มือน้อยยัดลงก้นถุงสะพาย ล้วงเอาอาวุธตัวช่วย
ช้อนสังกะสีเก่า รูปร่างบิดเบี้ยวถูกใช้คุ้ยเขี่ยทั้งปาดหน้าดิน
เพื่อที่จะค้นหาเ้าสิ่งสำคัญ ไข่เห็ดระโงกขาวหม่น หุ้มเปลือกทับสีเหลือง
หลายดอกถูกบรรจงใช้ช้อนค่อย ๆ งัดตรงโคนอย่างเบามือ
ฟองไข่เห็ดแสดงให้เห็นกันเป็กลุ่ม ก้อน กระจุกตัวในบริเวณ
อีกไม่ไกลภายใต้ต้นจะบก หมู่เห็ดระโงกดอกใหญ่
บานกาง มองคล้ายร่มสวย ยืนเรียงรายท้าทายสายตา
รอให้ผู้โชคดีมาประสบ พบเจอเข้าจนได้
“ป๊าด! ติโธ่”
เ้าเด็กหัวแดงรีบเก็บทันที ด่านแรกประหนึ่งดั่งแผนการเชิญชวน
โดยธรรมชาติจากเหล่าเห็ดดอกใหญ่ เพื่อที่จะประวิงยืดเยื้อ
ระยะเวลาให้ไข่เห็ดเล็ก ได้มีโอกาสฝักตัวเจริญเติบโตรับ่ต่อ
ถึงขั้นชำนาญกรรมวิธี หาเด็ดใบตองรองก้นตะกร้าวางถนอม
ไข่เห็ดแยกจัดวาง ดอกที่ยังหุบลงอีกชั้น ก่อนจะวางดอกบานทับ
กั้นปิดด้วยใบตองอีกรอบ เป็ขั้นตอนสุดท้ายของการบรรจุ
ยังส่องสำรวจหาสินค้าอื่น ที่จะพอนำไปจำหน่ายต่อกับลูกค้ากลางหมู่บ้าน
“ทางกกต้นหมากเลี่ยม เป็จังได๋น้อ”
ก้าวเท้าตามความคิด ไม่มีผิดเสมือนเช่นทุกปี
ใต้โคนเต็มไปด้วยบรรดาเห็ดกินได้ หลากชนิด
“นี่แน่ะ ฮ้า ๆ”
เด็กผิวหมึกนึกสนุก แกล้งเ้าตูบวิ่งตัดผ่าพุ่มไม้เตี้ยเรี่ยดิน
ยุงตัวเมียที่อาศัยหลบแสง หลังใบบินว่อนกลางอากาศ
ฝูงแมงหวี่ตอมรอบใบหูทั้งสองข้าง คราบเหงื่อไคลเรียกแขกวนเวียน
“โอ๊ย! หนหวยแท้”
จนชักจะรำคาญเอง ปลดผ้าขาวม้าคาดหัว ฟาดตลบตีแฉกกลางวง
กลิ่นหอมละมุนลอยกระทบจมูก เ้าของเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม
เฉดเม็ดมะขามสุก มีลุ้นระทึก จับคว้าหูตะกร้าที่พูนด้วยบรรดาเห็ดระโงก
สืบเสาะหาต้นทาง กอดอกสีขาวนวลไม่พ้นสายตา
นึกถึงอีกคนที่ชอบกินเห็ดไคล้หอม เสียบไม้ย่างโรยเกลือ
สำรับอาหารโปรดของเด็กผิวหมึก จะช้าอยู่ใย
คว้านหาอุปกรณ์ เ้าหัวแดงหย่อนมือลงก้นถุงสะพายอีกครั้ง
“มาทางพี้ เถิ้น!”
เสียงโหวกเหวกจากเด็กผิวหมึก ทั้งท่าทางโบกไม้โบกมือเรียก
ะโโลดเต้นอีกฟากฝั่งของป่า มองเห็นอยู่ไหว ๆ เร่งเร้า
เ้าหัวแดงสืบเท้าเข้าไปหา แถวบริเวณรอบจอมปลวกเก่า
ถูกปกคลุมเต็มไปด้วยเห็ดโคนดอกเล็ก ๆ เท่าเม็ดกระดุมเสื้อ
“คึโพดโพแถะ!”เลยเผลอทัก
ฉีกยิ้มจนเห็นฟันหลอ พลอยละลานตากับหมู่เห็ดดาวกระจาย
หมาบักโด้ยสี่ขาไม่รู้ประสา เหยียบโดนเห็ดบนพื้น
“เส้ ๆ ๆ”มันถูกเด็กผิวหมึกขึ้นเสียงดุไล่เอา
จนต้องหมอบราบคาบ ส่ายหางครางหงิง ๆ สำนึกผิด
...สองเด็กหญิงวัยไล่เลี่ย สิ้นพ่อกับแม่ด้วยโรคภัยใข้เจ็บปริศนา
ท้องถิ่นซึ่งห่างไกลทุรกันดาร ในพื้นที่ประกอบกับความล้าหลัง
ของทางการแพทย์ในขณะนั้น ไม่สามารถรักษารวมถึงระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้
ที่มาของโรค มักเกิดเฉพาะกับประชาชนแถบอีสานซะส่วนใหญ่
อาการจะเป็ลักษณะการนอนหลับไหล แล้วหัวใจหยุดเต้นไปเลย
จึงถูกชาวบ้านขนานนามเรียก ‘โรคไหลตาย’ ตามประสาความคิด
ทั้งสองได้ยายเฒ่าเลี้ยงดู ประคับประคองเยียวยาจนผ่านพ้นระยะการสูญเสีย
ด้วยความรัก ความเมตตาจากยายหอม ทดแทนขจัดลดความหม่นหมองบอบช้ำมลายหายสิ้น
แดดแผดจ้า ต้นไม้ใหญ่ข้างตาน้ำบ่อผุด ช่างเหมาะสำหรับนั่งพักกินข้าวเช้ากันนัก
มือย่นเด็ดสอยใบตองมาวางปู เตรียมรอหลานหญิงน้อย
ดงพญาเย็น ผืนป่ายังคงความบริสุทธิ์ อุดมไปด้วยตาน้ำผุด
“ฮิมา กินข้าวกันเด้อ!”
ป้องปากะโกวักเรียก ให้ร่วมวงเมื่อถึงเวลา
บักโด้ยโผล่มาก่อน เ้าสองตัวคุ้นเคยอยู่แล้วจึงรู้ทางดีพากันนั่งลง
ห่อใบตองกล้วยมัดเชือกปอป่านถูกแกะออก ปลาช่อนย่างปิ้งหอมกลิ่นควันไฟ
น้ำพริกปลาร้าบองรสเด็ด มีผักข้างรั้ว ถั่วตำลึง นึ่งดอกแคทั้งมะระขี้นก
เสริมแตงกวาลูกเล็ก เป็เครื่องเคียงกินแกล้มกันอร่อยลิ้น
กระติบข้าวเหนียวอ้าเปิดกล่อง พร้อมลงมือจก
ตบท้ายด้วยของหวานกล้วยน้ำว้า เครือสุกคาต้น
“แซ่บ ๆ อีหลี”
สองเด็กเติมพลังได้เต็มอิ่ม เ้าหัวแดงบิหัวปลาช่อนย่าง
ขนาดพอติดเนื้อ มาคลุกข้าวให้หมาไอ้โด้ยกินต่อ
ตาน้ำใสผุดจากดิน บริเวณพื้นที่กว้างรอบด้าน เกิดเป็บ่อเล็ก บ่อใหญ่
เด็กผิวหมึกใช้ใบไม้พับทำเป็จอก จ้วงตักน้ำขึ้นมาดื่ม
ส่วนเ้าหัวแดงวิดน้ำล้างข้าวเหนียวแห้งติดมือ ก่อนจะจุ่มกอบน้ำใสมาปะพรมทั่วใบหน้า
“ซำบายคัก ๆ”
“ม่องนี่เอาไว้กิน ขั่นทางพุ่นกะไซ้เด้อ”
ยายเฒ่าหอมชี้นิ้วระบุ แบ่งเขตบอกหลานน้อย
ได้แยกแยะประโยนช์ใช้สอย ของน้ำแต่ละบ่อ
ทั้งพยายามพร่ำสอนให้เห็นคุณค่า เคารพแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ใต้ดิน
รวมถึงต้นไม้ใหญ่ มีเทวดาปกปักรักษาคุ้มครอง
สรรพสิ่งต้องพึ่งพาอาศัย ธรรมชาติเกื้อกลูคือสัจธรรม
เ้าหัวแดงสังเกตเห็นน้ำจากบ่อผุด ไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มล่าง
“ยาย น้ำเทิงภู สิไหลลงไปทางได๋น้อ?”
อดถามไม่ได้ ตามวิสัยอยากรู้อยากเห็น
แม่เฒ่าหอมเลยเล่าเื่ มวลน้ำผุดขึ้นมาจากใต้พื้นบาดาลบริเวณเทือกเขาภูพาน
สายน้ำจากบ่อผุดหลอมรวมกัน ไหลแทรกท้องทุ่งนาตาสอน หมอยาสมุนไพรประจำหมู่บ้าน
ก่อนแยกสาย ตัดสู่ป่าไผ่กว้าง เลื้อยคดลงแอ่งราบลุ่มไปเรื่อย
จนไม่สามารถรู้จุดประจบ เวิ้งคุ้มหนไหนที่แน่ ๆ
…กระทั่งวันหนึ่งมีรถจี๊ปคันน้อย วิ่งตะลุยฝุ่นคลุ้งบนถนนลูกรังดินแดง
ผ่านกลางหมู่บ้าน เครื่องยนต์ขับเคลื่อน ได้สร้างความตื่นตาแก่ชาวบ้านในชนบทยิ่งนัก
วิถีที่ห่างไกลและล้าทันสมัย ทำให้ชาวบ้านซึ่งตั้งบ้านเรือนในระแวกแถบเทือกเขา
สำหรับบางคน เกือบครึ่งค่อนชีวิตถึงมีโอกาสได้พบเห็น เ้าสิ่งที่เรียกว่ารถยนต์กันเลยทีเดียว
จากเพียงรถจี๊ปคันเก่า เดิมที่เริ่มบุกเบิกก็สร้างปรากฏการณ์ประหลาดใจ
ให้กับชาวบ้านได้อีกระลอก โดยยังมีรถยนต์ขนาดใหญ่ขนบรรทุก
จำพวกเครื่องจักรกลหลากหลาย เข้ามาเพิ่มสมทบอีก
และแล้วทุกอย่างกระจ่างชัด เมื่อตราพญาครุฑกางปีกติดบนแผ่นเหล็ก
ขึ้นป้ายบอกโครงการหลวงของกรมชลประทาน
ประกาศชื่อ ‘ห้วยก้านเหลือง’ เขื่อนกั้นน้ำขนาดกลาง
ถูกสร้างเป็แหล่งกักเก็บมวลน้ำ สร้างประโยนช์มหาศาลให้กับชุมชน
“เป็จังบุญ พวกเฮาหลาย ๆ”
เสียงสรรเสริญจากชาวบ้าน หลายร้อยพันครัวเรือนพ้นภัยแห้งแล้ง
เพราะพญาครุฑกางปีกปกคุ้ม ถ้วนหล้าประชาไททั่วถึง
ยามรำลึกถึงบุญคุณทีไร หยาดน้ำตารินอาบแก้มยับของแม่เฒ่าหอมทุกครา
“สาธุเด้อ บุญคุ้มกะลาหัว พ่อหลวงบ่เคยถิ่มลูกหลาน”
นางพนมยกเหนือท่วมล้นเกล้า คราวถ่ายทอดเื่ราวให้กับหลานเ้าสงสัยได้ฟัง.