จากนางแบบสู่สตรีอ้วนแห่งหมู่บ้านโจวตง

    ตั้งครรภ์

     

    ไม่ว่าจะยุคใดสตรีเช่นนี้ก็ยังมีให้เห็น หากเจ๋อหยวนทำเช่นนี้จริงก็นับว่าเขาเก่งมากนัก

    ที่ต่อหน้านางเขาแสดงว่ารักนางอย่างสุดหัวใจ แต่อย่างว่าบุรุษเมื่ออยู่ในเรือนเป็นของเรา แต่พอออกจากเรือนเขาอาจจะไปเป็นของผู้อื่นก็ได้

    “หากเจ้าต้องการเขามากเพียงนี้ ข้ายกให้ พาเขาไปอยู่กับเจ้าที่เรือนในเมืองได้เลย ถึงไม่มีสามีชีวิตนี้ของข้าก็อยู่ได้ แต่คงไม่ใช่เจ้า หากไร้บุรุษไม่รู้ว่าเจ้าจะอยู่ได้หรือไม่ กลับไปได้แล้ว อ้อข้าไม่ส่ง”

    ชิงหลิงเดินหันหลังออกจากเรือนเพื่อไปรับตัวบุตรชายที่เรือนของมารดาทันที นางยอมรับว่าจิตใจของนางตอนนี้สับสนวุ่นวายไปหมด

    ชิงหลิงไปถึงเรือนของมารดาก็ไม่ได้พูดสิ่งใด นางทำตัวเป็นปกติ ทั้งยังอยู่กินข้าวที่เรือนมารดาด้วย

    ก่อนจะกลับนางบอกเรื่องที่ซูซินพูดกับนางให้บิดาฟัง เพื่อให้เขาช่วยนางสืบเรื่องเรือนที่อยู่ในเมืองของซูซิน จ้าวเจ๋อหยวนเป็นผู้ซื้อให้จริงหรือไม่

    เรื่องเงินสำหรับนางทุกครั้งที่ทำการค้าได้ นางแบ่งให้เขาไว้ส่วนหนึ่งเสมอ หากนำเงินที่ได้จากความเหนื่อยยากของนางไปทำเช่นนั้น บุรุษผู้นี้ก็ไม่สมควรได้ความรักจากนาง

    ชิงหลิงเมื่อพาบุตรชายมาถึงเรือนนางยังคงทำตัวปกติ เพื่อไม่ให้บุตรชายรู้ว่านางในตอนนี้ปวดใจมากเพียงใด

    แต่เมื่อบุตรชายหลับแล้ว ชิงหลิงนางก็เดินออกไปห้องเก็บของ แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

    นางบอกกับตัวเองว่าวันนี้หากจะร้องก็ร้องเสียให้เต็มที่ พรุ่งนี้นางก็ควรจะกลับไปเป็นชิงหลิงที่สนุกกับเรื่องต่างๆ ได้แล้ว

    เกือบฟ้าสางนางถึงได้ออกมาจากห้องเก็บของเพื่อจัดการตนเองให้เรียบร้อย แล้วเตรียมอาหารเช้าเพื่อรอบุตรชาย

    ด้านจ้าวเจ๋อหยวนที่อยู่สนามสอบจิตใจของเขากระวนกระวายแปลกๆ ราวกับกำลังจะสูญเสียสิ่งใดไป

    อู๋หลางกลับมาจากเมืองด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก แต่คนงานในเรือนของชิงหลิงยังทำงานอยู่เขาจึงยังไม่พูดกับบุตรสาวเรื่องที่จะเกิดขึ้น

    “ท่านพ่อได้เรื่องอย่างไรบ้างเจ้าคะ” ชิงหลิงเอ่ยถามทันที เมื่อคนงานในเรือนกลับออกไปหมดแล้ว

    “เป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า อาหยวนซื้อเรือนหลังนั้นให้ซูซินนางจริง”

    ชิงหลิงทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อเรื่องที่นางให้บิดาไปสืบเป็นเรื่องจริงนางก็อดที่จะเสียใจไม่ได้

    อู๋หลางเล่าเรื่องที่เขาสอบถามมาจากเรือนใกล้เคียงของซูซินให้บุตรสาวฟัง เมื่อซูซินถูกตระกูลหานหย่าขาด ก็มีบัณฑิตที่คนเห็นว่าทั้งคู่ลอบพบกันมาซื้อเรือนหลังนี้ให้

    ส่วนเรื่องที่ทำไมนางถึงถูกคุณชายหานหย่าขาด เป็นเพราะทั้งคู่กำลังพลอดรักกันแล้วถูกคุณชายหานที่ออกมาตามซูซินเห็นเข้าพอดี

    “เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” อู๋หลางมองบุตรสาวอย่างนึกสงสาร

    “ข้ามีหนังสือหย่าของเขาอยู่เจ้าค่ะ ท่านพ่อช่วยจัดการให้ข้าที่ว่าการได้หรือไม่”

    เพราะนางมีบทเรียนมาจากครั้งแล้ว หากไม่ไปยื่นเรื่องที่ว่าการก็ถือว่าทั้งคู่ยังไม่หย่าขาดกันดี

    “เจ้าถามจากปากของอาหยวนก่อนดีหรือไม่” อู๋หลางยังคาใจ เพราะที่ผ่านมาจ้าวเจ๋อหยวนก็ดูรักบุตรสาวของตนจริง

    “คนอย่างอาหยวน เขาต้องมีทางพูดให้ข้ายอมใจอ่อนเช่นเดิม” ชิงหลิงเหม่อมองไปที่ประตูเรือน นึกถึงภาพวันที่นางยืนส่งเขาไปสอบ

    เหมือนเขามีบ้างเรื่องที่อยากพูดกับนาง แต่ไม่ยอมพูดออกมา ตัวนางก็มองข้ามเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปเสียทุกครั้ง

    “เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ไปกินข้าวที่เรือนของพ่อเถิด เจ้าจะได้รับอาเยี่ยนกลับเรือนด้วย”

    ชิงหลิงนางเห็นด้วยกับบิดา ทั้งสองกำลังจะออกจากเรือนของชิงหลิง

    แต่อยู่ดีๆ นางก็หน้ามืดเกือบล้มลง ยังดีที่บิดารับตัวไว้ได้ทัน เมื่อส่งชิงหลิงเข้าพักในห้องของนางแล้ว อู๋หลางก็รีบไปตามหมอมาดูอาการของบุตรสาวทันที

    “ตั้งครรภ์หรือเจ้าคะ”

    ชิงหลิงเอ่ยถามเสียงเบา เมื่อหมอบอกอาการของนางให้นางฟัง อู๋หลางก็มีใบหน้าที่ขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด

    “ท่านพ่อ ท่านช่วยข้าเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยเจ้าค่ะ บอกท่านหมอด้วย” ชิงหลิงนางเอ่ยขอร้องบิดา ทั้งยังให้เงินท่านหมอเพื่อให้เก็บเรื่องที่นางตั้งครรภ์เป็นความลับไปก่อน

    “เช่นนั้นวันนี้เจ้าพักผ่อนเสีย อาเยี่ยนพ่อจะดูให้เอง แล้วจะบอกมารดาของเจ้าว่าเจ้าทำงานหนักจนล้มป่วย” อู๋หลางรีบกลับไปที่เรือนของตนเพื่อบอกเรื่องที่ให้จ้าวเยี่ยนพักที่เรือนของพวกเขาในคืนนี้

    ชิงหลิงนางไม่ได้ฟังสิ่งที่บิดานางพูดเลย นางจมอยู่กับความคิดมากมายในหัว เหตุใดนางถึงได้มาตั้งครรภ์ในยามนี้

    จ้าวเจ๋อหยวนเมื่อสอบเสร็จก็รีบเดินทางกลับหมู่บ้านทันที เขาไม่รู้เรื่องที่ซูซินมาหาชิงหลิงที่เรือน เพราะยามนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ด้วย

    เมื่อส่งโจวเทียนเสร็จเขาก็กลับมาที่เรือนเพื่อพบชิงหลิง

    “หลิงหลิง ข้ากลับมาแล้ว” เขาร้องเรียกนางที่หน้าเรือนเพื่อให้เปิดประตูเรือนให้เขา

    แต่ไม่มีผู้ใดออกมาเปิดประตูเรือนให้อย่างที่เขาคิด เมื่อปีนกำแพงเข้าไปในเรือนก็ต้องแปลกใจ เพราะเรือนด้านในเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่แสงเทียนที่ถูกจุดไว้

    “หลิงหลิง” เขาร้องเรียกนางอย่างตื่นตระหนก แม้จะหาจนทั่วเรือนแล้วก็ยังไม่พบชิงหลิงและบุตรชาย

    จ้าวเจ๋อหยวนไปที่เรือนของตระกูลโจวทันที

    “ท่านพ่อตา หลิงเออร์ อยู่ที่เรือนของท่านหรือไม่”

    อู๋หลางมองบุตรเขยที่วิ่งมาจนเหงื่อซึมไปทั่วแล้วถอนหายใจ

    “นางไม่อยู่ นางรู้เรื่องของเจ้ากับซูซินแล้ว อาหยวน เจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก”

    จ้าวเจ๋อหยวนรู้เพียงว่านางหายไป พร้อมทั้งรู้เรื่องของซูซินเขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง

    “เหตุใดนางไม่รอถามข้าก่อนขอรับ” เขาเอ่ยพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเทา

    “กลับไปจัดการเรื่องของเจ้าเสียเถิด” อู๋หลางโบกมือไล่จ้าวเจ๋อหยวนอย่างไม่ไยดี

     

     

    คล้ายกับเรื่องจากนางแบบสู่สตรีอ้วนแห่งหมู่บ้านโจวตง ที่คุณอ่าน