กลุ่มของหนิงเฟยหลงอันประกอบไปด้วย สัตว์พิทักษ์ทั้งสาม เฟิงเหลยและตัวเขาเองย้ายออกจากเขาจ้าวอู่ไปหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วพละกำลังของหนิงเฟยหลงก็กลับฟื้นคืนมาแล้วบางส่วน พวกเขาหลบหนีจากการไล่ล่าได้สำเร็จแม้ว่าจะฉุกละหุกไปนิดหน่อยก็ตามเฟิงเหลยฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์จึงทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กลุ่มชั่วคราว
สัตว์อสูรพิทักษ์เองก็ต้องกลับไปฟื้นกำลังตนเช่นกันหนิงเฟยหลงปล่อยให้พวกมันกลับเข้าไปในมิติปริศนาด้วยอ้างกับเฟิงเหลยว่ามันเข้าไปอยู่ในวัตถุพิเศษ
“อาการบาดเจ็บของเจ้าไม่เลวเลยสหาย” เฟิงเหลยยิ้มหยอกพลางจ้องมองไปยังท่อนแขนขวาของหนิงเฟยหลงแววตาก็หม่นหมองลง “ขอบคุณที่ช่วยข้า”
“ไม่เป็นไร เราเป็นสหายกัน เรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก”หนิงเฟยหลงโบกมือขึ้นพร้อมกับยิ้มร่าขึ้น “ดีแล้วแหละที่รอดกันมาได้อย่าไปสนใจมันเลย มาคิดเรื่องต่อจากนี้ดีกะ...อั่ก !”
หนิงเฟยหลงกระอักโลหิตออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เฟิงเหลยรีบวิ่งเข้ามาดูในทันใด“นี่มันอะไรกัน เหม็นมาก” โลหิตของหนิงเฟยหลงส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งชวนอาเจียนทั้งสีของมันก็ยังแปลกประหลาดดำเข้มดุจหมึกแต่แล้วพื้นที่ที่โดนหยดเลือดก็กลายเป็นน้ำแข็งในทันที
“พิษ ข้าถูกพิษ”หนิงเฟยหลงเกิดอาการหนาวสั่นราวกับถูกแช่ในน้ำแข็งนับหมื่นปี ตัวสั่นเยือกรอบกายมีไอเย็นระเหย
“พิษนี้ไม่ธรรมดาเลย สหายเจ้าถูกพิษตอนไหนกัน ?” เฟิงเหลยตื่นตกใจไม่น้อยหากเป็นพิษธรรมดาเขาคงสามารถชะลออาการได้อยู่แต่ดูเหมือนว่าพิษชนิดนี้จะพิเศษกว่าปกติ
“ข้า..ข้าจำ....”หนิงเฟยหลงปวดหัวอย่างรุนแรงหัวกุมขมับพยายามคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้าแต่แล้วก็ไปสะดุดระหว่างการโจมตีในการต่อสู้สุดท้าย “ขวาน...”
“ขวาน ?”
“ใช่ มันอาบยาพิษ” หนิงเฟยหลงล้มฟุบลงไปเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าคนเถื่อนเองก็จะมีการใช้พิษเช่นกันทั้งพิษนี้ก็หาได้สามัญไม่จำต้องเร่งแก้พิษโดยด่วน !
ระหว่างที่ทั้งสองจมจ่ออยู่ในความสิ้นหวังนั้นเองเสี่ยวลี่จิ้งจอกน้อยก็ได้โผล่ตัวออกมา“นายท่าน !”เสี่ยวลี่ตกใจพร้อมกับแปลกใจในเวลาเดียวกัน “นี่มันพิษจากดอกสามหิมะนี่ !”
“สามหิมะ ?” เฟิงเหลยไม่เคยได้ยินชื่อมันมาก่อน
“ใช่แล้ว มันเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นที่อากาศหนาวเย็น ทั้งยังมีไม่มากนักหรอกนับว่าเป็นพิษที่ร้ายกาจมาก เสี่ยวลี่เคยได้ยินมาจากแม่ว่ามันจะทำให้ผู้ได้รับพิษทรมานนับร้อยวันก่อนจะค่อย ๆพรากชีวิตไปอย่างเจ็บปวดจนขาดใจ เริ่มจากหนานเย็นจัดจนยากต้านทานไปถึงทำลายอวัยวะภายใน แช่แข็งร่างกายกัดกินทีละส่วนจนระยะสุดท้ายคือใช้ความเย็นกัดกินกระดูก”
ใบหน้าเฟิงเหลยบิดเบี้ยวอย่างอัปลักษณ์พิษนี้น่ากลัวมากพวกคนเถื่อนนำมันมาแต่ที่ใดกัน ?
“เสี่ยวลี่น้อย เจ้ารู้วิธีแก้พิษให้เจ้านายเจ้าหรือไม่ ?”
จิ้งจอกน้อยพยักหน้าแล้วกล่าวขึ้นอีก“พิษนี้รักษาไม่ยากแค่ต้องกินดอกสลายหิมะหรือดอกกลืนหิมะเข้าไปแค่นี้ก็หายแล้ว”
“ดอกสลายหิมะอยู่ที่ใด ?” เฟิงเหลยเอ่ยรีบถาม เขาดูกระตือรือร้นยิ่ง
“อยู่ที่ไหนเสี่ยวลี่ก็ไม่รู้มากหรอกนะแต่ที่เผ่าของเสี่ยยวลี่เองก็มีอยู่นะ” เสี่ยวลี่กะพริบตาปริบ ๆ
“ดีเลยเราไปเผ่าเสี่ยวลี่กัน” เฟิงเหลยรีบเก็บสัมภาระเวลาไม่คอยท่าหากนานไปหนิงเฟยหลงอาจตายได้ เขาพร้อมที่จะออกเดินทาง แต่ทว่า...
“เอ่อ...เสี่ยวลี่ไม่รู้ว่าเผ่าอยู่ที่ไหน ?”
“หา ? เจ้าไม่รู้หรอกเหรอ ?” เฟิงเหลยอ้าปากค้างเขาแทบจะบ้าตายกับเสี่ยวลี่ ไม่รู้แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกเล่า ?เฟิงเหลยถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถามอีก “เสี่ยวลี่รู้ชื่อสถานที่หรือไม่ ?”
“อ้อ เรื่องนี้เชื่อใจเสี่ยวลี่ได้ดูเหมือนว่าที่นั่นชื่อ..เอ่อ...หุบเขาเยี่ยน ใช่หุบเขาเยี่ยน !”
“หุบเขาเยี่ยน ดี ข้ารู้แล้วว่าต้องไปที่ไหน อาณาจักรเยี่ยน ไปกันเถอะ”ดวงตาเฟิงเหลยส่องประกายมุ่งมั่นขึ้น
การเดินทางนักบ่มเพาะพลังจิตทั้งสองจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่บัดนั้น
แต่นั่นก็กลับทำให้พวกเขาลืมไปเลยว่ากลุ่มของเขาไม่ได้มีเพียงสองคนและอีกคนหนึ่งก็กำลังรอพวกเขาอยู่เช่นกัน...
..........
“เหวินเหลียงกับเฟิงเหลยหายไปไหนกันนะ ไหนว่าจะตามลงมายังค่ายทางใต้แต่นี่กลับหายตัวไปถึงสิบวันแล้ว” หญิงสาวพ่นลมหายใจ ใบหน้าฉายแววความเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัดนางก็คือโต่วเยี่ยนฉวี่
เวลานี้นางพำนักอยู่ในค่ายพยัคฆ์ทองคำซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายที่ถูกตั้งชื่อตามสี่วิหารศักดิ์สิทธิ์ในอดีตค่ายนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของเขาจ้าวอู่ห่างออกไปเกือบร้อยลี้กองทัพของที่นี่ดูอย่างไรก็เข้มแข็งกว่าค่ายที่หนิงเฟยหลง และพรรคพวกได้ไปอยู่มาก
หญิงสาวพึ่งมารู้ชื่อค่ายนั้นที่หลังว่า คือค่ายพยัคฆ์ขาวไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดค่ายพยัคฆ์ขาวถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนั้นถึงจะว่าเพราะเสบียงก็เถอะ แต่ข้อผิดพลาดนี้ดูมีช่องโหว่มากเกินไปต้องเกิดการทรยศภายในกองทัพระดับสูงเป็นแน่
ต้องบอกว่าเวลานี้อาณาเขตทางเหนือในเขตจ้าวเก่าดูน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมากถึงแม้จะมีค่ายประจำอยู่ในเขตด้วยกันถึงสามค่าย หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าอาณาเขตสามพยัคฆ์ นั่นก็มาจากชื่อของค่ายทั้งสามที่ขึ้นต้นด้วยพยัคฆ์ทั้งสิ้นพยัคฆ์ขาว พยัคฆ์ทมิฬ พยัคฆ์ทองคำ ล้วนแล้วแต่ขึ้นต้นด้วยพยัคฆ์
เดิมทีแล้วค่ายทั้งสามถือได้ว่าเป็นปราการแข็งแกร่งที่สุดในฝั่งตะวันตกเลยก็ว่าได้แต่แล้วเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อร้อยปีก่อนกองทัพใหญ่ของเตมูร์ข่านสามารถเคลื่อนพลลงมาได้ก็ทำลายค่ายพยัคฆ์ขาวอย่างรวดเร็วเกิดการทรยศภายในอย่างที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เสบียงจากส่วนกลางถูกตัดขาดเคลื่อนเสบียงมาช้าเกินกว่ากำหนดพร้อมกับยุทธภัณฑ์ที่ขาดแคลน
สงครามในครั้งนั้นสามพยัคฆ์จึงสูญเสียอย่างหนักโดยเฉพาะค่ายพยัคฆ์ขาวจากทหารสามหมื่นนายประจำการเหลือเพียงหมื่นนาย และจากหมื่นนายสุดท้ายก็ไปสละชีพกับแม่ทัพค่ายพากันพลีชีพจนเหลือเพียงสองพันคนสุดท้ายอย่างที่เห็นส่วนสองค่ายที่เหลือยังดีหน่อยทหารจากค่ายหลักตะวันตกยกพลขึ้นมาช่วยกู้สถานการณ์ขับไล่กองทัพใหญ่ของเตมูร์ข่านกลับไปได้
แต่ก็บอกไม่ได้ว่าไร้การสูญเสียใด ๆเพราะกำลังทหารหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสามของทัพล้วนสละชีพในสงครามทั้งส่วนกลางดูไม่มีทีท่าจะส่งทหารมาเพิ่มให้แม้แต่น้อยทำให้การต่อสู้ของพวกเขาต่อจากนั้นเต็มไปด้วยความทรหดและดูเหมือนว่าทางสมาพันธ์การค้าจะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดหรืออาจ...จะรู้อยู่แล้วก็เป็นได้
โชคดีสำหรับเว่ยที่โต่วเยี่ยนฉวี่สามารถกลับมารายงานให้พวกเขาได้รับทราบการรุกรานของคนเถื่อนได้สำเร็จแต่ก็เป็นโชคร้ายเช่นกันที่แม่ทัพของพวกเขากำลังอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนอำนาจกองทัพจึงไม่พร้อมที่จะเข้าสู่สภาวะสงคราม แม้แต่การป้องกันตนเองก็ลำบากไม่ใช่แค่ค่ายพยัคฆ์ทองคำเท่านั้น แต่ค่ายพยัคฆ์ทมิฬเองก็เช่นกัน
หญิงสาวไร้ทางเลือกใดทั้งไม่อาจติดตามหาสหายออกจากค่ายได้โดยพลการทั้งยังต้องรอรับคำสั่งต่อไปสถานะของนางในตอนนี้ที่จริงแล้วก็เปรียบเสมือนนักโทษด้วยซ้ำไป ไม่อาจทำการใดได้สะดวกด้วยการที่ละทิ้งค่ายทหารแตกทัพเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายมากมายทั้งยังพยายามยัดเยียดขอกล่าวหาอื่นให้นางอีก
ที่สำคัญค่ายนี้เองก็มีบุคคลที่นางคุ้นเคยจนนางรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่เขาไม่ใช่ใครที่ไหนก็คุณชายหลู่ที่คุ้นเคยนี่เอง
โต่วเยี่ยนฉวี่แทบอยากจะย้ายไปอยู่ค่ายอื่นในทันทีที่รู้แต่มันก็สายไปแล้วนางถูกคำสั่งให้ประจำการอยู่ที่นี่ทั้งยังถูกคาดโทษไว้ด้วย
..........
ใต้ต้นไม้ใหญ่กระแสลมพัดโชยกลิ่นของเนื้อก็เตะกลิ่นเข้าจมูกของชาวหนุ่มที่นอนหลับใหลอยู่ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก “สหายเฟิง เสี่ยวลี่ ?”เขาคิดว่าตนเองตาฝาดไป ไม่ใช่ว่าเขาให้เสี่ยวลี่กลับเข้าไปในมิติปริศนาแล้วรึ ?
“สหายเจ้าฟื้นแล้ว”
“เจ้านายท่านขี้เซามากเลย ผ่านมาตั้งสิบวันท่านถึงจะตื่นสู้เสี่ยวลี่ไม่ได้เลย” จิ้งจอกน้อยรีบกระโจนเข้าใส่อกของเจ้านายนำตาของมันเล็ดไหลออกมาเล็กน้อยชายหนุ่มเห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูนักจึงยกมือขึ้นลูบหัวจิ้งจอกน้อยเบา ๆ
“ขอบใจนะเสี่ยวลี่น้อย” เขาพูดเอ่ยอย่างแผ่วเบาหลุบตาลงเล็กน้อยผมที่หลุดลอยจากการจัดทรงก็ลู่ไปตามลม ทำให้รู้สึกสดชื้นขึ้นมาชายหนุ่มผู้นี้ก็คือ หนิงเฟยหลง
“สหายขอบคุณ” หนิงเฟยหลงโค้งให้เฟิงเหลยด้วยท่านั่งเขายังไม่สามารถลุกขึ้นได้อย่างถนัดตัว เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยคงไม่ลำบากนักแต่จะให้ลุกเวลานี้คงเป็นไปไม่ได้
เฟิงเหลยพยักหน้ายิ้ม เขายื่นชิ้นเนื้อเสียบไม้ให้กับสหายหนิงเฟยหลงก็รับด้วยความเต็มใจ เขาสูดดมกลิ่นเนื้อเข้าไปเต็มปอกก่อนจะกินมันอย่างเอร็ดอร่อย
“ท่านเป็นอย่างไรแล้วบ้าง ?” เฟิงเหลยเอ่ยถาม
หนิงเฟยหลงสำรวจร่างกายเล็กน้อย “ดีแล้ว แขนข้างขวากระดูกนิ้ว มือ ข้อต่อช่วงแขน หัวไหล่เริ่มสมานตัวยึดติดกันเองแล้ว อีกไม่นานก็คงหาย
เฟิงเหลยตกตะลึงเขาเกือบจะเชื่อเสียแล้ว แต่ก็ยับยั้งความเข้าใจนั้นไว้เฟิงเหลยมองหนิงเฟยหลงราวกับว่าหนิงเฟยหลงกล่าวโกหก “ไม่มีทางเป็นไปได้สหายท่านกล่าวหยอกข้าแล้ว อย่างน้อยกว่าจะหายก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหกเดือนใช่ว่าข้าจะไม่เคยเป็นมาก่อนช่างเถอะในเมื่อท่านมีอารมณ์มาหยอกเย้าข้าเห็นทีว่าคงไม่เป็นไรมากแล้ว”
เฟิงเหลยหยิบชั้นเนื้อยื่นให้หนิงเฟยหลงอีกครั้ง “เวลานี้เราอยู่ที่ใดแล้ว?”
“ดินแดนเดิมอาณาจักรเยี่ยน”
“อ้อ อาณาจักรเยี่ยนที่อยู่ทางตะวันออกฉียงเหนือของ...” หนิงเฟยหลงรู้สึกว่าคำพูดเขาและเฟิงเหลยไม่ถูกต้องทัยใดนั้นเขาก็พลันอุทานออกมา “หา !! ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมกัน ?” หนิงเฟยหลงตกใจเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าเฟิงเหลยจะหลงทางจนพาเขาเข้ามาอยู่ในถิ่นศัตรูได้หรือว่าเฟิงเหลยจะเป็นบ้าเสียสติไปเสียแล้วอย่าลืมว่าเยี่ยนนั้นตกเป็นอาณาเขตของคนเถื่อนไปทั้งหมดแล้ว !
เฟิงเหลยเห็นสีหน้าของหนิงเฟยหลงก็หยุดหัวเราะนี่เป็นสีหน้าที่เห็นได้ยากยิ่ง
“มีอะไรน่าขันกันนี่ข้ากำลังจริงจังอยู่นะ ?”หนิงเฟยหลงรู้สึกขุ่นเคืองสหายผู้นี้นิดหน่อยแล้ว
เฟิงเหลยจึงรีบกล่าว “สหายท่านอย่าพึ่งขุ่นเคืองเราไปที่เราพาท่านมาทางเหนือท่านคงไม่ได้ลืมว่า ก่อนหน้าท่านโดนพิษหรอกนะและที่ที่รักษาท่านได้ก็เห็นจะมีแต่ที่นี่หุบเขาเยี่ยนเท่านั้นข้าจึงพาท่านขึ้นเหนือมา ไม่เกินสิบสองวันก็จะถึงที่นั่นแล้วท่านวางใจได้ข้าไม่คิดนำท่านไปให้พวกคนเถื่อนแทะเล่นหรอก”
หนิงเฟยหลงมุมปากกระตุกนี่สหายเขาถึงกับมีความคิดจะนำเขาไปให้คนเถื่อนแทะเลยกระนั้นหรือ ?
..........
แผนที่รายละเอีดค่ายกองทัพต่าง ๆ ประกอบเนื้อหานิยายดูได้ที่ เพจชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ และยังมีแผนที่ตั้งทวีปชิงเฉวียน และทวีปหยินด้วยแผนที่จะค่อย ๆ เปิดไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่อง ขอให้ทุกคนอ่านอย่างมีความสุขนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
..........