มายาในชุดเดรสสีแดงสด เดินเยื้องย่างเข้าสู่ไนต์คลับ เธอไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่แต่งตัวสวยเพื่อมาในงานปาร์ตี้เท่านั้น เธอคือสายลับอิสระ งานของเธอต่างจากคนทั่วไปมาก ที่ใครต่างก็คิดว่าสายลับจะต้องเหมือนในหนังภาพยนตร์ หรือละครต่างๆ ที่ตัวสายลับจะเก่งกาจ ใช้อาวุธได้ทุกอย่าง ต่อสู้เก่งเป็ทั้งหมัดมวย มีดพก ปืนสั้น แต่เธอไม่ใช่ ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ใช่เธอเลย สายลับอิสระในงานของเธอ เพียงใช้ความสวยที่มีในการทำงานเท่านั้น ความสามารถดาษดื่นที่คนอื่นทำได้ เธอไม่สามารถทำได้เลย วิ่งไม่เร็วพอที่จะผ่านการทดสอบ สัตว์เลี้ยงคู่ใจสำหรับสายลับก็ไม่มี อีกทั้งเธอยังไม่มีความสามารถในต่อสู้ในทุกรูปแบบ งานที่เธอได้รับมอบหมายมีเพียงแค่การใช้ความสวยเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่องค์กร้าและให้บรรลุผลประโยชน์เท่านั้น เธอเหนื่อยล้าจากการทำงานในลักษณะนี้มาก อยากเพิ่มทักษะที่มีในตัวเธอในด้านอื่นๆ ให้องค์กรเห็น แต่ทำได้แค่คิดเท่านั้น ไม่มีทางเป็จริง วันนี้เธอจึงแต่งตัวสวยเป็พิเศษ เลือกสวมใส่ชุดสีแดงสด เพื่อขับผิวขาวราวน้ำนมของเธอให้เด่นชัดขึ้น เพื่อปิดงานสุดท้ายที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรมาทำให้สมบูรณ์
เธอก้าวข้ามผ่านประตูไนต์คลับก็สะดุดตาคนมากมายที่จับจ้องมายังเธอ แสงไฟที่สาดเข้ามาประจวบเหมาะกันพอดี ยิ่งทำให้เธอดูเด่นสะดุดตามากขึ้นไปอีก เธอมองหาเป้าหมายเพื่อรีบทำภารกิจให้เสร็จสมบูรณ์
ยิ่งมองหาก็ยิ่งไม่เจอ ยิ่งอยากเข้าใกล้ก็ยิ่งถอยห่างออกไป…
เธอได้แต่ท่องเอาไว้ในใจ ทุกครั้งที่เธอพยายามเข้าใกล้เป้าหมายหนึ่งก้าว เป้าหมายก็มักจะถอยห่างจากเธอไปหนึ่งก้าวเสมอ แต่เมื่อไหร่ที่เธอถอยออกห่าง เป้าหมายก็เหมือนจะเขยิบเข้ามาใกล้เธอ เพียงแต่เว้นระยะห่างเอาไว้ให้เธอได้หายใจเท่านั้น นี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไมองค์กรถึงมองว่าเธอมีดีแค่หน้าตา เนื่องจากเป้าหมายครั้งนี้ของเธอยังทำไม่ลุล่วง ไม่ว่าเธอจะพยายามไล่ล่าสุดกำลัง เป้าหมายเธอก็จะหนีรอดไปได้ทุกครั้ง และเมื่อที่เธอ้าหยุดเพื่อพักและรอจังหวะ เป้าหมายก็มักจะเข้ามาเล่นหยอกล้อให้เธอพยายามต่อ แต่เธอพยายามมาสองปี สองปีเต็มๆ กับเป้าหมายที่ไม่มีความคืบหน้า มีแต่การหยอกล้อกันเท่านั้น
เธอชื่อมายา มายานี้เดิมก็ไม่ได้เป็ชื่อที่พ่อแม่ของเธอตั้งให้ เพียงแต่ตอนเด็กเธอเป็เด็กกำพร้า อาศัยอยู่ในสถานสงเคราห์ มีเพียงหน้าตาที่น่ารักในวัยเด็ก จึงทำให้คนตั้งชื่อนี้ให้เธอ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น หน้าตาที่สดใส และผิวที่เต่งตึงก็จะหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลา มันน่าเศร้าที่การเกิดมาแล้วไม่ได้เป็ที่้า ตอนเด็กๆ เธอใช้ชีวิตลำพัง ไม่ได้เพื่อน พ่อแม่ ครอบครัว หรือคนรอบตัว เธอดิ้นรนเพื่อต้องให้มีชีวิตรอด ทำทุกวิถีทางเพื่อดำรงชีวิตอยู่ จนอยู่มาวันนึง สถานสงเคราะห์ได้บอกกับเธอว่ามีผู้อุปการะใจดีอยากดูแลเธอ ตอนนั้นเธอดีใจมากที่จะได้ออกจากสถานที่แห่งนี้ไปพบกับความสุขในแบบที่คนอื่นมีกัน ความสุขในแบบที่ควรจะเป็ และเป็ความสุขในแบบที่เธอควรจะได้รับมันั้แ่แรก แต่เมื่อเจอกับความเป็จริง
สถานที่ที่เธอย้ายเข้ามาไม่ได้เป็ความสุขในแบบที่เธอคาดหวัง เธอได้รับอุปการะมาก็จริง แต่เพียงย้ายสถานที่อยู่ มีอาหารที่กินดีกว่าเดิม อากาศอบอุ่น เครื่องนอนหมอนผ้าห่มไม่ต้องแบ่งปันกันกับใคร แต่แลกมากับการที่เธอต้องฝึกร่างกายอย่างหนัก ฝึกการใช้อาวุธทุกอย่างที่จำเป็ในการต่อสู้ และเพื่อฝึกให้สำเร็จจึงจะออกไปทำภารกิจได้ การออกไปทำภารกิจ จะมีกำหนด10ปี 100ภารกิจ ก็จะเป็อิสระ
เธอคาดหวังเป็อย่างมากที่ตัวเองจะต้องทำได้ดี และทำให้ได้ดีกว่าเดิม เพื่อที่จะหลุดพ้นจากการทรมานทางด้านร่างกายและจิตใจ การต้องเห็นการถูกทรมานในทุกรูปแบบของสายลับที่จะต้องเผชิญเมื่อถูกจับเป็ตัวประกัน แต่เธอไม่เคยผ่านการทดสอบเลยสักครั้ง การต่อสู้ ไม่ว่าต่อสู้กี่ครั้ง เธอไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เลย รวมถึงคะแนนในด้านกิจกรรมและทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย คะแนนของเธอไม่ผ่านเกณฑ์ตลอด เธอรู้ว่าความกดดันทั้งหมดที่มีมันมากแค่ไหน ในเมื่อคนเพื่อนที่รุ่นเดียวกับเธอผ่านเกณฑ์ประเมินกันหมด มีแต่เธอเท่านั้นที่ไม่ถึงเป้า และไม่สามารถบรรลุเป้าได้เลย องค์กรจึงส่งเธอมาทำภารกิจที่เพียงแต่ต้องใช้รูปร่างและความสวยเท่านั้น รวมถึงภารกิจที่เป็อันตรายน้อยที่สุด มองแล้วอาจจะดูเหมือนเอาเปรียบเพื่อนในรุ่นเดียวกัน แต่องค์กรมีกฎเหล็กเพียงหนึ่งอย่างคือ ไม่ทำลายผู้ที่ไม่ผ่านการทดสอบ เธอจึงได้ภารกิจที่ไม่เสี่ยงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของชีวิตเท่าที่ควร รวมถึงเป็ที่ไม่ชื่นชอบของเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วย ทำให้เธอไม่มีเพื่อนในองค์กรนี้เลย ไม่มีเลยสักคน การอยู่โดดเดี่ยวก็ไม่เท่าไหร่ เพราะเธอชินกับมันแล้ว และมักเป็แบบนั้นอยู่เสมอ
เธอเริ่มออกทำภารกิจแรกมาั้แ่ตอนอายุ 16 ปี นี่เป็ภารกิจสุดท้ายของเธอแล้ว ในวัย 26 ปี ผ่านมา10 ปีแล้วที่เธออดทนและรอคอยกับการเป็อิสระนี้ เพียงแต่ภารกิจนี้ เธอใช้เวลานานมากโดยเดิมทีจะต้องจบภารกิจภาย่ปีก่อน แต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ภารกิจนี้ตัวแปรเปลี่ยนไป เพิ่มความยากเข้ามาในภารกิจ ทำให้เธอปิดภารกิจไม่ได้ เธอจึงยังต้องตามเฝ้าตามล้างตามเช็ดกับภารกิจที่ยังไม่สามารถปิดลงได้ นับวันเป็อิสระก็ยิ่งถอยห่างออกไปทีละวัน
ความจริงแล้วภารกิจนี้ของเธอนั้นง่ายมาก เพียงแค่หาตัวลีออนให้เจอ และถามถึงคำสั่งเสียสุดท้ายที่หายไปของตระกูลเดเมียน นอกจากนั้นเื่นี้ยังพัวพันไปถึงข่าวลือที่ว่าเขากุมอำนาจในทางการเมือง และทางการทหารเอาไว้ครึ่งนึง รวมถึงมีอิทธิพลในวงการมืด เพราะลีออนคนนี้อยู่ตรงกลางระหว่างขาวและดำ เขาไม่เพียงแต่มีชื่อเสียง แต่ยังมีนิสัยเฉพาะตัวที่ตอนได้รับภารกิจมาไม่มีระบุระในเอกสาร เขาเข้าถึงได้ยาก และไม่มีใครเคยเห็นหน้าเขามาก่อน บ้างก็ว่าเขาเป็ชายวันกลางคนที่ภูมิฐาน รูปร่างสูงโปร่ง บ้างก็ว่าเขาเป็ชายแก่ที่คร่ำเครอะอยู่มานาน เนื่องจากข้อมูลเขาเป็ความลับ นั่นแหละที่ยากในการตามหาและปิดภารกิจให้สมบูรณ์
เธอเลือกเข้ามาในไนต์คลับเนื่องจากได้ข่าวกรองมาว่าวันนี้เป็วันเกิดน้องสาวที่เป็ญาติห่างทางสายเืของลีออน แต่การมาโดยไม่ได้รับเชิญนั้น ก็จำเป็จะต้องทำตัวให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดสายตา และให้สะดุดตาเท่าที่จะทำได้ ไม่งั้นจะดึงดูดความสนใจได้ยังไง เพียงแค่เท่านั้นยังไม่พอ การหาคนในพันในหมื่น เพื่อระบุว่าคนไหนที่เป็ลีออนนั้นยากยิ่งกว่า
จากประสบการณ์การฝึกของเธอที่ได้รับมาจากองค์กร ลีออนไม่จำเป็ต้องมีผู้ดูแลมากมาย เพราะไม่มีคนเห็นหน้าของเขา และไม่มีใครที่จะรู้จักเขา ดังนั้น ไม่เป็การดีที่จะทำตัวเป็จุดสนใจแน่นอน เขาอาจจะเป็ชายวัยกลางคนที่ไม่ได้หวือหวา หรือน่าตาดี เพราะถ้าหน้าตาดีก็จะเป็ที่รู้จักแล้วสิ เธอสบประมาทเขาไว้ก่อนเลย เพราะที่ผ่านมาเธอเหมือนวิ่งไล่ตามลม เมื่อเธอเหนื่อยลมก็จะพัดมาหาให้เธอได้พักและปลอบประโลมเธอ แต่เมื่อเธอเริ่มวิ่งไล่ตาม ลมก็จะพัดหนีเธอไปไม่หยุดหย่อน
เขา… ลีออน ความจริงเขาอยู่ไม่ห่างจากตัวเธอเพียงแต่ความสามารถในการปิดบังตัวตนของเขานั้นทำให้เธอไม่สงสัย หรือว่าเธอไม่เอะใจเลยสักนิด เขาอยู่ใกล้ตัวเธอเสมอ จะบอกว่าเธอโง่หรือเซ่อซ่าดี ไม่ฉงนใจเลยสักนิด ความจริงแล้วเขาไม่ได้เชิงปิดบังเธอ เพียงแค่ไม่ได้บอกพูดตรงๆ
ความจริงมันเริ่มจากที่เขารู้ว่าเธอเป็สายลับที่ถูกส่งมาให้สืบเื่คำสั่งเสียสุดท้ายของเดเมียน ซึ่งเขาเองที่เป็คนจ้างในทำการสืบนี้ และเป็เขาเองที่ระบุในภารกิจว่าจะต้องเป็เธอเท่านั้น…
3ปีก่อน…
ในคืนวันคริสต์มาสอีฟเขาบังเอิญได้เจอกับสาวสวยคนหนึ่ง เพียงแต่เธอธรรมดามากไม่แต่งหน้า ใส่แว่นหนาเตอะ มัดผมรวบๆ ไว้ท้ายทอย แต่ซ่อนความสวยไว้ภายใต้กรอบหน้าไม่มิด และเขายังเป็เด็กหนุ่มธรรมดาที่พึ่งเรียนจบมาสืบทอดกิจการครอบครัว การแบกรับภาระและการส่งต่ออำนาจนั้นเป็สิ่งที่หนักอึ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาเพียงแค่มาผ่อนคลายกับดนตรีที่ชอบและปล่อยอารมณ์กับความโดดเดี่ยวที่เขาเจอมาตลอด
“เฮ้!!” เธอรีบออกปากทักเขาทั้งที่ไม่รู้จักกัน
“ครับ…” เขาตอบเธอ ทั้งที่ยังงงอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก
“โต๊ะในร้านนนี้เต็มหมดแล้ว เธอจะรังเกียจไหมถ้าเราจะขอแบ่งที่นั่งเพิ่ม 1 ที่” เธอพูดแล้วชี้มาที่เก้าอี้ที่ว่างอยู่
“ครับ เชิญ” เขาตอบแล้วทำหน้านิ่งโดยที่ไม่สนใจเธอ
เธอก็ไม่ได้สนใจเขาเช่นกัน เธอนั่งแล้วสั่งเครื่องดื่มมาดื่มอย่างใจร้อน แก้วแล้วแก้วเล่า เขาก็ได้แต่มองเธออย่างเอือมใจ เพราะจากที่เขาตั้งใจมาผ่อนคลาย ตอนนี้กลับกลายเป็ต้องดูแลหนูน้อยเก้าอี้ข้างๆ คนนี้ให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย
เขาปล่อยให้เธอดื่มอย่างเต็มที่ ระบายความเครียดออกมาจนหมด
“คุณครับ…. ร้านปิดแล้ว กลับเถอะนะครับ” เขาสะกิดเธอที่หลับหัวฟุบโต๊ะลงไป
“อะะะ อือออ ม่ายยยยย ยะอย่าามาโดนตัวฉานนน” เธอพูดด้วยเสียงยานจนรวมเป็ประโยคยาก
“ถ้าหากคุณไม่ตื่น ผมขออนุญาติกลับก่อนนะครับ” เขาไม่เพียงแต่จะปล่อยเธอไว้ที่นี่ เพราะเขาไม่ใช่สุภาพบุรุษพอ อีกทั้งเขาและเธอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปส่งใช่หรือเปล่าล่ะ
“ดะะเดี๋ยวว ฉันไปด้วย” เธอพูดจบก็ตะครุบแขนเขาเอาไว้แน่น ทั้งกอดแขน ขาเธอทั้งสองข้างก็เกาะเขาเอาไว้แน่น เขาเพียงได้แต่แกะมือเธอออก แต่มือเธอเหนียวอย่างกับปลาหมึก ดึงออกก็เกาะใหม่ ไม่ยอมปล่อย
“แน่ใจหรือเปล่าครับ” เขาพูดพลางก้มหน้าลงไปถามเธอใกล้ๆ ยังไม่ทันรอเธอตอบคำถาม เขาก็เดินออกมาจากที่นั่น โดยมีเธอเกาะแขนเกาะขาเหมือนลูกลิงออกมาทั้งอย่างนั้น
เขาพาเธอมาส่งที่โรงแรม ให้เธอนอนพัก หลังจากเธอสร่างแล้วเธอก็คงจะหาทางกลับเองได้
หมับบ เธอหันมากอดเอวเขาไว้แน่นในขณะที่เขากำลังจะจากไป
“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้ถามชื่อเลย” เธอถามเขาทั้งที่ตายังปิดอยู่ แต่มือก็ยังกอดเอวเขาไว้แน่น
“ลีออน…” เขาตอบเธอแค่นั้น แต่หันกลับมาเธอก็หลับหายใจครืดๆ แล้ว
“ให้ได้แบบนี้สิ คนสวย คออ่อนขนาดนี้แล้วยังดื่มไม่คิดอีก” เขาเพียงได้แต่บ่นเธอแค่นั้น เพราะพูดต่อเธอก็คงไม่ได้ยิน
“ท่านครับ ได้รายงานประวัติของเธอมาแล้วครับ” เลขาส่วนตัวที่รู้ใจของเขากล่าว พ่อเขาส่งมอบเลขาคนนี้ให้มาช่วยเขาจัดการเื่เล็กน้อยจนถึงเื่ใหญ่ทุกเื่ ละเอียดรอบคอบ และเป็ที่น่าพึงพอใจ ทำงานสะอาดและสกปรกแทนเขาได้ทั้งหมด
“อืม เดี๋ยวคืนนี้จะกลับไปอ่าน นำไปวางไว้ในห้องของผมนะ” เขาอืมในลำคอพร้อมกับคิดว่าวันนี้จะเลิกงานเร็ว เพื่อไปศึกษาเธอคนนั้นที่แสนจะน่าสนใจสักหน่อย
หลังจากที่เขาเปิดแฟ้มประวัติของเธอ ชื่อ "มายา" เด่นชัดอยู่บนหน้ากระดาษแรก พร้อมภาพถ่ายที่ดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาในชุดเรียบง่าย
มายาไม่ใช่สายลับธรรมดา เธอไม่เก่งเื่การต่อสู้ ไม่มีทักษะการยิงปืนที่น่าประทับใจ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทุกชนิด แต่เธอมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอเป็ตัวเลือกที่โดดเด่นที่สุดสำหรับภารกิจที่ซับซ้อน นั่นคือ ‘ความฉลาดและความสามารถในการอ่านใจคน’
มายามีบุคลิกที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกวางใจ เธอใช้รอยยิ้มและการพูดคุยที่ดูซื่อสัตย์เพื่อดึงข้อมูลจากคู่สนทนาโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว
เธอสามารถเป็ได้ทุกอย่าง สาวเสิร์ฟธรรมดาในร้านอาหาร ผู้ช่วยที่ขี้อายในสำนักงาน หรือแม้กระทั่งลูกค้าวีไอพีในโรงแรมหรู ทุกบทบาทเธอเล่นได้แเีจนไม่มีใครสงสัย
มายาไม่เก่งในเื่การเผชิญหน้าด้วยกำลัง แต่เธอสามารถใช้ไหวพริบเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันตรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น การหลอกล่อศัตรูให้เปิดเผยจุดอ่อน หรือการพูดจนคู่ต่อสู้ไขว้เขว
ในรายงานยังระบุว่าเธอเคยปฏิบัติภารกิจที่ยากลำบากในสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะรอดมาได้ เช่น การปลอมตัวเป็แม่บ้านในสถานทูตเพื่อขโมยเอกสารลับ หรือการเข้าไปในบ่อนคาสิโนระดับสูงเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ โดยไม่มีใครจับได้
แต่สิ่งที่ทำให้เธอน่าสนใจที่สุดในสายตาของเขาคือข้อสรุปในท้ายรายงาน "มายาไม่ใช่สายลับที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอมีความสามารถพิเศษในการทำให้ทุกคนประมาทในตัวเธอ"
เขาวางแฟ้มลง พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย "เธอคงสนุกดี" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะเอนตัวพิงเก้าอี้ พร้อมครุ่นคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็เพียงเหยื่อที่เขาต้องกำจัด หรือคนที่เขาควรระวังตัวจากเธอมากที่สุด…
ลีออนปรากฏตัวในฐานะลูกค้าวีไอพีขององค์กรสายลับของมายา ด้วยชื่อเสียงและอิทธิพลของเขา ไม่มีใครกล้าปฏิเสธคำขอ ในการประชุมส่วนตัว ลีออนอธิบายภารกิจพร้อมส่งแฟ้มข้อมูลของเดเมียนให้องค์กรของมายา แต่เขาไม่เปิดเผยเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมคำสั่งเสียนี้ถึงสำคัญกับเขาแต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งองค์กรใคือคำขอของเขาต้องเป็ "มายา" เท่านั้น และทั้งองค์กรต่างรู้ดีว่า มายาคนนี้ไม่มีความสามารถอะไรที่เด่นมากมายเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แต่ในเมื่อเป็ความ้าของลีออน การขัดความประสงค์ของลีออนอาจทำให้สถานการณ์ในอนาคตขององค์กรไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นภารกิจสุดท้ายก่อนเป็อิสระของมายาคือเดเมียน ก็เป็สถานการณ์จำยอมที่เสียไม่ได้