คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 64 :เยว่เยว่ได้เจอคุณแม่แล้ว

    ตอนที่64  :เยว่เยว่ได้เจอคุณแม่แล้ว

     

            หลังจากเลิกงานกลับบ้าน เวลาก็ปาเข้าไป 6 โมงกว่าแล้ว

     

            ปล่อยให้เด็กน้อยเล่นเองส่วนหลิวจือเซียก็แทรกตัวเข้าไปในห้องครัว เริ่มเตรียมอาหารมื้อค่ำ

     

            จนกระทั่งเวลา 1 ทุ่มครึ่ง อาหารก็ถูกเตรียมจนเกือบเสร็จแล้ว ประกอบไปด้วยอาหาร 5 อย่าง ซุป 1 ถ้วยแล้วก็ธัญพืชไม่ขัดสีอีกบางส่วน หลิวจือเซียกำลังจะเรียกเยว่เยว่มากินข้าวตอนนี้เอง เสียง “ติ๊งต่อง ! ” ก็ดังขึ้น

     

            ‘เวลาอาหาร ใครมากันเนี่ย ? ’

     

            หลิวจือเซียอึ้งงันไปชั่วขณะ จู่ ๆก็นึกถึงบทสนทนาที่พูดกับหลางเวิ่นซินเมื่อตอนกลางวัน “คงไม่ใช่พี่ซิงหรอกนะ ?มาเร็วขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญมั้ง กำลังจะ...”

     

            ระหว่างที่คิดแบบนี้ หลิวจือเซียได้เดินมาถึงหน้าประตูแล้วเปิดประตูห้องทันที

     

            เมื่อประตูที่ทั้งหนักและหนาถูกเปิดออกสิ่งที่ทำให้หลิวจือเซียตื่นตระหนกคือ ด้านนอกไม่ใช่หลางเวิ่นซิงที่เขาคิดไว้แต่เป็นผู้หญิงในชุดออกกำลังกายสีดำขาว สวมหมวกแก๊ปรูปร่างเพรียวบางยืนอยู่หนึ่งคน !

     

            หลังจากที่พิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหลิวจือเซียก็ได้ทำการวิเคราะห์เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่สวยและยังมีรูปร่างที่สมบูรณ์อีกด้วย !

     

            ในมุมมองของหลิวจือเซียมีการกำหนดมาตรฐานของสาวงามไว้อย่างชัดเจน ‘หนึ่งมองขา สองมองก้น สามมองเอวสี่มองหน้าอก ห้ามองหน้า’

     

            รูปขาเรียวยาว สอดคล้องกับร่างสูงโปร่ง ก้นกลมงอนสังเกตความงอนและความเด้งผ่านกางเกงกีฬาได้ไม่ยาก เอวคอดบางส่วนนี้ต้องขอชื่นชมเลยว่าไม่เหมือนก็ใกล้เคียง ส่วนหน้าอกค่อนข้างอวบอิ่มมันนูนออกมาภายใต้ชุดกีฬา แม้แต่ซิปโลหะบนหน้าอกก็แทบจะรั้งไม่อยู่ !

     

            ส่วนใบหน้านะหรือถึงแม้ว่าผู้หญิงที่ใส่หมวกแก๊ปสีขาวคนนี้จะมีผมที่ยาวสลวยซึ่งใบหน้าส่วนใหญ่ถูกปกปิดไว้ แต่หลิวจือเซียก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามมาก ๆจากเธอ สวยงามจนน่าตกตะลึง !

     

            สาวงามที่แต่งกายด้วยชุดกีฬาสังเกตเห็นสายตาที่กำลังมองพิจารณาของหลิวจือเซียจึงถอดแว่นตาดำออก ดวงตากลมโต และสุกสกาวคู่หนึ่ง มองหลิวจือเซียด้วยสายตาเย็นชา“มองพอแล้วรึยัง ? ”

     

            น้ำเสียงที่เย็นชาคล้ายกับนกคีรีบูนก็มิปานได้ดึงสติของหลิวจือเซียกลับมาอย่างฉับพลัน

     

            เพราะเขาคุ้นเคยกับเสียงนี้มากกระทั่งพูดได้ว่าเขาได้ยินมันทุกวัน

     

            “หลี่เมิ้งอี ? ” หลิวจือเซียตื่นตระหนกตกใจ มิน่าล่ะเมื่อครู่ที่เห็นเธอถึงได้รู้สึกคุ้นเคยนัก

     

            คิด ๆ ดูก็ใช่ ดูจากการแต่งตัวของหลี่เมิ้งอีแล้วก็เล่นห่อตัวเองอย่างแน่นหนาตั้งหัวจรดปลายเท้าเลยไม่ใช่หรือ ?ดารา...กลัวว่าจะถูกจับได้สินะ !

     

            เมื่อเห็นหลิวจือเซียไม่พูดอะไรทันใดนั้นหลี่เมิ้งอีก็สัมผัสได้ถึงความสบายใจที่ทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ“หลิวจือเซียไอ้คนน่ารังเกียจ นายไม่ส่งวีแชทมาบอกฉันนายแอบเซ็นสัญญาเข้าไปอยู่ในบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์โดยที่ไม่บอกฉัน ! ”

     

            ถ้าหลิวจือเซียรู้ว่าหลี่เมิ้งอีกำลังคิดอะไรเกรงว่าคงต้องร้องไห้คร่ำครวญแน่นอน ที่ไม่ส่งวีแชทหาเธอนั่นก็เพราะหลิวจือเซียไม่รู้จะพูดยังไงเซ็นสัญญากับบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ ก็ไม่ได้แอบเซ็นสัญญาสักหน่อยทุกคนเป็นพยานได้ !

     

            “แล้ววันนี้เธอมาได้ยังไง ? ” เมื่อเห็นหลี่เมิ้งอีหลิวจือเซียก็เกิดความลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เธอไม่ได้ส่งวีแชทมาบอกฉันว่าจะมาถึงพรุ่งนี้หรอกหรือ...”

     

            “ฉันจะมาวันนี้ ทำไม ไม่ได้รึไง ? ”ท่าทางของหลิวจือเซียทำให้หลี่เมิ้งอีโกรธโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อีกอย่าง ฉันพูดกับนายว่าพรุ่งนี้จะไปรับเยว่เยว่ นายก็เชื่องั้นสิ ? ”

     

            ‘เอ้า .... ผู้หญิงคนนี้ กินยาผิดมารึเปล่าเนี่ย ? ’

     

            หลิวจือเซียไม่ใช่คนอารมณ์ดี ขึ้นชื่อเรื่องการชอบใช้ไม้อ่อน

     

            เมื่อถูกหลี่เมิ้งอีพูดแบบนี้ สีหน้าของหลิวจือเซียก็เปลี่ยนเป็นไร้ความรู้สึก“ได้สิ เยว่เยว่เป็นลูกสาวของเธอ เธอจะพูดอะไรก็ได้ ! แต่...”

     

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิวจือเซียก็ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ตอนนี้ฉันเป็นผู้ปกครองของเยว่เยว่แล้ว ฉันไม่ให้เธอเจอเยว่เยว่หรอก ! ”

     

            ‘ไร้เหตุผลสิ้นดี แม่อยากเจอลูกของตัวเอง นายกล้าขวางงั้นหรือ ?’ หลี่เมิ้งอีนึกในใจ

     

            “งั้นนายก็ลองดูสิ ! ”หลี่เมิ้งอีคาดไม่ถึงว่าหลิวจือเซียจะเปลี่ยนสีหน้ากะทันหันแต่เธอก็ใช่ว่าจะยอมให้ยั่วโมโหได้โดยง่าย “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะเจอกับลูกสาวของตัวเองไม่ได้”

     

            “คุณพ่อ ใครมาหรือคะ ? ”

     

            แต่ในตอนที่หลิวจือเซียกำลังจะพ่นคำหยาบคายออกไปศีรษะของเยว่เยว่ก็โผล่ออกมาจากด้านของหลิวจือเซีย

     

            “คุณแม่ เยว่เยว่ได้เจอคุณแม่แล้ว ! ”

     

            ตอนที่เด็กน้อยเห็นหลี่เมิ้งอีเธอกระโดดเข้ามาด้วยความดีใจทันที แทรกตัวออกมาจากด้านหลังของหลิวจือเซียแล้วโผเข้าหาหลี่เมิ้งอีอย่างไม่รีรอ

     

            หลี่เมิ้งอีย่อตัวลง พร้อมกับกางมือออกทั้งสองข้างจากนั้นก็โอบกอดเยว่เยว่ไว้ในอ้อมแขนใช้ใบหน้าที่อ่อนโยนนั้นคลอเคลียอยู่บนแก้มของเยว่เยว่

     

            “เยว่เยว่ คิดถึงแม่ไหม ? ” หลี่เมิ้งอีกอดเยว่เยว่แล้วเอ่ยถามเสียงเบา

     

            “อื้อ ! ” เยว่เยว่พยักหน้าหงึกหงัก “เยว่เยว่คิดถึงคุณแม่คิดถึงคุณแม่ที่สุด ที่สุด ที่สุดในโลกเลย ! ”

     

            หลี่เมิ้งอีที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูเยว่เยว่ก็ได้แทรกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเธอตอนนี้สองแม่ลูกกอดกันและรำพันด้วยความคิดถึง

     

            เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลิวจือเซียก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างค่อยๆ ทะลักออกมาจากหัวใจ

     

            “เฮ้ ! ”

     

            สองแม่ลูกรำพึงรำพันกันอีกสองสามประโยคทันใดนั้นหลี่เมิ้งอีก็อุ้มเยว่เยว่แล้วลุกขึ้นยืนและถลึงตาใส่หลิวจือเซียที่ยืนขวางอยู่หน้าประตูเหมือนผู้พิทักษ์อย่างไรอย่างนั้นก่อนจะพูดว่า “นายอยากให้เราสองแม่ลูกยืนกันอยู่หน้าประตูบ้านใช่ไหม ? ”

     

            “หา ? ” หลิวจือเซียได้สติกลับมา จากนั้นก็รีบเอียงข้างปล่อยให้หลี่เมิ้งอีเข้ามาในห้อง

     

            เมื่อเข้ามาในห้องแล้ว หลี่เมิ้งอียังคงอุ้มเยว่เยว่เหมือนได้ไปเยี่ยมบ้านใหม่ของญาติ ทันทีที่เดินผ่านระเบียงเข้ามา ก็ทำการเดินสำรวจในห้องนอนหลักทันที

     

            หลังจากเดินสำรวจแล้วหนึ่งรอบ หลี่เมิ้งอีก็รู้สึกเหมือนฝันไป

     

            ก่อนหน้านั้น ตอนที่พาเยว่เยว่มาส่งให้หลิวจือเซียดูแลหลี่เมิ้งอียังกลัวอยู่เลยว่าหลิวจือเซียจะดูแลเยว่เยว่ได้ไม่ดีพอจึงเตรียมเงินไว้สำหรับค่าอาหารเพื่อทำให้เยว่เยว่อิ่มท้อง

     

            ผลสุดท้าย หลิวจือเซียกลับดื้อรั้น ที่น่าทึ่งกว่าคือเขาไม่ยอมรับเงินของเธอแม้แต่นิดเดียว

     

            นี่มันนานแค่ไหนแล้ว ? น่าจะสักเดือนกว่า ผู้เป็นพ่อคนนี้จากบัณฑิตมหาวิทยาลัยที่ไม่มีอะไรเลยเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นหนึ่งในนักร้องที่ฮอตที่สุดในตอนนี้

     

            ไม่เพียงแต่จะย้ายจากห้องเช่าเล็ก ๆ มาอยู่ใน ‘คอนโด’สุดหรูขนาดใหญ่แล้วเท่านั้น ทั้งยังกลายเป็นศิลปินที่เซ็นสัญญากับบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์อีกด้วยและผู้จัดการของเขา คือผู้อำนวยการของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เป็นหนึ่งในผู้จัดการที่เก่งที่สุดในแวดวงบันเทิง !

     

            การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ทำให้หลี่เมิ้งอีรู้สึกไม่ชินเหมือนกับตัวเองกำลังฝันอยู่

     

            “หลิวจือเซีย นายไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ” เมื่อได้สติกลับมา หลี่เมิ้งอีก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย

     

            เมื่อเปรียบเทียบกับหลิวจือเซียหลี่เมิ้งอีรู้ทันทีว่าห้องนี้จะต้องแพงมากแน่นอน

     

            ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ที่ตั้งของคอนโดนี้อยู่บนวงแหวนที่สอง ระยะทางจากที่นี่ไปถึงโรงเรียนอนุบาลใช้เวลาแค่ 5 นาทีจากนี่ไปถึงโรงเรียนประถมใช้เวลา 10 นาที และจากนี่ไปถึงโรงเรียนมัธยมก็ใช้เวลาแค่15 นาที... ดูเหมือนว่าที่แบบนี้ แค่ 1 ตารางเมตรก็กินเงินไปกว่า 50,000 หยวนทั้งยังเป็นคอนโดที่ไม่มีขายในท้องตลาดด้วย

     

            ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการตกแต่งและคุณสมบัติของห้องที่หลิวจือเซียอยู่ตอนนี้ต่อให้ไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม ก็ไม่มีทางได้ครอบครองห้องนี้แน่นอน

     

            ดูท่า หลางเวิ่นซิงจะขายให้หลิวจือเซียในราคา 28,000 หยวนต่อ 1ตารางเมตร นี่มันราคาผักกาดขาวชัด ๆ หลิวจือเซียคงเป็นหนี้บุญคุณท่วมหัวเลยสิท่า

     

            “คุณแม่ ซื้อห้องนี้ต้องใช้เงินมากขนาดนั้นเลยหรือคะ ? ”เยว่เยว่ผงกหัวขึ้นจากอ้อมแขนของหลี่เมิ้งอี แล้วถามขึ้น

     

            หลี่เมิ้งอีลูบศีรษะขนาดเล็กน้องเยว่เยว่ แล้วพูดว่า “ใช่น่ะสิถ้าจะซื้อห้องนี้ ต้องใช้เงินมาก ๆ เลยแหละ”

     

            “เอ่อ” เยว่เยว่ก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร

     

            ไม่นาน เยว่เยว่ก็กระโดดออกจากอ้อมกอดของหลี่เมิ้งอี แล้ววิ่ง“ตึก ตึก ตึก” มายังห้องนอนของตัวเอง แต่ตอนที่ออกมาอีกครั้งนั้นในมือของเธอได้หอบเอาเหรียญในกระปุกออมสินหมูสีชมพูตัวหนึ่งออกมาด้วย

     

            “คุณพ่อ พ่อต้องใช้เงินเยอะไม่ใช่หรือ ? ”เยว่เยว่มองหมูน้อยในมืออย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วพูดว่า“เหรียญของเยว่เยว่อยู่ในกระปุกออมสินหมูนี้ หนูให้คุณพ่อหมดนี้เลย ! ”

     

            ขณะที่พูดเยว่เยว่ก็ถือกระปุกเก็บเงินมายื่นให้ตรงหน้าของหลิวจือเซีย

     

            หลิวจือเซียนิ่งเงียบไปก่อน จากนั้นใบหน้าก็ดูอ่อนโยนลงเขาย่อตัวลง แล้วยัดกระปุกหมู่น้อยกลับไปในอ้อมแขนของเยว่เยว่ แล้วพูดว่า“เยว่เยว่ พ่อมีเงินเยอะ ไม่ต้องใช้หมูน้อยของลูกหรอก”

     

            “จริงหรือ ? ” เยว่เยว่กระพริบตา “คุณพ่อไม่โกหกหนูนะ ? ”

     

            “จริง ๆ” หลิวจือเซียพยักหน้าอย่างจริงจัง“ไม่เชื่อลูกก็ถามแม่ดูสิ?”

     

            “คุณแม่ ที่คุณพ่อพูดเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”เยว่เยว่เอียงคอมองหลี่เมิ้งอี

     

            ทันทีที่หลี่เมิ้งอีเห็นท่าทางน่ารักของเยว่เยว่ในใจก็พลันอ่อนยวบ จนต้องพูดคล้อยตาม “อื้อ พ่อพูดจริง ไม่ได้โกหก”

     

            “เยี่ยมไปเลย เยว่เยว่ไม่ต้องกังวลว่าหมูน้อยจะหายไปแล้วจะได้ซื้ออมยิ้มกินด้วย ! ” เยว่เยว่ตะโกนด้วยความดีใจจากนั้นก็อุ้มกระปุกออมสินหมูน้อยกลับห้อง

     

            “เด็กคนนี้นี่ ! ” เมื่อเห็นแผ่นหลังที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจของเด็กสาวหลิวจือเซียก็ได้แต่ส่ายหน้า

     

            “นี่ หลิวจือเซีย นายยังไม่บอกฉันเลยนะ ! ”หลี่เมิ้งอีเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “จากที่ฉันรู้มาเพลงสองสามเพลงนั้นของนายก็เพราะใช่เล่น แต่ก็ไม่น่าจะสร้างกำไรได้มากขนาดนั้น ? ”

     

            หลิวจือเซียไม่พูดอะไร แค่เดินผ่านเสาขนาดเล็กตรงระเบียงเข้ามาแล้วหยิบแท็บเล็ตติดมือมาด้วย คลิกเปิดเพนกวินมิวสิคจากนั้นก็ยื่นแท็บเล็ตให้หลี่เมิ้งอี

     

            หลี่เมิ้งอีรับมาดูอย่างงุนงง กระทั่งเห็นเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’‘บนเส้นทางธรรมดา’ ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ ครอบครองอันดับเพลงยอดนิยม เพลงใหม่และติดท๊อปหนึ่งในสาม เธอจึงได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตื่นตกใจ

     

            ‘ได้เจอเธอพอดี’ ยอดดาวน์โหลด 14,396,221 ครั้ง

     

            ‘บนเส้นทางธรรมดา’ ยอดดาวน์โหลด 12,654,387 ครั้ง

     

            ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ยอดดาวน์โหลด 9,872,031 ครั้ง

     

            “ทั้งสามเพลงนี้สองในสามเพลงต่างก็เป็นเพลงที่ฉันเองแต่งเนื้อร้องและทำนองเองนอกจากส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งจากเพนกวินมิวสิคแล้วยอดขายที่เหลือก็ยังเข้าสู่กระเป๋าฉันทั้งหมดส่วนเพลงสุดท้ายเป็นเพลงที่ฉันแต่งให้กับพี่ใหญ่ที่อยู่หอพักเดียวกันฉันได้ส่วนแบ่งจากยอดขายครึ่งหนึ่งของเพลงนี้”

     

            เมื่อเห็นหลี่เมิ้งอีอ้าปากตาค้าง สีหน้าดูตื่นตระหนกตกใจหลิวจือเซียก็พลันรู้ว่าเธอดูน่าดึงดูดมาก เขายิ้มเล็กน้อยเหมือนกับกำลังมีคิดชั่วร้าย “ต่อมาเพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ก็เป็นเพลงที่ฉันแต่งเนื้อร้องและทำนองเอง อีกทั้งยังร้องเอง”

     

            หลี่เมิ้งอีมองอย่างเชื่องช้าแวบหนึ่ง

     

            ‘คุณพ่อ จะไปไหน’ ยอดดาวน์โหลด 7,021,693 ครั้ง

     

            “ตอนนี้ เธอคงรู้แล้วใช่ไหมว่าเงินของฉันมาจากไหน ? ”ยากนักที่หลิวจือเซียจะแสดงท่าทีลำพองใจออกมา ราวกับตั้งใจเยาะเย้ยหลี่เมิ้งอีและทำเหมือนกับกำลังพูดว่า ‘เห็นไหม เธอหาเงินได้ ? ฉันก็ทำได้อีกทั้งยังหาเงินได้มากกว่าเธอด้วยซ้ำ ! ’

     

            เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวจือเซียหลี่เมิ้งอีก็พลันหงุดหงิดในทันใด !

     

            แต่เธอไม่รู้จะตอบโต้ได้อย่างไร

     

            สองสามวันนี้ เพราะหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ และเซียเยว่ดังเป็นพลุแตกในโลกอินเตอร์เน็ตความยอดนิยมของหลิวจือเซียจึงลดลงดังนั้นแม้ว่าหลี่เมิ้งอีจะรู้ว่าหลิวจือเซียเป็นผู้แต่งบทเพลงที่ไพเราะเหล่านั้นแต่เธอก็เคยฟังเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี ’ และ ‘บนเส้นทางธรรมดา’ เหล่านี้มาแล้ว

     

            เธอเองก็คิดไม่ถึง ว่าหลิวจือเซียจะแต่งทั้งสี่เพลงนี้อีกทั้งยังให้เพนกวินมิวสิคเป็นผู้จัดการเพลงเหล่านี้จนได้ส่วนแบ่งจากยอดขายเป็นที่น่าตกใจ !

     

            แค่รายได้จากยอดขายเพลงของเพนกวินมิวสิคอย่างว่าแต่ห้องห้องนี้เลยถึงแม้จะไปซื้อในวิลล่าแถวชานเมืองก็ยังมีเงินเหลือกินเหลือใช้อีกเหลือเฟือ !

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน