Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    35 สนามรบปฐมภูมิ

    “ ท่านครับ 125 คนที่เราจับตาดูเริ่มเคลื่อนไหวกันแล้วครับ ในบรรดาคนเหล่านี้มีอยู่ 15 คนที่แสดงความก้าวหน้าเกินขอบเขตที่เราตั้งเอาไว้จนคาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่ได้รับจิตวิญญาณของอาชญากรหมายเลข 9 ครับ ”


    รายละเอียดของนักศึกษาทั้ง 25 คนปรากฎกลางหน้าจอ ความก้าวหน้าของพวกเขาเกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวกับที่อาชญากรหมายเลข 9 ปรากฎตัวออกมา ถึงแม้นักศึกษาทั้ง 25 จะไม่ใช่ผู้ที่ได้รับจิตวิญญาณของอาชญากรไปก็ตาม ทางกองทัพจำเป็นต้องจับตามองดูพวกเขา


    “ ในบรรดาคนเหล่านี้ล้วนแล้วเลื่อนระดับจาก 2 ไป 3 ดาวสินะ”


    “ ใช่แล้วครับ หลังจากที่อาชญากรหมายเลข 9 ตายคนของเราก็รายงานมาว่านักศึกษาเหล่านี้เลื่อนระดับพลัง ”


    “ อืม แต่ฉันกลับคิดว่าพวกเขาเลื่อนระดับได้ปกติธรรมดามาก เห็นคนนี้ไหม ”  


    นักศึกษาผิวคล้ำรูปร่างสูงใหญ่ถูกขยายภาพขึ้นจอ จากการสอบถามและค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลื่อนระดับเป็น 2 ดาว ทำให้พวกเขาพบว่าชายคนนี้ใช้เวลาอยู่กับระดับ 2 ดาวมาเป็นปี หลังจากอาชญากรหมายเลข 3 ปรากฎตัวชายคนนี้กลับเลื่อนระดับ หากว่ากันไปตามตรงการเลื่อนระดับของนักศึกษาคนนี้ธรรมดามากเพราะเขาใช้เวลา 1 ปี ตามค่าเฉลี่ยในการเก็บสะสมค่าประสบการณ์


    นักศึกษาแต่ละคนล้วนแล้วอยู่กับระดับ 2 ดาวไม่ต่ำกว่า 8 เดือน นายพลแซทเทิร์นจึงไม่รู้สึกแปลกใจมากนัก เขากลับไม่คิดปล่อยผ่านอย่างไรการจับตามองก็ต้องดำเนินต่อไป แต่แล้วเขากลับย่นคิ้วเมื่อเห็นข้อมูลนักศึกษาคนหนึ่งที่มีระดับต่างจากคนอื่นๆ เขาพึ่งเป็นระดับ 2 แต่กลับกลายเป็น 1 ใน 25 คนที่ถูกจับตามอง


    “ ทำไมนักศึกษาคนนี้ถึงกลายเป็น 1 ใน 25 ”


    “ คนของเรารายงานมาว่าเขาเลื่อนระดับเร็วเกินไปครับ ก่อนหน้านั้นคนของเราได้ไปสอบถามอีกฝ่ายเกี่ยวกับการเจออาชญากรหมายเลข 9 และเราก็พบว่าเขาปลุกคอร์ไดฟ์ได้ มันเป็นช่วงใกล้เคียงกับอาชญากรโผล่ออกมา แต่ความคิดของเราที่คิดว่าเขาปลุกคอร์ไดฟ์จากการรับจิตของอาชญากรกลับถูกทำลายไป เมื่อเราตามไปสอบถามกลุ่มคนที่ช่วยเขาจากซากโบราณสถาน หน่วยช่วยเหลือที่เราสอบถามบอกว่าเด็กคนนี้มีคอร์ไดฟ์อยู่แล้ว ”


    “ แล้วทำไมเขาถึงเป็นที่จับตามอง ”


    “ เขาเลื่อนระดับเร็วเกินไปครับ จากข้อมูลที่เราได้มาจากสถาบัน เมื่อ 1 เดือนก่อนเด็กคนนี้ไม่มีคอร์ไดฟ์ เขาปลุกคอร์ไดฟ์ได้จากเหตุการณ์เสี่ยงตายกับกลุ่มวอยแฮร์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่สถาบันโนวาไพร์มปล่อยนักศึกษาออกหาประสบการณ์ เขาจึงใช้ช่วงเวลา 1 เดือนนี้เพิ่มระดับพลังจาก 1 ดาวมาที่ 2 ดาวครับ ”


    “ แค่  1 เดือนอย่างนั้นเหรอ อาชีพของเขาคืออะไร ”


    “ ผู้ทำพันธะกับพฤกษา ”


    “ หืม ถ้าฉันจำไม่ผิดอาชีพนี้ไม่ควรจะเป็นอาชีพที่แข็งแกร่งช่วงต้นสิ ”


    “ เราก็คิดเช่นนั้นครับ ดังนั้นเราจึงตามหาความจริงว่าเขาเลื่อนระดับได้อย่างไรจนพบเข้ากับสิ่งนี้ ”


    วีดีโอต่อสู้ระหว่างแอ็กเซลและทอมเปิดให้นายพลแซทเทิร์นมอง เวิร์ธรูทระดับ 3 ที่แอ็กเซลเรียกออกมาใช้งานต่างจากมอนสเตอร์ทั่วไป พวกมันสามารถใช้ธาตุไฟและสายฟ้าได้ นอกจากนั้นแล้วตัวของผู้ใช้ยังมีสกิลที่ไม่รู้ปรากฎขึ้นมาอีก  ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นนี้สามารถตอบคำถามได้ว่าแอ็กเซลเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็วเพราะอะไร การมีเวิร์ธรูทระดับ 3 ดาวแล้วยังใช้ธาตุสายฟ้าและไฟ เป็นเรื่องง่ายที่เขาจะฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 2 หรือ 3 ดาวจนเลื่อนระดับภายใน 1 เดือน


    อย่างไรก็ตามในหัวของนายพลแซทเทิร์นและทหารที่รับหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้กลับมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมา แอ็กเซลใช้วิธีใดในการทำพันธะสัญญากับมอนสเตอร์ระดับ 3 ต่อให้พวกมันจะถูกเขาจับในช่วงที่เป็นระดับ 2 ดาวไปแล้วก็ตาม พลังของแชมเปี้ยน 2 ดาวไม่น่าจะสร้างความเสียหายจนสามารถจับมอนสเตอร์ระดับสูงกว่าตนเองได้


    “ ตอนนี้เขาอยู่ไหน ”


    “ เมื่อเช้าเราได้ข่าวมาว่าเขาเดินทางไปยังสนามรบปฐมภูมิแล้วครับ จะให้เราส่งคนไปจับตามองดูเขาหรือไม่ครับ ”


    “ ฉันยังไม่อยากเปิดเผยว่าเรากำลังจับตามองดูใครอยู่เพราะมันมีผลกระทบวงกว้างถ้าหากคนที่มีจิตของอาชญากรหมายเลข 9 รู้ว่าเรากำลังจับตามองดูพวกเขา การจับตาจะยากขึ้นไปอีก พวกมันจะต้องหลบซ่อนตัวให้มิดชิดกว่าเดิม พลังที่ควรจะแสดงออกมาอาจจะเก็บซ่อนเอาไว้จนทำให้เราไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของคนที่เราตามหา  ”


    “ แล้วเราจะเอายังไงกับเขาอย่างนั้นเหรอครับ ”


    “ ปล่อยเอาไว้ก่อนสักระยะ ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าเขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับอาชญากรหมายเลข 9 แต่เมื่อใดที่เขาแสดงทักษะหรือสกิลของอาชญากรออกมา เมื่อนั้นให้เข้าไปจับตามองอย่างใกล้ชิด ช่วงนี้ควรจะปล่อยให้แต่ละคนแสดงพลังของพวกเขาได้เต็มที่ ”


    “ ทราบแล้วครับ ”


    ---------------------------------------------------------------


    ตึง!


    เท้าทั้งสองกระแทกลงไปบนพื้นโลหะ แอ็กเซลที่ใช้ระบบเคลื่อนย้ายทางไกลจากสถาบันเดินทางมายังสนามรบปฐมภูมิรีบกวาดตามองออกไปรอบด้าน ป้องกันเหตุการณ์ที่เครื่องเคลื่อนย้ายทำงานผิดพลาดจนส่งเขาออกไปนอกฐานประจำการที่สร้างขึ้นมาจากทรัพยากรของดาวโนวา


    หลังจากพบว่าตนเองอยู่ใจกลางฐานขนาดใหญ่แอ็กเซลจึงลดความระวังระวังลง จากนั้นก็เริ่มกวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาทางออกจากฐานแห่งนี้


    สถานที่ที่เขาเดินมาถึงคือหนึ่งในฐานประจำการบนสนามรบปฐมภูมิ แต่ละดวงดาวที่ส่งนักศึกษาและทหารเดินทางเข้าสู่ที่นี่จะสร้างฐานขึ้น 1 แห่งเพื่อรองรับผู้คนจากดวงดาวของตนเอง โดยฐานทั้งหมด 7 แห่งจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันออกไป เพื่อให้สามารถรับมือกับเผ่าเดม่อนและการมาถึงของวอร์เรนไคน์ได้อย่างทั่วถึง


    แอ็กเซลที่มองเห็นทางเดินออกไปนอกฐานเขากลับมุ่งหน้าไปอีกเส้นทาง ตำแหน่งที่เขาเดินทางไปคือตึกหลังใหญ่ มันคือตึกที่นักศึกษาและเจ้าหน้าที่รายงานสิ่งต่างๆที่ผิดปกติ  นอกจากนั้นแล้วยังเป็นสถานที่รวมตัวกันของเหล่านักศึกษา


    ทันทีที่แอ็กเซลมาถึงด้านหน้าตึก สายตาของเขาจึงกวาดเข้าไปด้านในพบเก้าอี้มากมายตั้งเรียงกันเป็นระเบียบตั้งอยู่โซนกลางห้อง ทางฝั่งซ้ายมีร้านอาหารมากมาย ทางฝั่งขวามีโซฟาสำหรับพักผ่อนหรือนั่งรวมกัน  แอ็กเซลจึงเดินทางไปยังส่วนลึกที่มีเจ้าหน้าที่กำลังรอให้บริการ  เมื่อกดบัตรคิวแล้วนั่งรอ เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้แอ็กเซลเข้าพบ


    “ น้องชายมาติดต่ออะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”


    “ พี่สาวครับ ผมลงทะเบียน 7 มังกรและฟีนิกส์เอาไว้ ทางสหพันธ์บอกให้ผมมารับเครื่องบันทึกแต้มที่นี่ครับ ”


    “ ขอหมายเลขการลงทะเบียนด้วยค่ะ ”


    แอ็กเซลยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่ายสแกนโค้ดหมายเลขที่เขาได้รับจากการลงทะเบียน  ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็ได้นำกำไลสีดำออกมาวางไว้บนเคาเตอร์เตรียมอธิบายวิธีการใช้งาน


    “ พี่สาวครับ ผมพึ่งเคยมาที่นี่ ยังไม่มีอุปกรณ์เก็บแต้มกาแล็กซี่ ”


    “ อ๋อ พอดีเลย กำไลนี้คือเทคโนโลยีใหม่ของทางเรา นักศึกษาสามารถนำรุ่นเก่ามาเปลี่ยนใหม่ได้ฟรี น้องชายไม่ต้องสวมกำไล 2 วงแล้ว แค่สวมวงเดียวก็สามารถเก็บแต้มกาแล็กซี่ได้พร้อมกับแต้มที่ใช้ในการคัดเลือก 7 มังกรและฟีนิกส์ พี่สาวจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆนะ ”


    แอ็กเซลพยักหน้ารับฟังการอธิบาย กำไลสีดำตรงหน้าจะเปลี่ยนพลังงานเสี้ยวหนึ่งจากศพมอนสเตอร์มาเก็บเอาไว้ในกำไล เขาสามารถโอนแต้มเข้าสู่โทรศัพท์มือถือได้หรือโอนให้นักศึกษาคนอื่นได้เช่นเดียวกัน


    อย่างไรก็ตามแต้มที่ได้จากการฆ่ามอนสเตอร์จะมีด้วยกัน 2 แต้ม  หนึ่งคือแต้มกาแล็กซี่ แต้มนี้สามารถแลกเปลี่ยนได้ สองแต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ แต้มนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ มันจะบันทึกลงไปในกำไลตลอดไปจนกว่าจะหมดช่วงเวลาในการคัดเลือก การโอนแต้มให้กันเพื่อให้ผ่านการคัดเลือกจึงไม่มีทางเกิดขึ้น


    “ พี่สาวครับ แล้วถ้าเราฆ่าเผ่าเดม่อนและวอร์เรนไคน์ได้ กำไลนี่จะบันทึกเป็นแต้มหรือเปล่าครับ ”


    “ ไม่ค่ะ มีเพียงมอนสเตอร์ที่ปลดปล่อยพลังงานคอสมิกออกมาจากร่างหลังจากตาย วอร์เรนไคน์และเผ่าเดม่อนเหมือนมนุษย์ พวกมันจะไม่ปลดปล่อยพลังงานคอสมิกออกมาค่ะ ทางเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเราฆ่าพวกมันคือ เปิดใช้งานฟังก์ชันถ่ายรูปของกำไลแล้วเล็งไปยังวอร์เรนไคน์หรือเผ่าเดม่อนที่เราฆ่า เพียงเท่านี้ระบบจะเปลี่ยนพวกมันเป็นแต้มให้ค่ะ ”


    “  ถ้าคนอื่นเจอศพวอร์เรนไคน์และเผ่าเดม่อนที่ถูกถ่ายรูปไปแล้วสามารถรับแต้มได้จากการถ่ายรูปพวกมันได้ไหมครับ ” 


    “ ไม่ค่ะ ระบบของกำไลจะถูกเชื่อมเข้ากับฐานทั้ง 7 ศพที่ถูกถ่ายรูปไปก่อนหน้านั้นจะไม่สามารถลงทะเบียนเป็นแต้มได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ทางฐานมีวิธีในการแยกแยะค่ะ ”


    แอ็กเซลรับกำไลมาสวมเอาไว้ในมือแล้วขอบคุณเจ้าหน้าที่ จากนั้นจึงเดินมายังหน้าทางเข้าออกฐาน ด้านนอกเป็นอย่างที่เมสันเล่าให้ฟัง บนท้องฟ้าไร้เมฆ ทำให้มองเห็นดวงดาวมากมายในระยะใกล้มาก ที่แห่งนี้ไม่มีกลางคืน มีเพียงแค่ช่วงกลางวัน ถึงอย่างนั้นการที่มันไม่มีชั้นบรรยากาศหลายชั้นเหมือนโลก จึงทำให้ที่นี่ราวกับตอนกลางคืนแต่กลับมีไฟดวงใหญ่สาดส่องลงมา ต่อให้จะเป็นช่วงกลางวันกลับมีบางตำแหน่งมืดสนิท แอ็กเซลจึงมองดูนาฬิกาเผื่อจะมีการคลาดเคลื่อนจนทำให้เขาติดอยู่กับการล่าเพราะเวลาไม่ตรง


    หลังจากตรวจสอบร่างกายทั้งหมดเขาจึงค่อยๆก้าวเท้าออกไปฐาน บนร่างกายในตอนนี้สวมใส่ชุดเกราะสีเงินระดับ 2 ดาว มันคือสิ่งที่ได้จากทอมหลังจากเขาเอาชนะมัน ต่อให้จะไม่ใช่โซลฟอร์ดก็ตาม พลังป้องกันของมันนับได้ว่าดีเยี่ยม 


    ขณะที่เท้าค่อยๆก้าวออกไปช้าๆแอ็กเซลก็ได้เปิดแผนที่นำทางป้องกันการหลงทาง หลังจากนั้นเขาจึงเปิดฝาขวดยาระดับ 2 ดาวออกมาดื่มจนหมดขวด โดยยาที่ดื่มเข้าไปคือยาที่ใช้ในการเร่งการฝึกทักษะเคลื่อนไหว  หลังจากที่แอ็กเซลเปิดใช้งานสกิลวิ่งตามด้วยสกิลธันเดอร์รัช ความเร็วของเขาก็เพิ่มสูงยิ่งขึ้น เพียงก้าวเท้าออกไป 3 ครั้งร่างของเขาก็วิ่งออกไปไกลได้ถึง 10 เมตร ต่อให้การใช้สกิลธันเดอร์รัชจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับเขาก็ตามที แอ็กเซลกลับคิดว่ามันเป็นข้อดีเพราะสกิลของเขาจะเลื่อนระดับในระหว่างเดินทาง


    สกิลดูดซับพลังงานคอสมิกเปิดทำงานเพื่อดึงพลังคอสมิกรอบๆเข้าไปเสริมพละกำลังให้เขาสามารถวิ่งได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น แอ็กเซลที่พบว่าไม่มีอะไรลืมเปิดใช้งาน เขาจึงตั้งเป้าไปที่การวิ่งตามแผนที่นำทาง จากการคาดการณ์เขาต้องใช้เวลา 1 วันเต็มเพื่อเดินทางไปให้ถึงพื้นที่ระดับ 3 ดาว  ต่อให้เขาจะใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าคนอื่นที่นำยานพาหนะเข้ามาใช้งาน  การวิ่งกลับดีต่อเขาเพราะจะทำให้สกิลธันเดอร์รัชกลายเป็นจุดสูงสุดได้เร็วจากการเปิดใช้ในช่วงเวลาต่อสู้


    ภายใต้การวิ่งเต็มกำลังแอ็กเซลก็เริ่มเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู พบว่าสกิลค่าประสบการณ์ของสกิลธันเดอร์รัชเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าอีก 15 ชั่วโมงเขาสามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเลเวล 2 ได้ ซึ่งเป็นขีดจำกัดสูงสุด จากเดิมต้องใช้เวลาในการใช้งานราว 40 - 50 ชั่วโมง.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน