[จบ] ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว

    ตอนที่ 39 ไม่ใช่ฉัน

            ตอนที่ 39 ไม่ใช่ฉัน


            เซียวหมิงเยวี่ยหาหลืบลับตาคนแล้วเข้าไปในบ้านในมิติ เธอเปลี่ยนเป็นชุดสะอาดเพราะเสื้อผ้าที่สวมใส่เมื่อครู่เปื้อนเลือด


            หลังชำระร่างกายจนสะอาดก็เอาไก่ 10 ตัวออกมาจากตู้เย็นโกดัง เริ่มจุดไฟแล้วเคี่ยวน้ำแกงไก่ให้ฟู่กุ้ย


            เธอทำอย่างเคยชิน เติมต้นหอมและขิงลงไปในหม้อ เคี่ยวไก่ในหม้อไปเรื่อย ๆ ก่อนไปดูว่าหมูและวัวมีสภาพอย่างไรบ้าง ตอนนี้น่าจะโตเต็มที่กันหมดแล้ว  


            หลังป้อนผักผลไม้ให้หมูและวัว ในที่สุดเซียวหมิงเยวี่ยก็ออกจากมิติแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน


            คาดว่ายายคงเป็นห่วงแย่แล้ว


            เมื่อกลับมาบ้านก็ต้องตกใจที่ไม่มีใครอยู่ เธอรีบไปจุดที่เถียนเหว่ยถูกฆ่า เพราะเชื่อว่ายายกับพ่อเซียวคงจะไปที่นั่น


            “ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ทำไมผมถึงปล่อยให้ออกไปกันตามลำพัง! ถ้าลูกต้องตายผมก็จะตายตามไปด้วย หมิงเยวี่ย คุณแม่ ผมขอโทษ!”


            เมื่อเห็นศพบนพื้นแต่ไม่พบเซียวหมิงเยวี่ย หญิงชราก็เป็นลมล้มพับไป


            พ่อเซียวกำหมัดแน่น ร่างซวนเซเล็กน้อย


            “ถ้าเลือกได้พ่อก็อยากจะตายแทนลูก ลูกสาวพ่อ!”


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งแนะ “พวกคุณ ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณในตอนนี้นะ ก่อนอื่นใจเย็นลงก่อน คุณยาย ช่วยอธิบายสถานการณ์อีกครั้งได้ไหมครับ อย่าให้พลาดรายละเอียดไปสักอย่างเลยนะครับ ไม่มีศพของเซียวหมิงเยวี่ยที่นี่ ไม่แน่ว่าเธออาจยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ เราอย่างเพิ่งหมดหวังสิครับ”


            ยายคว้าตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งแน่น ราวกับเป็นความหวังสุดท้าย


            “คุณบอกว่าเธอยังมีชีวิตอยู่จริงเหรอ?”


            “มีความเป็นไปได้ครับ ตามที่คุณเล่ามา เซียวหมิงเยวี่ยทำถูกแล้ว ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครหนีออกมาได้เลย คนพวกนั้นพุ่งเป้าไปที่เธอ คุณยายอย่ารู้สึกผิดไปเลยนะครับ”


            “งั้นฉันจะอธิบายให้ฟังอีกครั้งเองค่ะ หมิงเยวี่ยบอกว่าคนพวกนั้นเป็นคนในแก๊งมังกรดำ แล้วคนพวกนั้นก็ยอมรับ...” ยายพยายามย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ หลังได้ยินก็สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา


            “ศพทั้งหกเป็นผู้ชาย ไม่มีเซียวหมิงเยวี่ยรวมอยู่ด้วย”


            “6 คนเหรอ ไม่มีทาง! พวกเขามีกัน 7 คน!” ยายโพล่งบอก


            “7 คนเหรอครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งขมวดคิ้ว


            “ฉันรู้แล้ว ต้องมีคนหนึ่งลงมือฆ่าแน่ ๆ เขาเอาหลานสาวฉันไปไหน คุณตำรวจ ช่วยหลานสาวฉันด้วย!”


            พ่อเซียวร้องไห้จนตาแดงก่ำเช่นกัน เขาไปส่งแม่เซียวทำงาน จึงไม่ได้ไปซูเปอร์มาร์เก็ตกับลูกสาว เมื่อกลับมาก็พบกับข่าวน่าสะเทือนใจ


            เขาเสียใจมาก แม้กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ แม่เซียวยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่จะบอกกับเธออย่างไรดีล่ะ?


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งถอนหายใจอย่างไม่รู้จะปลอบใจอย่างไร ทางการให้ความสำคัญกับการตามจับแก๊งมังกรดำมาตลอด คนพวกนี้โหดเหี้ยม หากเซียวหมิงเยวี่ยตกอยู่ในเงื้อมมือคนพวกนั้นจริง ก็อาจดวงซวยไม่มากก็น้อย


            “พ่อ ยาย มาอยู่ที่นี่กันนี่เอง”


            เซียวหมิงเยวี่ยทักทายอย่างเป็นปกติ แต่มันกลับทำให้พ่อเซียวกับยายตกใจมาก


            “หมิงเยวี่ย!”


            “ลูกยังมีชีวิตอยู่! ดีจริง ๆ! ถ้าลูกเป็นอะไรไป พ่อก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน!”


            พ่อเซียวที่ตัวสูงราว 7 ฟุตฟูมฟายน้ำหูน้ำตาไหลราวกับเป็นเด็ก


            “หนูยังมีชีวิตอยู่ค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ? หนูกลับไปหาที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่เลย” เซียวหมิงเยวี่ยเอ่ย


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเดินมาบอก “ดีแล้วที่คุณปลอดภัย ทั้ง 6 คนนี้ถูกฆ่าตายแล้ว ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”


            “ถูก... ฆ่าเหรอคะ? พวกเขาตายแล้วเหรอคะ?”


            เซียวหมิงเยวี่ยแสร้งหวาดกลัวเมื่อเห็นศพบนพื้น เธอสูดหายใจ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียว


            “คุณไม่รู้เรื่องเหรอครับ?” อีกฝ่ายถาม


            เธอตอบตามสัญชาตญาณ “ไม่รู้ค่ะ คนที่บอกว่าชื่อพี่เหว่ยอยากจะข่มเหงฉัน ฉันเตะไอ้นั่นของเขาแล้ววิ่งหนีออกมาช่วงพวกเขาเผลอ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง พวกเขาตายได้ยังไงคะ?” 


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเงียบไปนาน ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกทะแม่งในใจ แต่ก็อธิบายไม่ถูก


            “คุณหนีรอดมาจากกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนี้ได้ยังไงครับ?” เขาถาม


            “ฉันเคยอยู่ทีมวิ่งสมัยมัธยมปลายค่ะ ก็เลยวิ่งค่อนข้างเร็ว ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ชินทางในชุมชนเราด้วย เลยไล่ตามฉันไม่ทัน” เซียวหมิงเยวี่ยตอบเสียงมั่นอกมั่นใจ


            “อย่างนั้นเหรอครับ?”


            “เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง 6 ศพนี้ถูกบีบคอตาย ฆาตกรต้องแข็งแรงมาก กระดูกลำคอแตกหัก น่าจะตายมาไม่ถึง 2 ชั่วโมงครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจแถวนั้นรายงาน


            “อืม รับทราบแล้ว” เขาพยักหน้ารับ


            ยายกอดเซียวหมิงเยวี่ยแน่นพลางเอ่ย “ดีที่หมิงเยวี่ยฉลาดและวิ่งเร็ว ไม่อย่างนั้นฉันคงขาดใจตาย ใครจะมีเรี่ยวแรงเยอะขนาดนั้นกัน น่ากลัวมากจริง ๆ ต่อไปออกมาข้างนอกต้องระวังหน่อยแล้ว เราไม่ควรมีเรื่องกับตาแก่นั่นเลย”


            “ตาแก่ไหนครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งถาม


            “พ่อของคนที่นำกลุ่มนี้มาค่ะ เขาอยากได้ชุดกันยุงที่เราใส่อยู่ ยืนกรานว่าจะซื้อให้ได้ ถึงกับพูดจาหยาบคาย ถ้าหลานสาวฉันไม่ขายให้จะมาหาเรื่อง เขาถึงได้ให้ลูกชายมาเล่นงานพวกเราไงคะ” ยายเล่า


            “เข้าใจแล้วครับ”


            “พ่อ ยาย หนูกลัว อยากกลับบ้านแล้ว” เซียวหมิงเยวี่ยกระซิบบอก


            “ไป ๆ กลับบ้านกันเดี๋ยวนี้เลย” พ่อเซียวเอ่ย


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเรียกรั้งไว้ “เดี๋ยวก่อน คุณเซียวหมิงเยวี่ย ผมมีเรื่องจะถามคุณอีก ให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยครับ”


            เซียวหมิงเยวี่ยมองเขาแล้วบอก “เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งคุณคงไม่ได้คิดว่าฉันฆ่าพวกเขาใช่ไหมคะ? ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะไปบีบคอคนตายได้ยังไง...”


            “ใช่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง ลูกสาวของผมหวาดกลัว ต้องกลับไปพักผ่อน” พ่อเซียวบอก


            เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งตรองดูแล้ว อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย แม้แต่ผู้ชายทั่วไปยังไม่มีแรงขนาดนั้น สู้กันหนึ่งต่อหกแล้วยังเอาชนะได้ในคราวเดียว ต้องเป็นคนแข็งแรงที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี


            “คุณเห็นคนน่าสงสัยบ้างไหมครับ?”


            เซียวหมิงเยวี่ยส่ายหน้า “ไม่เลยค่ะ”


            “โอเคครับ คุณโชคดีไป ต่อไปอย่าไปไหนตามลำพังนะครับ ต้องมีผู้ชายไปเป็นเพื่อน” เขาบอก


            พ่อเซียวพยักหน้าก่อนเอ่ย “ต่อไปผมจะปกป้องลูกสาวและไปเป็นเพื่อนเธอเอง”


            “ขอบคุณนะคะ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง” เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ


            ทักษะการแสดงของเธอดีเยี่ยม ในที่สุดก็เล่นละครตบตาได้สำเร็จ


            ตอนนี้เองที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งได้รับสายโทรศัพท์ สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำจากคนปลายสาย


            “เสี่ยวซ่ง คุณอยู่ที่นี่ คนอื่นตามผมมา!”


            เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งกับคนอื่น ๆ จากไป เซียวหมิงเยวี่ยก็รู้ว่าพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปแหล่งกบดานของแก๊งมังกรดำ ไม่นานก็จะได้เห็นบ้านที่มีศพนอนเกลื่อนกลาด


            เธอไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งจะไม่สงสัยตนเอง แม้เด็กสาวในวิลลาจะเห็นหน้าเธอไม่ชัด แต่ก็รู้ว่าฆาตกรเป็นผู้หญิง เขาจึงอาจยังกังขาในตัวเธอ แล้วเห็นว่าเป็นผู้ต้องสงสัย


            แต่ถึงจะสงสัยไปแล้วยังไงล่ะ? มีหลักฐานที่ไหนกัน


            เธอจะฆ่าคนไปเพื่ออะไร ส่วนเรื่องอาวุธและกระสุนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอ


            เมื่อมาถึงบ้านยายก็หวาดกลัวและสลัดความคิดไม่หลุด พ่อเซียวยังบอกว่าต่อไปต้องออกไปกับเขาเท่านั้น เซียวหมิงเยวี่ยตอบตกลงและพูดน้อยลงมาก ทำให้เขาคิดว่าเธอยังขวัญเสียอยู่


            ชาติก่อนเธอเห็นศพมามากมาย ทั้งคนที่อดอยากตาย หนาวตาย และถูกแทงตาย ตอนแรกเธอก็หวั่นวิตกที่เห็นศพ ทว่าภายหลังก็ชินชาเพราะเห็นผ่านตามาไม่น้อย


            หากแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอฆ่าคน วันนี้เธอลงมือได้เยือกเย็นกว่าที่คิดไว้มาก


            เซียวหมิงเยวี่ยทุกข์ทรมานจากการถูกรังแกในชาติก่อน ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เธอสามารถหักคอศัตรูได้อย่างหน้าตาย

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลกพร้อมมิติส่วนตัว ที่คุณอ่าน