“ ฮ่าๆ เจ้าจะให้ข้านั้นสังหารเจ้าหรือว่าเจ้านั้นจะฆ่าตัวตายไปเองละ ” เสียงของซูโยวนั้นได้ดังขึ้น
เมื่อคู่ลุงหลานนั้นเห็นจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงได้ใช้เวลาในการทดสอบในรอบแรกเพียง 10 นาทีพวกเค้านั้นคิดไปแล้วว่าชายผู้นี้นั้นมาเพื่อฆ่าตัวตายจริง ๆ
“ หึหึ !!! พวกเจ้านั้นรอดูไปเถอะ ” จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงตอบกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบ
2 คู่ลุงหลานเห็นแบบนี้นั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้แม้จะโกรธแค่ไหนก็ตาม
2 ชั่วโมงต่อมา ที่หน้าห้องสอบ
“ ครั้งนี้มีคนผ่านการทดสอบรอบแรกเพียง 3 คนเท่านั้น พวกเจ้าเข้ามาตามรายชื่อที่ข้านั้นเอ่ย ” เสียงจากภายในห้องสอบได้ดังขึ้น
“ ฝูฉาง เปาอัน เป่ากัง ทั้ง 3 คนตามรายชื่อเข้ามาในห้องสอบต่อไปได้ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่ผานนั้นกลับไปให้หมด……… ”
“ ฮ่าๆ ทีนี้เจ้านั้นก็ไปกับข้าได้…... ” ซูโยวที่ได้ฟังคำกล่าวรายชื่อของคนทั้ง 3 ที่ผ่านบททดสอบรอบแรก ในรายชื่อพวกนั้นไม่มีชื่อของเจ้าเด็กฉีหมิงนรกนี้ ตัวเค้าก็กำลังจะพุ่งตัวเพื่อเข้าไปจับจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเพื่อนำไปข้างนอก เค้าไม่อยากให้สมาคมนักหลอมโอสถสาขาที่เค้าดูแลนั้นเปื้อนไปด้วยเเลือดของชายผู้นี้
“ ยกเว้น ชายที่มีชื่อฉีหมิงให้อยู่ต่อก่อน ” เมื่อมือของซูโยวนั้นใกล้ถึงตัวจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงคำกล่าท่อนต่อมาของผู้ดูแลบททดสอบในห้องก็ได้ดังขึ้น
เมื่อซูโยวได้ยินเค้าก็ทำได้แต่ฝืนรั้งมือที่เอื้อมไปกลับมา ตอนนี้ตัวเค้าได้แต่สงสัยว่าเหตุฉไหนผู้ที่มาทำการทดสอบถึงให้เจ้าเด็กชายผู้นี้นั้นอยู่ต่อแต่เค้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว คนที่ส่วนกลางส่งมาย่อมมีอำนาจสูงกว่าเค้า
1 ชั่วโมงต่อมา
“ ผู้ที่ผ่านบททดสอบในรอบที่ 2 นั้นมีแค่เพียง ฝูฉาง เท่านั้นที่อยู่ต่อ ส่วนพวกเจ้าทั้ง 2 นั้นรอบหน้าต้องกลับไปทบทวนทฤษฎีมาใหม่ให้มาก ” เสียงในห้องสอบได้ดังขึ้นอีกครา
“ ส่วนน้องชายฉีหมิงที่อยู่หน้าห้องนั้นสามารถเข้ามาสอบ รอบที่ 3 ได้เลย ”
ภายนอกห้องสอบ บัดนี้คู่ลุงหลานรวมทั้ง เปาอันและเป่ากังที่พึ่งออกจากห้องสอบนั้นล้วนตกตะลึง เหตุไดฉีหมิงผู้นี้จึงไม่จำเป้นต้องเข้ารับการทดสอบบทที่สองแต่สามารถผ่านเข้าไปทดสอบในบทที่สามได้เลย
ซูโยวนั้นมีความคิดอยู่ภายในใจขึ้นมาว่า หรือฉีหมิงผู้นี้นั้นรู้จักผู้คุมการทดสอบนั้นเป็นการส่วนตัว นี้มันไม่ใช่เป็นการทุจริตหรือ
จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นไม่ได้สนใจคนอื่นเลยเมื่อเค้าได้ยินเสียงเรียกเข้าไปทดสอบในบทที่ 3 นั้นตัวของก็ได้เดินเข้าไปภายในห้องสอบ ตัวของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นไม่ได้มีความแปลกใจเลย ถ้าหากตัวของเค้านั้นถูกเรียกเพื่อเข้าไปทดสอบในบททดสอบที่สองนั้นสิถึงจะน่าแปลกใจ
“ เจ้าหยุดก่อน ” ซูโยวนั้นไม่รอให้จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นได้เดินเข้าไปภายในห้องสอบเค้าตรงเข้าไปขว้างหน้าจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงก่อนจะหันไปหน้าห้องสอบพร้อมกับกล่าวดังเข้าไปภายในห้อง
“ ข้าขออนุญาตกล่าวถาม เหตุใดผู้ควบคุมการทดสอบถึงได้ให้คนผู้นี้สามารถผ่านการทดสอบบทที่สองได้เลยโดยไม่ผ่านการทดสอบจริงๆ นั้นไม่ใช่หมายถึงการข้ามกฎการทดสอบหรือ ”
“ เจ้าคือซูโยว ใช่หรือไม่เจ้านี้ชักกล้ามากเลยนะที่กล้าสงสัยคำพูดของข้าซึ่งมาจากส่วนกลาง ” เสียงที่อยู่ภายในห้องสอบตอบกลับออกมา
“ หามิได้ขอรับท่าน แต่เนื่องจากนี้มันคือกฎถ้าหากท่านไม่ทำตามกฎตัวข้านั้นก็ไม่สามารถมองข้ามไปได้ ” แม้บุคคลผู้นี้นั้นจะมาจากส่วนกลางแต่เพื่อเกียรติของตัวหลานสาวของเค้าแล้วนั้น ตัวของเค้าสามารถยอมเสี่ยงได้เพื่อเหตุนี้
“ เจ้าอยากรู้คำตอบหรือไม่ ”
“ ขอรับท่านอาวุโส ” แม้ตัวของเค้าจะเป็นหัวหน้าสมาคมนักหลอมโอสถสาขาเมืองหฤทัยนี้ แต่ตัวเค้าก็ไม่สามรถรู้ได้ว่าผู้อาวุโสที่มาจากส่วนกลางคนนี้นั้นเป็นใคร ผู้ที่มาคุมการทดสอบแต่ละรอบนั้นจะต้องปกปิดตัวตนของตัวเองก่อนที่จะเข้ามารอทำการทดสอบภายในห้องทำการสอบทุกครั้ง
“ คำตอบที่เจ้าต้องการนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย ข้าสามารถบอกเหตุผลและสามารถให้ความกระจ่างแก่เจ้าได้เจ้ายอมรับราคาของมันใหมล่ะ ”
“ เอ่อ !!! ข้า !!! ข้า !!! ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าสิ่งใดที่ผู้อาวุโสต้องการถ้าหากมันไม่มากจนเกินไปนั้นตัวข้านั้นสามารถให้ท่านได้ ” ซูโยวไม่กล้าเดิมพันทั้งหมดเค้าทำได้เพียงหยั่งเชิงไปก่อน
“ เจ้าสามารถให้ข้าได้แน่นอน ข้าเพียงต้องการเตาหลอมโอสถขั้น 2 ดาวขั้นสูงของเจ้าแค่นั้นเอง ”
“ แต่นั้นมัน ” ตอนนี้ตัวของซูโยวเริ่มคิดหนัก เตาหลอมโอสถของเค้านั้นตัวเค้าประมูลมาในราคา 100,000 เหรียญเงิน มันไม่ได้มีราคาแพงเพียงเพราะว่ามันเป็นเตาหลอมโอสถขั้น 2 ดาวขั้นสูงเท่านั้นแต่มันมีที่มาที่ไป ที่สำคัญมากนั้นคือมันเป็น 1 ในเตาหลอมโอสถ ที่จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเมื่อ 1 แสนปีก่อนเคยใช้ ตัวของซูโยวนั้นถือว่าเป็น 1 ในแฟนตัวยงของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเลย
“ หรือเจ้าคิดว่าเกียรติของหลานสาวเจ้านั้นมีค่าน้อยกว่าเตาหลอมโอสถ ” ผู้อาวุโสข้างในกล่าวตอบย้ำกลับมา
“ ได้ข้ายอมรับมันแต่หากเหตุผลของท่านนั้นมันมิชอบด้วยหลักฐานตัวข้าก็จำเป็นที่จะต้องรายงานให้ส่วนกลางนั้นรับทราบ ” ซูโยวไม่คิดอะไรอีกแล้วทั้งนั้นหากทั้ง 2 คนฉีหมิงแล้วผู้มาทำการทดสอบนั้นรู้จักกันจริงๆขึ้นมาการทดสอบที่ 3 แน่นอนว่าอย่างไรมันก็ผ่านเป็นแน่ ข้าจะไม่ให้มันสามารถเกิดขึ้นมาได้เด็ดขาดต้องรีบเผยใต๋ของพวกมันทั้งคู่มานับบัดนี้
“ งั้นเจ้าสามารถเข้ามาพิสูจได้เลย ”
เมื่อคู่ลุงหลานได้ยินเช่นนั้นก็ได้เดินเข้าไปภายในห้องทดสอบ จักพรรดิสรรค์ฉีหมิงเห็นดังนั้นก็ได้เดินตามเข้าไป
ข้างในห้องนั้น ที่โต๊ะผู้ควบคุมการทดสอบผู้อาวุโสที่เป็นผู้ควบคุมการทดสอบได้นั่งอยู่หลังโต๊ะ ลักษณะเด่นของเค้าคือมีเคราขาวที่ยาวลงมาถึงกลางอก
“ เป็นเจ้า ” เมื่อซูโยวเห็นผู้ควบคุมการทดสอบสายตาของเค้านั้นได้กลายเป็นโกรธเครียดแค้นทันที ตัวเค้ากับชายชราเคราขาวนี้นั้นสมัยก่อนได้แข่งขันกันในศาสตร์ของโอสถ มาโดยตลอดแต่สุดท้ายเค้าก็ได้พ่ายแพ้ลงแม้จะบอกว่าพ่ายแพ้แต่มันก็แค่พ่ายแพ้เพราะทรัพยากรเท่านั้น
เหตุการมันเกิดขึ้นที่โรงประมูลแห่งหนึ่งเมื่อเค้าได้รู้ว่ามีอดีตเตาหลอมของจักพรรดิสรรคืฉีหมิงเข้ามาประมูลตัวเค้านั้นได้ใช้ทรัพย์สินของเค้าเพื่อประมูลมันมาทั้งหมด แม้มันจะเป็นอดีตเตาหลอมของจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงแต่ราคาของมันไม่ควรเกิน 50,000 เหรียญเงินแต่ก็เป็นเจ้าบัดซบเคราขาวนี้ละที่ทำให้ราคาของมันขึ้นไปถึง 100,000 เหรียญเงินสุดท้าเมื่อจบการประมูล ตัวเค้าแทนที่จะมีเงินไว้ซื้อทรัพยากรณ์การฝึกฝนแต่กลับเอาไปใช้จ่ายเช่นนี้หมดสุดท้ายความก้าวหน้าก็ถดถอยช้ากว่าเดิมหลายขั้น
“ ข้าไม่อยากเสวนากับเจ้าให้มากความถ้าหากเจ้านั้นอยากรู้ว่าเหตุใดข้าถึงให้น้องชายฉีหมิงนั้นผ่านการทดสอบไปได้เลย เจ้าเพียงแค่ดูสิ่งนี้ ” เมื่อชายชราเคราขาวเห็นปฎิกิริยาของซูโยวเค้าก็กล่าวคำขึ้นมา
เมื่อจักพรรดิสรรค์ฉีหมิงนั้นเดินตามเข้ามาก็ได้เห็น ชายชราเคราขาว ส่งกระดาษคำตอบของเค้านั้นให้แก่ ซูโยวดู
เมื่อซูโยวได้อ่านกระดาษคำตอบสีหน้าของเค้าได้ตกตะลึงขึ้นมาทันใด