ภาพแรกที่ค่อยๆ แจ่มชัดในสายตาเนตราคือ แสงไฟสว่างจ้าจากหลอดฟูลออเรสเซนต์ในห้องขาวเธอกระพริบตาถี่ๆ ศีรษะหนักอึ้ง คอแห้งเหมือนคนหลงในทะเลทรายมานาน
เมื่อสายตาชินกับแสงจึงเห็นสภาพห้อง เธอนอนบนเตียง มีขวดน้ำเกลือแขวนเหนือศีรษะสายเล็กเรียวของมันมาหยุดอยู่ที่กลางแขนขวา ทีแรกคิดว่าตนเองอยู่ลำพังแต่เหลือบเห็นประตูกระจกกั้นระเบียง ใครบางคนยืนอยู่ด้านนอก
“มีใครอยู่บ้างคะ สวัสดีค่ะ”
อยากลุก แต่จนด้วยเนื้อตัวระบมไปหมด ได้แต่ส่งเสียงทัก ประตูเคลื่อนเปิดเผยให้เห็นสมาชิกร่วมห้อง ชวินทร์! เนตราอ้าปากเหวอ
“จะเอาอะไรเหรอ เดี๋ยวเรียกพยาบาลให้”
เขาเดินมากดปุ่มเหนือหัวเตียง
“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วฉันล่ะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
คำถามยิงรัวเร็วเกือบเท่าจังหวะการหายใจถี่กระทั้น
“คุณล้ม หัวฟาดกระถางต้นไม้ ผมพามาโรงพยาบาล”
สรรพนามก็เปลี่ยนไปจากที่เคยเรียก “เธอ” กลายเป็ “คุณ” ท่าทีเ็าเปลี่ยนเป็ห่วงใย
“หลับไปสองวันเต็มๆ”
“แล้วนายไปเจอฉันหัวฟาดกระถางต้นไม้ได้ยังไงไหนบอกว่าเราอย่าเจอกันสองต่อสองอีก”
ชวินทร์ขมวดคิ้ว
“อย่างนี้แฟนนายจะคิดยังไง”
เขามองพินิจเธอแปลกๆ
“แล้วเพื่อนๆ ล่ะ มีใครรู้ว่าฉันป่วยหรือยัง ไปเรียกมาหน่อยจะได้ไม่กลายเป็ว่าเราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง”
“คุณป่วยนะ ไม่มีใครมาคิดมากหรอก”
“เพราะคิดน้อยนี่แหละถึงได้เกิดเื่ไง ขอร้องล่ะเรียกใครสักคนมาเถอะ อย่างน้อยก็มาเป็พยานว่าเราไม่ได้อยู่กันตามลำพัง”
อาการหนักอึ้งในศีรษะเปลี่ยนเป็ปวดตุบๆ
“นายจะได้ไม่มีปัญหากับแฟน”
“คุณห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองอีกแล้ว”
“ฉันห่วงตัวเองมากกว่า ไม่อยากโดนแฟนนายที่ชื่ออะไรนะ ...เออ ใช่ชื่อแจงหักอก”
ชวินทร์หรี่ตา
“แฟนผมชื่ออะไรนะ”
“ก็แจงไง”
ใจเจ็บแปลบเขาจะให้ย้ำชื่อเ้าของหัวใจตัวเองทำไมหลายรอบ
“ดาว วันนี้เดือนปีอะไร”
“หือ”
“ตอบมาเถอะน่า”
“ยี่สิบสี่เมษาสองห้าห้าเจ็ด”
พยาบาลชุดขาวสาวเท้าเข้ามาในห้องเนตราหน้าเหรอหรา ขณะชวินทร์บอก
“ผม้าพบหมอ ด่วนที่สุดครับ!”
แล้วเขาก็หายลับสายตาไปท่ามกลางสีขาวของห้องและชุดพยาบาลหมอเข้ามาตรวจและถามประวัติเธอ สลับกับถามเื่ทั่วๆ ไปชีวิตส่วนตัวในมหาวิทยาลัย งานที่อยากทำ ก่อนจะกลับออกไปปล่อยเธอไว้กับความเงียบในห้อง
“มีใครเห็นโทรศัพท์มือถือฉันไหมคะ”
เนตราเรียกพยาบาลอีกครั้ง
“ไม่ทราบสิคะ ปรกติของส่วนตัวผู้ป่วยจะได้รับคืนวันที่ออกจากโรงพยาบาลค่ะ”
“ฉันมีเื่ที่จำเป็ต้องใช้จริงๆ ค่ะ จะติดต่อฝ่ายไหนได้บ้าง”
“งั้นต้องให้ญาติไปเซ็นรับที่ชั้นล่างค่ะ”
เธอมีเสียทีไหนกันล่ะญาติที่ว่านั่นคงต้องรอชวินทร์ เขาเป็ความหวังเดียว ที่เธอไม่อยากจะหวังเอาเสียเลย
ชวินทร์กลับมาในอีกหลายชั่วโมงต่อมาเขาเปลี่ยนชุดใหม่เป็เชิ้ตขาวทับด้วยสูทสีเทา ตัวเขาหอมเหมือนกลิ่นฝนจางๆจนเนตราอาย ด้วยตัวเธอมีแต่กลิ่นยา
“นายช่วยโทร.ตามเพื่อนคนอื่นให้ฉันหน่อยสิ”
“ทำไม”
“เราจะได้ไม่อยู่ด้วยกันสองต่อสองอีก”
สถานการณ์แบบนี้แหละที่พาไปสู่“เื่นั้น” จนเขาและเธอมองหน้ากันไม่ติด
“คุณป่วยอยู่นะ”
ชวินทร์เลื่อนเก้าอี้กลมมาข้างเตียงแล้วนั่งลง
“ฉันอยากกลับบ้าน”
เขาสงบต่างกับเธอที่ใจเต้นแรงจนกลัวมันจะหลุดจากขั้ว
“หมอขอดูอาการก่อน”
“ฉันเป็อะไร”
เธอขยับตัวไปอยู่คนละฝั่งเตียงกับเขา ชวินทร์หลุบเปลือกตาลง ขนตาหนาเป็แพจนเธออยากยื่นนิ้วไปไล้เล่นเหมือนดังครั้งก่อนกลับมาๆ เนตราบอกตัวเอง ถ้าไม่อยากเสียใจซ้ำสอง
“หมอบอกว่าคุณความจำเสื่อม มันหยุดอยู่แค่ความจำสมัยมหาวิทยาลัย”
“ห๋า”
เธอชี้หน้าตัวเองย้ำกับเขาว่านี่เื่จริงใช่ไหม ชวินทร์พยักหน้ายืนยัน
“คิดว่าเื่อย่างนี้มีแต่ในละครซะอีก”
“แล้วนี่ผ่านมากี่ปีแล้ว หมอบอกไหมความจำฉันจะกลับมาหมดเมื่อไร”
“ตอนนี้ผ่านมาหกปี”
ชวินทร์ทำหน้าปั้นยากเขากำลังตัดสินใจบางอย่าง
“หมอบอกว่าความทรงจำทั้งหมดจะค่อยๆ กลับมา ระบุเวลาแน่นอนไม่ได้”
เธอได้ยินแล้วค่อยโล่งหน่อย
“แล้วนายมาเจอฉันล้มหัวแตกได้ยังไง”
ห้องเงียบไปครู่ ความกดอากาศหนักๆ ลอยวนเหนือเขาและเธอ เวลาหกปีชวินทร์เปลี่ยนไปมากไม่ใช่นักศึกษาหน้าใส เครื่องหน้าบึกบึนเข้มขึ้น มีไรหนวดเขียวจางๆบริเวณแก้มและเหนือริมฝีปาก ระหว่างคิ้วปรากฏรอยย่นจางๆ แบบคนคิดมากส่วนเธอก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน จากเด็กสาวหลายเป็หญิงสาว แก้มป่องกลายเป็เรียวผิวขาวขึ้นและผอมลง
“เราเป็แฟนกัน”
เนตราเบิกตาเท่าที่รอยช้ำบนเปลือกตาจะเอื้ออำนวยปากห่อเป็รูปตัวโอ
“เป็ไปไม่ได้”
นานพอดูกว่าเธอจะหาเสียงตัวเองเจอซึ่งก็แหบแห้งเสียเหลือเกิน
“นายจะมาเป็แฟนฉันได้ยังไง”
เธอพยายามนึกค้นลึกลงไปในความทรงจำ แต่ได้กลับมาเพียงอาการปวดจี๊ดที่กำเริบขึ้นจนต้องยกมือแตะศีรษะ
“อย่าเพิ่งเครียด หมอบอกว่าหัวคุณกระทบกระเทือนความทรงจำบางส่วนหายไป”
และเป็บางส่วนที่สำคัญสุดๆ เสียด้วย
“นายเป็แฟนกับแจงอยู่นี่”
“ผมเลิกกับเขานานแล้ว”
ชวินทร์เล่าเหมือนกำลังบอกว่าไปซื้อของไม่มีอาการหวั่นไหวเมื่อพาดพิงถึงความรักครั้งเก่า
“ฉันเป็ต้นเหตุหรือเปล่า”
เขายิ้มเห็นไรฟัน
“เปล่าหรอก มันมีหลายสาเหตุ อย่าไปคิดถึงเื่คนอื่นเลยพักผ่อนเถอะ”
ในสายตาเนตราชวินทร์รักแฟนเขามาก เห็นได้จาก “คืนนั้น” ที่เขาคร่ำครวญเรียกชื่อเธอเสียหนักหนา
“แล้วเรามาคบกันได้ยังไง”
ความสงสัยใคร่รู้ตะกุยผ่านช่องท้อง เคลื่อนขึ้นฉายในดวงตาเหงื่อซึมทั้งอยู่ในห้องปรับอากาศ ใจจดจ่อรอคำตอบจากปากเขาที่นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์
“มันไม่ได้เกิดแอคซิเดนท์ระหว่างเรา แบบว่า ...ฉันท้องหรอกนะ”
เธอเดาคำตอบแบบกล้าๆ กลัวๆ คราวนี้ชวินทร์หัวเราะดังพรืดเธอหน้าร้อน อายจนอยากซุกหน้าเข้าผนัง ก็แหม...นี่มันเป็มุกคลาสสิคที่ทำให้ผู้หญิงบ้านๆ กับผู้ชายรวยๆ อย่างเขาต้องตกกระไดพลอยโจรต้องมาอยู่ด้วยกันเชียวนะ
“อย่าขำสิ! ฉันซีเรียสนะ”
“คุณไม่ได้ท้อง”
เนตราพ่นลมหายใจยาวสบายใจไปเปลาะหนึ่ง
“ผมกลับมาจากอเมริกา เจอคุณ เราต่างไม่มีใครเลยคบกัน”
“ง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ”
เธอจำได้ว่าชวินทร์ก่อนมาคบกับแฟน...หมายถึงคนก่อนที่เลิกกันไปก่อนจะมาคบกับเธอ เขามีสาวๆ รุมล้อมหน้าล้อมหลังเรียกว่ามีให้ควงไม่ได้ขาด และสวยๆ ทั้งนั้น ไหงเขามาเลือกเธอล่ะ
“การที่คนเราจะคบกันเป็แฟนมันต้องยากสักแค่ไหนกันเชียว”
เนตราไม่เคยนึกฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้มานั่งคุยกับเขาเื่นี้บนเตียงโรงพยาบาล
“นายกับฉันต่างกันมาก”
“ผมชอบคบกับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ”
เธอแทบละลายกับประโยคนี้ขณะคนพูดก็เสไม่มองตา บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความขวยเขิน
“แต่ฉันก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดี นายมีหลักฐานที่เราคบกันไหม”
ชวินทร์ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงภาพปรากฏบนจอเป็ภาพเธอกับเขาน่าจะเป็งานเลี้ยงสักอย่างเพราะเขาใส่สูทเต็มยศขณะเธอสวมแซกเกาะอกสีเหลืองนวลสั้นเสมอเข่า ทั้งสองยืนข้างกันแต่ไม่มีใครยิ้ม
“โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมผมพังนี่เป็รูปล่าสุดที่เราถ่ายด้วยกัน”
“ไม่เหมือนคนเป็แฟนกันเลย”
เธอเพ่งมองภาพนั้นเก็บรายละเอียดไว้ทุกเม็ด
“ผมทำให้คุณโมโหนิดหน่อย ภาพเลยออกมาแบบที่เห็น”
“เราทะเลาะกันเื่อะไร”
เนตราจับโทรศัพท์แน่นจนรับรู้ถึงความอุ่นจางๆ
“ผมมาช้า คุณเลยโมโห”
“ปรกติฉันไม่ใช่คนโมโหกับเื่เล็กน้อยแค่นี้” เธอค้าน
“เวลานัดกันทีไรผมมักไปสายเสมอ ครั้งนี้คุณเลยโมโหมาก”
เหตุผลพอเข้าใจได้หน่อย
“แล้วฉันล้มหัวฟาดได้ยังไง”
เธอคืนโทรศัพท์ให้ชวินทร์รับไปเก็บไว้ที่เดิม
“คุณรดน้ำต้นไม้อยู่ พื้นมันลื่นเลยเกิดอุบัติเหตุ”
ทุกอย่างลงล็อคกระทั่งเธอหมดคำถาม
“ฉันอยากกลับบ้าน”
“บอกแล้วว่าหมอให้อยู่ดูอาการก่อนผมจะจ้างพยาบาลพิเศษดูแล่กลางวัน ตอนกลางคืนผมจะมาอยู่เป็เพื่อน”
“มะ ไม่ต้องก็ได้”
ถึงเขาบอกว่าเป็แฟนกันแต่เนตราก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคย
“นายจะลำบากเปล่าๆ”
“ผมเป็แฟนดาวนะ เื่แค่นี้สบายมาก”
ชวินทร์กลับมาเป็คนเดิมเหมือนสมัยมหาวิทยาลัยหนุ่มขี้เล่นผู้มั่นอกมั่นใจในตัวเอง
“บางทีถ้าปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียว ความทรงจำอาจกลับมาเร็วขึ้น”
มีแววไหววูบในดวงตาแต่ก็เร็วจนเธอไม่ทันสังเกต
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้”
ชวินทร์ลุกขึ้นยื่นมือดึงแขนเธอมาใกล้ เนตราที่ไม่ทันได้ระวังตัว จึงกลายเป็พุ่งร่างกระทบอกเขา
“แล้วผมจะมาเยี่ยมใหม่”
ริมฝีปากนิ่มอุ่นจุมพิตหน้าผากความร้อนแผ่จากบริเวณเขาััจนเนื้อตัวเธอแดงไปหมด
“ดาวรอโน้ตนะ”
โอ๊ย!อาการปวดหัวกลับมาอีกละรอกและดูเหมือนครั้งนี้จะหายยากเสียด้วยสิ เนตราครางในใจ