“นายปฐวี เป็นผู้ชายน่ากลัวอย่างที่คุณคาดไม่ถึง ผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ห้ามอะไรคุณ แต่ผมขอร้องอย่าเข้าใกล้มันเด็ดขาด” ดารินพยักหน้ารับ เธอไม่รู้ว่าเขาพูดถึงนายปฐวีทำไม รู้แต่ว่าเขากำลังถูกหักหลังจากเบลล่าเพียงเท่านั้น คำพูดของนายปฐวีในวันนั้นยิ่งทำให้เขมกรรู้สึกเป็นห่วงดารินมากขึ้นเป็นเท่าทวี ชายหนุ่มบังคับเกียร์ออกแล้วมุ่งตรงไปยังร้านอาหาร
“คุณเขมคะ”
“ครับ”
“สมมติว่า คนที่คุณไว้ใจหักหลังคุณ คุณจะเสียใจแค่ไหนคะ” เขมกรหันมองหน้าหญิงสาว แล้วหันกลับไปยังถนนเส้นตรง เขาไม่ตอบคำถามนั้น และนั่นยิ่งทำให้ดารินเจ็บปวดแทนกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญ ดวงตาวาววับหันมองไปยังนอกหน้าต่าง กำลังกลั้นน้ำตาเอาไว้ ทำไมเธอต้องรู้สึกเป็นห่วงเขามากมายขนาดนี้ด้วยนะ
ไม่นานนักเสียงมือถือของเขมกรดังขึ้น และเขากดรับ ปลายสายไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกจากเบลล่านั่นเอง ดารินนั่งฟังทั้งสองสนทนากันอย่างเงียบๆ มือน้อยกำบดเบียดกันแน่นด้วยความไม่สบายใจ
“มาพบกับเบลที่ห้องเสื้อได้ไหมคะ เบลมีเรื่องอยากคุยด้วย” เขมกรเหลือบมองหญิงสาวด้านข้างหนึ่งครั้ง ก่อนจะตอบรับไป
“เบลโทรมา คุณจะไปกลับผมด้วยไหม” เขมกรถามความคิดเห็น
“ไปสิคะ” ดารินตอบรับทันทีไม่มีอาการลังเล เธอไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงตอบรับเจ้านายไปแบบนั้น รู้แต่เพียงว่าจะไม่ยอมให้ใครหักหลังเขาเป็นอันขาด เขมกรพาดารินเดินตรงเข้ามายังห้องเสื้อที่ว่า นับได้ว่าใหญ่โตหรูหราพอตัวทีเดียว ดารินมองไปรอบๆ อย่างสนใจ คนระดับนี้ไม่น่ามีความคิดชั่วร้ายได้ขนาดนั้น ก่อนที่จะเห็นร่างของเบลล่าเดินยิ้มหวานออกมา เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอปรายตามองดารินเพียงแวบเดียวก็กลับไปทำตัวตามปกติ เชื้อเชิญให้ทั้งสองเข้าไปนั่งด้านใน
“มีอะไรกับผมหรือเบล ผมสังเกตจากน้ำเสียงเหมือนคุณมีเรื่องไม่สบายใจ” ดารินนั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา
“เบลคิดถึงน่ะค่ะ” ดารินสังเกตสีหน้าของหญิงกลับกลอกอย่างรู้ทัน
“แต่เบลคิดว่าคุณจะมาคนเดียว ไม่คิดว่าจะเอาพนักงานติดมาด้วย” เอาเข้าจริงเบลล่าก็รู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ที่ดารินมาอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขมกรไปรับจากข้างถนนที่หล่อนพึ่งทิ้งไว้หมาดๆ คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ดวงตาหวานวาดมองเขมกรอย่างมีความหมาย
“จะให้เบลพูดตรงนี้ หรือเราจะคุยกันสองคนดีคะ” เขมกรมองหันมองหน้าดาริน
“พูดตรงนี้เลยแล้วกัน” เบลล่าหน้าชา ท่าทีของเขมกรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
“เรื่องที่คุณเคยขอเบลเป็นแฟน ตอนนี้เบลทบทวนดีแล้ว ถ้าเบลตอบตกลงคุณจะว่ายังไงคะ ยังรู้สึกกับเบลเหมือนเดิมไหมคะ” เสียงหวานพร้อมคำพูดจริงจัง ทำให้ดารินกระตุกชายเสื้อเจ้านายหนึ่งครั้ง เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีลังเล
“ให้คุณเขมกรไปทบทวนก่อนจะดีกว่าค่ะ” เขมกรหันขวับ มองตรงมายังดาริน ที่นั่งเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างกล้าหาญ
“ดิฉันพูดกับคุณเขม คุณดารินกรุณามีมารยาทด้วยนะคะ ก็แค่คนติดตามมา” เบลล่าโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่ต้องเก็บอาการอย่างถึงที่สุด ที่โดนพนักงานธรรมดาหักหน้า
“มารยาทไว้ใช้กับคนที่เหมาะที่ควรค่ะ สำหรับผู้ที่กำลังจะหักหลังคนอื่น ไม่มีสิทธิ์พูดคำนี้นะคะ” มือบางกำแน่นเบียดกัน มองตรงมายังดารินด้วยความเจ็บใจอย่างถึงที่สุด ในขณะที่ดารินเองก็จ้องกลับ ไม่มีอะไรที่เธอต้องกลัว เท่ากับเจ้านายกำลังตกเป็นเหยื่อของหญิงสาวเลอโฉมผู้นี้
“คุณเขมคะ เบลไม่สะดวกรับแขกแล้วค่ะ พาลูกจ้างคุณกลับไปเถอะค่ะ” เขมกรลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือมารับดาริน ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ หญิงสาวสังเกตเห็นสีหน้าของเขมกรเคร่งขรึม ไม่พูดจาตั้งแต่ออกจากห้องเสื้อของเบลล่ามา หรือเพราะเขากำลังโกรธจนไม่อยากคุยด้วย สีหน้าซีดของดารินสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณทำแบบนั้นทำไม” เขมกรพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ คล้ายกึ่งดุ
“เอ่อ...” ดารินพึ่งจะกลัวการถูกลงโทษในเสี้ยววินาทีนี้เอง
“พูดความจริง อย่าโกหก”
“ถ้าฉันพูดความจริง คุณคงโกรธฉันมากกว่านี้”
“ริน คุณรู้ไหมว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม ผมจำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวคุณ นายปฐวีจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ที่แปลงนั้น เขาเข้ามาบอกกับผมว่าเขาต้องการตัวคุณไปทำงานด้วย ผมไม่รู้หรอกนะว่าวันนี้ ที่คุณไปสถานที่ตรงนั้นเพราะอะไร แต่เอาเข้าจริงผมก็อดห่วงไม่ได้...นายปฐวีไม่ใช่คนดี”
“เจ้านายอย่าห่วงเรื่องคุณปฐวีเลยค่ะ ห่วงผู้หญิงของตัวเองจะดีกว่า”
“หมายความว่าไง” คราวนี้สีหน้าของประธานบริษัทเคร่งขรึมกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า เสียงมือถือของเขมกรดังขึ้นขัดจังหวะ เขาหัวเสียเล็กน้อยก่อนกดรับ