สิทธาก้าวลงจากรถ เดินสำรวจไปรอบๆบ้าน ที่จริงแล้วเขาชอบบ้านหลังนี้มาก เพราะร่มรื่นดี และยังให้บรรยากาศแบบบ้านสวนผสมผสานกับกลิ่นไอความเจริญของเมืองกรุงได้เป็นอย่างดี
“คุณหนู” เสียงคุ้นหูดังขึ้นด้วยความดีใจ
สิทธาหันไปยังเจ้าของเสียงแล้วก็ต้องยิ้มออกมา
ป้านิ่มหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นคนเลี้ยงสิทธาพร้อมทั้งเป็นแม่นมวิ่งออกมาจากในบ้าน
เขารักป้านิ่มเสมอญาติผู้ใหญ่ในบ้านเลยทีเดียว
ป้านิ่มโผเข้ากอดสิทธา สิทธาก็กอดตอบ
“โถ กลับมาได้ซะทีนะคะ ป้านิ่มคิดถึงจะแย่” ป้านิ่มพูดด้วยรอยยิ้มแต่น้ำตาคลอด้วยความปลาบปลื้มดีใจ
“ผมก็คิดถึงป้านิ่มครับ แต่งานช่วงนี้ยุ่งๆเลยไม่ได้แวะมาน่ะครับ” สิทธาตอบด้วยน้ำเสียงเอาใจคนแก่เป็นพิเศษ
“งานอะไรคะ ยุ่งขนาดทำให้ลืมคนแก่ได้เลยหรอคะเนี่ย” ป้านิ่มพูดกระเซ้า
“ผมก็มาแล้วนี่ไง ไม่โกรธนะครับ” สิทธาพูดพร้อมกับโน้มตัวลงไปกอดป้านิ่ม ทำเิาคนแก่ยิ้มไม่หุบ
“คุณหนูเข้าไปข้างในก่อนนะคะ สักครู่คุณผู้หญิงคงลงมาจากข้างบน ป้าจะไปหาของอร่อยๆมาให่ทาน” ป้านิ่มพูดจบก็เดินหายเข้าไปในครัว
สิทธาเดินเข้าไปในบ้าน เขามองดูทุกอย่างในบ้านที่ยังเหมือนเดิม รูปถ่ายของเขากับพ่อแม่ รูปเขาเมื่อตอนเด็กๆ รูปตอนเป็นนักกีฬาโรงเรียน กระทั่งรูปรับใบประกาศนียบัตร ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม สิทธาเดินสำรวจรูปถ่ายจนเดินเลยเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น สิทธาหยุดเดิน
ที่โซฟากลางห้อง เชษฐากำลังอ่านหนังสือโดยที่ไม่หันมามองสิทธาแม้แต่น้อย ทำเหมือนกับว่าไม่รับรู้ถึงการมาของลูกชาย
“สวัสดีครับพ่อ” สิทธากล่าวทักทายและหยุดการเดินไว้ที่ตรงนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสอง ผู้เป็นพ่อยังคงนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ สิทธายังคงยืนอยู่ที่เดิม
เชษฐาทำทีเป็นสนใจหนังสือที่อ่านเป็นอย่างมาก เขานิ่งเฉยซะจนทำให้อีกฝ่ายอึดอัด
เวลาผ่านไปได้ซักพัก เชษฐาลดหนังสือที่อ่านลง ชำเลืองมองสิทธาด้วยหางตาอย่างพินิจ
“แกกลับบ้านเป็นด้วยเหรอ” เชษฐาพูดขึ้นแต่สายตายังคงจ้องมองไปที่หนังสือตามเดิม
“ผมกลับมาเยี่ยมแม่ตามสัญญาครับ” สิทธากล่าว
“ออ..ถ้าไม่มีสัญญาแกคงไม่กลับมาเหยียบที่นี่สินะ” เชษฐาพูดต่อ
สิทธานิ่งเงียบไม่ตอบ
“พ่อสบายดีมั้ยครับ” สิทธาตอบเพื่อทำลายความเงียบ
“ หึหึ..แปลกนี่ที่แกถาม ฉันก็ไม่ได้เจ็บได้ป่วยอะไร ยังมีแรงออกไปทำงานทุกวัน” เชษฐากล่าว
“แม่แกรู้รึเปล่าว่าแกกลับมาบ้าน” เชษฐาถามต่อ
“ยังไม่ทราบครับ” สิทธาตอบ
“ผมคิดว่าพ่อจะดูแลแม่ได้ดีกว่านี้” จู่ๆสิทธาก็พูดขึ้น เชษฐาวางหนังสือลงแล้วเผชิญหน้ากับลูกชาย
“หมายความว่ายังไง” เชษฐาถาม
“หลายวันก่อนแม่ไปหาผมที่ห้อง แม่ร้องไห้ ผมไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้” สิทธาพูด
“แล้วในฐานะลูกแกทำอะไรบ้าง หนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตคนเดียวอย่างนี้เหรอ” เชษฐาถามต่อ พร้อมกับลุกขึ้นยืน ทั้งสองมองหน้ากัน
“แกเคยสนใจหรือเปล่าว่าฉันแก่ปูนนี้แล้วยังต้องทำงานดูแลกิจการทั้งหมดคนเดียว ทั้งที่แกเองก็อายุมากพอที่จะช่วยงานของครอบครัวได้แล้ว แต่แกเคยสนใจมั้ย เอาแต่เที่ยวตะลอนไปทั่ว แบบนี้ใช้ได้แล้วรึไง ทั้งชีวิตฉันทำเพื่อแกกับแม่แกยังไม่พอใจอีกเหรอ” เชษฐากล่าวเสริม
“อย่าพูดว่าทำเพื่อผมกับแม่อีกเลยครับ กี่ครั้งที่พ่อปล่อยผมกับแม่อยู่กันลำพัง พ่อเห็นงานสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด” สิทธาพูด
“ไหนแกลองตอบมากซิว่า กอ้สิ่งที่ฉันทำอยู่ทุกวันนี้ ฉันทำไปทำไม ทำเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่เพื่อแกกับแม่แก” เชษฐาพูดเสียงดังอย่างมีอารมณ์
“ไม่ใช่ พ่อทำเพื่อตัวพ่อเองต่างหาก” สิทธาตอบกับอย่างมีอารมณ์เช่นกัน
ผัวะ!!!!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าเสียงดังชัดเจน เชษฐาตบหน้าลูกชายเสียงดังลั่น สิทธาไม่โต้ตอบ ไม่พูดคำใดๆ เขานิ่งเงียบ แต่ทว่า
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของสุนีย์ผู้เป็นแม่ดังมาจากชั้นบนของบ้าน พร้อมกับวิ่งถลาลงบันไดลงมาอย่างเร่งรีบ
เชษฐากับสิทธาแหงนหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจพร้อมกัน
สิทธารีบวิ่งสวนขึ้นบันไดไปเพื่อจับผู้เป็นแม่ไว้ไม่ให้ล้มกลิ้งลงบันไดไป
“อย่าวิ่งสิครับ” สิทธาพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอย่างที่สุด
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” สุนีย์สอบถามพร้อมกั
บลูบคลำไปตามใบหน้าของลูกชายที่ถูกผู้เป็นพ่อตบเข้าให้อย่างแรงเมื่อครู่นี้