สุดยอดนักผจญภัย

    หัวของพวกองค์กรมืด

    เกลกิรอสที่เห็นว่าพวกเขาไม่ได้สนใจรีมูทแล้วก็ถอนหายใจออกมา

    “ ทุกคนกลับไปได้แล้ว ” เกลกิรอสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

    โลกัชและคนอื่นๆก็ไม่ได้ขยับตัวไปไหนพวกเขามองดูรอบๆก่อนที่จะมองไปที่โรงแรมมินเลเนี่ยมด้วยแววตาครุ่นคิด

    “ หรือว่าจะมีคนในโรงแรมนั้นได้ดาบเล่มนั้นไป? ” ดาวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับมองไปที่โรงแรมมินเลเนี่ยมด้วยแววตาเย็นชาขึ้นมา

    เมื่อทุกคนได้ยินที่ดาวินพูดก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลเพราะดาบเล่มนั้นก็อยู่เหนือโรงแรมมินเลเนี่ยมอีกด้วย

    “ หรือว่าจะจับทุกคนในโรงแรมมาตรวจสอบดี? ” จูเลก้าพูดออกมา

    “ ได้! แล้วใครจะเป็นคนได้ไป? ” ฮูโก้ ชายวัยกลางคนอีกคนถามออกมา

    “ ใครเจอคนนั้นก็ได้ไป ” ดาวินตอบทันที

    “ เอาแบบนั้นก็ได้ ใครเจอคนนั้นก็ได้ไป ” จูเลก้าพยักหน้า

    เกลกิรอสที่อยู่ไม่ไกลก็ได้ยินที่พวกดาวินคุยกันก็ขมวดคิ้วก่อนที่จะมองไปยังโรงแรมมินเลเนี่ยมด้วยแววตาเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าภายในโรงแรมมินเลเนี่ยมจะต้องแข็งแกร่งและมีอำนาจถึงจะพักได้แล้วการที่พวกเขาถูกรบกวนแบบนี้มันจะทำให้เกิดปัญหาภายหลังแน่ๆ 

    “ ให้ตายเถะวุ่นวายจริงๆ ” เกลกิรอสพึมพำออกมาด้วยความหงุดหงิด จากนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปมองห้าตระกูลผู้พิทักษ์ที่อยู่ไม่ไกล

    “ ดูเหมือนว่าจะต้องยืมมือพวกเขาช่วยสักหน่อยแล้วล่ะ ถ้าหากพวกเขายอมช่วยล่ะก็นะ ” เกลกิรอสพึมพำก่อนที่จะเรียกตัวผู้พิทักษ์ทั้งหมดมาและสั่งการบางอย่างทันที

    “ เข้าใจแล้วครับ ” ผู้พิทักษ์ทั้งหมดตอบรับและบินไปหาห้าตระกูลผู้พิทักษ์ทันที

    เมื่อทุกคนเห็นการเคลื่อนไหวของสภาจอมเวทย์ก็พากันสงสัยว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ 

    พวกเขาเห็นว่าเกลกิรอสส่งผู้พิทักษ์ไปหากลุ่มคนหลายกลุ่ม ก่อนที่จะมีการเจรจากันบางอย่าง

    “ เจ้าพวกนั้นมัน!! ” ดาวินหรี่ตาลงก่อนที่จะกลายเป็นจริงจังขึ้นมา คนอื่นๆเองก็พากันแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่รู้จักห้าตระกูลผู้พิทักษ์จึงพากันแสดงสีหน้าสงสัย

    “ พวกนั้นมันใครหรอคุณดาวิน? ” ฮูโก้ถามด้วยความสงสัย

    “ นายเพิ่งจะเข้าสู่ระดับSSได้ไม่นานสินะ ไม่แปลกใจเลยที่นายจะไม่รู้จักกลุ่มคนเหล่านั้น ” โลกัชพูดขึ้น

    ฮูโก้ขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปที่กลุ่มคนห้ากลุ่มนั้นด้วยความประหลาดใจ 

    “ งั้นฉันจะบอกให้ก็ได้ ความจริงแล้วเผ่ามนุษย์ยังมีตระกูลโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ในทวีปมนุษย์อยู่ห้าตระกูล พวกเขาคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์ พวกเขาคือปราการสำคัญของเผ่ามนุษย์ที่ทำให้เผ่าปีศาจไม่กล้าที่จะบุกเข้ามายังทวีปมนุษย์ พวกเขาคือห้าตระกูลผู้พิทักษ์ พวกเขามีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าสภาจอมเวทย์เสียอีก ” โลกัชอธิบาย

    ฮูโก้และคนอื่นๆที่ไม่เคยรู้เรื่องของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็พากันตกใจและไม่คิดว่าจะยังมีกองกำลังที่เหนือกว่าสภาจอมเวทย์อีก 

    “ อ่อแล้วก็ทางที่ดีอย่าไปหาเรื่องพวกห้าตระกูลผู้พิทักษ์ดีกว่า เพราะพวกนั้นมีตัวตนระดับSSS ที่เหนือกว่าระดับSS อยู่หลายคนเลยทีเดียว มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะเข้าไปต่อกรได้ แต่ถ้าหากนายอยากรู้ว่าระดับSSSแข็งแกร่งแค่ไหน นายก็ลองดูคุณเกลกิรอสสิ แค่ออร่าของเขาที่เขาปล่อยออกมาก็ทำให้พวกเขาต้องถอยหลังแล้ว นี้แหละคือตัวตนระดับSSS 

    สิ่งสุดท้ายคือตัวตนระดับSSSนั้นสามารถฆ่าระดับSSได้สบายๆ ส่วนสาเหตุที่คุณเกลกิรอสไม่กล้าที่จะลงมือกับพวกเราก็เพราะเขานึกถึงเมืองมิลเลอร์ฟรอสและประชาชนเป็นหลัก ถ้าหากที่นี้อยู่ข้างนอกเมืองแล้วล่ะก็รับประกันได้เลยว่าคุณเกลกิรอสคงจัดการพวกเราทุกคนไปแล้ว ถ้าหากคุณเกลกิรอสสามารถขอให้ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ช่วยได้ล่ะก็พวกเราก็คงได้แต่ต้องกลับไปโดยดี ” โลกัชพูดขึ้นพร้อมกับแสดงสีหน้าเคร่งเครียด

    ฮูโก้และคนอื่นๆลอบกลืนน้ำลายและมองไปที่เกลกิรอสด้วยความหวาดกลัว

    “ อย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าห้าตระกูลผู้พิทักษ์จะตอบตกลงไหม ” ฮูโก้พึมพำออกมาพร้อมกับมองไปที่ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ด้วยความคาดหวัง คาดหวังว่าจะให้ห้าตระกูลผู้พิทักษ์จะปฏิเสธข้อเสนอของเกลกิรอส

    ผ่านไปสองนาทีผู้พิทักษ์ทั้งห้าคนก็บินมารายงานข้อตกลงของห้าตระกูลผู้พิทักษ์

    หลังจากที่เกลกิรอสได้รับรายงาน เขาก็ต้องขมวดคิ้วเพราะมีสองตระกูลที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา แต่ก็มีอีกสามตระกูลที่ปฏิเสธ

    ตระกูลที่ตอบตกลงคือตระกูลฟรอสและตระกูลวัลแคน ส่วนตระกูลเครอส อูเบกอสและซันไทม์ปฏิเสธข้อเสนอของเขา

    “ แค่สองตระกูลก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะต้านเจ้าพวกนี้ได้ ” เกลกิรอสพึมพำเบาๆอีกอย่างตัวเขาก็อยู่ในระดับSSSด้วยเหมือนกัน

    หลังจากที่ครุ่นคิดบางอย่างแล้วเขาก็ลอยมาด้านหน้า

    “ ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าหากใครที่ยังอยู่ที่นี้ฉันจะนับว่ามันเป็นศัตรูกับสภาจอมเวทย์และฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดทันที ” เกลกิรอสพูดพร้อมกับปล่อยออร่าของระดับSSSออกมา

    ตัวตนระดับSทั้งหมดพากันหน้าถอดสีและเหงื่อแตก มีบางคนถึงขั้นเลือดไหลออกมจากปากทันที 

    “ สมแล้วที่เป็นเกลกิรอส ” ดาวินพึมพำออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เคร่งเครียด 

    คนอื่นๆเองก็พากันแสดงสีหน้าเคร่งเครียด นี้เพียงแค่ออร่าอย่างเดียวเท่านั้นก็ทำให้พวกเขาต้องใช้พลังเวทย์ต้านทานเอาไว้ ไม่อย่างนั้นอาจจะได้รับบาดเจ็บได้

    “ หนึ่ง…สอง… ” เกลกิรอสพูดขึ้น

    ยังแค่นับถึงสองก็ทำให้ตัวตนระดับSเกือบทั้งหมดพากันถอยหนีออกมาด้วยความกลัว พวกเขาไม่กล้าเข้าไปในบริเวณโรงแรมมินเลเนี่ยม

    “ น่ากลัวจริงๆ ” 

    “ สมแล้วที่เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของสภาจอมเวทย์ ตัวตนระดับนี้ไม่ใช่ตัวตนที่พวกเราจะสามารถต่อกรได้จริงๆ ” 

    เหล่าตัวตนระดับSทั้งหลายพากันพูดคุยกันด้วยความกลัว 

    “ สาม ” เกลกิรอสพูดจบเขาก็กวาดสายตามองรอบๆ ก็พบว่ายังมีคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้ถอยออกจากพื้นที่ของโรงแรมมินเลเนี่ยม

    คนที่ยังยืนอยู่ไม่ไปไหนก็คือตัวตนระดับSSทั้งหมดแปดคน ระดับSอีกประมาณสิบคนและคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งห้าตระกูล

    “ ดูเหมือนว่าฉันจะไม่ได้ปรากฏออกมานานจนทำให้หลายๆคนหลงลืมความแข็งแกร่งของฉันจนหมดแล้ว ” เกลกิรอสพูดขึ้นพร้อมกับระเบิดออร่าของตัวเองออกมา

    “ แข็งแกร่งจริงๆ ” 

    ทางฝั่งของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ต้องแสดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา เพราะพวกเขาสัมผัสว่าออร่าของเกลกิรอสนั้นแข็งแกร่งกว่าของพวกเขามาก

    “ ไม่เลวๆ สมแล้วทีเป็นเกลกิรอส ไม่อย่างนั้นคงน่าจะผิดหวังจริงๆ ” คานท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

    “ นั้นสิ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเด็กคนนี้จะพัฒนามาได้ถึงระดับนี้ ” ไมน์ตี้เห็นด้วย 

    คานท์และไมน์ตี้ ทั้งสองคนอายุพอๆกัน ซึ่งอายุของทั้งสองนั้นคือเกือบสี่ร้อยปี ส่วนทางด้านเกลกิรอสที่อายุเพียงแค่สองร้อยปีนั้นจึงนับว่าเป็นเด็กน้อยสำหรับทั้งสอง เพราะฉะนั้นการที่ทั้งสองเรียกเกลกิรอสว่าเด็กน้อยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

    อีกอย่างออร่าของเกลกิรอสก็ทรงพลังที่สุดในบรรดาตัวตนระดับSSSของห้าตระกูลอีกด้วย แม้ว่าพลังของเกลกิรอสจะมากกว่าแต่ก็ไม่ได้มากกว่าจนถึงขั้นสู้ไม่ได้เพียงแค่มากกว่าเล็กน้อยเท่านั้น

    “ ดูเหมือนว่าพวกเราเองก็ต้องลงมือด้วยเหมือนกัน ” คานท์ยิ้มอย่างสบายๆ

    “ ไปกันเถอะ ” ไมน์ตี้พูดขึ้นก่อนที่จะบินไปด้านข้างของเกลกิรอส ซึ่งคานท์เองก็เหมือนกัน

    ทุกๆคนที่อยู่รอบๆพากันมองไปที่ไมน์ตี้และคานท์ด้วยแววตาสั่นไหว  เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าออร่าของทั้งสองนั้นแข็งแกร่งมากแม้ว่าจะไม่เท่ากับของเกลกิรอสแต่ก็อยู่เหนือว่าระดับSSไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องให้ใครบอกก็รู้ว่าสองคนนั้นคือตัวตนระดับSSS

    “ ระดับSSSอีกสองคนงั้นหรอ?” ดาวินพึมพำออกมาด้วยความหวาดกลัว แค่เกลกิรอสคนเดียวก็ทำให้พวกเขารู้สึกปวดหัวได้แล้ว และถ้าหากมีอีกสองคนเพิ่มเข้ามาก็ทำให้พวกเขาไม่ต้องทำอะไรแล้ว

    โลกัชและคนอื่นๆพากันแสดงสีหน้าไม่ยินยอมเพราะพวกเขาต้องการที่จะครอบครองดาบเล่มนั้นให้ได้ เพราะถ้าหากพวกเขาได้ดาบเล่มนั้นล่ะก็ ความแข็งแกร่งผู้ถือดาบก็จะเพิ่มสูงขึ้น 

    ทางฝั่งตระกูลเครอส อูเบกอสและซันไทม์มองไปที่คานท์และไมน์ตี้ด้วยแววตาปกติพวกเขาก็พอที่จะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าสองตระกูลนั้นจะต้องตอบรับข้อเสนอของเกลกิรอส

    ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังครุ่นคิดแผนการอยู่ก็มีร่างหนึ่งบนขึ้นมาบนท้องฟ้า

    คนที่บินขึ้นมาก็คือไลท์นั่นเอง 

    ไลท์กลายเป็นเป้าสายตาของทุกๆคนทันที แน่นอนว่าทุกๆคนสามารถจำได้ทันทีว่านี้คือไลท์ 

    “ ฉันขอประกาศว่าใครก็ตามที่คิดจะบุกเข้าไปในโรงแรมแห่งนี้ฉันจะฆ่ามันทิ้งทันที ” ไลท์พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ว่าไลท์จะไม่ได้พูดเสียงดังแต่ทุกๆคนที่อยู่รอบๆก็ได้ยินเสียงของไลท์ทั้งหมด

    ราวกับทุกๆอย่างหยุดนิ่ง พวกเขาไม่คิดเลยว่าไลท์จะเป็นคนแบบนี้ มาถึงก็บอกว่าจะฆ่าคนที่คิดจะบุกเข้าไปในโรงแรมทันที

    แม้กระทั้งห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็ยังมองไลท์ด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะคนของตระกูลฟรอสและวัลแคนที่เคยคุยกับไลท์ ตอนแรกไลท์นั้นดูเงียบๆและไม่ค่อยคุยกับใครแต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีอารมณ์รุนแรงแบบนี้

    “ ปากดี!! ” โลกัชเป็นคนแรกที่ตะโกนขึ้น

    “ แค่แกแข็งแกร่งนิดหน่อยก็คิดว่าสามารถโอ้อวดตัวเองได้งั้นหรอ ก็ดีฉันอยากรู้นักว่าแกแข็งแกร่งอย่างในข่าวลือไหม ” โลกัชตะโกนต่อเนื่องพร้อมกับระเบิดออร่าของตัวเองออกมา

    ออร่าของโลกัชนั้นทรงพลังมาก ซึ่งอาจจะทรงพลังกว่าระดับSSทั่วๆไปมาก

    “ ปากดี? เปล่าเลยฉันไม่ได้ปากดีแม้แต่น้อย ” ไลท์ส่ายหน้าๆเบาก่อนที่ทุกๆคนจะเห็นว่าไลท์ได้หายตัวไปแล้ว

    “ เร็วมาก!! ” แม้กระทั้งตัวตนระดับSSSก็ยังมองตามความเร็วของไลท์แทบไม่ทัน 

    ในเมื่อระดับSSSยังมองตามความเร็วของไลท์ไม่ทันเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปดูทางระดับSSเลย เพราะไม่มีใครมองทันความเร็วของไลท์แน่ๆ

    โลกัชที่กำลังจะตะโกนอะไรบางอย่าง จู่ๆเขาก็สัมผัสได้ว่าที่คอของเขามีดาบเล่มหนึ่งจิ้มเข้ามาที่คอของเขา แม้ว่าจะไม่ลึกมากแต่ก็สามารถสร้างบาดแผลให้กับคอของเขาได้ 

    เหงื่อของโลกัชผลุดออกมาตามร่างกายด้วยความตกใจและหวาดกลัว

    สายตาของโลกัชเห็นว่าไลท์ยืนอยู่ด้านหน้าของเขาพร้อมกับชี้ดาบมาทางเข้า นอกจากนี้เขายังเห็นรอยยิ้มของไลท์อีกด้วย 

    รอยยิ้มของไลท์สามารถบ่งบอกได้ว่าแกน่ะไม่มีค่าอะไรเลยด้วยซ้ำ

    ทุกๆคนที่อยู่รอบๆตัวของโลกัชก็พากันตกใจและไม่กล้าที่จะขยับตัว เพราะไม่รู้ว่าถ้าหากเขาขยับตัวนั้นจะทำให้ไลท์คิดว่าพวกเขาคิดจะโจมตีไลท์แล้วทำให้ไลท์โจมตีพวกเขากลับทันที 

    “ แกยังคิดว่าฉันปากดีอยู่อีกไหม? ” ไลท์ถามด้วยรอยยิ้ม

    โลกัชไม่ได้ตอบออกมาแต่ทว่าเขาทำเพียงแค่ส่ายหน้าเท่านั้น 

    “ ก็ดี ” ไลท์ยิ้มก่อนที่จะหายตัวกลับไปอีกที 

    ความแข็งแกร่งที่ไลท์แสดงให้ดูทำให้ทุกๆคนพากันกลั่นหายใจ เพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าไลท์จะแข็งแกร่งในระดับนี้ ไม่สิอาจจะเหนือกว่าระดับSSไปแล้วก็ได้ 

    “ นี้ก็ระดับSSS อีกคนสินะ ” 

    ทุกคนพากันคาดเดาถึงความเป็นไปได้ข้อนี้

    ทางด้านห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง โดยเฉพาะตัวตนระดับSSSของทั้งห้าตระกูลแล้ว พวกเขารับรู้ได้ว่าไลท์นั้นมาถึงระดับSSSแล้ว

    “ เจ้าเด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะจริงๆ ” คานท์พูดพร้อมกับมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาเปร่ประกาย

    “ นั้นสิ เด็กคนนี้มาถึงระดับนี้ได้โดยที่ไม่มีใครให้การสนับสนุน แสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะของเผ่ามนุษย์จริงๆ แม้กระทั้งเจ้าเด็กจากตระกูลอูเบกอสก็ยังเทียบกับไลท์ไม่ได้เลยแหะ ” ไมน์ตี้พูดขึ้น

    เด็กจากตระกูลอูเบกอสที่ไมน์ตี้พูดขึ้นก็คือ ยูเวส อูเบกอส เขาคืออัจฉริยะรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ อายุเพียงแค่ยี่สิบปีก็อยู่ในระดับSSแล้ว และปัจจุบันตอนนี้อายุยี่สิบแปดปี ความแข็งแกร่งก็เกือบจะทะลวงระดับSSSแล้ว แต่ก็ยังเทียบกับไลท์ที่อยู่ในระดับSSSไม่ได้ ทั้งที่อายุของไลท์เพียงแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้น 

    จากนั้นทุกๆคนก็เห็นว่าไลท์มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของเกลกิรอส

    “ เจอกันอีกแล้วนะครับคุณเกล ไม่สิต้องบอกว่าคุณเกลกิรอส ” ไลท์ยิ้มและทักทายเกลกิรอส

    ใช่แล้วเกลกิรอสก็คือคุณลุงที่มานั่งกินเบียร์กับไลท์ที่กลางน้ำพุเมืองแคสเมล 

    เกลกิรอสมองไปที่ไลท์ด้วยรอยยิ้มและพยักหน้ารับเบาๆ

    “ นี้ครับของฝาก ” ไลท์พูดก่อนที่จะนำหัวขององค์กรเดธการ์เดี้ยนและองค์กรวิญญาณโลกันต์ออกมาให้กับเกลกิรอส

    เกลกิรอสมองไปที่หัวของพวกคารอส ไทป์วาโร่ แฟตบารี่ คาบาริอุช ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะจำได้ว่า ไลท์ได้ทำการสังหารคนขององค์กรมืดไปหลายคนในระหว่างที่กำลังจะมาถึงเมืองแคสเมล แต่เขาไม่คิดเลยว่าไลท์จะสังหารพวกมันไปมากขนาดนี้ ด้วยความเสียหายขนาดนี้องค์กรทั้งสองจะต้องอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

    ไม่ใช่แค่เกลกิรอสที่ตกใจแต่เป็นทุกๆคนที่อยู่โดยรอบ 

    เพราะพวกเขาจำได้ดีว่าสิบหัวนั้นคือตัวตนระดับSSขององค์กรมืด ส่วนอีกยี่สิบหัวก็คือตัวตนระดับSขององค์กรมืด แต่ตอนนี้หัวของพวกมันมาอยู่ที่นี้แสดงให้เห็นว่าพวกมันได้ตายไปหมดแล้ว 

    “ เจ้าหมอนั้นฆ่าคนเดียวเลยงั้นหรอ? ” 

    “ นี้มันน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ” 

    “ ขนาดไทป์วาโร่ยังตายเลยไม่ใช่หรอ เจ้าหมอนั้นแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆขององค์กรเดธการ์เดี้ยนด้วย ” 

    เสียงพูดคุยของฝูงชนดังขึ้นพร้อมกับมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว 

    หลังจากที่ทุกๆคนเห็นหัวของพวกองค์กรมืดแล้วก็ไม่มีใครกล้าที่จะบุกเข้าไปในโรงแรมแม้แต่ก้าวเดียว 

     

    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน