ระหว่างทาง เยว่เทียนไม่ได้คิดสนใจผู้ใด ครั้นตัวเขาเห็นเหล่าชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ เล็กน้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มตัวอ้วนกลม ไม่ยอมจำนน ให้กายาล้มลงกับพื้นเฉกเช่นคนอื่นๆ เขาส่งปราณพลังออกมาป้องกันเหล่าผู้คนภายในหมู่บ้านไว้
หลินเฟย นางเองก็รับภาระอย่างหนักเมื่อกลุ่มคน ระดับสูง พวกนี้ ย่างกราย เดินผ่าน ส่วนจางเหมยไม่ต้องพูดถึง คุกเข่าทั้งสองข้างติดกับพื้นในทันที เมื่อถูกสบสายตา แต่นางก็ไม่มีท่าทีจำยอม แต่ก็ไม่อาจยันร่างขึ้นมายืนหยัดได้
ปราณพลังพวกนี้ที่เล็ดลอดออกมา จากกลุ่มคนระดับสูง พวกเขาไม่ได้ปล่อยออกมาทำร้ายผู้ใด มันเป็นเพียงการกดข่ม ของ ขั้นพลังเท่านั้น เนื่องด้วยพวกเขาไม่ได้เก็บซ่อนปราณพลังภายในกายาไว้
ครั้นเมื่อหลินเฟย เห็นชายวัยกลางคนเดินตามมา ติดๆ กลุ่มคนระดับสูง ตัวนาง เบิกตาออกกว้าง รูม่านตาเบิกโพลงในทันที ก้าวเดินออกไป ขวางทาง ราวกับลูกนกตัวน้อยๆ ที่กำลังสั่นเทิ้ม นั้นก็คือเจ้าสำนักหวังซง ที่นางเคารพเปรียบเสมือนอาจารย์ ของนาง ผู้หนึ่ง บางทีเจ้าสำนักหวังซง ก็อาจจะช่วยอะไรนางได้ นางไม่อยากให้ ผู้ใดรบกวนอี้เฉินในยามนี้ แม้แต่ผู้มีอำนาจก็ตาม นางไม่ลังเลที่จะหยุดพวกเขาไว้เพื่อช่วยอี้เฉิน
"ขออภัย เหล่าผู้อาวุโส ข้ารู้พวกท่าน ไม่มีเวลาให้ข้ามากนัก แต่ข้าอยากจะขอให้ท่าน ช่วยรอไปก่อนได้หรือไม่ สหายของข้า เขาปิดขั้นพลังอยู่บริเวณนั้น"หลินเฟยนางกล่าวออกมา ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
เหล่าผู้มีอำนาจที่ถูกขวาง ต่างมีใบหน้าที่บึ้งตึงในทันที ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำออกมาด้วยความ เดือดดาล"หลีกทางแม่หนูน้อย"
เปาเปาเองก็เอ่ยขึ้นมาสมทบด้วยเช่นกัน "ที่นางเอ่ยวาจาออกมาเป็นเรื่องจริง พวกเราไม่ได้พูดปด แต่อย่างใด สหายของข้า ปิดขั้นพลังภายในพื้นที่แห่งนั้น"
เจ้าสำนักหวังซง ที่เห็นใบหน้าของหลินเฟย เขาจดจำได้ในทันที ใบหน้าเขียวคล้ำในทันใด ก่อนจะกระแอมไอออกมาเสียงดัง ขัดจังหวะ เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในทันที "ทุกท่าน สตรีนางนั้น ข้ารู้จักนางเป็นการส่วนตัว ข้าลืมไปเสียสนิท ว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้าน ที่หลินเฟยมาอยู่อาศัย รอคอยอี้เฉิน"
เหล่าผู้อาวุโสได้ยินนามว่าอี้เฉิน พวกเขาดวงตาเบิกกว้าง รูม่านตาขยายจนสุดตกตะลึงอยู่ไม่น้อย แต่ในใจลึกๆ ก็อยากนึกว่าเป็นคนละคนกัน ครั้นเมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มผมขาว ความหวาดกลัวภายใน โสตประสาท ที่ถูกฝั่งลึกก็ผุดขึ้นมา เม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กายาชะงักกึกในทันที แม้แต่ เหล่าผู้ที่เฝ้ามอง ยังประหลาดใจ
ครั้นเตรียมจะไต่ถาม เรื่องราว ต่างๆ ให้ชัดแจ้ง อยู่ๆ เจดีย์น้อยที่รอยเหนือ ต้นหลิวใหญ่ ก็สั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง ส่งปราณพลัง คลับคล้ายคลับคลา เทพสวรรค์ออกมา
เหล่าผู้มีอำนาจทั้งหมดต่างเบิกตาออกกว้าง ไม่อาจเก็บความตื่นตระหนกได้อีกต่อไป พวกเขาคิดผิดถนัดที่คิดว่าตนเอง เป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในยามนี้ ไม่คิดว่าจะยังมี ผู้มีพลานุภาพ เฉกเช่นเทพสวรรค์หลงเหลืออยู่ยังดินแดนเบื้องล่าง ปากเอ่ยอุทานออกมาด้วยความตกใจ"นั่นมัน ไม่ใช่อาวุธ ระดับจักรพรรดิธรรมดา เสียแล้ว"
ทันใด แสงที่ศักดิ์สิทธิ์และน่าคร้ามเกรง ราวกับเป็นกรงขัง ก็ถูกบางอย่างตีจนแตก เสียงแตกร้าวดังออกมาก้องฟ้า ก่อนจะมีเสียงคำรามของ สัตว์อสูรออกมาดังก้อง
"โฮก!!!!" เหล่าผู้คนต่างตัวสั่นเทิ้ม เมื่อสัมผัสถึงคลื่นพลังได้ กายาถอยหลัง ไปหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัว จดจ้องไปที่ปลายเสียงนั้นเป็นตาเดียว
หลินเฟย เปาเปา ตกใจเป็นอย่างมาก เตรียมจะพุ่งไปดูอี้เฉิน แต่กระนั้นก็ถูก ชายชรา เยว่เทียนห้ามปรามไว้ "พวกเจ้าอยู่ที่นี่ก่อน เหมือนว่าจะมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล"
"ซีเซียว เจ้าพาลูกของเจ้า ถอยออกไปก่อน เหมือนว่าจะมีบางอย่างพุ่งตรงมาทางเรา" ครั้นเมื่อ ชายชราเยว่เทียนเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น เขานำศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ออกมาในทันที หมายมั่น รับมือเรื่องไม่คาดคิด
ในยามนี้ การจะต่อกรกับเทพสวรรค์ ได้มีเพียงแต่ต้องพึ่ง ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากมด ปลวก เมื่ออยู่ต่อหน้าเทพสวรรค์ ถึงขั้นพลังของพวกเขา จะห่างกันเพียงขั้นพลังเดียวก็ตาม แต่ประหนึ่ง ฟ้ากับดิน ที่ไม่อาจเทียบกันได้ ราวกับการเปลี่ยนแปลงครั้นใหญ่ จากมนุษย์ธรรมดา คืนสู่ห้วงจักรวาล สร้างเทพผู้ไม่ดับสูญ ขึ้นมา
ทางด้านอี้เฉิน ที่ออกจากการปิดขั้นพลังมาได้ ครั้นเมื่อเขา ทดสอบพลังโจมตีจากปราณเลือด ใส่เกาะป้องกันเจ้าเจดีย์น้อย มันกลับทะลวงเกาะป้องกัน เจ้าเจดีย์น้อยจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี ราวกับเขาในยามนี้มีร่าง วิญญาณมังกรเลือด ล้อมพันกายาไว้ เหมือนว่าเลือดของ ชิงหลันที่เขาได้มาจะลืมตาตื่นขึ้น ทำให้มันก่อรูปเป็นมังกรเฉกเช่นเดียวกับตัวนาง ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยคำพูดออกมา "ข้ายังไม่ลืมคำพูดฝากฝังของเจ้าชิงหลัน ข้าจะหาดินแดนจักรพรรดิให้เจอในสักวัน แล้วก็พวกเจ้าด้วย 4สำนักใหญ่ หากข้าเติบใหญ่เมื่อใด พวกเจ้าจะถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์"
เมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น เขากลับสัมผัสได้ว่าภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยเหล่ายอดยุทธ์ ใบหน้าของเขาฉายแววกังวล ออกมาในทันที
เจดีย์น้อยมันเองก็รอยเข้าไปภายในหัวสมองอี้เฉินอย่างเช่นทุกครา ราวกับทุกๆ อย่างที่มันกระทำ เป็นเรื่องสนุก ก่อนที่ปราณพลัง คลับคล้ายคลับคลาเทพสวรรค์จะจางหายไป
อี้เฉินก้าวเดินเข้าไปภายในหมู่บ้านด้วยความเร่งรีบ กายาที่เต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ อาบปราณเลือด ให้กายาได้ดูดซับจนแดงฉาน ราวกับร่างทั้งร่างอาบย้อมไปด้วยเลือด
ครั้นเมื่อตัวเขาเห็น คลื่นปราณพลัง บางอย่างที่ส่งออกมาโจมตีตัวเขาหมาย ปลิดชีพตัวเขาลง ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างในทันที
มือข้างขวา สว่างวาบในทันใด สร้างวงแหวนล้อมพันแขนไว้ในทันที ก่อนจะปล่อยหมัดออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง วิญญาณมังกรเลือด ตัวใหญ่ลอยเด่นอยู่ด้านหลัง ม้วนพัน สอดประสาน แขนขวาที่โจมตีออกไป ประหนึ่งเป็นหนึ่งเดียวมาช้านาน ปะทะการโจมตีชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันในทันที โดยไม่มีความหวั่นเกรง
เสียง"ตู้ม" ดังก้อง ปะปนมาพร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์อสูร รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด ที่อยู่อาศัยหลาย10หลัง แหลกสลายในพริบตา
ตัวอี้เฉินถึงกับถอยกระเด็นออกไป หลายสิบก้าวกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ เข่าข้างหนึ่งถึงกับทรุดลงกับพื้น ตัวเขาในยามนี้ ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะปะทะกับ ขั้นพลังเทวะขั้นสุดได้ อีกต่อไป กลับสู่ขั้นพลัง กษัตริย์ เฉกเช่นเดิมอีกครา การไม่ตายตกจากการโจมตี จากขั้นพลังเทวะขั้นสุดก็ถือว่า ไม่เลวแล้ว
หลินเฟย ที่เห็นว่าชายชราเตรียมจะโจมตีดาบสอง ใส่ชายหนุ่มที่กายาอาบย้อมไปด้วยเลือด มันก็อดไม่ได้ที่นางจะพุ่งเข้าไป ขวางการโจมตี พลิวกายาหายไปอย่างรวดเร็ว เข้ามากอดกายาอี้เฉินไว้แน่น พร้อมจะตายตกไปพร้อมกับอี้เฉิน
ผู้อาวุโสเยว่เทียน ครั้นเตรียมจะปลิดชีพชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า กายาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ ร่างอาบย้อมไปด้วยเลือด เขากับชะงักกึก ในทันที เมื่อเห็นเส้นผมสีขาว ยกฝ่ามือดีดปราณพลังของอาวุธ ระดับจักรพรรดิ เบี่ยงเบนทิศทางในทันที
เสียง"ตู้ม!"ดังออกมาก้อง ส่งผลให้บ้าน หลายสิบหลังถูกผ่าแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เศษฝุ่นรอยคละคลุ้งไปทั่วทิศ
อี้เฉิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ครั้นหลินเฟยเข้ามากอดกายา เขาไว้ มันก็ทำให้เขาสงบจิต สงบใจได้ นึกว่าหมู่บ้านที่เขารัก จะต้องมาพังพินาศ เพราะตัวเขา
ครั้นเมื่อฝุ่นควันจางหายไป อี้เฉินที่มองออกไปรอบๆ เห็นเหล่าชาวบ้านยังอยู่ดี โทสะต่างๆ จึงจางหายลงไป ปลดปราณเลือดของเขาทิ้งในทันที วิญญาณมังกรเลือดพลันสลายหายไป ผมสีขาวโบกสะบัดไปตามแรงลม ส่งกลิ่นอายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง เดินตรงมาที่เหล่าผู้คนในทันใด
ชายชราเยว่เทียน ที่ตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้มือไม้อ่อนไหวในทันที ครั้นดวงตาคู่นั้นเห็นผมสีขาวโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง ทั่วทั้งกายาเต็มไปด้วยบาดแผลไฟไหม้ เขาเอ่ยถามออกมาในทันที ด้วยความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย "ใช่เจ้าจริงๆ หรือ อี้เฉิน เจ้ายังไม่ตายงั้นหรือ"
อี้เฉินไม่ได้เอ่ยคำตอบ แต่อย่างใด มองข้ามเหล่าผู้คนไปจนหมดสิ้น ครั้นเมื่อเห็นใบหน้าของหญิงสาวมีน้ำตาไหลริน เข้ามาช่วยตัวเขาไว้ โดยไม่มีท่าทีรังเกียจ ตัวเขาแม้แต่น้อย อี้เฉินเขาไม่รู้จะเอ่ยคำใดกับนาง เพียงลูบหัว ปลอบโยนนางเบาๆ เท่านั้นในยามนี้
จางเหมย เปาเปา พวกเขาต่างยกยิ้มเมื่อเห็นอี้เฉินยังปลอดภัย ถึง กายาจะซูบผอมไปมากก็ตาม
ครั้นเมื่ออี้เฉิน จ้องเขม็งไปที่เหล่าผู้มีอำนาจสูงสุด มันก็ทำให้กายาของพวกเขา หวาดหวั่นขึ้นมา อย่างลืมตัว ทั้งๆ ที่ อี้เฉินในยามนี้ไม่ได้มีพลัง เฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป แต่ก็สามารถทำให้พวกเขา เม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาได้
"เหตุใดพวกท่านมาเยือนยังหมู่บ้านของข้า" อี้เฉินไต่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งกว่าแต่ก่อน หลายสิบเท่า ราวกับเขายืนอยู่ท่ามกลาง แม่น้ำที่สงบนิ่ง ไม่บ้าคลั่ง มันจึงทำให้พวกเขาปรับตัว ตามไม่ทัน
เหล่าผู้มีอำนาจ กระอักกระอ่วนในทันที สั่งเหล่าผู้คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านแห่งนี้ อพยพออกไปจากที่นี่โดยไว ถึงในยามนี้อี้เฉินจะไม่ได้เก่งกาจอย่างเช่นแต่ก่อน
แต่พวกเขา หวาดกลัวเจดีย์น้อยที่อี้เฉินครอบครองเป็นอย่างมาก แถมไม่รู้ในยามนี้มันไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหน การจะทำอะไรที่บุ่มบ่าม คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี
แต่ในใจลึกๆ ก็ยอมรับในตัวของชายหนุ่มผมขาว ไม่คิดเก็บเรื่องราว เก่าๆ ในอดีตมาใส่ใจ ไม่ช้าหมู่บ้านลมหวนก็กลับคืน มาสู่ความสงบอีกครา ประหนึ่งลมพายุที่บ้าคลั่ง พัดผ่านหอบเอา ความวุ่นวายทุกอย่าง จากไป