิ” เหวยเซียงกล่าว
“และจากที่เ้าใกล้ชิดพระองค์พระองค์เคยฟังใครอย่างนั้นหรือ” เอิ่นลั่วถามกลับ
“นั่นมันก็จริง” เหวยเซียงไม่เคยเห็นองค์ชายรองเคยฟังใคร
“พระองค์ทรงฟังข้าในเื่งานแต่เื่ส่วนตัว ข้าเองก็ไม่มีสิทธิ์ยุ่ง หวังว่าเ้าจะเข้าใจ” เอิ่นลั่วกล่าว
“แล้วข้าจะหาอัฐไปไถ่ป้ายหยกข้าคืนเองก็แล้วกัน”เหวยเซียงคิดว่าตนย่อมเป็ที่พึ่งแห่งตนจริงๆ
“งั้นมาคอยดูต่อไปว่าองค์ชายทรงนำป้ายหยกเ้าไปทำอะไร” เอิ่นลั่วทำได้เพียงเฝ้ามองเท่านั้น
“อย่าบอกว่าจะทรงขายให้กับคนอื่นข้าไม่อยากตามไปไถ่คืน” เหวยเซียงเริ่มกังวล
“ก็ไม่แน่หรอก” เอิ่นลั่วคิดว่าองค์ชายรองน่าจะทรงเก็บไว้มากกว่า แต่นางก็ไม่พูดเพราะคิดว่ายังไงเหวยเซียงก็ไม่เชื่อ
******************************
ณภายในห้องพักของเหยียนจู
“เ้าจะนั่งรถเข็นไปไหนน่ะ”ท่านเ้าวังกล่าว
“ข้าอยากสูดอากาศภายนอกเ้าค่ะท่านพี่มีธุระอะไรกับข้าหรือเ้าคะ” เหยียนจูกล่าว
ท่านเ้าวังกลับไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินเข้าไปหาน้องสาวบุญธรรมจนเหยียนจูต้องหมุนล้อรถเข็นเพื่อถอยหนีจนกระทั่งนางอยู่ในสภาพหลังติดกำแพง
“ท่านพี่้าอะไรเ้าคะ”เหยียนจูรีบถาม
“ตัวเ้า” ท่านเ้าวังกล่าวสั้นๆ
“ท่านบ้าไปแล้วหรือเ้าคะตั้งสติสิ ข้าเป็น้องสาวท่านนะ” เหยียนจูใกับคำนั้น
“พวกเราไม่ใช่พี่น้องแท้ๆเสียหน่อย” ท่านเ้าวังกล่าวอย่างเ็า
จากนั้นท่านเ้าวังก็คุกเข่าจับไหล่หญิงสาวและกำลังจะจุมพิตนาง
เหยียนจูทนไม่ได้อีกต่อไปนางก็เลยรีบผลักฝ่ายชาย และลุกขึ้นยืนเตรียมท่าพร้อมที่จะต่อสู้เพราะนางเองก็มีวรยุทธ์
“ในที่สุดเ้าก็ยอมเผยตัวเหยียนจู” ท่านเ้าวังกล่าว
“ท่านหลอกให้ข้าเผยตัวสินะ”เหยียนจูเพิ่งรู้ตัวว่าตนเสียรู้
“เ้าเล่นละครทำไมอยากเรียกร้องความสงสารจากข้างั้นหรือ” ท่านเ้าวังโมโห
“เปล่า! ข้าไม่้าสืบทอดเป็เ้าวังบุปผาต่างหากและถ้าข้าเล่นละครเป็คนพิการต่อไปข้าก็ไม่ต้องแต่งงานกับผู้สืบทอดตำแหน่งท่านเ้าวังด้วยข้าอยากไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ข้าก็เลยหลอกใช้หลงฟุให้พาข้าออกไปจากที่นี่ที่ไหนได้เขาก็ดันเผยตัวเร็วจนเกินไป ทำให้พี่น้องวังบุปผาจับได้จนตัวข้าต้องกลับมาที่นี่อีก” เหยียนจูนึกเจ็บใจที่ตนเสียแผน
“เ้าอยากออกไปมากขนาดนั้นเลยงั้นหรือ”ท่านเ้าวังนึกเสียใจที่น้องสาวไม่เคยมองเห็นความหวังดีจากเขาเลย
“ใช่” เหยียนจูกล่าวสั้นๆ
“งั้นเ้าไปซะพี่จะไม่รั้งเ้าอีก” ท่านเ้าวังหันหลังให้
“ขอบคุณเ้าค่ะที่ท่านเข้าใจข้างั้นข้าไปล่ะ” เหยียนจูรีบจากไปทันทีโดยที่ไม่คิดอะไร
******************************
แต่ทว่าด้วยความอ่อนต่อโลกเหยียนจูไม่ค่อยได้ออกไปนอกวังบุปผา ทำให้นางถูกมารตงหวินวัยกลางคนวางยาสลายกระดูกนางจึงอยู่ในสภาพไร้วรยุทธ์
“ปล่อยข้าไปเถิดอย่าทำอะไรข้าเลยนะ” เหยียนจูกล่าวอย่างตื่นตระหนกเพราะนางไร้ทางต่อสู้
“ข้าเห็นเ้าครั้งแรกข้าก็หลงรักเ้าเลยนะเหยียนจู วันนี้เป็วันมงคลของพวกเราข้าจะแต่งเ้าเป็อนุภรรยาคนที่สามรับรองข้าจะดูแลบุตรสาวอดีตเ้าวังบุปผาเป็อย่างดี” มารตงหวินกล่าว
“ไม่นะ ข้าไม่แต่งกับเ้า”เหยียนจูแสดงทีท่ารังเกียจ
“พวกเ้ารีบแต่งชุดเ้าสาวให้นางหากนางหนีไปได้ ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมด” มารตงหวินรีบขู่
“เ้าค่ะนายท่าน” สาวใช้กล่าวอย่างหวาดกลัวเพราะนางยังไม่อยากตาย
ในตอนนี้เหยียนจูนึกถึงพี่ชายบุญธรรมนางอยากให้เขามาช่วย นางนึกเสียใจที่ตนนั้นยังอ่อนด้อยประสบการณ์จึงทำให้นางถูกมารหัวงูหลอกและต้องถูกบีบบังคับให้แต่งงานโดยที่นางไม่เต็มใจ
ตอนนี้เ้าบ่าวชุดแดงที่ใส่หน้ากากพยัคฆ์เดินเคียงคู่กับเ้าสาวเหยียนจูเพื่อกราบไหว้ฟ้าดินในพิธีมงคลสมรสการที่เหยียนจูยินยอมแต่งงานแต่โดยดีก็เพราะหญิงสาวที่แต่งตัวให้นางคุกเข่าขอร้องเพราะถ้านางไม่ยินยอม พวกเหล่าหญิงสาวก็ต้องตายเหยียนจูไม่อยากเป็ต้นเหตุให้ใครต้องมาตายเพราะนางนางก็เลยจำต้องรับชะตากรรมตกเป็เหยื่อที่ไร้เดียงสา
“มาดื่มเหล้ามงคลกัน”
“ท่านสัญญามาก่อนว่าจะปล่อยตัวบรรดาสาวใช้ที่เ้าไปจับตัวมาเป็ทาสทั้งหมด”เหยียนจูยื่นคำขาด
“เ้าช่างเห็นแก่ผู้อื่นไม่เปลี่ยนเลยนะข้าสัญญาว่าจะปล่อยพวกนางไป”
เ้าบ่าวยกถ้วยเหล้ามงคลให้เหยียนจูทั้งสองคล้องแขน เหยียนจูกำลังจะดื่มเหล้ามงคลด้วยความจำใจแต่ทว่าพอเ้าบ่าวถอดหน้ากากพยัคฆ์ออก นางก็ใ
“ท่านพี่ทำไมเป็ท่าน” เหยียนจูนึกไม่ถึงว่านางได้แต่งงานกับท่านเ้าวัง
เหยียนจูกำลังจะลุกหนีแต่เ้าบ่าวรีบดื่มเหล้าและรีบกอดนางไว้แน่น
“ปล่อยข้านะท่านพี่ท่านทำแบบนี้ทำไมเ้าคะ แล้วมารตงหวินอยู่ที่ไหน”เหยียนจูกล่าว
“เขาถูกบรรดาทาสที่จับมาวางยาพิษฆ่าตายเสียแล้วข้าติดตามมาดูเ้าและเห็นว่าเหล่าบริวารยังไม่รู้ว่าเ้านายตายแล้วข้าก็เลยถือโอกาสสวมรอยเป็มันเสียเลย” ท่านเ้าวังกล่าว
“เหตุใดไม่ช่วยข้าออกไปจากที่นี่ดีๆทำไมต้องแกล้งเข้าพิธีแต่งงานด้วยล่ะเ้าคะ”เหยียนจูไม่เข้าใจ
“ไหนๆตามประเพณีของพรรคที่ว่าหากบุตรสาวของท่านเ้าวังคนก่อนไม่ได้รับตำแหน่งเป็เ้าวังบุปผานางต้องแต่งงานกับท่านเ้าวังคนใหม่แทน” ท่านเ้าวังกล่าว
“ทำไมท่านต้องเสียสละแต่งงานกับหญิงที่ท่านไม่ได้รักด้วยล่ะเ้าคะ”เหยียนจูคิดว่าท่านเ้าวังคิดกับนางแค่น้องสาว
“ข้าแสดงท่าทีไม่ได้รักเ้าอย่างนั้นหรือที่ข้าดีต่อเ้าทุกอย่าง เ้ายังไม่เห็นความรักที่ข้ามีต่อเ้าอีกงั้นหรือ” ท่านเ้าวังลูบแก้มหญิงสาวเบาๆ
“ท่านทำลงไปเพราะเห็นข้าเป็น้องสาวไม่ใช่หรือ” เหยียนจูพยายามเบี่ยงหน้าหนี
“ข้ารักเ้ามานานแล้วเหยียนจูข้าถึงไม่ยอมปล่อยเ้าไปไหน” ท่านเ้าวังเผยความในใจ
“แต่ข้านั้น เอ่อ…เห็นท่านเป็พี่เท่านั้น” เหยียนจูกล่าวทั้งๆที่ตอนนี้นางมีอาการหน้าแดงด้วยความเขิน
“งั้นข้าขอพิสูจน์” ท่านเ้าวังมองออกว่าเหยียนจูเองก็มีใจให้กับเขา
“ไม่นะท่านพี่ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” เหยียนจูใที่ท่านพี่รุกเร้าจู่โจม
“พวกเราเข้าพิธีวิวาห์กันแล้วเ้าเป็ของข้า” ท่านเ้าวังกล่าวเสียงพร่า
เหยียนจูไม่อาจขัดขืนใดๆได้เพราะนางในตอนนี้ก็อยู่ในสภาพไร้วรยุทธ์และเพราะพี่ชายบุญธรรมของนางนั้นจูบกับนางอย่างอ่อนโยนนางจึงเผลอใจยินยอมเขาทุกอย่าง จนกระทั่งทั้งสองตกอยู่ในสภาพเป็ของกันและกันอย่างสมบูรณ์
หลังไฟสวาทจบลงเ้าบ่าวกอดเ้าสาวอย่างทะนุถนอม ฝ่ายชายจูบหน้าผากหญิงสาวเบาๆก่อนกระซิบอะไรบางอย่าง
“พี่ผิดที่คิดไม่ซื่อกับเ้า แต่พี่สัญญาว่าจะดูแลเ้าไปชั่วชีวิต”ท่านเ้าวังกอดหญิงสาวไว้แน่นราวกับว่ากลัวนางจะหายไป
“ข้าเองก็แอบรักท่านแต่เพราะข้ากลัว กลัวเหลือเกินที่จะสูญเสียท่านไปเหมือนที่ข้าสูญเสียท่านแม่”เหยียนจูยอมเผยความรู้สึก
“จริงอยู่ที่เ้าไม่ชอบชีวิตวุ่นวายในยุทธภพแต่ทุกอย่างบนโลกใบนี้ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียแม้เ้าจะมองในแง่ร้ายที่เห็นว่าชีวิตในยุทธภพมีแต่การสูญเสียแต่หากเ้ามองในอีกแง่มุมนึง เ้าจะเห็นว่าพวกเาาววังบุปผาเป็พรรคฝ่ายธรรมะซึ่งต่างมีอุดมการณ์ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องคนที่อ่อนแอกว่าและปกป้องคนที่ถูกคนชั่วรังแกพวกเราคอยกำจัดฝ่ายมารชั่วที่เข่นฆ่าและข่มเหงรังแกผู้อื่น เ้าเองก็เห็น” ท่านเ้าวังกล่าว
“ตอนนี้ข้าก็ไปไหนไม่ได้แล้วข้าได้กลายเป็ฮูหยินของท่านไปแล้วข้าจะค่อยๆปรับทัศนคติเสียใหม่เพื่อท่านพี่เ้าค่ะ” เหยียนจูพูดทั้งๆที่อายมาก
“ดีมากเหยียนจู” ท่านเ้าวังหอมแก้มหญิงสาวอย่างหมั่นเขี้ยว
“เอ่อแล้วมันจะดีหรือเ้าคะที่พวกเรามาอยู่ที่ห้องหอของมารตงหวินแบบนี้” เหยียนจูนึกขึ้นได้ว่าที่นี่ไม่ใช่วังบุปผา
“ข้าก็เลยเสียดายอยากสนุกกับเ้าต่อ แต่พวกเราต้องรีบกลับวังบุปผาแล้วอีกไม่นานลูกน้องมารตงหวินก็จะรู้ตัวว่าเ้านายของพวกเขาตายแล้ว” ท่านเ้าวังกล่าว
ทั้งสองจึงต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวโดยสวมชุดชาวบ้านเพื่อปกปิดศัตรูและนั่นก็ทำให้ทั้งสองกลับมาวังบุปผาในฐานะคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ
เช้าวันรุ่งขึ้นท่านเ้าวังรีบประกาศแนะนำนายหญิงอย่างเป็ทางการและทั้งสองก็ช่วยกันปกครองวังบุปผาเพื่อให้ชาวพรรคนั้นสามารถทำตามอุดมการณ์