ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่58 นอนบนเรือ

    พนักงานมินท์เป็นคนสวยคนหนึ่ง ในมหาวิทยาลัยเธอคือดาวเด่นประจำคณะ ต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนกันละถึงจะได้นั่งกับเธอ ในระยะชิดใกล้ นั่งทานข้าวแถมอีกฝ่ายยังบรรจงป้อนอาหารให้ด้วยรอยยิ้ม

    ไม่แปลกหากโหน่งและรพีจะตัวเบาหวิว พวกเขาแทบหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ปล่อยให้อารมณ์ทุกอย่างพาไปตามความต้องการ นาทีนี้ต่อให้มิ้นท์บอกให้พวกเขาชกกันเพื่อแย่งเธอ พวกเขาก็คงทำอย่างว่าง่าย

    แต่อย่างใดก็ตามความรู้สึกนั้นอยู่ได้ไม่นาน มันถูกแทนที่ด้วยน้ำจิ้มสุดแสนเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ตามด้วยความนุ่มลึกของหอยที่ระเบิดภายในปาก

    ณ เวลานั้นไบค์เกอร์หนุ่มสองคนรู้สึกราวกับว่าตนกำลังยืนอยู่บนโขดหินกลางทะเลแสนบ้าคลั่ง โดยมีมินท์หลายคนรายล้อม

    หล่อนอยู่ในชุดวาบหวิว เป็นเปลือกหอยที่ประดับตกแต่งตามเนินอกและตรงส่วนลับ

    เปลือกหอยแต่ละชิ้นดูละเอียดละออ งดงามราวกับหยกชิ้นดี

    ยามที่มินท์เหยียดนิ้วพลันบังเกิดมโนภาพขึ้นในหัวทั้งสองคน คล้ายกับมีคลื่นลมฝนขนาดใหญ่สูงลิ่วค้ำฟ้าดิน กำลังกลืนกินพวกเขาทั้งกายใจ

    มันดูราวกับวันสิ้นโลก คลื่นทั้งสูงชันและอันตราย

    แต่อย่างใดก็ตามทั้งคู่กลับไม่รู้สึกกลัว กลับกันพวกเขาอ้าแขนยอมรับ ปล่อยให้คลื่นขนาดใหญ่เขมือบทั้งตัว

    มันเป็นความรู้สึกอันแปลกประหลาด นาทีนั้นราวกับว่าพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเลอันบ้าคลั่ง มันรุนแรง คล้ายกับต้องการฉีกอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย โดยเฉพาะกระเพาะอาหารของพวกเขา แทบจะระเบิดทันทีทันใด

    “เป็นยังไงบ้างคะ หอยอร่อยหรือเปล่า” มินท์ถาม เธอเองก็ไม่มั่นใจนักว่าอาหารในร้านจะถูกอกถูกใจสองหนุ่มหรือเปล่า แต่อย่างใดก็ตามเมื่อสังเกตจากสีหน้าของทั้งคู่ พวกเขาดูเบิกบาน อิ่มเอิมจนเห็นได้ชัด

    “อร่อยมากครับ มันเป็นรสชาติที่...ต้องมาทานบ่อยๆ” รพีแสดงสีหน้าบิดเบี้ยว ซึ่งมันค่อนข้างน่าขยะแขยง ราวกับว่าเขาเป็นไอ้โรคจิตหื่นกระหายต้องการลวนลามหญิงสาว ทว่าในความจริงเป็นเพราะรสชาติของน้ำจิ้มต่างหากที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้

    “ผมอยากลองหอยแครงลวก คราวนี้กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดนะครับ” โหน่งบอก ในสภาพเหงื่อโทรมหน้า หายใจรุนแรง คล้ายกับเมื่อครู่เป็นผลพวงของพริกมะขาม

    “ได้ค่ะ” มินท์พยักหน้า เผยรอยยิ้มหวาน เริ่มจัดแจงหอยแครงลวกไม่สุกมากให้สองหนุ่ม

    .......

    ในด้านของยูทูปเบอร์และนักแคสเกมร่างท้วมสี่คน เริ่มจัดการหอยในส่วนของตัวเองเช่นกัน เพียงแต่พวกเขานั่งดื่มกินกันเอง ไม่มีความกล้าพอเรียกให้พนักงานในร้านมานั่งทานด้วย ทำได้เพียงนั่งมองไกลๆ อย่างกล้าๆกลัวๆ

    ระหว่างนั้นได้มีลูกค้าสองคนเข้ามาในร้าน

    คราวนี้เป็นชายหญิงหนึ่งคู่ ดูจากลักษณะการจับมือถือแขน ทอยคาดว่าทั้งคู่น่าจะเป็นแฟนกัน

    “มาสองท่านนะคะ จะนั่งทานข้างในหรือนอกร้านดีคะ” พนักงานสาวถาม

    ทั้งคู่คุยกันครู่หนึ่ง ฝ่ายผู้หญิงตอบว่า “ข้างนอกค่ะ”

    บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศยามค่ำคืน หรือไม่ก็เป็นเพราะข้างในมีกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งสองโต๊ะ ทำให้เธอเลือกทานข้างนอกแทนในร้าน

    หลังจากเหลือบมองดูเมนูอาหารครู่หนึ่ง ฝ่ายชายถึงกับเหงื่อตก พึมพำเสียงเบากับแฟนสาว

    “นี่อ้อย อาหารของที่นี่แพงไปไหม ทำไมหอยราคาถูกที่สุดยังตั้งหนึ่งร้อยขึ้น แถมหอยนางรมนิวซีแลนด์ยังแพงโคตรๆ หอยบ้าอะไรจานละเป็นพัน พวกมันเป็นนักต้มตุ๋นหรือไงนะ!”

    “ใจเย็นน่าเชษ ราคานี้เป็นราคาปกติแล้ว อีกอย่างหนึ่งหอยนางรมนิวซีแลนด์ต่างจากหอยบ้านเรา ไม่แปลกหากราคาจะแพง” เทียบกับฝ่ายชายที่ตกตะลึงกับราคาอาหาร ฝ่ายหญิงชื่ออ้อยดูคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบนี้มากกว่า

    “แปลกสิ แปลกมากเลยล่ะ มันก็หอยนางรมเหมือนกัน จะต่างกันได้ยังไง” เชษยืนกรานในความเชื่อของตน มองว่าทุกสิ่งในโลกเมื่อจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน คุณลักษณะของมันย่อมไม่ต่างกัน

    อ้อยส่ายศีรษะ จากนั้นเริ่มสั่งเมนูอาหารกับพนักงานชื่อแป้ง

    เมื่อเห็นแฟนสาวสั่งหอยนางรมไซต์ M ไปหนึ่งจาน สีหน้าของเชษค่อนข้างแย่ รอกระทั่งพนักงานสาวเดินเข้าไปข้างใน เขาถึงได้โน้มตัวไปพูดกับแฟนสาว

    “บ้าหรือเปล่าเนี่ยอ้อย ก็เห็นอยู่ว่าราคามันแพงมาก จานตั้งห้าร้อยแต่ได้หอยแค่หกตัว แบบนี้มันขูดเลือดขูดเนื้อกันชัดๆ”

    “ก็เราอยากกิน ถ้าหากเชษไม่พอใจ เดี๋ยวมื้อนี้เราจ่ายเองก็ได้นะ” อ้อยมีใบหน้าเฉยเมย คล้ายกับรำคาญชายตรงหน้าเต็มทน

    “ไม่ ไม่ ไม่! เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น มื้อนี้เราเลี้ยงเอง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” เมื่อเห็นว่าแฟนคนสวยเริ่มหมดความอดทน เชษจึงต้องฝืนใจ ยอมเลี้ยงมื้อแสนแพงอย่างไม่มีทางเลือก

    ความจริงแล้วเขาได้ลงทุนตามจีบผู้หญิงคนนี้ไปเยอะมาก เพิ่งตกลงปลงใจคบเป็นแฟนได้ไม่ถึงสัปดาห์ ถ้าหากเขาแสดงความจนออกมาตอนนี้ คงอดได้เจาะไข่แดง ที่ทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่า

    อ้อยมีสีหน้าไม่แยแส คล้ายกับรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้

    ถัดมาเป็นชายสามคน หน้าตาหล่อเหลา อยู่ในชุดนักศึกษาสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบราคาถูก

    พวกเขาคงเป็นหนึ่งในคนที่มาลองเพราะโพสต์ของเจมส์ แค่อยากมาลองว่าอร่อยไหมแค่นั้น จึงได้สั่งหอยแครงลวกแค่หนึ่งจานกับน้ำเปล่า ไม่กล้าสั่งเยอะเพราะกลัวตังค์ไม่พอจ่าย

    แต่อย่างใดก็ตามถึงจะเป็นหอยแค่จานเดียว ทางร้านกลับบริการเต็มที่ ไม่ต่างจากลูกค้าท่านอื่นแต่อย่างใด

    การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้าเป็นความคิดที่ผิดพลาด

    ในกรณีดังกล่าวอาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ไม่กลับมาใช้บริการอีก

    ดังนั้นก่อนเปิดร้านเจมส์จึงได้กำชับพนักงานยิ่งยวด ให้ดูแลลูกค้าทุกคนอย่างเสมอภาค

    ด้วยอิทธิพลของ'มังกรกินหาง'บวกกับกระแสของร้านหมูกระทะนายเจมส์ ทำให้ร้านนี้มีหอยคึกคักด้วยผู้คน แม้ว่ามันจะเป็นวันแรกที่เปิดร้านก็ตาม

    ปิดร้านเวลาเที่ยงคืนเช่นเดียวกับร้านหมูกระทะ

    เนยนั่งอยู่หน้าร้านกับเจมส์ ในสภาพชันเข่าหมดแรง

    เจมส์ยื่นน้ำอัดลมกระป๋องให้ พลางกล่าวว่า “ดื่มสิ มันช่วยให้พี่หายเหนื่อยได้นะ”

    “ขอบใจจ้ะ”

    เนยรับมา เปิดกระป๋องแล้วกระดกลงคอรวดเดียว ไม่รักษามาดความเป็นกุลสตรี บางทีอาจเพราะเธอเหนื่อยจึงลืม

    “ดีขึ้นไหม”

    “ดีขึ้นเยอะเลย มันช่วยพี่ได้จริงๆ”

    “งั้นก็ดีแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้พี่จะมาทำงานได้นะ”

    “อ่า...ปวดร้าวไปทั้งตัวแล้ว นี่แค่วันแรกนะเนี่ย แต่เจมส์กลับผ่านมันมาได้อย่างสบาย”

    ชายหนุ่มอมยิ้มหน่อยนึง เปิดกระป๋องน้ำอัดลมในส่วนของตัวเอง กระดกรวดเดียวหมดขวด ตอบไปว่า

    “ไม่หรอกพี่ ช่วงแรกที่ผมเปิดร้านหมูกระทะเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ตอนนั้นผมทำงานหนักมากเลยนะ กว่าจะผ่านมาได้ก็แทบแย่เหมือนกัน”

    เจมส์คิดว่าเธอจะตอบสักสองสามประโยค แต่นานแล้วยังคงเงียบจึงหันศีรษะไปดู ค่อยรู้ว่ารุ่นพี่คนสวยหลับไปนานแล้ว

    เจมส์อมยิ้มหน่อยนึง

    หลังจากปิดร้านเขากลับไปที่เรือยอร์ชลำสีขาวที่อยู่ในโหมดดำน้ำ โดยนำรุ่นพี่กลับไปนอนด้วย

    พวกเขาไม่ได้เป็นแฟนกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจมส์จะให้นอนแยกห้อง

    หลังจากชำระร่างกายเสร็จ เขาจึงเข้านอนช่วงตีหนึ่งกว่า ปล่อยให้ทอยเฝ้าเรือกระทั่งรุ่งเช้ามาเยือน

    เนยตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงน

    ห้องเล็กๆ ผนังสี่ด้านเป็นสีขาวมันช่างดูไม่คุ้นชินเอาเสียเลย ที่นี่ไม่คล้ายกับห้องของเธอเลยแม้แต่น้อย ถ้างั้นแล้วมันเป็นห้องใครกันละ

    นึกย้อนกลับไปเมื่อคืนนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก จำได้ลางๆ ว่าครั้งสุดท้ายอยู่กับเจมส์...อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเธอมีอะไรกับเขา!

    ใบหน้าของเนยปรากฏความตรึงเครียด สองมือเร่งเร้าดึงผ้าห่มสีขาวออกจากตัว ต้องถอนหายใจโล่งอกทีหนึ่ง เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังอยู่ดีเป็นปกติ แถมส่วนลับยังไม่รู้สึกเจ็บ...นั่นหมายความว่าเมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    เนยเปิดประตูออกไป ค่อยรู้สึกตัวว่าสถานที่ที่ตนอยู่โครงเครงไปมา คล้ายกับอยู่บนเรือก็ไม่ผิด

    “เรืองั้นเหรอ....” คิดได้ดังนั้นหญิงสาวเร่งฝีเท้า เปิดประตูขึ้นไปด้านบน ค่อยพบกับสุภาพบุรุษสวมสูทสีดำหัวล้าน ในสภาพกำลังถือคันเบ็ดสำหรับตกปลา

    “อ้าว คุณเนยตื่นแล้วเหรอครับ ผมก็ว่าจะไปปลุกอยู่พอดี”

    “ทอย...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วเจมส์ล่ะ”

    “เจ้านายอยู่ท้ายเรือครับ กำลังนั่งย่างกุ้งอยู่...”

    เนยไม่สานต่อบทสนทนา หลบฉากจากสุภาพบุรุษในชุดสูทไปที่ท้ายเรือทันที

    ความจริงแล้วเรือลำนี้ดูไม่ใหญ่หรอก แต่ถ้าหากได้เข้ามาด้านใน คุณจะรู้ว่ามันใหญ่กว่าที่เห็นภายนอกมาก

    ดังนั้นในระหว่างเดินไปท้ายเรือ เนยจึงหยุดดูนั่นดูนี่ครู่หนึ่ง ด้วยความเรียบหรูของเรือ ไม่แปลกหากจะดึงดูดความสนใจ ใช้เวลาราวสามสิบวินาทีจึงเดินมาถึงที่หมาย

    เธอพบกับเจมส์ที่นั่น หรือก็คือเจ้านายของเธอ

    เนยต้องการถามบางอย่าง แต่ครั้นเดินมาถึงจุดหมาย เห็นเขาอยู่ในชุดกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดสีขาวสบายๆ จึงไม่กล้าเอ่ยคำถามที่ไม่เหมาะสม กลายเป็นสงบเสงี่ยมโดยไม่รู้ตัว

    “ตื่นแล้วเหรอครับ นั่งก่อนสิ” เจมส์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากนั้นชี้มายังที่นั่งข้างๆ “เมื่อคืนพี่เหนื่อยมากเลยผล็อยหลับไป จะไปส่งหอก็ยังไงอยู่ เลยอุ้มมานอนบนเรือผมแทน พี่คงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหมครับ”

    คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน