ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    บทที่34 ศึกสองพี่น้อง



    “เอาจริงสิ เซร่าและโจแอนนาจะสู้กัน” ลูเธอร์ที่นั่งอยู่แถวหลังสุดกล่าวขึ้น เมื่อได้ยินคำตัดสินของอาจารย์ “ทั้งสองถึงจะมีปัญหากันอยู่ก็เถอะ แต่พวกเธอไม่เคยลงไม้ลงมือกันเลยล่ะนะ”


    “คิดว่าใครจะชนะล่ะ” เร็นซึ่งนั่งอยู่ข้างๆกล่าว “นายจ้างของนาย หรือว่าเซร่า”


    “ถ้าเป็นแต่ก่อนคงตอบว่าโจแอนนา” ลูเธอร์กล่าวพลางถอนใจ “แต่ฉันไม่รู้น่ะสิ ว่าเซร่าไปได้วิชาอะไรมาจากเรนเดล ถึงได้กล้าแข็งข้อกับคุณหนูโจแอนนาขนาดนั้น”



    “งั้นครูจะให้พวกเธอทั้งสองประลองกันหลังเลิกเรียนนะจ๊ะ” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวตัดสิน “หากใครชนะ ครูจะไปขอใบสมัครจากสภานักเรียนให้”


    “หนูมีอยู่แล้วค่ะ อาจารย์” เซร่าร่ายวงเวทเก็บของของเธอ ก่อนจะหยิบเอาใบสมัครเข้าชิงตำแหน่งของสภานักเรียน ที่มาจิน่าเคยให้เธอเอาไว้ยื่นให้อาจารย์ดู


    “งั้นหรือจ๊ะ” อาจารย์กล่าวก่อนตรวจสอบใบสมัครของเซร่าที่ว่างเปล่า เนื่องจากเธอยังไม่ได้กรอกอะไรลงไป “ถ้างั้นครูขอใช้ใบนี้แล้วกันนะ”


    “ได้ค่ะ” เซร่ากล่าวพลางส่งยิ้ม ก่อนจะมองไปยังโจแอนนา “เพราะยังไงหนูก็จะได้มันคืนมาอยู่ดี”


    “อวดดีใหญ่เลยนะ ยัยน้องสาวไม่เอาถ่าน” โจแอนนากล่าวเสียงขุ่น ทำเอาเซร่าหัวเราะคิกคักใหญ่


    “ถ้าอย่างนั้น ผมขอไปทำเรื่องจองสนามช่วงสี่โมงเย็น จนถึงห้าโมงเลยนะครับ” เรนเดลกล่าวก่อนจะลุกออกจากห้อง เพื่อไปทำเรื่องจองสนามประลอง หากเขาไม่จองเสียก่อน อาจมีนักเรียนคนอื่นมาแย่งใช้ได้ และการประลองของพวกเขาก็จะไม่เป็นส่วนตัว รวมถึงไม่เป็นความลับ


    หลังจากนั้นทั้งห้องก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก อาจารย์พิเศษเบอร์นาดเมื่อประกาศข่าวจากสมาคมเสร็จ เขาก็เดินทางกลับทันที พร้อมกับกล่าวว่าจะรอดูการประลองเลือกสภานักเรียนจากนักเรียนทั้งสิบห้องอีกครั้ง


    เรนเดลมองออกไปนอกห้องเพราะเริ่มได้ยินเสียงนักเรียนห้องหกซึ่งอยู่ชั้นบนเดินลงมาทางบันได เขาสังเกตุว่ามีคนแอบมองลอดผ่านบานกระจกหน้าห้องเข้ามา ดูท่าคงเป็นนักเรียนที่อยากสอดรู้สอดเห็นตามประสา เขาคิดว่าจะไม่ใส่ใจอะไร จนกระทั่งดวงตาของเขาสะดุดเข้ากับโมรอค


    “ไอ้หมอนั่นอยู่ห้องหกหรอกหรือ” เรนเดลเอ่ยกับตัวเอง พลางมองโมรอคที่สะกิดกลุ่มเพื่อนของเขาให้ออกจากหน้าประตูห้องหนึ่ง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ทันเห็นเขา


    “จริงๆเลยน้า นักเรียนพวกนี้” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวก่อนจะเปิดประตูและว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนห้องหก จนนักเรียนกลุ่มนั้นยอมไปแต่โดยดี

            “แย่จริงๆเลยน้า” อาจารย์บ่นพร้อมเดินกลับมาที่นั่งของตัวเอง “อาจารย์ทีน่า ที่ประจำห้องหกมีภารกิจออกไปนอกเขตปลอดภัยกระทันหัน เลยปล่อยให้เจ้าพวกนั้นเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะไปช่วยตัวแทนของห้องฝึกเวทมนตร์น่ะ”


            “ตัวแทนคือใครหรือครับ” เรนเดลเอ่ยถาม เขาสงสัยว่าเป็นใคร เพราะโมรอคในเวลานี้น่าจะพักฟื้นจากการกินยาเพิ่มพลังเวท คงลงประลองไม่ได้แน่ๆ


            “ไม่รู้เหมือนกันสิจ๊ะ” อาจารย์กล่าวเสียงเรียบ “ขนาดห้องเราเองก็ยังไม่รู้ว่าตัวแทนจะเป็นใครเลย จริงไหมล่ะ”



            ในวันนี้คาบเรียนจบลงที่เวลาสี่โมงเย็น ซึ่งวิชาที่เรียนในช่วงบ่ายจนถึงตอนเย็นนั้น คือวิชามนตราประดิษฐ์เบื้องต้น เป็นวิชาที่ใช้หลักการคำนวนของคณิตศาสตร์หลากหลายแขนง เพื่อก่อให้เกิดเวทมนตร์บทใหม่ หรือคาดหวังผลลัพธ์ของเวทที่เปลี่ยนไป


            ทำเอานักเรียนหลายๆคนบ่นโอดครวญกันยกใหญ่ โคโตโนฮะถึงขั้นเอ่ยถามเซร่าว่าจะต่อมหาลัยสาขานี้จริงหรือ เพราะมันช่างทรมานหัวเหลือเกิน


            แต่ดูเหมือนว่าความเหนื่อยล้าของนักเรียนทุกคนจะหายไปหลังเรียนจบ และเปลี่ยนไปเป็นความตื่นเต้นแทน เนื่องจากตอนเย็น เซร่าและโจแอนนา มีนัดประลองกันที่ลานประลองของโรงเรียน


    “ดูเหมือนจะมีปัญหานะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะเดินไปในลานประลอง มีนักเรียนกลุ่มอื่นมาใช้สนามประลองที่เขาทำเรื่องจองเอาไว้แล้ว


    เรนเดลเดินเพื่อเข้าไปพูดคุย เขาไม่โกรธอะไร เนื่องจากนี่เป็นสนามสาธารณะ บางทีคนมาซ้อมอาจไม่ทราบว่าเขาทำเรื่องจองเอาไว้แล้ว


    “เสียใจนะพวก ที่เต็มแล้ว คนของเราเยอะมากเสียด้วยสิ” นักเรียนปีหนึ่งตอบเรนเดลด้วยน้ำเสียงกวนๆ พร้อมไหวไหล่ ทำเอาเรนเดลส่ายหน้า ก่อนจะแสดงเอกสารการจองสถาณที่ให้อีกฝ่ายดู


    “เราทำเรื่องจองเอาไว้แล้ว และเราต้องใช้สนามประลองแห่งนี้ นี่เป็นธุระสำคัญ” เรนเดลกล่าวเสียงแข็งใส่อีกฝ่าย เพื่อให้รู้ว่าเขาเองก็ไม่พอใจกับท่าทีและการกระทำของอีกฝ่ายเช่นกัน


    “อะไรว้า มีอย่างนี้ด้วยหรือ” นักเรียนคนนั้นส่ายหน้า ก่อนจะเดินไปตามหัวหน้าของเขาให้มาคุยกับเรนเดล


    หัวหน้าที่เขาว่าดูเหมือนจะเป็นนักเรียนมาดคุณชายเย็นชาคนหนึ่ง เขามีผมสีฟ้ายาว ใส่แว่นทรงสี่เหลี่ยม เขาอยู่ในชุดทหารเต็มยศสีขาว บ่งบอกให้รู้ว่าเขามาในฐานะองครักษ์ของคนใดคนหนึ่ง


    “สวัสดีครับ” ชายมาดสุขุมคนนั้นเอ่ยกับเรนเดล “ผมมีนามว่าเบรฟ ออกัสตัส เป็นหัวหน้าชมรมเวทมนตร์ประจัญบาน อยู่ชั้นปีสาม ปกติแล้วเราจะจองลานประลองทุกวันอังคารและวันอาทิตย์ ตั้งแต่สี่โมงถึงหกโมงเย็น และเราทำเรื่องจองแบบนี้ตลอดทั้งปี...ผมเกรงว่าพวกคุณอาจเข้าใจอะไรผิดก็ได้”


    “ไม่ผิดแน่นอน” เรนเดลกล่าวก่อนจะยื่นเอกสารให้เบรฟตรวจสอบ “ทางผมขอฝ่ายธุรการมาเรียบร้อยแล้ว มีตราประทับของหัวหน้าฝ่ายอาคารและสถาณที่”


    “งั้นเอาอย่างนี้ไหมครับ” เบรฟกล่าวพลางทำท่าครุ่นคิด “พวกคุณจะใช้สนามนี้ทำอะไรกัน”


    “ให้คนของห้องผมประลองกันน่ะ” เรนเดลกล่าว “หากไม่ว่าอะไร ช่วยยกสนามนี้ให้เราสักยี่สิบนาทีได้มั้ย คิดว่าไม่น่าจะประลองกันนานกว่านั้น ระหว่างพวกพวกคุณก็วอร์มร่างกายไปก่อนก็ได้”


    “สักครู่นะ” เบรฟกล่าวก่อนจะเดินไปยังกลุ่มของชมรมเขา เขาโค้งคำนับให้กับหญิงสาวมาดคุณหนูคนหนึ่งที่รออยู่ เธอมีผมสีเทายาวเช่นเดียวกับดวงตา ถึงแม้เธอจะดูน่ารักแต่ท่าทางเอาเรื่อง เพราะแววตาเธอฉายแววพร้อมเหวี่ยงตลอดเวลา หากไม่พอใจ และเมื่อเบรฟอธิบายให้เธอฟัง หญิงสาวคนนั้นส่ายหน้า ก่อนจะเดินย่ำเท้ามาหาเรนเดลทันที


    “ถ้าเป็นวันปกติฉันจะยกให้หรอกนะคะ แต่วันนี้ชมรมเรามีงานสำคัญ” หญิงสาวคนนั้นกล่าวทันทีเมื่อเข้ามาใกล้เรนเดล ดูจากรูปการแล้ว เธอน่าจะอยู่ชั้นปีเดียวกับเขา และคงจะเป็นเจ้านายของคนที่ชื่อเบรฟ


    “ครับ เอ่อคุณ...” เรนเดลจะเรียกชื่ออีกฝ่าย แต่ติดที่เธอยังไม่ได้แนะนำตัว


    “ฉันชื่อลิลี่ ลูนาร์” หญิงสาวผมเทากล่าวแนะนำตัวก่อนจะยื่นมือมาให้เรนเดลจับ “มาจากสาธารณรัฐเหยี่ยวดำน่ะค่ะ”


    “ผมเรนเดล ฟอกการ์ด” เรนเดลกล่าว เขาสังเกตุว่าตาของลิลี่หรี่ลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินนามสกุลของเขา “มาจากราชรัฐจิ้งจอกแดงน่ะครับ”


    “อ้อ นามสกุลของเชื้อพระวงศ์” ลิลี่กล่าว “สงสัยมานานล่ะ จริงหรือเปล่าคะ ที่ตระกูลราฟบลัดทุกวันนี้ทำตัวเป็นเจ้าของประเทศไปแล้ว”


    เบรฟถึงกับผงะทันที ที่นายหญิงของเขาถามตรงๆ ก่อนจะก้มหัวขอโทษเรนเดล แต่ทว่าเรนเดลกลับส่ายหน้าเบาๆ ว่าเขาไม่ถือสา


    “จริงครับ” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ “เพราะผมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทางนั้นเลยถือครองทุกอย่างของผมอยู่น่ะ รอผมมีทั้งกำลังและอายุที่เหมาะสม จะทวงทุกอย่างคืนมาให้หมด”


    “เสียใจด้วยนะคะ” ลิลี่กล่าวตามมารยาท “ถ้าฉันเป็นคุณคงขอลี้ภัยทางการเมืองแล้วล่ะ อันตรายรอบด้านขนาดนั้น จะตายเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้เลย”


    เรนเดลถึงกับหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินคำแนะนำของหญิงสาวตรงหน้า ลิลี่นั้นท่าทางจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร อีกทั้งหน้าตาของเธอก็จัดว่าน่ารัก ดูท่าจะเป็นคุณหนู ที่มาจากตระกูลชั้นสูงแน่ๆ


    “ว่าแต่ผมขอถามได้มั้ยครับ ว่าเพราะอะไรถึงยกสนามให้เราไม่ได้” เรนเดลหาโอกาสเปลี่ยนเรื่อง เขายังไม่ต้องการคุยเรื่องการเมืองภายในตอนนี้


    “คนในชมรมของฉันทั้งสองคน และตัวฉันเอง มีฝึกซ้อมประลองเวทมนตร์ เพื่อชิงตำแหน่งสภานักเรียนน่ะค่ะ หากแบ่งสนาม อีกฝ่ายก็จะสามารถสืบความเคลื่อนไหว และทักษะต่อสู้ของคนในชมรมเราได้ หวังว่าคุณจะเข้าใจนะคะ คุณฟอกการ์ด”

    “ถ้าผมกางเขตแดนไม่ให้พวกเราเห็นความเคลื่อนไหวกันและกัน จะโอเคไหมครับ” เรนเดลกล่าวเสนอ “ผมรับประกันได้ว่าทางฝ่ายผม จะไม่เห็นการฝึกซ้อมของพวกคุณ เช่นเดียวกับที่พวกคุณจะไม่เห็นเรา”


    ลิลี่มีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ เธอและเบรฟเดินไปหาเพื่อนๆในชมรมทันที ก่อนจะสั่งให้ทุกคนถอยไปยังด้านใน เพื่อแบ่งที่ให้กับพวกเรนเดล


    “ทางสะดวกล่ะ” เรนเดลกล่าว ก่อนจะเริ่มกางเขตแดนด้วยเวทธาตุแสง สาเหตุที่เขาไม่กางด้วยธาตุอื่น เพราะถ้าหากมีใครมาแตะโดน อาจได้รับบาดเจ็บได้ ต่างจากธาตุแสงที่จะไม่ทำร้ายมนุษย์เลย เมื่ออยู่ในสภาพบาเรียป้องกัน


    “ตระกูลลูนาร์งั้นหรือ” ทั้งโจแอนนาและเซร่ากล่าวแทบจะพร้อมกัน “เธอคนนั้นเป็นบุตรสาวคนที่สี่ของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเหยี่ยวดำสินะ”


    “พึ่งเคยเห็นตัวจริง” ลูเธอร์กล่าวก่อนจะเดินมาสมทบ “น่ารักมากเลยล่ะ”


    โจแอนนามองค้อนทันที เมื่อได้ยินองครักษ์ของเธอชมคนอื่น จนลูเธอร์ต้องกล่าวว่ายังไงโจแอนนาก็สวยที่สุด เธอถึงจะยอมหายโกรธ


    “มาเริ่มกันเถอะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะจับมือของเซร่าและโจแอนนาเดินแยกออกมาต่างหาก เซร่านั้นไม่ถือสาอะไร ในขณะที่โจแอนนาหน้าแดงระเรื่อ ที่เรนเดลกล้าถึงเนื้อถึงตัวเธอ


    “ประลองกันห้ามถึงตายและพิการ เมื่ออีกฝ่ายพูดว่ายอมแพ้ หรือสลบ ให้หยุดทันที” เรนเดลกล่าวกติกา ระหว่างนี้เพื่อนๆทุกคนในห้องต่างบินขึ้นไปบนอัฒจรรย์ เพื่อรอรับชมอยู่ห่างๆ ส่วนโคโตโนฮะเดินไปร่ายเวทป้องกันบนส่วนอัฒจรรย์ เผื่อคนทางฝั่งนั้นจะแอบมาดูการประลองของคนในห้องเธอ


    ทั้งเซร่าและโจแอนนาตั้งท่าต่อสู้ ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว แบบที่เรนเดลเคยสอนพวกเธอ


    “เวทโกรธาวารี กระบวนท่าคลื่นแส้!!”


    เซร่าลัดบทเวทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเรียกแส้น้ำที่มีขนาดใหญ่ยาวกว่าห้าเมตรออกมา เธอบรรจงฟาดไปยังโจแอนนาทันที


    “เวทผลึกวารีประกาย กระบวนท่าโล่ประกายแสง”


    แต่ทว่าโจแอนนาก็ลัดบทเวทได้เร็วพอๆกับเซร่า โล่น้ำแข็งที่คล้ายกับเกล็ดหิมะขนาดใหญ่กว่าสองเมตรออกมาตั้งรับได้ถูกเวลาพอดิบพอดี


    ในจังหวะที่โจแอนนากำลังตั้งรับอยู่นั้น เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเซร่าใช้วิชาเคลื่อนตัวเหนือแสงของธาตุสายฟ้าพุ่งเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว วงเวทสีฟ้าห้าขั้นในมือของเธอเรืองแสงสว่างจ้า เพื่อเตรียมใช้ซัดโจแอนนาตรงๆ ในจุดที่เธอไร้การป้องกัน


    “จบแน่ๆ โจแอนนา เซร่ากำลังจะเผด็จศึก” ลูเธอร์ที่กำลังชมการประลองกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล “ประชิดขนาดนั้นร่ายเวทไม่ทันแน่ๆ”


    “มันจบแล้วล่ะ” เซร่าคิดในใจ ก่อนจะเตรียมใช้เวทต่อยเข้าไปที่ซี่โครงของโจแอนนาที่เปิดโล่งอยู่ แต่ทว่าเธอไม่ทันฉุกคิดเลย ว่านี่คือกับดัก


    “ติดกับแล้วล่ะ ยัยเซร่า” โจแอนนากล่าวพลางยิ้มเยาะทันที เมื่อเซร่าประชิดเธอตามที่คาดการณ์


    โจแอนนาร่ายวงเวทธาตุน้ำขึ้นมากันได้อย่างหวุดหวิด ฝ่ามือที่แฝงด้วยหลังเวทระดับห้าของเซร่าปะทะเข้ากับโล่น้ำแข็งของโจแอนนาอย่างจัง จนเซร่าถอยกระเด็นออกไปไกล


    ไม่เพียงเท่านั้น โล่น้ำแข็งของโจแอนนามีคุณสมบัติทำให้ผู้ที่เข้ามาปะทะติดสถาณะแช่แข็ง เคลื่อนที่ได้ช้าลง เพราะไอความเย็นของน้ำแข็งแทรกซึมกระจายไปทั่วทั้งร่าง


    เซร่ากัดฟันแน่น เธอหายใจออกมาเป็นไอ บ่งบอกว่าแผนของโจแอนนานั้นได้ผล โจแอนนารีบถอยมาตั้งหลักทันที ก่อนที่ปากของเธอจะเริ่มพร่ำสวดเวทมนตร์ฉบับยาว หวังเผด็จศึกในครั้งเดียว


    “ตัวข้าโจแอนนา ไพรมารี่ จอมเวทผู้สืบ...ว้าย!!”


    โจแอนนาเผลอกรีดร้อง เมื่อเธอเผลอเหยียบกับดักเวทธาตุดินที่เซร่าร่ายทิ้งเอาไว้ แท่งหินไร้คมขึ้นมาดันข้อเท้าเธอจนเสียจังหวะ โจแอนนาล้มลงกับพื้นทันที ดูเหมือนว่าไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น ที่มีการวางแผนเอาไว้


    “ร่ายเวทดักทางเอาไว้ก่อนหรือ” โจแอนนากล่าวด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะแผ่กระแสมานาในร่างตรวจสอบเวทใต้พื้นดิน เธอพบว่าเซร่าแอบร่างวงเวททิ้งเอาไว้รอบตัวของเธอ และดูเหมือนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกว่าเซร่าฝึกการใช้เวทกับดักดินมาอย่างดี


    “แบบนี้ก็เข้าประชิดเธอไม่ได้เลยสิ” โจแอนนากล่าว “แต่ไม่เป็นไร เพราะพลังเวทของฉันเป็นสายสู้ระยะไกล”


    ทางฝ่ายเซร่ากำลังติดสถานะแช่แข็งอยู่ เธอหายใจและเคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก ตัวเธอในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากยืนเปลือยกายในขั้วโลกเหนือ มันทั้งหนาวสั่น เหมือนมีเข็มทิ่มแทงทุกครั้งที่ขยับตัว


    เซร่ามองไปทางเรนเดลที่ยืนคุมการประลองอยู่ เธอกำลังรู้สึกประหม่าเพราะไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่เมื่อได้เห็นเรนเดล เธอก็มีกำลังใจอีกครั้ง และนึกถึงสิ่งที่เรนเดลเคยสอนออก


    เซร่าโคจรพลังเวทธาตุไฟไปทั่วร่างของเธอ เพื่อช่วยสร้างความอบอุ่น และแก้ไขความหนาวเหน็บภายในร่าง แม้จะใช้เวลาสักพัก แต่เธอจะเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วดั่งเดิม


    “ตัวข้าโจแอนนา ไพรมารี่ ...”


            แต่ทว่าระหว่างที่เซร่ากำลังโคจรพลังเวทรักษาตัวเอง โจแอนนาก็อาศัยจังหวะนี้กล่าวบทเวทรุนแรงทันที วงมหาเวทสีฟ้าหนึ่งขั้นลอยอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนที่บรรยากาศรอบๆจะเริ่มหนาวเหน็บ แม้กระทั่งเรนเดลก็ยังหายใจเป็นไอ


            “ยัยนั่นจะใช้มหาเวทหรือ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ เขาจำได้ว่าคราวที่แล้วโจแอนนาสลบทันทีที่ร่ายเวท รอบนี้เขาห่วงว่าเธอจะเป็นอะไรไหม เรนเดลจึงจับตาดูเป็นพิเศษ


            “...จงพัดพาอริของข้าไปให้ไกลแสนไกล มหาเวทธารเหมันต์”


            วงมหาเวทแปดเหลี่ยมสีฟ้าหนึ่งขั้นปรากฏด้านหน้าของโจแอนนา เธอกัดฟันแน่นก่อนจะโคจรพลังใส่เพื่อให้มันทำงาน คลื่นทะเลสีฟ้าจากวงมหาเวทไหลเอ่อล้นออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าหาเซร่าอย่างจัง


            เซร่าที่หายดีแล้ว ใช้พลังเคลื่อนตัวเหนือแสงออกมาไกลจากโจแอนนามาก ไกลเสียจนติดเวทเขตแดนที่เรนเดลร่ายเอาไว้


            แต่ทว่ามหาเวทธารเหมันต์ของโจแอนนา ก็ยังคงไล่ตามเซร่าอยู่ วงเวทธาตุดินที่เซร่าร่างทิ้งเอาไว้ปรากฏเป็นเสากำแพงขึ้นมาขวางกันกระแสเวทของโจแอนนาตลอดทาง แน่นอนว่ามันกั้นไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้น


            “ขอให้ทันเถอะ” เซร่ากล่าวก่อนจะร่างวงเวทห้าขั้นมาไว้ที่หน้าของเธอ เธอเองก็กำลังจะใช้ท่าไม้ตายของตัวเอง เพื่อรับมือกับสถาณการณ์นี้


            “ตัวข้าเซร่า ไพรมารี่ จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชาเวทธาตุน้ำสายผู้พิทักษ์ นามที่ข้าบูชาคือเทพผู้รักษา ผู้ก่อกำเนิดทะเลน้ำนมบนผืนฟ้า พระองค์ผู้อาศัยประทับอยู่ในทะเลเกษียรสมุทร...และที่ประทับของพระองค์ ก็จะเป็นพลังให้กับข้า เวทโกรธาวารีกระบวนท่าไม้ตาย พลังคลื่นเกษียรสมุทร”


            วงเวทธาตุดินปรากฏที่ใต้พื้นด้านหน้าของเซร่า ก่อนที่แท่งหินขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นมาบังตัวของเธอเอาไว้ และวงเวททั้งห้าของเซร่าก็เข้าไปรายล้อมแท่งหินอันนั้น จนแท่งหินเรืองแสงสีฟ้า ก่อนที่กระแสธารสีเขียวจะหลั่งไหลออกมาจากแท่งหินนั้น พุ่งตรงเข้าไปปะทะกับคลื่นธารเหมันต์ของโจแอนนาทันที


            กระแสธารน้ำเย็นสีฟ้าของโจแอนนา ปะทะเข้ากับกระแสธารสีเขียวของเซร่า สองลำธารใหญ่ทำตัวราวกับเป็นงูน้ำ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน และกระทบกันจนคลื่นน้ำแตกกระจาย


            “ทำไมถึงต้านทานมหาเวทของฉันได้” โจแอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะยืนไม่ไหว ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น


            “เพราะนั่นคือเวทสายพิทักษ์ยังไงล่ะ” เรนเดลกล่าวให้คำตอบกับโจแอนนา “เวทสายพิทักษ์และนักบุญที่มีเก้าขั้น ไม่ได้หมายความว่ามันสู้มหาเวทที่มีสิบสองขั้นไม่ได้หรอกนะ แต่แค่ผู้คิดค้นมองไม่เห็นประโยชน์อะไรที่จะมีระดับขั้นไปมากกว่านี้แล้ว พวกเขาหรือเธอจึงหยุดเอาไว้แค่นั้นยังไงล่ะ”


            “มีแบบนี้ด้วยหรือ” โจแอนนากล่าวเสียงสั่น “ถึงจะรู้ว่าเวทโกรธาวารี เป็นของจอมเวทเจ็ดดาราธาตุน้ำในอดีตก็เถอะ แต่มหาเวทธารเหมันต์ของตระกูลฉันถูกพัฒนามาให้เหนือกว่า ตามหลักการไม่น่าจะเสมอกันได้เลยนะ”


            “มันไม่ได้เหนือกว่าเลย โจแอนนา” เรนเดลกล่าว “มันก็แค่มหาเวทที่ถูกแยกออกไปจากเวทโกรธาวารีเท่านั้น มันเป็นสายที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่...และดูเหมือนว่ามันจะยังไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ เพราะแค่ขั้นแรก เธอก็ลำบากขนาดนี้ซะแล้วสิ โจแอนนา”



    “ถูกต้อง ฉันไม่ไหวแล้วล่ะ” โจแอนนากล่าวอย่างยากลำบาก ก่อนที่เธอจะสลบไป มหาเวทของเธอสลายตามผู้เป็นนายทันที ทำให้เซร่าต้องยกเลิกเวทท่าไม้ตายของเธอ และรีบวิ่งมาดูโจแอนนา

    “ดูเหมือนว่าห้องหนึ่งจะได้ตัวแทนลงชิงตำแหน่งสภานักเรียนล่ะนะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะใช้เวทธาตุลมยกตัวโจแอนนาขึ้นมา ระหว่างนี้เพื่อนๆทุกคนรีบลงมาจากอัฒจรรย์ทันที ไม่มีการฉลองยินดีอะไร พวกเขาทุกคนล้วนเป็นห่วงโจแอนนา


    เวทเขตแดนธาตุแสงของเรนเดลถูกยกเลิก ก่อนที่เพื่อนๆห้องหนึ่งจะรีบตามเรนเดลไปที่ห้องพยาบาล ทำเอาลิลี่ที่กำลังฝึกซ้อมการต่อสู้อยู่มองด้วยความประหลาดใจ


    “ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะใช้สนามเสร็จแล้ว” เบรฟกล่าวให้นายของตนทราบ ลิลี่พยักหน้า ก่อนจะสั่งให้ทุกคนในชมรมบางส่วน กระจายกันไปฝึกที่สนามอีกฟาก


    “ตำแหน่งสภานักเรียนสำหรับปีหนึ่ง ซึ่งมีห้าที่นั่ง เป็นของห้องหนึ่งไปเสียสอง” ลิลี่กล่าวขณะซ้อมร่ายเวทรุกรับกับเบรฟ วงเวทสีรุ้งของเธอยิงกระสุนแสง และก็กลายเป็นโล่สลับกันไปมาไม่หยุด “อีกสามที่นั่ง สมควรจะเป็นของคนในชมรมเรา เพื่ออนาคตชมรมเรายังไงล่ะ”


    “รับทราบล่ะครับ คุณหนู” เบรฟกล่าว “ตัวแทนห้องสามเช่นคุณหนู ตัวแทนห้องสี่ และตัวแทนห้องเจ็ด ซึ่งสังกัดชมรมเรา จะต้องได้ที่นั่งในสภาทั้งหมด”


    “วีดีโอของเรายังทำงานอยู่ไหม เบรฟ” ลิลี่ถามเสียงกระซิบ ทำเอาเบรฟยิ้มน้อยๆ


    “ผมแอบอัดบันทึกเอาไว้ที่ข้างสนามครับ ไว้ซ้อมเสร็จพวกเราค่อยไปเปิดดู ว่าพวกเขาฝึกอะไรกัน”


    “อย่าหาว่าพวกเราโกงเลยนะ” ลิลี่กล่าวพลางถอนใจ “ก็แค่บังเอิญพวกเราเอากล้องบันทึกวีดีโอมา ในวันที่พวกเขาฝึกซ้อมพอดีล่ะนะ...ตั้งใจจะถ่ายบันทึกการต่อสู้ของฉันและเบรฟเก็บเอาไว้ แต่กลับต้องเอามาบันทึกการต่อสู้ของพวกห้องหนึ่งแทน”


    ทั้งลิลี่และเบรฟหัวเราะลั่น ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมการต่อสู้อย่างจริงจังต่อไป



    คล้ายกับเรื่องถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554