ทางด้านห้องประชุมคาลอสกับเจสันยังคงสนทนากันอยู่ภายในห้องนั้นเ้าหน้าที่โครงการอย่างเจสันวางมือซ้ายลงบนโต๊ะแล้วกดรหัสผ่านของตัวเองลงไป
ภาพของชายฉกรรจ์ห้าคนปรากฏขึ้นกลางห้องด้วยการฉายภาพแบบโฮโลกราฟิกแต่ละคนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของาแ ใต้รูปภาพของคนทั้งห้ามีประวัติการเดินทางออกนอกอวกาศชนิดที่เรียกว่าโชกโชน พร้อมทั้งระบุชื่อ น้ำหนักส่วนสูง และภูมิหลังอย่างครบถ้วน
“นี่มันอะไรเจสันตกลงคุณมีอะไรจะคุยกับผมกันแน่” ไม่แค่ถาม คาลอสเลิกคิ้วสูงอย่างฉงนเมื่อเห็นสิ่งที่เจสันทำ
“คนพวกนี้คือนักรบรับจ้างใต้ดินที่รอวันปะาครับผมว่าคนพวกนี้เหมาะที่จะทำงานให้เรา โดยให้อิสรภาพกับพวกมันหลังจบงานเป็ข้อแลกเปลี่ยน”
คาลอสมองหน้าเจสันสลับกับภาพของนักโทษเดนตายเ่าั้แล้วมีสีหน้าที่บ่งบอกให้เห็นชัดเจนว่ากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก
“ถ้าท่านกลัวภาพลักษณ์ของบริษัทจะเสีย”เจสันกดตัวเลขลงไปอีกชุดบนแป้นพิมพ์“ผมได้ทำทุกอย่างโดยใช้ชื่อของผมเป็การส่วนตัวไปแล้วครับคนทั้งห้านี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคาลอสเอนเนอร์จีถ้ามีคนตามสืบก็จะพบแค่ว่าคนทั้งห้าเซ็นยินยอมแต่โดยดี เพื่อเป็การชดใช้โทษที่เคยกระทำ”
ประธานใหญ่ฟังไปคิ้วขมวดไปเหมือนไม่ค่อยไว้ใจคนพวกนั้นเท่าไรแต่ในเมื่อหาใครไม่ได้แล้ว แถมมีเวลาชี้เป็ชี้ตายบีบกระชั้นเข้ามาอีกวิธีนี้อาจเป็ทางออกของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็เป็ได้
“แน่ใจนะว่าทุกอย่างจะราบรื่น”
คาลอสจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท
“เชื่อมือผมเถอะครับ”เจสันยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะยืดอกภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งนำเสนอไป
“ท่านโอเคไหมครับ”
“อนุมัติ!”คาลอสตบโต๊ะดังปัง “ที่เหลือฝากคุณด้วยแล้วกันเจสัน”
พูดจบคาลอสก็ลุกออกจากห้องประชุมไปในที่สุด
ทางด้านสองสาวที่กำลังเดินทางกลับบ้านซึ่งอยู่ในโซนผู้ที่มีฐานะของดาวเรนต้าแอนนาขอให้สมองกลซึ่งทำหน้าที่หลักในการควบคุมยานพาหนะสีขาวไร้ล้อช่วยพาเธอกับลิซ่าไปยังโซนของชนชั้นกรรมกรบนดาวดวงนี้ก่อนกลับบ้าน
“ไม่ได้นะคะคุณหนู!คุณเจสันบอกว่าคุณท่านสั่งไว้ไม่ให้ไปที่นั่นอีก” ลิซ่าร้องห้าม
“ถ้าเธอไม่อยากไปก็ออกจากยานไปสิ”ไม่เพียงแค่ไล่ เ้านายสาวหันไปทำท่าจะเปิดประตูยานที่กำลังเคลื่อนตัว
“ถ้ายังพูดมากอีกฉันนี่แหละ จะเป็คนะโลงไปเอง”
แอนนาจ้องหน้าลิซ่าผู้เป็ทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิทลักษณะเอาจริง ลิซ่าเห็นเช่นนั้นเลยไม่กล้าห้ามอะไรอีกแอนนาจึงปล่อยมือจากประตูยาน
“ที่นั่นมันไม่มีอะไรน่าดูหรอกค่ะเห็นมีแต่อาคารเก่าๆ”
“เงียบไปเลยลิซ่าฉันชักจะหงุดหงิดเต็มทีแล้วนะ”
เ้านายสาวหน้ามุ่ยลิซ่าชะงักทันทีเธอได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมปล่อยให้ยานสีขาวลำเล็กพาไปยังแหล่งชนชั้นแรงงานซึ่งเป็จุดที่คนบนดาวแทบจะไม่มีใครอยากไป...
ใช้เวลาเดินทางราวสิบนาทีสองสาวก็มาถึงที่หมายปลายทาง แหล่งที่อยู่อาศัยของคนชนชั้นแรงงานที่มีแต่อาคารโทรมๆตั้งอยู่อย่างเบียดเสียดหนาแน่นกลิ่นของเสียจากระบบน้ำทิ้งตามอาคารต่างโชยออกมาคละคลุ้งไปหมดแต่ใบหน้าของผู้คนที่อาศัยอยู่กลับไม่มีใครรู้สึกอะไรกับมันทุกคนต่างยิ้มแย้มอย่างมีความสุขช่างแตกต่างกับคนมีอันจะกินอย่างแอนนาที่แทบจะหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา
“กลับกันเถอะค่ะคุณหนูเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ”
ลิซ่าบอกผู้เป็นายพลางเอามือบีบจมูกตัวเองไว้
“ถ้าอยากกลับมากนักก็กลับไป”แอนนาไม่สนใจลิซ่าเพราะตอนนี้เธอลงจากยานมายืนอยู่ท่ามกลางแหล่งที่อยู่อาศัยของชนชั้นแรงงานแล้ว หญิงสาวเดินไปตามทางห้องพักของกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่สนใจภาพลักษณ์ของตนเองรองเท้าคู่งามราคาแพงของเธอเปื้อนไปด้วยคราบของเสียจากท่อน้ำทิ้งชาวชุมชนต่างมองแอนนาอย่างสงสัยเมื่อเห็นคุณหนูแห่งคาลอสเอนเนอร์จีมาเดินอยู่ในที่สกปรกแห่งนี้ได้
“ทำไมคุณพ่อถึงไม่ช่วยคนเหล่านี้ทั้งที่ฉันเองก็เคยฝากเื่ผ่านเจสันไปแล้วตั้งหลายรอบว่าระบบจัดการน้ำเสียกับขยะของที่นี่มันใช้การไม่ได้แล้ว”
แอนนาหันไปถามลิซ่าที่วิ่งตามมาไม่ห่าง
“เื่นั้นเคยถามคุณเจสันแล้วค่ะเขาบอกเพียงแค่ว่ายื่นเื่ไปให้คุณคาลอสแล้ว” ลิซ่าตอบพร้อมกับะโหลบบางอย่างที่วิ่งผ่านเท้าไป
“ฉันสัญญาเลยนะว่าถ้าโครงการสเปซออฟสำเร็จลุล่วงเมื่อไหร่ฉันจะมาพัฒนาที่นี่ให้ดูดีขึ้นกว่านี้ด้วยมือตัวเองเลยคอยดู”
แอนนาเอ่ยกับเลขาสาวอย่างหมายมั่นระหว่างนั้นทั้งสองไม่ทันได้สังเกตหรอกว่า มีใครบางคนสะกดรอยตามมาั้แ่ตอนที่ทั้งสองยังอยู่ในเมืองจนมาถึงชุมชนแห่งนี้...
เห็นว่าค่ำแล้วแอนนาและลิซ่าจึงกลับขึ้นยานเพื่อเดินทางกลับบ้านอาคารสีแดงสูงแปดสิบชั้นที่ตั้งตระหง่านห่างไปจากย่านธุรกิจไม่มากนักที่นี่คือบ้านของเหล่านักธุรกิจและบรรดาผู้มีอันจะกินบนดาวเคราะห์เรนต้า คาลอสได้ย้ายออกมาจากบ้านหลังเดิมที่อยู่นอกเมืองหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตเขาไม่อยากเห็นเงาของอดีตมาคอยตอกย้ำให้เศร้าใจไปมากกว่านี้ทว่าครั้งนั้นแอนนาพยายามขอร้องผู้เป็บิดาอย่างหนักเธอไม่อยากจากบ้านที่มีไออุ่นของมารดา แต่คาลอสไม่ฟังเสียงค้านของเด็กน้อยเขายอมทุ่มเงินมากมายเพื่อซื้ออาคารหลังนี้ และย้ายครอบครัวมาอยู่สามชั้นบนสุดและปล่อยให้นักธุรกิจที่เขาสนิทหรือพอจะรู้จักได้เข้ามาซื้อชั้นอื่นที่เหลืออยู่จะได้นัดคุยเจรจาธุรกิจกันง่ายกว่าเดิมยิ่งขึ้น
ทันทีที่ยานพาหนะของสองสาวจอดที่หน้าอาคารหุ่นยนต์สองถึงสามตัวก็เข้ามาให้บริการดูแลยานพาหนะตามที่ถูกโปรแกรมไว้แต่ก็ต้องเซถลาไปเมื่อเจอแอนนาผลักเข้าไปเต็มแรงระหว่างนั้นจอเอไออัตโนมัติสีขาวที่อยู่หน้าประตูกล่าวต้อนรับสองสาวเหมือนเช่นทุกครั้งลิซ่าเป็คนเดินเข้าไปที่หน้าจอเพื่อยืนยันตัวตนก่อนเข้าตัวอาคาร
แต่แล้วเมื่อถึงบ้านแอนนาและลิซ่าเจอคาลอสกำลังยืนรออยู่หน้าห้องนอน
ทุกครั้งที่กลับบ้านช้าคาลอสไม่เคยเอ่ยปากถามลูกสาวก่อนเขาจะเปิดโอกาสให้แอนนาเป็ฝ่ายอธิบายทุกอย่างด้วยตนเองไม่ว่าเื่นั้นจะจริงหรือเท็จก็พร้อมรับฟังและนั่นทำให้แอนนาไม่กล้าโกหกบิดาเพราะถือว่าบิดาได้ให้อิสระกับตนอย่างเต็มที่แล้ว
แอนนาหันไปพยักหน้ากับลิซ่าบอกเป็นัยว่าให้เข้าห้องนอนไปก่อน เพราะเธอจะเป็คนคุยกับบิดาเอง
“ใจเย็นๆนะคะคุณหนู”
ลิซ่ากระซิบบอกแอนนาแล้วหลบเข้าห้องนอนไปตามที่แอนนา้า
เมื่อเหลือเพียงสองพ่อลูกแอนนาชวนบิดาของเธอขึ้นไปยังดาดฟ้าเพื่อชมวิวยามค่ำคืนของเมืองหลวงพร้อมกับจะได้อธิบายในสิ่งที่เธอทำมาก่อนที่จะกลับถึงบ้านด้วย
“พ่อกลับถึงบ้านนานแล้วเหรอคะ”แอนนาสวมกอดบิดาประจบ
หากทว่าบิดากลับยังคงนิ่งเงียบไม่เอ่ยถามใดๆ นอกจากมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ทั้งแสนวุ่นวายและไม่เคยหลับใหลลูกสาวเดาอาการบิดาไม่ถูกเลยคลายวงแขนออกยอมเล่าให้ฟังแต่โดยดี...จากนั้น...เธอก็ได้แต่ยืนนิ่งเพื่อรอให้บิดาเป็ฝ่ายพูดบ้าง
“โธ่พ่อคะพ่อน่าจะรู้ว่าหนูไปที่นั่นทำไม”
แอนนาทนไม่ได้เป็ฝ่ายเอ่ยต่อเสียเองและนั่นเรียกความสนใจจากบิดาได้หน่อย มองหน้าลูกสาวยิ้มๆ
ที่จริงแล้วคาลอสไม่ได้นึกตำหนิแอนนากับลิซ่าแต่อย่างใดตัวเขารู้ดีว่าแอนนาลูกสาวของเขาทำอะไรย่อมมีเหตุผลเสมอถึงแม้ว่าบางครั้งมันจะขัดกับความรู้สึกของเขาก็ตามทีแต่แอนนาก็เป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“คุณพ่อ เอ่อจะว่าอะไรไหมคะ เื่โครงการสเปซออฟน่ะค่ะคือ...หนูอยากขออนุญาตคุณพ่อเดินทางไปกับทีมด้วยเพื่อที่จะไปวิจัยสินแร่หรือทรัพยากรใดๆ ก็ตามที่พบเจอเพื่อนำมาช่วยเหลือดาวของเรา”
“พ่อไม่อนุญาต!”คาลอสปฏิเสธทันควัน
“ทำไมล่ะคะพ่อหนูไปกับคนของบริษัท ไม่ได้หนีเที่ยวหรือจะไปทำอะไรกับหนุ่มที่ไหนสองต่อสองเสียหน่อยแล้วตอนนี้หนูเองก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย”
“แต่ยังไงพ่อก็ไม่ให้ไปเด็ดขาด”คาลอสยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง
คาลอสยอมลูกสาวได้ทุกเื่แต่เื่นี้หัวเด็ดตีนขาดคาลอสไม่มีทางยอมเด็ดขาด เพราะที่เขาเป็ห่วง ไม่ใช่เื่ที่ว่าลูกสาวจะไปกับหนุ่มที่ไหนสองต่อสองแต่เขาเพิ่งจะอนุมัติให้เจสันจ้างชายฉกรรจ์ถึงห้าคนมาร่วมออกเดินทางในโครงการสเปซออฟครั้งนี้ด้วยแต่ละคนล้วนประวัติโชกโชนชนิดหาตัวจับยากแถมยังเป็นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่รอวันปะา!
“งั้นหนูจะเอาลิซ่าไปเป็เพื่อนแล้วกันค่ะคุณพ่อจะได้เลิกห่วงหนูเสียที”
“ก็บอกว่าไม่ให้ไปพูดไม่รู้เื่หรือไง!”
แอนนาสะดุ้งสุดตัวั้แ่เล็กจนโต บิดาไม่เคยเสียงดังใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียวแล้วครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมบิดาผู้แสนใจดีถึงได้ยืนตะคอกใส่เธออยู่แบบนี้!
แอนนาไม่ตอบโต้แต่อย่างใดทำได้เพียงยืนนิ่ง กัดริมฝีปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมาต่อหน้าบิดา
“แอนนาพ่อขอโทษ...ที่พ่อพูดไปแบบนั้นเพราะว่าเป็ห่วงลูกนะ”
“แล้วเมื่อไหร่หนูจะโตเสียทีหนูไม่ใช่เด็กหญิงแอนนาแล้วนะ!”
คราวนี้แอนนาเป็ฝ่ายเสียงดังบ้างอดกลั้นไว้ไม่ได้อีกต่อไปปล่อยโฮออกมาแล้ววิ่งกลับลงไปยังชั้นล่างทันทีไม่ยอมฟังเสียงบิดาที่ร้องเรียกตามหลังมาคนเป็ลูกสาวหลบหายเข้ามาในห้องนอนทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา
“คุณหนู...”
ลิซ่าซึ่งอยู่ในห้องนอนก่อนแล้วเห็นเข้าก็ใไม่น้อยจะเข้ามาหาแอนนา แต่แล้วต้องชะงัก
“ไปอวกาศด้วยกันไหมลิซ่า”
“คะ?”
“ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางไปกับทีมสำรวจของสเปซออฟ”
ลิซ่ากำลังหยิบผ้าเช็ดหน้ามาจะซับน้ำตาให้แอนนาถึงกับชะงักไปทันที เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งสติได้ก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แอนนาแล้วกลับไปจัดแจงเตรียมชุดที่จะใส่นอนกับชุดที่จะใส่ในวันพรุ่งนี้ตามหน้าที่ของตน...เธอคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
“คุณหนู...แน่ใจแล้วเหรอคะ”
“แน่ใจสิแล้วเธอจะไปกับฉันหรือเปล่าล่ะ” แอนนาถามพลางทิ้งตัวลงบนที่นอนสีฟ้าอ่อนแสนนุ่ม
ลิซ่าทำหน้าอย่างบอกไม่ถูกเธอไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้แอนนาคุยอะไรกับคาลอสมาถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้ตัวเธอเองก็ยังไม่เคยไปอวกาศ จำความได้ก็อยู่บนเรนต้ามาโดยตลอดแต่มันก็เป็อีกหนึ่งในความฝันของเธอเช่นกันที่จะได้ออกท่องเที่ยวในอวกาศเหมือนคนอื่นเขาบ้าง จึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
“ดีมากงั้นคืนนี้นอนให้พอ พรุ่งนี้เราจะต้องเข้าบริษัทแต่เช้าเพื่อส่งข้อมูลสำหรับการเดินทาง”
แอนนาพูดจบก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะล้างคราบน้ำตาแห่งความเสียใจออกไปส่วนลิซ่าทำได้เพียงถอนหายใจออกมา พลางคิดไปต่างๆ นานาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในวันพรุ่งนี้