ลมยามเช้าพัดเอื่อยพานกลิ่นดอกไม้อ่อนๆจากสวนหลังภูเขาจำลองลอยมาแตะจมูก ฮวาเสี่ยวซี ที่กำลังตั้งครรภ์และรู้สึกไม่สบายเนื้อตัวนักตัดสินใจออกมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายแม้จะถูกนางกำนัลทัดทานเรื่องอากาศที่ยังคงชื้นอยู่บ้างแต่ความอึดอัดในใจจากเรื่องเมื่อคืนทำให้เธออยากปลีกตัวออกมาจากห้อง
เมื่อเดินลัดเลาะมาตามทางเดินหินที่คดเคี้ยวเสียงหัวเราะแผ่วเบาและเสียงกระซิบกระซาบก็ลอยมาตามลม ฮวาเสี่ยวซีชะงักฝีเท้าหัวใจพลันเต้นระรัวอย่างประหลาด นางหันไปสบตานางกำนัลที่ตามมาด้วยแววตาของนางกำนัลแสดงออกถึงความกังวลเช่นกัน
เงาไม้ใหญ่บังสายตาครู่หนึ่งก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะปรากฏไม่ชัดเจนนักในสายตาที่พร่ามัวของฮวาเสี่ยวซีเธอได้ยินเพียงเสียงและเห็นภาพคล้ายสามีของเธอ อี้หานเฟิง และ อี้เฟยหลงกำลังยืนอยู่ใกล้กับบ่อน้ำพุ ท่ามกลางสาวใช้อีกสองคนที่กำลังจัดดอกไม้อยู่รายล้อม
ภาพที่ฮวาเสี่ยวซีเห็นคือช่วงเวลาที่อี้หานเฟิงเหมือนกำลังโน้มตัวลงหาหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหัวร่อคิกคักมือของอี้เฟยหลงก็ดูเหมือนจะแตะต้องไหล่ของสาวใช้อีกคนอย่างสนิทสนมท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบและรอยยิ้มที่ดูคล้ายจะมีความนัย
"นายท่าน อากาศยามเช้าช่างดีนักเพคะ"เสียงสาวใช้คนหนึ่งเอ่ยแผ่วเบา ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักและเสียงทุ้มต่ำของบุรุษที่เอ่ยตอบเบาๆ "เจ้าช่างรื่นรมย์ยิ่งนัก..."แม้จะไม่ชัดเจน แต่คำพูดเหล่านั้นก็บาดลึกเข้าไปในใจของฮวาเสี่ยวซี
ในวินาทีนั้น โลกของฮวาเสี่ยวซีพลันหยุดหมุนหัวใจที่อ่อนแอจากการตั้งครรภ์และอารมณ์ที่เปราะบางอยู่แล้วกลับถูกบีบรัดอย่างรุนแรงภาพที่เห็นไม่ได้ชัดเจนทุกรายละเอียดแต่จินตนาการที่แล่นพรวดพราดไปไกลกว่าความเป็นจริงกลับสร้างภาพที่บาดลึกในใจของเธอความอบอุ่นที่เคยมีให้สามีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ฮวาเสี่ยวซีรู้สึกเหมือนถูกกระชากลมหายใจแรงบีบที่อกทำให้เธอนิ่งงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเจ็บปวดและความไม่เชื่อหัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่หุบเหวลึกแสงแดดยามเช้าที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความมืดมิดในสายตาของเธอน้ำตาอุ่นร้อนไหลรินลงมาอาบแก้ม นางกำนัลที่เห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาประคองร่างที่สั่นเทาของฮวาเสี่ยวซีพลางใช้มือบังสายตานายหญิงจากภาพเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วพาเธอหันหลังกลับและก้าวออกไปจากสวนแห่งนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฮวาเสี่ยวซีไม่ได้รับรู้อะไรอีกนอกจากความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจภาพสุดท้ายที่เห็นยังคงชัดเจนในมโนสำนึก...ภาพที่เธอตีความไปแล้วว่าเป็นสามีของตนกำลังมีความสุขกับสตรีอื่นในสวนอันเงียบสงบ
นางรีบร้อนให้สาวใช้พาตนกลับห้องอย่างรวดเร็วพอไปถึง นางก็โบกมือไล่สาวใช้ออกไป พลางปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาฮวาเสี่ยวซีนั่งลงบนพื้นข้างประตู กอดเข่าร้องไห้เงียบๆ อยู่เพียงลำพังปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินจิตใจ เธอไม่ต้องการพบใครอีกแล้วในเวลานี้ โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตาเดียว
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักของ อี้หานเฟิง และอี้เฟยหลง พวกเขากว่าจะปรึกษากการออกศึกก็ผ่านคืนที่ทะเลาะเล็กๆ กับฮวาเสียวซีไปแล้ว และเพิ่งกลับมาเข้ามาในจวนพวกเขารีบจัดเตรียมข้าวของที่จำเป็นและเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าธรรมดาเป็นชุดเกราะสำหรับการออกรบที่กำลังจะมาถึงทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความมุ่งมั่น
เมื่อเตรียมตัวเสร็จสิ้นอี้หานเฟิงมองหน้าอี้เฟยหลง "ไปเถอะ เราไปร่ำลานางก่อน"
ทั้งสองอ๋องเดินมาหยุดที่หน้าห้องของฮวาเสี่ยวซีบานประตูไม้ยังคงปิดสนิท พวกเขาเคาะประตูเบาๆ"เสี่ยวซี...พวกเราจะไปแล้วนะ"เสียงเคาะและเรียกเงียบหายไปในความว่างเปล่า ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากภายใน
อี้หานเฟิงถอนหายใจเฮือกใหญ่"นางคงยังโกรธพวกเราอยู่จริงๆ"
อี้เฟยหลงพยักหน้าเห็นด้วย "ไปเถอะเสด็จอาเราต้องรีบเดินทางแล้ว"
ด้วยความรีบร้อนและภารกิจสำคัญที่อยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาไม่มีเวลาจะมาทำความเข้าใจความรู้สึกของภรรยามากไปกว่านี้อ๋องทั้งสองจึงหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังประตูบานนั้นภรรยาของพวกเขากำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทมเพียงลำพัง
ส่งทัพสู่สมรภูมิ ณประตูเมืองหลวงในยามเช้าตรู่ อากาศยังคงเย็นเยียบแต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและโอ่อ่า ฮ่องเต้อี้จงเหวิน ทรงฉลองพระองค์ชุดเกราะเต็มยศประทับยืนอยู่บนแท่นสูง ใบหน้าเปื้อนความกังวลที่ยากจะปกปิดทว่าแววตาฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวในฐานะจอมทัพข้างกายพระองค์คือเหล่าเสนาบดีและขุนนางน้อยใหญ่ที่มายืนส่งทัพด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
อี้หานเฟิง และ อี้เฟยหลงในชุดเกราะอันสง่างาม สวมทับด้วยเสื้อคลุมสีเข้มที่บ่งบอกถึงตำแหน่งแห่งราชวงศ์กำลังจะก้าวขึ้นหลังม้าศึกที่ผงาดง้ำอยู่เบื้องหน้า อี้หานเฟิงหันมามองอ๋องเต้อี้จงเหวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและความหนักใจต่อภารกิจอันใหญ่หลวงเขายังคงเก็บงำความเจ็บปวดจากพิษร้ายที่คุกคามและความห่วงใยในตัวฮวาเสี่ยวซีที่เขารู้สึกว่าทำร้ายจิตใจนางไปเมื่อคืนนี้
"ฝ่าบาท โปรดดูแลเสี่ยวซีด้วยพ่ะย่ะค่ะ"อี้หานเฟิงกล่าวเสียงทุ้มต่ำแม้จะรู้สึกผิดที่ต้องจากมาในขณะที่เรื่องระหว่างเขากับฮวาเสี่ยวซียังค้างคา
ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงพยักพระพักตร์ "ไปเถอะเฟยหลง! จงนำชัยชนะกลับมาให้ต้าเหลียง ขอให้โชคคุ้มครองพวกเจ้า"พระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงที่แผงไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงอำนาจแห่งกษัตริย์
อี้เฟยหลงก้าวขึ้นหลังม้ามองไปยังองค์ฮ่องเต้ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นก่อนจะควบม้าออกไปพร้อมกับอี้หานเฟิงและกองทัพอันเกรียงไกรที่มุ่งหน้าสู่ชายแดนตะวันตกเสียงโห่ร้องของทหารดังกระหึ่มไปทั่ว สั่นสะเทือนผืนดินทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและเงาของบุรุษผู้แบกรับภาระแห่งแผ่นดิน
ฮ่องเต้อี้จงเหวิน ทอดพระเนตรตามขบวนทัพจนลับสายตาพระองค์ทรงหันกลับมามองไปยังทิศทางของจวนอ๋องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทั้งความเป็นห่วงเสด็จอาและอนุชาที่ออกรบ และความเจ็บปวดจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสี่เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเสด็จกลับเข้าวังด้วยพระวรกายที่เหนื่อยล้าและพระหทัยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย
แสงแรกของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามายังระเบียงทางเดินนางกำนัลคนหนึ่งรีบก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบนำทาง ฮวาเสี่ยวซี ที่กำลังตั้งครรภ์และมีสีหน้าอ่อนเพลียไปยังห้องทรงพระอักษรเสียงกระซิบกระซาบจากคนในวังเมื่อคืนก่อนเรื่องที่ฮ่องเต้ทรงประชวรหนักทำให้ฮวาเสี่ยวซีร้อนรนใจ มิอาจหลับตาลงได้ตลอดคืนด้วยความเป็นห่วงนางจึงตัดสินใจมาเข้าเฝ้าด้วยตนเอง
ก่อนที่ฮวาเสี่ยวซีจะออกจากห้องนางหันไปถามสาวใช้คนสนิทด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ยังคงเจือความเจ็บปวด"ท่านอ๋องทั้งสอง...พวกเขาเดินทางออกไปแล้วหรือ?"
สาวใช้พยักหน้าเบาๆ ด้วยสีหน้าเห็นใจ"เพคะนายหญิง ท่านอ๋องทั้งสองเพิ่งจะเสด็จออกไปเมื่อครู่ใหญ่ๆนี่เองเพคะ"
ฮวาเสี่ยวซีหลับตาลงช้าๆพยายามกลั้นก้อนสะอื้นในลำคอ นางสูดหายใจลึกๆก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว นางหันไปมองสาวใช้"เตรียมตัวเถอะ เราจะเข้าวัง"
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องทรงพระอักษรบานประตูเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย ฮวาเสี่ยวซีชะงักฝีเท้าหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความกังวลพลันบีบรัดแน่นยิ่งกว่าเดิมภาพที่เห็นตรงหน้าคือความสับสนวุ่นวายเสื้อผ้าของบุรุษและสตรีวางระเกะระกะอยู่บนพื้น พลันสายตาของนางก็ปะทะเข้ากับร่างของสตรีผู้หนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะทรงงานโดยมีร่างสูงใหญ่ของ ฮ่องเต้อี้จงเหวิน กำลังจะลุกขึ้นจากร่างนั้นอย่างเร่งรีบท่ามกลางแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากหน้าต่าง
ฮวาเสี่ยวซีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้งนางทรุดตัวลงกับพื้น ภาพที่เห็นเมื่อวาน ในสวนผสมกับภาพบาดตาบาดใจในห้องทรงพระอักษรเมื่อเช้าตรู่ทำให้ความรู้สึกผิดหวังและทรยศหักหลังถาโถมเข้าใส่นางอย่างไม่หยุดยั้งสามีทั้งสามของนาง... ต่างก็มี "คนอื่น"ไม่เหลือแล้วซึ่งความบริสุทธิ์ของความรักที่นางเคยเชื่อมั่น
นางกำนัลที่ตามมาด้วยรีบเข้ามาประคองฮวาเสี่ยวซีด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของนายหญิงและสิ่งที่เห็นในห้องนางกำนัลรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่อาจแพร่งพรายไปได้
ในขณะที่ฮ่องเต้อี้จงเหวินทรงฟื้นจากอาการมึนงงและภาพลวงตาเมื่อครู่ทรงหันมาเห็นฮวาเสี่ยวซีที่ยืนอยู่หน้าห้องพอดีแววตาของพระองค์เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสับสนเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดและละอายใจอย่างรวดเร็วเมื่อทรงเห็นน้ำตาที่ร่วงรินบนใบหน้าของนางและสภาพห้องที่ยุ่งเหยิงพระองค์ทรงรู้ทันทีว่าฮวาเสี่ยวซีเข้าใจผิดอะไรไปบ้าง
"เสี่ยวซี... นี่มัน..."ฮ่องเต้เอ่ยเสียงแผ่ว พยายามจะอธิบาย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดีความจริงที่ว่าพระองค์เห็นฮวาเสี่ยวซีในห้วงแห่งภาพลวงตาและได้กระทำบางอย่างลงไปกับนางกำนัลในห้องนี้ เป็นสิ่งที่ยากจะเอ่ยออกไป
ฮวาเสี่ยวซีส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาไหลเป็นทางนางไม่ต้องการฟังคำอธิบายใดๆ อีกแล้ว ความเจ็บปวดท่วมท้นจนนางแทบจะหายใจไม่ออกนางหันหลังกลับอย่างช้าๆ โดยมีนางกำนัลคอยประคองและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย