Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 5 บทที่ 129 การเสริมแกร่งรอบที่สาม

            ต้นไม้ที่โดดเด่นในป่าย่อมถูกลมพายุพัดโค่นล้ม

            หลักการข้อนี้ อาจารย์หลี่เข้าใจเป็นอย่างดี

            อาจารย์หลี่ส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ มนุษย์เราไม่สามัคคีกันเลย

            ยามนี้ภายนอกมีสัตว์ป่ากลายพันธุ์ออกอาละวาดก่อภัยพิบัติ ส่วนภายในก็ไม่ได้สงบสุขนัก

            เมื่อคิดได้ดังนั้นสายตาที่เขามองไปยังหลิงเอ๋อร์จึงเปี่ยมไปด้วยความซับซ้อน

            “หวังว่าเด็กคนนี้จะสามารถแบกรับภาระที่หนักอึ้งในอนาคตได้”

            และในขณะนั้นอาจารย์หลี่ก็กวาดตามองไปยังทุกคนอีกครั้ง และกล่าวอย่างใจเย็นว่า

            “แยกย้ายกันไปเถอะการทะลวงระดับเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ทำได้แค่รอเท่านั้น”

            “รับทราบครับ อาจารย์หลี่”

            สิ้นเสียงผู้คนก็ค่อยๆ แยกย้ายกันไป

            และในวันนั้นเอง เรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ‘ธิดาเพลิงที่ทะลวงระดับขณะหลับใหล’ ก็แพร่สะพัดไปทั่วในหมู่คนระดับสูงของมนุษย์

            ....

            ณ หุบเขาเป่ยอวี่

            หลังจากที่อวี๋จื่ออวี๋ส่งชิงเอ๋อร์เข้าไปในห้องลับเขาก็ไม่ได้สนใจอีก

            การทะลวงระดับนั้นค่อนข้างเป็นกระบวนการที่ยาวนาน

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทะลวงระดับของชิงเอ๋อร์ในตอนนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงระดับชีวิตเลยทีเดียว

            “ยัยเด็กคนนี้ทะลวงระดับโดยไม่บอกฉันสักคำ กลัวว่าฉันจะเป็นห่วงหรือไงนะ?”

            อวี๋จื่ออวี๋ส่ายหน้าอย่างจนใจ

            แน่นอน ส่วนใหญ่แล้วคือความรักใคร่เอ็นดูและในขณะนั้นเอง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้อวี๋จื่ออวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มพลางกล่าวว่า

            “ฉันน่าจะใช้เวลาสองวันนี้เตรียมของขวัญสำหรับการทะลวงระดับของชิงเอ๋อร์ส่วนเจ้าจระเข้จักรพรรดิ ไม่รู้เหมือนกันว่าสร้างทะเลสาบวิญญาณเสร็จหรือยัง”

            พูดไปพลางจิตสำนึกของอวี๋จื่ออวี๋ก็ย้ายไปยังพื้นผิวโลกแล้ว

            ครู่ต่อมา เขาขยายมุมมองขึ้นมองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาอวี๋จื่ออวี๋ก็พบว่าห่างจากหุบเขาเป่ยอวี่ไปประมาณยี่สิบกิโลเมตรมีทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา

            จากการประเมินเบื้องต้นทะเลสาบแห่งนี้มีขนาดอย่างน้อยเท่าสนามฟุตบอลสี่ห้าสนามรวมกัน

            “โอ้โหการจะเปลี่ยนทะเลสาบแห่งนี้ให้เป็นทะเลสาบวิญญาณไม่รู้จะต้องใช้พลังน้ำบำรุงชีวิตของฉันไปมากเท่าไหร่”

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มมุมปากทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีร่องรอยความเจ็บปวดใดๆ

            แม้พลังจากน้ำบำรุงชีวิตจะล้ำค่าทว่าตราบใดที่ไม่กระทบต่อต้นกำเนิด เขาก็ควรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

            ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างทะเลสาบแห่งนี้ให้เป็นทะเลสาบวิญญาณไม่เพียงแต่เป็นของขวัญสำหรับจระเข้จักรพรรดิเท่านั้นแต่ยังเป็นการเตรียมการสำหรับความต้องการในอนาคตด้วย

            ท้ายที่สุดแล้วขุนเขาแห่งหมอกที่เป็นเหมือนฐานทัพของอวี๋จื่ออวี๋ย่อมไม่สามารถมีแค่สัตว์ป่ากลายพันธุ์ไม่กี่ตัว

            ไม่ต้องพูดถึงเก้าสัตว์เดินดินที่อวี๋จื่ออวี๋ใฝ่ฝันถึงเพียงแค่เผ่าหมาป่าวายุในปัจจุบันก็มีจำนวนไม่น้อยแล้ว

            และที่สำคัญกว่านั้นคืออิทธิพลของอวี๋จื่ออวี๋จะค่อยๆ ขยายตัวออกไป

            ด้วยเหตุนี้ทะเลสาบวิญญาณที่ใหญ่กว่าสระน้ำวิญญาณหลายสิบเท่าจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

            เมื่อคิดเช่นนี้กิ่งไม้ของอวี๋จื่ออวี๋ก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

            “ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ...”

            พร้อมกับเสียงแหวกอากาศหยดน้ำบำรุงชีวิตที่เข้มข้นนับสิบหยดได้พุ่งทะลุฟากฟ้า มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ

            ครู่ต่อมา ราวกับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

            “โฮก...”

            เสียงคำรามจากยุคบรรพกาลดังขึ้นพร้อมกับความตื่นเต้นเล็กน้อยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

            ที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือน้ำในทะเลสาบเกือบครึ่งหนึ่งพลุ่งพล่านและเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ

            เมื่อมองอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นจระเข้ขนาดมหึมาตัวหนึ่ง ที่ยกตัวขึ้นมองตรงไปยังหุบเขาเป่ยอวี่ด้วยสายตาที่ร้อนแรง

            “จำไว้ว่าต้องช่วยปกป้องขุนเขาแห่งหมอกให้ข้าจากนี้ข้าจำเป็นต้องพักฟื้นสักครู่”

            อวี๋จื่ออวี๋ส่งเสียงผ่านม่านหมอกไปยังจระเข้จักรพรรดิจากนั้นจิตสำนึกของเขาก็ค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ร่างหลัก

            น้ำบำรุงชีวิตนับสิบหยดนั้นถือเป็นการสูญเสียที่ไม่น้อยสำหรับเขา แม้ว่าตอนนี้เขาจะค่อนข้างเหนื่อยล้าก็ตามแต่การจัดการให้เสร็จสิ้นในคราวเดียวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ขนาดนั้น

             

            ในอนาคตเพียงแค่ให้หยดน้ำบำรุงชีวิตเป็นครั้งคราวเท่านี้ก็เพียงพอที่จะบำรุงทะเลสาบแห่งนั้นให้กลายเป็นทะเลสาบวิญญาณได้แล้ว

            และในตอนนี้...

            อวี๋จื่ออวี๋ย่อมต้องใช้การเสริมความแข็งแกร่งเพื่อชดเชยความสูญเสียในครั้งนี้

            สายตาของอวี๋จื่ออวี๋หันไปที่แผงสถานะ

            ฟุ่บ!

            [เผ่าพันธุ์: ต้นวิลโลว์กลายพันธุ์

            ระดับ: เหนือธรรมชาติขั้นที่สอง (ภัยพิบัติ)

            แต้มวิวัฒนาการ: 9,823แต้ม (วิธีรับ: 1. รับแสงแดดดูดซับพลังงานลึกลับเพื่อกลั่นกรอง 2. ช่วงชิงจากสัตว์หรือพืชอื่นแล้วสกัดออกมา)

            พรสวรรค์ประจำตัว: ฟื้นฟูขั้นสุดยอด (เลเวล 2)- พรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวเฉพาะของพืชสามารถเร่งความเร็วในการฟื้นฟูได้อย่างมากแม้แต่กิ่งก้านที่เปราะบางก็จะสามารถฟื้นฟูได้ในพริบตาด้วยพลังที่หมุนเวียนอยู่ภายใน(ความสามารถในการฟื้นฟูได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง -แม้ร่างหลักและรากฝอยจะถูกทำลายไปเกือบทั้งหมด ก็ยังสามารถฟื้นฟูได้อย่างช้าๆด้วยส่วนที่เหลือ)

            ความสามารถพิเศษ: กิ่งก้านกลายพันธุ์ (เลเวล2)- กิ่งก้านที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งหลายครั้งความแข็งแกร่งเทียบเท่าเหล็กกล้า สามารถบิดงอและเติบโตได้อย่างอิสระ ในขณะเดียวกันกิ่งก้านยังสามารถหลั่งสารพิษที่ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต หรือแม้กระทั่งหมดสติได้

            รากไม้กลายพันธุ์ (เลเวล 2)- รากไม้ที่แข็งแกร่งถึงขีดสุด รากแต่ละเส้นเปรียบดังมังกรพฤกษามีพลังพิเศษ สามารถดูดซึมสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์เป็นสารอาหารได้ในระดับหนึ่ง

            สร้างภาพหลอน (เลเวล 2)- สามารถใช้ม่านหมอกส่งผลกระทบต่อจิตใจของสิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์และมนุษย์ ล่อลวงสัมผัสทั้งห้า ทำให้สับสน แยกแยะความจริงกับภาพลวงไม่ได้

            ควบคุมธาตุดิน (เลเวล 2)- สามารถควบคุมธาตุดิน เปลี่ยนพื้นดินให้เป็นคลื่นดินท่วมทับทุกสิ่ง และยังสามารถเปลี่ยนสภาพธรณีวิทยา ซ่อนร่างหลักลงใต้ดินได้

            ควบคุมม่านหมอก (เลเวล 3)- ควบคุมได้ดั่งใจนึก หมอกคือดวงตาของอวี๋จื่ออวี๋พร้อมทั้งสามารถแปลงสภาพได้หลากหลาย เป็นทุกสิ่งที่คิด

            มีดบินใบหลิว (เลเวล 2)- หล่อเลี้ยงใบหลิวด้วยพลังวิญญาณของตนเอง และขัดเกลาอย่างต่อเนื่องยิ่งบริสุทธิ์และพลังวิญญาณยิ่งโปร่งใสพลังและระยะการโจมตีของมีดบินใบหลิวก็จะยิ่งไกลและทรงพลังยิ่งขึ้น

            มังกรพฤกษา (เลเวล 1)- รากไม้กลายเป็นมังกร บรรลุถึงที่สุดเพิ่มพลังการดูดซับของรากไม้หลักอย่างมหาศาลเพื่อให้สามารถกลืนกินและกัดกินทุกสิ่งได้จริงจนกระทั่งสุดท้ายหยั่งรากลึกที่สุดในดาวเคราะห์และใช้ดาวเคราะห์ทั้งดวงเป็นสารอาหาร]

            เป็นแผงสถานะที่อลังการมาก!

            เหนือกว่าตอนที่เพิ่งเลื่อนขั้นเป็นระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่สองหลายเท่าตัว

            และที่โดดเด่นที่สุดคือความสามารถในการควบคุมม่านหมอกเลเวลสามรวมถึงความสามารถใหม่ที่เพิ่มเข้ามาอย่างมีดบินใบหลิวและมังกรพฤกษา

            “เพราะความสามารถทั้งสามนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ข้ามีกลยุทธ์ที่ลึกลับซับซ้อนขึ้นเท่านั้นแต่รากฐานของข้ายังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย”

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มอย่างพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงรากไม้หลักที่หยั่งลึกอยู่ใต้ดินซึ่งกำลังกลืนกินพลังวิญญาณจากส่วนลึกของผืนโลกตลอดเวลา

            ความสามารถมังกรพฤกษานี้ช่างน่ากลัวจริงๆและด้วยความสามารถนี้เองอวี๋จื่ออวี๋จึงกล้าที่จะใช้พลังน้ำบำรุงชีวิตนับสิบหยดในคราวเดียว

            เพราะความสามารถมังกรพฤกษานี้ได้เสริมสร้างรากฐานของอวี๋จื่ออวี๋ในระดับหนึ่งด้วย

            อาจกล่าวได้ว่า เมื่อมีความสามารถนี้แล้วอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องรากฐานไม่มั่นคงอีกต่อไปแม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

            รากคือรากฐานในการดำรงชีวิตของต้นไม้

            และในตอนนี้รากไม้หลักของอวี๋จื่ออวี๋นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าระดับของตัวเองดังนั้นเขาจะไปกังวลเรื่องรากฐานได้อย่างไร

            อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปที่ความสามารถพิเศษ ‘กิ่งก้านกลายพันธุ์’

            การเสริมแกร่งของเขามักจะเริ่มต้นที่กิ่งก้านเสมอ

            “ระบบ ฉันต้องการเสริมแกร่งกิ่งก้าน!”

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน