บทที่ 6 พระปรีชาของฮองเฮาหม่า
“น้องหญิง! น้องหญิง! ข้ามาแล้ว!”
ไกลออกไป เสียงะโอันดังก้องขององค์ฮ่องเต้จูหยวนจางดังแว่วมาแต่ไกล ท่าทางอันเร่งรีบนั้นหาได้คล้ายองค์จักรพรรดิไม่ กลับดูราวกับสามัญชนคนหนึ่ง
เบื้องหน้าผู้อื่น พระองค์คือฮ่องเต้หงอู่ จูหยวนจาง
ทว่า!
เบื้องหน้าฮองเฮาหม่า*[1] พระองค์ก็ยังคงเป็จูหยวนจางคนเดิม มิอาจเปลี่ยนผัน
แม้พระราชวังหลวงจะกว้างใหญ่เพียงใด ก็มีเพียงฮองเฮาหม่าเท่านั้นที่กล้าเอ่ยเรียกพระองค์ว่า ‘จูหยวนจาง’
หากผู้อื่นอาจเอื้อม คงได้ลิ้มรสความสนุกเก้าสกุลสูญพันธุ์เป็แน่
“โอ๊ย!”
ฮองเฮาหม่าทอดพระเนตรเห็นจูหยวนจางเร่งร้อนรุดหน้ามา จึงรีบสาวเท้าเข้าประคอง ก่อนจะแอบปรายตามองด้วยความเอือมระอา แล้วตรัสว่า “ท่านพี่ บัดนี้ท่านเป็ถึงฮ่องเต้แล้วนะ ทำเช่นนี้มิเห็นงาม เหตุใดจึงไม่รักษาพระเกียรติยศของฮ่องเต้เอาเสียเลย”
จูหยวนจางหัวเราะร่า “ข้าไม่สนหรอก ต่อหน้าเ้า ข้ายังเป็จูหยวนจางคนเดิม”
“เอาเถอะ” ฮองเฮาหม่ากล่าวอย่างจนใจ “หิวหรือไม่ ให้ข้าไปลวกบะหมี่ให้สักชามดีหรือไม่”
“เอาสิ เอาสิ”
“ของผู้อื่นข้าไม่ทานก็ได้ แต่บะหมี่ที่เ้าทำให้ ข้าต้องทาน อย่าลืมนำกระเทียมมาให้ข้าสักสองสามกลีบด้วย” ฮ่องเต้จูกล่าวอย่างรวดเร็ว
ตามหลักแล้ว เมื่อเป็ถึงฮ่องเต้เช่นนี้ สิ่งใดเล่าที่หาเสวยไม่ได้ ทั้งทั้งอาหารป่าอาหารทะเลล้วนหาได้ไม่ยาก
แต่ในดวงใจของจูหยวนจาง สิ่งที่อร่อยที่สุดไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือบะหมี่ที่ฮองเฮาเป็ผู้ปรุง รวมถึงขนมแป้งต่าง ๆ ที่สตรีผู้เป็ที่รักทำ
ไม่นานนัก ฮองเฮาก็ปรุงบะหมี่เสร็จ และยกมาให้
“หอมยิ่งนัก!”
ฮ่องเต้จูสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางกล่าวว่า “บะหมี่ที่เ้าปรุงช่างอร่อยยิ่งนัก เหนือกว่าอาหารเลิศรสใด ๆ ในใต้หล้านี้ ฮ่า ๆ ๆ อร่อยจริง ๆ” ว่าแล้วก็สูดเส้นเข้าปากเสียงดัง
“ท่านค่อย ๆ กินเถิด ไม่มีผู้ใดแย่ท่านหรอก แล้วแบบนี้ หากพวกเหล่าขุนนางเห็นท่านกินเช่นนี้เข้า คงได้นินทาท่านอีกเป็แน่” ฮองเฮาหม่ากล่าวเตือน
“หึ! หึ! ข้าจะกินข้าว พวกมันยังจะมายุ่งอีกหรือไร พวกมันไม่ใช่เทวดานี่” ฮ่องเต้จูตรัสอย่างไม่ใส่พระทัย
“ซู้ด! ซู้ด!” ไม่นานนัก ฮ่องเต้จูก็ทรงซดบะหมี่จนหมดชาม จากนั้นก็ลูบท้องด้วยความอิ่มเอม “อา… ความสุขบนโลกนี้ คงไม่มีสิ่งใดเทียบเทียม”
“เอาล่ะ!” ทันใดนั้น ฮองเฮาหม่าฮองเฮาก็กล่าวขึ้นว่า “ท่านกินบะหมี่หมดแล้ว มีเื่อันใดก็กล่าวมาเถิด!”
ฮ่องเต้จูหยวนจางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าจักมีเื่อันใดกันเล่า! เพียงแต่รู้สึกหิวเล็กน้อย อย่าได้คิดมากไปเลย”
ฮองเฮาหม่าจ้องมองด้วยสายตาดุ ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “จูจ้งปา*[2] พวกเราสองคนร่วมเตียงนอนมาหลายปีเช่นนี้ ท่านมีเื่ใดเก็บซ่อนอยู่ในใจ ข้าเพียงแค่เหลือบตามองก็รู้ได้แล้ว… บอกข้ามาเถิด! เกิดเื่อันใดขึ้น ข้าจะช่วยท่านคิดหาวิธีแก้ไขเอง”
“เอ่อ…”
“เอาล่ะ!”
ฮ่องเต้จูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “น้องหญิง เ้าก็รู้ดีอยู่แล้ว เหตุใดจึงปิดบังข้า ข้าประสบกับเื่ยุ่งยากเสียแล้ว ก่อนอื่นข้าขอถามเ้าสักคำ”
“หากวันใดวันหนึ่งเ้าห้าคิดก่อฏ เ้าจะช่วยข้าหรือช่วยเ้าห้า”
“อะไรนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮองเฮาหม่าก็นิ่งอึ้ง สีหน้าแฝงไปด้วยความครุ่นคิดและตกตะลึง กล่าวถามว่า “ท่านพี่ ข้าว่าท่านคงสับสนไปบ้างแล้วกระมัง เ้าห้ายังเด็กอยู่เช่นนั้น จะคิดก่อฏได้อย่างไร? หรือท่านได้ยินพวกคนใต้นินทาว่าร้าย จึงเริ่มระแวงเ้าห้า ข้ากล้ายืนยันได้เลยว่าเด็กคนนั้นไม่มีความทะเยอทะยานเช่นนั้นหรอก อย่าให้ผู้ใดมาหลอกลวงท่านได้”
“น้องหญิงอย่าเพิ่งกล่าวเช่นนั้น หากเ้าห้าคิดก่อฏจริง เ้าจะอยู่ข้างผู้ใด” จูหยวนจางตรัสถาม
“ถ้าหากมีวันนั้นจริง ๆ ข้าจะต้องไปตีก้นเ้าห้าแน่ ๆ” ฮองเฮากล่าวตอบ
“ฮ่า ๆ ๆ เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
ได้ยินคำพูดของสตรีผู้เป็ที่รักเช่นนั้น ฮ่องเต้จูจึงค่อยเบาใจลง แล้วจึงกล่าวว่า “น้องหญิง เื่มันเป็เช่นนี้ วันนี้ข้าผ่านไปที่ห้องหนังสือใหญ่ พอดีไปเจอสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเข้า ลายมือที่เห็น พวกข้าดูออกทันทีว่าเป็ของเ้าห้านั่นเอง”
จากนั้น ฮ่องเต้จูจึงนำเื่ราวส่วนหนึ่งที่อยู่ในสมุดบันทึกของจูซู่ เล่าให้ท่านฮองเฮาฟัง เมื่อฟังจบ นางถึงกับนิ่งอึ้งไป
เหมือนกับปฏิกิริยาของฮ่องเต้จูก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
“นี่?”
ฮองเฮาหม่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ท่านพี่จ้งปา ท่านแน่ใจหรือว่าไม่ได้กำลังเล่านิทานให้ข้าฟัง”
“โอ๊ย!”ฮ่องเต้จูกล่าวอย่างจนใจ “น้องหญิง ในเวลานี้ ข้ายังจะมาเล่านิทานให้เ้าฟังอีกหรือ? ข้าแน่ใจอย่างยิ่ง รอยลายมือในสมุดบันทึกเล่มนั้น ข้าตรวจสอบเป็พิเศษแล้ว ่เวลานั้น มีเพียเ้าห้า บุตรชายของพวกเราที่ผ่านมาทางนั้น”
“แล้วยังมีเื่นี้อีก เพื่อพิสูจน์เื่ราวในสมุดบันทึกของเ้าห้า ข้าจึงส่งหน่วยองค์รักษ์เสื้อแพรไปสืบที่ตำหนักของเ้าห้า เ้าห้าผู้นั้น ได้สร้างห้องลับขึ้นในตำหนักของตนเอง หลายปีมานี้ ทุกค่ำคืน เ้าห้าจะเข้าไปฝึกฝนวิทยายุทธในห้องลับ อย่างน้อย ๆ ก็สามชั่วยามจึงจะออกมา”
“อีกอย่างหนึ่ง ก็คือรูปสิงโตหินและแผ่นหินหลายแผ่นในสวนหลังตำหนักของเ้าห้า แผ่นหินหนาขนาดนี้ แม้แต่มือดีในกองทัพ ก็ใช่ว่าจะทุบให้แตกได้ภายในคราเดียว แม้จะใช้เครื่องมือช่วยก็ตามที แต่เ้าห้ากลับสามารถทิ้งรอยหมัดและรอยเท้าไว้ได้ลึกขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีกำลังหมื่นชั่งจึงจะทำได้”
“น่ะ… นี่… ไม่ได้! ข้าต้องตั้งสติก่อน”
ฮองเฮาหม่าตกตะลึงอยู่นานสองนาน กว่าจะรู้สึกตัว นางจึงกล่าวว่า “ท่านพี่จ้งปา เ้าห้าเป็บุตรชายของเรา เื่นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น สองชาติภพก่อน เขาก็เป็ลูกของเรา ชาติภพนี้ ข้าไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใดเขาจึงระลึกชาติได้ ในชาติภพก่อน โอสถ์ได้ชี้ทางให้เ้าห้าก้าวสู่ยอดยุทธ์ผู้เลื่องชื่อ บุรุษผู้นั้นมีพลังเทียบเทียมเทพศาสตราหลี่ยวนป้า*[3] หรืออาจเหนือกว่า ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยครองบัลลังก์ั ด้วยพลังฝีมือเยี่ยงนั้น หากเขาคิดจะก่อฏ ท่านก็ไม่อาจต้านทานได้”
“อืม!” องค์ฮ่องเต้ผงกศีรษะรับ ก่อนเอ่ยว่า “ฮองเฮาช่างเฉลียวฉลาดนัก คิดได้ทะลุปรุโปร่ง เพียงชั่วอึดใจก็เข้าใจความนัย หากสิ่งที่เ้าห้าบันทึกไว้เป็ความจริง ข้าคงยากจะต้านทานเขาได้”
“แล้วเ้าห้า… มีใจคิดก่อฏหรือไม่” ฮองเฮากล่าวถาม
“เื่นั้นรึ!” ฮ่องเต้จูส่ายหน้าพลางกล่าวตอบว่า “ดูจากความหมายในสมุดบันทึกแล้ว เ้าห้ามิได้ปรารถนาจะเป็ฮ่องเต้ ปรารถนาเพียงจะเป็องค์ชายที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็มิต้องคิดมากแล้วมิใช่รึ!”
ฮองเฮาหม่าเอ่ยขึ้นทันที “เ้าห้ามีฝีมือถึงเพียงนั้น หากคิดก่อฏ คงทำไปนานแล้ว เหตุที่มิได้ก่อฏ แสดงว่ามิได้คิดเช่นนั้นมิใช่รึ เขาก็พูดเช่นนั้นมิใช่รึ! หากเขาก่อฏ สุดท้ายก็ต้องยกบัลลังก์ัให้เปียวเอ๋อร์อยู่ดี ท่านยังต้องกังวลสิ่งใดอีก อีกอย่าง ไม่ว่าบัลลังก์ัจะตกไปอยู่ในมือผู้ใด ล้วนแล้วแต่เป็ของสกุลจูของพวกเรา เพียงแค่ปกครองใต้หล้านี้ได้อย่างสงบสุข ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ!”
“จ้งปา หากเ้ายังคงกังวลใจ พรุ่งนี้ข้าจะเรียกเ้าห้ามา ค่อย ๆ ถามไถ่ดู ท่าทีของบุตรชายผู้นี้ แท้จริงแล้วคิดอ่านสิ่งใดอยู่”
“ตกลง!”
จูหยวนจางตบมือดังปัง ก่อนเอ่ยว่า “น้องหญิง เื่นี้ก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว”
[1] จักรพรรดินีหม่า หรือ ฮองเฮาหม่า เป็ยอดสตรีของแผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ไว้อย่างมากมายในฐานะแม่ของแผ่นดิน ทำให้ยุคต้นราชวงศ์ิ ที่กำลังก่อร่างสร้างเมืองใหม่ มีความสงบสุข ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ พระองค์ทรงมีพระอุปนิสัยที่ดีงาม เฉลียวฉลาด มีสติปัญญาเลิศ ไม่ทรงโปรดความฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ทรงใช้สอยเครื่องอุปโภคบริโภคอย่างประหยัด ทรงใช้จ่ายพระราชทรัพย์อย่างประหยัด ทรงโปรดการสอนวิชาความรู้ให้ราษฎร อีกทั้งก่อนและหลังจักรพรรดิหงอู่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติขึ้นเป็จักรพรรดิ พระองค์ได้ให้ความช่วยเหลือแบ่งเบาพระราชภารกิจที่มากมายของจักรพรรดิหงอู่
[2] จ้งปา 重八 (Zhòng Bā) เป็ชื่อเรียกเล่นของ ฮ่องเต้จูหยวนจาง (朱元璋) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ิ ฮ่องเต้จูหยวนจางมีชื่อเดิมว่า จูจ้งปา 朱重八 (Zhū Zhòngbā) เขาเกิดในครอบครัวชาวนา และได้ชื่อนี้เพราะเป็ลูกชายคนที่แปด (จ้ง 重 หมายถึงหนัก ปา 八 หมายถึงแปด)
[3] หลี่หยวนป้า 李元霸 (Lǐ Yuánbà) เป็ตัวละครในวรรณกรรมจีน เป็หนึ่งในยอดฝีมือในตำนานจากนิยายเื่ ‘สามก๊ก (三国演义)’ หลี่หยวนป้ามีชื่อเสียงในเื่พลังมหาศาล มีความแข็งแกร่งมากจนสามารถยกค้อนใหญ่ได้สองเล่มด้วยมือเดียว