“ยินดีต้อนรับกลับ...”
ตอนที่เขาลืมตาขึ้น เซี่ยฮุยก็พบว่าเขากลับมาอยู่ในสถานที่ที่คุ้นตาอีกครั้ง
ฝาที่ปิดไว้ราวกับโลงศพถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของเซี่ยฮุยที่เดินออกมาจากด้านใน
ข้าง ๆ ของเขามีแคปซูลโปร่งใสวางอยู่ ซึ่งมีสมาชิกในทีมของเขานอนอยู่ในนั้น
เพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น พวกเขาก็ลุกขึ้นจากแคปซูลโปร่งแสงเหล่านั้น
“ทำไมถึงยังไม่มีใครมาที่นี่อีกล่ะ?”
หลังจากที่ถูกส่งกลับมาที่นี่ เจี่ยปิงอวี่ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยเป็นคนแรก
“ต้องมีคนมาที่นี่ด้วยเหรอ?” เซี่ยฮุยย้อนถาม
“สนามทดสอบถูกนายทำลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
เจี่ยปิงอวี่พูดด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ “เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแบบนี้ คนที่ดูแลรับผิดชอบก็คงต้องร้อนใจมากแน่ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ต้องรีบมาดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นไม่ใช่เหรอ?”
“แล้วพวกเขาจะคำนวณคะแนนการทดสอบของพวกเรายังไง?”
แม้ว่าตอนที่อยู่ในสนามทดสอบทุกคนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เซี่ยฮุยทำและไม่มีใครคิดถึงผลที่จะตามมา
แต่หลังจากที่พวกเขาออกมาถึงที่นี่ พวกเขาก็เพิ่งจะคิดได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาคือคะแนนสะสม ตอนนี้ระบบถูกทำลายไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นคะแนนของพวกเขาจะคำนวณอย่างไรล่ะ?
ระหว่างที่ทางฝั่งนี้กำลังรู้สึกกังวล ทางอีกด้านหนึ่งก็กำลังปรึกษาเกี่ยวกับการให้คะแนนของพวกเขา
ณ ห้องประชุมพิเศษสำหรับการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ของสมาคมศิลปะการต่อสู้
ภายในห้องประชุมเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังนั่งพูดคุยกัน
ห้องประชุมแห่งนี้มีโต๊ะตัวใหญ่ทรงกลมที่แทบจะกินพื้นที่ทั้งห้อง มีเก้าอี้ห้อมล้อมโต๊ะราว ๆ 50 ตัว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เก้าอี้แต่ละตัวมีคนนั่งประจำตำแหน่งอยู่ พวกเขาสวมใส่ด้วยเสื้อผ้าที่แตกต่างกัน แต่ท่าทางของพวกเขากลับจริงจังและดูสุขุมเป็นอย่างมาก
“เหมิงเยี่ยน มันเกิดอะไรขึ้น?”
ชายผมขาวโพลนที่นั่งอยู่บริเวณตำแหน่งประธานกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องพร้อมกับพูดด้วยท่าทางบึ้งตึง
ทุกสายตาหันมามองที่หน้าจอแสดงผลโฮโลแกรมที่ตั้งอยู่ตรงกลางของโต๊ะทรงกลมตัวนี้
ภายในนั้นมีชายวัยกลางคนร่างอ้วนชื่อเหมิงเยี่ยนกำลังนั่งปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก
เขาคือผู้รับผิดชอบเฝ้าสังเกตการณ์ทีมของเซี่ยฮุย
ภายในใจของเหมิงเยี่ยนก็รู้สึกสับสนเป็นอย่างมากเช่นกัน
เขาเองก็ยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เซี่ยฮุยกำลังจะถูกตัดออกจากการทดสอบอยู่แล้วแท้ ๆ เขาแค่แวะออกไปเข้าห้องน้ำแค่แป๊บเดียว รู้ตัวอีกทีเด็กคนนั้นก็สร้างเรื่องใหญ่ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบจากปากของเขา เขาจึงไม่กล้าพูดปดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เหมิงเยี่ยนพูดด้วยความตรงไปตรงไป “รายงานท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น พอดีผมลุกไปเข้าห้องน้ำมา กลับมาอีกทีก็เกิดเรื่องนี้ขึ้นแล้วครับ”
“ข้อมูล Z-3033 สามารถกู้คืนกลับมาได้ไหม?”
ชายชราอีกคนที่ผมยังเป็นสีดำซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ประธานถามขึ้น
เหมิงเยี่ยนหันไปสบตาชายชราผมดำ จากนั้นก็เริ่มปาดเหงื่ออีกครั้ง
เขาตอบกลับด้วยเสียงสั่นระริก “รายงานท่านรองประธานครับ...เนื่องจากดันเจี้ยนล่ม ดังนั้นข้อมูล Z-3033 ของทีมนี้จึงหายไปทั้งหมด ไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้ครับ”
ทั้งสองคนหันมาสบตากันราวกับกำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบางอย่าง
หลังจากนั้นชายชราผมดำก็พูดขึ้นว่า “ทุกคนคิดว่าเราควรจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร?”
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ หนึ่งในชายกลางคนพุงพลุ้ยก็พูดขึ้นว่า “ผมคิดว่าควรจะยกเลิกคุณสมบัติการทดสอบของเด็กกลุ่มนี้ และไม่ควรให้คะแนนพวกเขาครับ คนที่สามารถทำลายระบบดันเจี้ยนนี้ได้ ผมคิดว่าพวกเขาต้องใช้วิธีที่ไม่สุจริตแน่ ๆ”
“กรรมการถางกำลังสงสัยมาตรการการจัดการของพวกเราเหรอคะ?”
เมื่อได้ยินกรรมการถางพูดเช่นนั้น หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขาก็ย้อนถามอย่างไม่เกรงใจ
“หัวหน้าหลิวเข้าใจได้แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะครับ”
“ถางเหว่ยห้าว คุณอย่ามาถือวิสาสะพูดจาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นแบบนี้นะ”
“หลิวเสว่”
ถางเหว่ยห้าวเริ่มตะเบงเสียงให้ดังขึ้น “ผมได้ยินมาว่าเด็กนักเรียนกลุ่มนี้มาจากโรงเรียนของคุณ คุณคงไม่ได้เล่นพรรคเล่นพวก ทำเป็นปิดหูปิดตาข้างหนึ่งเพื่อช่วยเด็กพวกนั้นหรอกนะ!”
“ถางเหว่ยห้าว คุณกำลังใช้โอกาสเพื่อเอาคืนฉันสินะ”
หลิวเสว่ทุบโต๊ะ เธอลุกขึ้นยืนและชี้หน้าเขา “ปีที่แล้วหลานชายของคุณก็ทุจริตในการสอบจนถูกยกเลิกคุณสมบัติเหมือนกัน ตอนนั้นฉันจำได้ว่าหลักฐานแน่นหนาจนทำให้ดิ้นไม่หลุดเลยไม่ใช่เหรอ”
“มันก็จริงอยู่ค่ะที่เด็กเหล่านี้เป็นนักเรียนจากโรงเรียนของพวกเรา แต่ตอนนี้เราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะปรักปรำพวกเขาว่าทุจริตในการสอบ”
“เหอะ! ใครจะไปรู้ล่ะ”
ถางเหว่ยห้าวยังคงไม่เชื่อ เขากระตุกมุมปากเป็นเส้นโค้ง “ถ้าไม่ใช่เพราะมีพวกคุณคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลดันเจี้ยนพวกนี้จะหายไปหมดได้ยังไง?”
“นี่คุณ...”
“พอแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังคงทะเลาะกันจนแทบจะลงไม้ลงมือ ชายชราผมดำก็พูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ความบาดหมางส่วนตัวของพวกคุณเก็บไว้เคลียร์กันนอกรอบเถอะ ตอนนี้เรากำลังหาทางออกให้กับเรื่องนี้ว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร”
“รองประธานคะ ดิฉันคิดว่าการที่ระบบ Z-3033 ล่มไม่น่าจะเกี่ยวกับเด็กเหล่านี้นะคะ คะแนนของพวกเขาถึงแม้ว่าจะไม่หลงเหลือข้อมูลอะไรให้ติดตาม แต่ในฐานะที่พวกเขาสามารถออกมาจากดันเจี้ยนได้สำเร็จโดยไม่ได้รับบาดเจ็บก็นับว่าเป็นผลงานชั้นยอดไม่ใช่เหรอคะ” ระหว่างที่หลิวเสว่พูดเธอก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
“ผมขอคัดค้าน!”
ถางเหว่ยห้าวลุกขึ้นพรวดพราด จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ทำไมถึงมีแค่ระบบ Z-3033 ที่ล่มล่ะ? สาเหตุเหล่านี้พวกเราสามารถตรวจสอบได้ แต่สำหรับคะแนนของเด็กกลุ่มนี้ ผมคิดว่าควรถือว่าเป็นโมฆะ”
“แน่นอนว่าสมาคมศิลปะการต่อสู้ของพวกเราไม่สามารถที่จะทำลายอนาคตของเด็ก ๆ ที่เข้ามาทดสอบได้ ผมคิดว่ายกเลิกคุณสมบัติในการเข้าสอบปีนี้ของเด็กกลุ่มนี้ พวกเขายังอายุน้อยปีหน้ายังสามารถเข้าร่วมการทดสอบได้ใหม่อีกครั้ง”
“ฉันขอคัดค้านค่ะ!”
หลิวเสว่ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จากนั้นก็เริ่มโต้แย้งถางเหว่ยห้าว “ถ้าหากยังไม่มีหลักฐานยืนยัน และพวกเราตัดสิทธิ์ในการสอบของเด็ก ๆ เหล่านั้นโดยไม่ยึดตามกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ฉันคิดว่าสมาคมของเราอาจจะดูใจแคบเกินไปนะคะ”
“คุณกำลังจะบอกว่าการให้คะแนนของเด็กเหล่านั้นโดยไม่มีหลักฐานจะทำให้ดูใจกว้างขึ้นงั้นสิ?”
“ฉัน...”
“พอแล้ว!”
ชายชราผมดำทุบโต๊ะอย่างแรงเพื่อขัดจังหวะการโต้เถียงอย่างกระตือรือร้นของทั้งสองคน “งั้นพวกเรามาโหวตลงความเห็นกันเถอะ ใครเห็นด้วยที่จะยกเลิกคุณสมบัติในการสอบของเด็กกลุ่มนี้ ยกมือขึ้นครับ”
สิ้นสุดเสียงของเขาไม่มีใครยกมือแม้แต่แต่คนเดียว
แต่หลังจากผ่านไปสิบกว่าวินาทีก็เริ่มมีคนยกมือขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หลิวเสว่มองกลุ่มคนเหล่านั้นที่ยกมือเกือบครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองถางเหว่ยห้าวที่กำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ท่าทางของเขาทำให้เธอโมโหจนแทบจะระเบิด
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร
ในเวลานี้เอง–––––
“รายงานครับ ระบบ X-213 ล่ม ไม่ทราบสาเหตุ ข้อมูลคะแนนสะสมของนักเรียนทั้งหมดหายไป”
“รายงานครับ ระบบ A-5666 ล่ม สาเหตุเนื่องจากระบบหลักภายในดันเจี้ยนถูกทำลาย ข้อมูลคะแนนสะสมของนักเรียนหายไปเกือบทั้งหมด”
……
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ มีการรายงานอย่างต่อเนื่องอีกสิบครั้ง โดยมีภาพฉายโฮโลแกรมขึ้นบริเวณตรงกลางของโต๊ะทรงกลม
เหมิงเยี่ยนและอีกสิบคนที่เพิ่งรายงานความคืบหน้าก็หันมามองกลุ่มผู้มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างพร้อมเพรียงกัน
เมื่อได้ยินการรายงานนี้ ชายชราผมขาวที่กำลังนั่งลูบเคราตัวเองก็ชะงักไป และเริ่มดึงเคราของตัวเองด้วยความตึงเครียด
เขาวางมือลงและหันไปมองชายชราผมขาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “เหล่าเฮย ปีนี้เกิดเรื่องแปลกจริง ๆ ครั้งแรกที่เปิดการทดสอบรูปแบบใหม่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดเข้าแล้ว”
“เหล่าป๋าย นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก”
ชายชราผมดำพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ “ถ้าหากไม่ใช่เพราะเราต้องการตรวจสอบสิ่งสิ่งนั้น พวกเราคงไม่ใช้วิธีการทดสอบที่เข้มข้นถึงระดับนี้ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแล้ว ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ที่นี่”
“การขาดแคลนกำลังคนเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก สิ่งเหล่านั้นข้ามแนวป้องกันของเราเข้ามาด้านในแล้วและกำลังจะเจาะไปถึงด้านหลังแนวป้องกันของเราด้วย ถ้าหากเรายังใช้วิธีการที่นุ่มนวลเหมือนกับก่อนหน้านี้ก็เท่ากับพวกเรากำลังทำลายล้างตัวเอง”
ชายผมดำหันไปมองคนอื่น ๆ ที่ยังยกมือโหวต จากนั้นก็กล่าวเสียงขรึม “ผมไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณยกมือด้วยเหตุผลอะไร แต่สำหรับคุณ...คุณทำให้ผมผิดหวังมาก”
“ท่านรองประธาน ผม...”
ถางเหว่ยห้าวลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นตระหนก หลังจากติดอ่างค้างอยู่ที่คำว่า “ผม” อยู่นาน ในที่สุดเสียงของเขาก็หายไป
“ผมอะไร? ใครก็ตามที่ยกมือโหวตในครั้งนี้ ผมขอสั่งให้พวกคุณไปทำหน้าที่เป็นแนวหน้าเป็นเวลาหนึ่งปี”
“ส่วนทีมที่ทำระบบดันเจี้ยนล่มทั้งหมดให้ใส่คะแนนในฐานะของนักเรียนที่ทำคะแนนโดดเด่นได้เลย”
“เลิกประชุมได้!”
พูดจบชายชราทั้งสองก็เดินออกจากห้องประชุมในทันที
“บัดซบ”
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองเดินออกไป หลิวเสว่ก็ยกมือขึ้นกอดอกและมองถางเหว่ยห้าวที่กำลังทำท่าสลดด้วยท่าทางปริ่มเปรม
ถางเหว่ยห้าวเงยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ตอนที่เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ เขาก็ชะงักไปราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ถางเหว่ยห้าวก้มหน้าลงอีกครั้ง ก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากห้องไป
“หึ!”
หลิวเสว่เปล่งเสียงหึออกมาจากลำคอด้วยท่าทางไม่แยแส จากนั้นเธอก็ลุกขึ้นยืนและหมุนตัวเดินออกจากห้องเพื่อไปเจอกับเซี่ยฮุยและคนในทีมของเขา
พวกเขาทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรกันนะ?
นี่เป็นคำถามที่ยังติดตรึงอยู่ในภายในใจของเธอ