ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 39 แดนต้องห้าม

    วันนั้นนาฟเริ่มตรึกตรองในสิ่งที่ผู้อำนวยการเมลดี้ ได้บอกกล่าวไม่ใช่ว่าตัวเขาไม่คิด เขาก็คิดอยู่เสมอว่าถ้าเขาไม่เพิ่มศักยภาพให้กับตัวเองเขาไม่มีทางกู้คืนความทรงจำของตนเองได้  “เราต้องแข็งแรงขึ้นให้ได้”

     

       ณ ชายป่าแห่งหนึ่ง  ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้น“เป็นอย่างที่ข้าเล่าให้ฟังครับท่านอาจารย์   “เจ้าลุกขึ้นเถอะ เวก้า ที่ผ่านมาก็แล้วไป เรียกสติกับสมาธิกลับมาเราคือคนขององค์กร ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด เกิดและตายเป็นเรื่องธรรมดานาเดียทำหน้าที่ของเค้าดีที่สุดแล้ว  เจ้าเร่งไปทำตามที่ข้าบอกงานใหญ่กำลังรอพวกเราอยู่ งานนี้เราจะพลาดไม่ได้   

    “ครับท่านอาจารย์”  เวก้าเปิดหลุมดำแล้วกระโดดหายไป     “ชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสัญลักษณ์สมาคมใต้ดินหันหน้าไปมองในทิศทาง ของกลุ่มชุมชนแดนนอก “นาฟ ! งั้นรึ”

     

      ในช่วงวัน สองวันที่ผ่านมา นาฟ เริ่มแจ้งกับหัวหน้ากุ้มหลงและผู้อาวุโสว่าตนเองจะต้องเข้าไปในอาณานิคมแล้ว นาฟแจกแจงวิธีการซ่อมบำรุงกำแพงกันลม วิธีเพิ่มความแข็งแรงรวมถึงส่งต้นแบบการก่อสร้างที่พักอาศัยที่แข็งแรงให้ชาวชุมชน  

     

      “เจ้าทำเพื่อพวกเราทุกคนมามากแล้วนาฟไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา เจ้าคือความหวัง ของพวกเรา พวกเราเชื่อเจ้า และเชื่อว่าเจ้าจะนำสิ่งที่ดีกลับมาให้พวกเรา      “ใช่นาฟ ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเรา  ถ้าท่านคีแวนรู้คงภูมิใจในตัวนายมากนาฟเสี่ยวซูพูดทั้งน้ำตา   เสี่ยวหมานเดินมาตบไหล่น้องชาย“นาฟคือผู้มีพระคุณของพวกเรานายจะมาร้องไห้ทำไมเนี่ยน้องชาย

    “นาฟ ข้ากับเจ้าน้องชายคนนี้ขอสัญญาว่าจะเชื่อเหลือคนอื่นให้ได้มากที่สุด    “ถูกต้องพี่ชาย!

    นาฟเห็นสายตาของเหล่าชาวชุมชนเหล่านี้  ยิ่งจุดประกายให้ตัวเค้าเองมีแรงใจมากยิ่งขึ้น   วันนั้นนาฟยังเดินอยู่รอบๆ ชุมชนเรื่อยๆ ตกเวลากลางคืนก็ไม่มีใครเห็นนาฟแล้วนาฟเดินทางไปแล้ว

     

       ค่ำคืนนั้นนาฟไปอยู่ที่เต็นท์ส่วนกลางของหน่วยพยาบาลโดยที่ไม่ทีใครรับรู้ว่านาฟ มาที่แคมป์กลางแล้ว ภายในห้องทำงานของหัวหน้าหลิง

    นาฟถือสารลับฉบับหนึ่ง ที่แจ้งให้เค้ามาที่ หน่วยพยาบาล

    “ไม่ทราบท่านหลิงเรียกตัวข้ามา มีเรื่องอันใดครับ       “ต้องขอโทษที่เรียกนายมาด่วนแต่เรื่องราวค่อนข้างเร่งรีบ    ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมล่ะนะ จริงๆนอกจากหัวหน้าหน่วยพยาบาลแล้ว  ฉันยังมีอีกบทบาทหนึ่ง ฉันสังกัดอยู่องค์กรแห่งหนึ่งซึ่งขึ้นตรงกับหน่วยบางหน่วยในอาณานิคม

     

     

       “หน้าที่ขององค์กรเรามีหน้าที่ปกป้องอาณานิคมในที่มืดเสมือนเงาและขัดขวาง ทำลาย แย่งชิง ทุกสิ่งจาก “สมาคมใต้ดิน”

    นาฟเริ่มชักสีหน้า “สมาคมใต้ดินอีกแล้ว      “ฉันมาประจำอยู่ที่แคมป์กลาง ประมาณ 1ปีแล้ว เบื้องหน้าคือหน้าที่ ที่เจ้าเห็น เบื้องหลังคือคอยประสานงานรับข้อมูลดูความเคลื่อนไหวของสมาคมใต้ดินและส่งกลับไปยังองค์กร และฉันกำลังหมดหน้าที่จากตรงนี้และจะย้ายกลับเข้าอาณานิคม

       “องค์กรของเราอยากให้ฉันลองชวนนายร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างหนึ่ง

       “ทำไมต้องเป็นข้า ครับ!

       “ เพราะนายมีปณิธาน เดียวกับพวกเรา

    หัวหน้าหลิงหันไปเปิดตู้เก็บของ หยิบเอกสารบางอย่างออกมาวางตรงหน้านาฟเหลือบไปมองอดตกใจไม่ได้ เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับตัวของเค้า การเดินทางออกสำรวจกับกลุ่มท่านคักโป การต่อสู้กับสัตว์แปลง  โจร 3 หมาป่า   สู้กับหัวหน้าลีและสู้กับกลุ่มสมาคมใต้ดินเพื่อปกป้องกำแพงกันลม ในเอกสารมีอย่างละเอียดเกือบทั้งหมดเหมือนคนที่บันทึกเอกสารฉบับนี้อยู่ในเหตุการณ์จริงเลย

     “องค์กรของพวกเราจับตามองนายมาสักพักแล้ว  ทางผู้ใหญ่เลยลองให้ฉันชวนนายออกปฏิบัติภารกิจดู  แต่ห้ามบังคับนายแค่บอกว่าสิ่งที่นายพยายามทำอยู่นั้น เป็นสิ่งเดียวกันกับที่องค์ของเราทำมาตลอดคือการปกป้องมนุษยชาติ  จริงหรือไม่จริงนายสามารถตัดสินใจด้วยตัวเอง

     นาฟคิดตามไปด้วยนึกถึงสิ่งที่ สมาคมใต้ดินทำกับตนไว้ นึกถึงกลุ่มคนที่พยายามทำลายกำแพงกันลมของตนถ้าวันนั้นกำแพงระเบิดขึ้นมาจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอีกเท่าไหร่

       หัวหน้าหลิงยื่นกระดาษ ให้นาฟดู  ถ้านายตกลงทำภารกิจให้นายมาเจอฉันในตำแหน่งที่ระบุไว้ให้  ในคืนวันพรุ่งนี้ฉันจะรอนายอยู่  “แต่ถ้านายไม่สนใจ ก็ให้ลืมสิ่งที่พวกเราคุยกันในคืนนี้ซะฉันเชื่อว่านายรับผิดชอบพอที่จะไม่พูดเรื่องนี้กับใคร

     

       เช้าวันต่อมาผู้คนเริ่มเห็น นาฟ เดินอยู่ที่ตลาดแลกเปลี่ยนภายในแคมป์กลาง หลายคนที่จดจำนาฟได้เริ่มส่งเสียงพูดคุย กันเป็นกลุ่มๆ 

    “นี่ น้องชายจะมาก็ไม่บอกกันเลยนะ แม็ค ส่งเสียงมาจากที่ไกล  “มาน้องชาย! หาที่นั่งดื่มกันดีกว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ยังไม่ได้ฉลองลองกับน้องชายเลย     “ท่านอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่อยู่รึเปล่า?   “ไม่เป็นไรสำหรับน้องชาย งานของข้าเสร็จสิ้นหมดแล้วและโอกาสจะได้ร่วมดื่มกับคนดังก็มีน้อยซะเหลือเกิน  ไปน้องชายรีบไปกัน

      ทั้งสองได้ร่วมดื่มกินกันอยู่ที่ลานสังสรรค์ของแคมป์กลาง “โอ้โห น้องชายดื่มเก่งขึ้นเยอะเลยนะ   แล้วเจ้าจะเอายังไงต่อจะเดินทางเข้าอาณานิคมตอนไหนเหรอ         “ไม่รู้สิ  อาจจะเป็นคืนนี้      “หา! เจ้านี่คิดไวทำไวเสมอเลยนะน้องชาย

     

     

       “แล้วจะเข้าไปเตรียมตัวไว้หมดแล้วเหรอ    “เตรียมตัว?

    “อ่าว! ก็เช่น เดินทางไปยังไง  เข้าไปแล้วจะไปที่ไหน  เข้าไปแล้วจะพักอย่างไร   “นาฟถึงกับตะลึง ว่าเค้าลืมคิดสิ่งเหล่านี้ ไปเลยเพราะใจยังจดจ่อกับเรื่องที่คุยกับหัวหน้าหลิงเมื่อคืนนี้

      “นี่เจ้าใจลอยอีกแล้วนะ  ถ้าให้ข้าแนะนำ เจ้าก็เดินทางผ่านด้านหลังแคมป์กลางเราเข้าไปผ่านแดนต้องห้ามเพื่อตรวจคุณสมบัติแล้วเข้าทางประตูฝั่งใต้ทางนี้น่าจะเร็วสุด       “แดนต้องห้าม  ประตูฝั่งใต้เหรอ?

      “ใช่!แดนต้องห้ามคือพื้นที่จาก กำแพงของอาณานิคม ออกมาห้ามให้มีผู้คนอยู่อาศัยบริเวณนี้ใช้เป็นพื้นที่ตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นพลเมืองอาณานิคมก่อนเข้าประตู   “ส่วนประตูที่อยู่ใกล้โซนนี้ที่สุดก็คือประตูฝั่งใต้ที่ข้าบอก      “แล้วทางเข้าอาณานิคมมีกี่ทางเหรอท่านแม็ค?

     “อาณานิคมมีพื้นที่กว้างใหญ่สุดคณานับ มีกำแพงสูงกั้นเขตอาณานิคมไว้เป็นลักษณะวงกลม    “ซึ่งนาฟ พอจะเห็นคร่าวๆ จากการกระโดดขึ้นมุมสูงมาครั้งหนึ่งแล้ว

    แคมป์กลางจะมีอยู่ 2 ที่คือโซน เหนือสุด   และส่วนที่เราอยู่นี้เรียกว่าแคมป์กลางโซนใต้    “นาฟพึ่งจะรู้ว่าแคมป์กลางมี2 แห่ง  

    “ส่วนประตู ทางเข้า  ถ้าข้าจำไม่ผิดก็มีอยู่ประมาณ ร้อยกว่าแห่งโดยรอบกำแพง    “นี่ถ้าเจ้าไม่รีบนะ ประมาณเดือนหน้าข้าได้วันพักผ่อนมา ข้าว่าจะกลับไปเยี่ยมครอบครัวข้าซะหน่อย  กะจะชวนเจ้าเข้าไปด้วยกันซะเลย  เจ้าก็มาพักที่บ้านข้าได้นะนาฟ

     

    นาฟยังคิดถึงเรื่ององค์กร ของท่านหลิงอยู่ตลอดว่าจะเอายังไงดี

    “ขอบคุณในความหวังดีครับ ท่านแม็ค แต่ข้าคิดว่า  ข้าอาจจะต้องไปก่อน