“พี่เยี่ยนฟาง รอนานไหมคะ”
“รอนานแล้วจะเป็ไรไป ยังไงฉันก็รอเธออยู่ที่บ้านพักของฉัน เข้ามากินน้ำก่อนสิ”
ฉินซูเม่ยเข้าไปในห้องพักของลี่เยี่ยนฟางโดยไม่ปฏิเสธ ที่วันนี้เธอนัดกับลี่เยี่ยนฟางก็เพราะมีเื่หนึ่งที่เธออยากจัดการให้เรียบร้อย เพราะตอนนี้เธอตัดสินใจเื่สำคัญในชีวิตได้แล้ว
“ทีแรกฉันก็นึกไว้แล้วว่าถ้าเธอยังไม่มาหาฉันอีก ฉันจะไปหาเธอที่หมู่บ้านเอง” ลี่เยี่ยนฟางจับมือฉินซูเม่ยไว้ “ฉันได้ยินมาว่าคนที่หมู่บ้านรู้เื่ที่เธอเป็หมันแล้ว และซูซ่างจิ่นกับน้องสาวของเธอยังมีอะไรกันลับหลังเธออีก ซูเม่ย...ทำไมเธอต้องมาเจอเื่ร้ายๆ แบบนี้ด้วยนะ”
“เื่ร้ายอะไรกันคะ ฉันคิดว่ามันเป็เื่ดีต่างหาก” ฉินซูเม่ยตอบยิ้ม ตอนนี้เธอคิดได้แล้ว เธอโชคดีที่ได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต ถึงแม้จะแก้ไขไม่ได้ทุกเื่แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ถอนหมั้น หรืออย่างเื่ที่เธอเป็หมัน หากมองในแง่ดีคือเธอได้รู้ความจริงและไม่ต้องรู้สึกเสียใจเมื่อมีคนมาเรียกเธอว่าแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ เพราะมันเป็ปัญหาที่เกิดจากสุขภาพของเธอจริงๆ และเธอก็ไม่ต้องไปรู้สึกเสียใจเพราะช่วยปิดบังความลับให้คนอื่น
ลี่เยี่ยนฟางมองฉินซูเม่ยอย่างพิจารณา เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางเศร้า เธอก็พลอยโล่งใจ “ทำใจได้เร็วก็ดีเหมือนกัน ฉันยังกลัวว่าเธอจะเสียใจจนล้มป่วยไปอีก”
“พี่เยี่ยนฟาง พี่เคยเจอกับไป๋จิ้งถิงแล้ว พี่คิดว่าเขาเป็คนยังไงคะ” ฉินซูเม่ยถามไปตามตรง คำตอบที่เธอจะให้กับไป๋จิ้งถิงนั้นเธอมีอยู่แล้ว เพียงแต่เธออยากฟังความเห็นจากพี่สาวที่เธอเคารพ
“นายทหารที่พาเธอมาส่งโรงพยาบาลใช่ไหม” ลี่เยี่ยนฟางทำท่าคิด “อืม...เขาก็ดูดีแล้วก็หล่อมากด้วย”
“รูปลักษณ์ภายนอกของเขาคงทำให้พี่พอใจมากเลยสิคะ”
“คนเราก็ถูกดึงดูดด้วยภาพลักษณ์ภายนอกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ฉันรู้สึกว่าเขาเป็คนดี เธอไม่รู้อะไร เขามาถามอาการของเธอทุกวัน พอฉันถามเขาว่าอยากเข้าไปเจอเธอไหม เขาตอบว่าเขาแค่อยากรู้อาการของเธอเท่านั้น อีกอย่างเขารู้ว่าเธอมีคู่หมั้นแล้ว เขาไม่อยากทำให้คู่หมั้นของเธอเข้าใจผิด”
“จิ้งถิงมาเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลทุกวันเลยเหรอคะ” ฉินซูเม่ยถามอย่างแปลกใจ เธอไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน และไป๋จิ้งถิงก็ไม่เคยบอกเธอเื่ที่เขามาเยี่ยมเธอเหมือนกัน
“จิ้งถิง? นี่พวกเธอสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ ไหนบอกว่าเป็แค่คนรู้จักในหมู่บ้านไง”
ฉินซูเม่ยก้มหน้าอย่างเขินอาย “วันที่ฉันถอนหมั้น จิ้งถิงเป็คนเดียวที่ออกมาปกป้องฉัน แล้วเขา...เขาก็ขอฉันแต่งงานแล้วด้วยค่ะ หลังจากแต่งงานเสร็จ เขาจะพาฉันย้ายไปอยู่ในกองทัพกับเขา”
“หา! ขอแต่งงาน มันเร็วไปหรือเปล่า” ลี่เยี่ยนฟางหรี่ตามองฉินซูเม่ย “เธอตอบตกลงกับเขาไปแล้วเหรอ”
“ยังค่ะ ฉันอยากมาถามความเห็นจากพี่ก่อน”
“เหอะ...คงไม่ต้องมาถามฉันแล้วมั้ง ดูจากท่าทางของเธอ ฉันคิดว่าเธอคงตอบตกลงกับเขาไปแล้ว” ลี่เยี่ยนฟางแสร้งทำท่าโกรธ
ฉินซูเม่ยจึงตัดสินใจเล่าเื่ของไป๋จิ้งถิงให้ลี่เยี่ยนฟางฟัง
“ฟังจากที่เธอเล่ามา ไป๋จิ้งถิงก็มีชีวิตที่น่าสงสารเหมือนกัน” ลี่เยี่ยนฟางยิ้มให้กำลังใจฉินซูเม่ย “ฉันก็บอกเธอไม่ได้หรอกนะว่าเธอกับเขาเหมาะสมกันหรือเปล่า แต่เขาก็นับว่าเป็คนมีความรับผิดชอบมากทีเดียว ไม่งั้นเขาคงไม่เลี้ยงลูกมาคนเดียวจนถึงป่านนี้ อีกอย่างเขาก็รับรู้ปัญหาของเธอทั้งหมด ถ้าเธอตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกับเขา ฉันเชื่อว่าเขาต้องไม่ทรยศเธอแน่นอน ซูเม่ย...ไป๋จิ้งถิงเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง มันปฏิเสธไม่ได้หรอกนะว่าเขาหรืออาจจะเป็เธอเองที่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับภรรยาเก่า หรืออาจจะมีคนไม่หวังดีเอาเื่ภรรยาเก่าของเขามาพูดให้เธอกับเขาผิดใจกัน ฉันขอให้เธอหนักแน่นตรงนี้ไว้และเชื่อใจกันให้มาก แล้วเธอก็อย่าเอานิสัยของซูซ่างจิ่นไปตัดสินไป๋จิ้งถิง เพราะพวกเขาเป็คนละคนกัน”
ฉินซูเม่ยนึกไปถึงการตัดสินใจของตัวเอง เธอตัดสินใจที่จะแต่งงานกับไป๋จิ้งถิงเพราะอยากหนีออกไปจากครอบครัว และเธอก็เห็นถึงความรับผิดชอบและความจริงใจของเขา แม้เธอจะยังไม่มั่นใจที่จะไปเป็แม่เลี้ยงให้กับลูกชายลูกสาวฝาแฝดของเขาก็ตาม แต่พอได้ยินคำแนะนำของลี่เยี่ยนฟาง ความกังวลและความไม่มั่นใจนั้นมันหายไปทันที ใช่แล้ว...เธอไม่ควรเอานิสัยของคนในอดีตไม่ว่าจะเป็อดีตสามีอย่างซูซ่างจิ่นหรืออดีตลูกชายบุญธรรมอย่างซูซ่างเฉวียนไปตัดสินไป๋จิ้งถิงกับลูกแฝดของเขา
“ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ” ฉินซูเม่ยกอดลี่เยี่ยนฟาง “ฉันจะจำคำแนะนำของพี่ไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ”
ลี่เยี่ยนฟางไม่เข้าใจว่าทำไมฉินซูเม่ยถึงดีใจขนาดนั้น เธอแกล้งผลักฉินซูเม่ยออกแล้วพูดด้วยท่าทางจริงจัง “เธอคิดดีแล้วใช่ไหม การแต่งงานไม่ใช่เื่ล้อเล่น ยิ่งเป็เื่การแต่งงานของทหาร ไม่ใช่ว่าเธออยากแต่งก็แต่งได้ หรืออยากหย่าเมื่อไหร่ก็หย่าได้นะ”
“ฉันตัดสินใจดีแล้วค่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงรู้สึกไว้ใจเขา ทั้งๆ ที่เราเพิ่งคุยกันได้ไม่กี่ครั้ง”
“ความรู้สึกนั้นฉันก็บอกไม่ได้ แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วก็เดินหน้าต่อไป ฉันจะเอาใจช่วย แต่ฉันก็มีเื่หนึ่งที่ยังไม่ได้บอกเธอ”
“เื่อะไรเหรอคะ”
“เดือนหน้าฉันจะได้ย้ายกลับปักกิ่งแล้ว คุณจงซานก็จะได้ย้ายกลับปักกิ่งแล้วเหมือนกัน แล้วก็...” ลี่เยี่ยนฟางยิ้มเขิน “เขาขอฉันแต่งงานแล้วด้วย กลับไปปักกิ่งเขาก็จะไปสู่ขอฉันกับพ่อแม่”
“อะไรนะคะ! พี่เยี่ยนฟาง พี่พูดว่าอะไรนะคะ ต้วนจงซานขอพี่แต่งงานแล้ว ไหนพี่รับปากกับฉันว่าพี่จะมาถามความเห็นฉันก่อนไง”
ลี่เยี่ยนฟางเห็นท่าทางของฉินซูเม่ยก็ต้องใ เธอไม่คิดว่าน้องสาวจะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ “ซูเม่ย เธอเป็อะไรไป เธอไม่ดีใจกับฉันเหรอ”
“ฉันจะดีใจได้ยังไงล่ะคะ ฉันไม่อยากให้พี่แต่งงานกับต้วนจงซาน ผู้ชายคนนั้นมันเป็คนสารเลว ถ้าพี่แต่งงานกับเขา ชีวิตของพี่จะมีแต่ความทุกข์”
“ซูเม่ย ตกลงว่าเธอไปรู้อะไรมา”
ฉินซูเม่ยมองลี่เยี่ยนฟางอย่างตัดสินใจ เธอกำลังคิดว่าเธอจะบอกความจริงเื่ที่เธอย้อนอดีตกลับมาดีไหม แต่เื่เหลือเชื่อแบบนี้มันก็ยากที่จะเชื่อได้เหมือนกัน
“ซูเม่ย! นี่เป็ครั้งที่สองแล้วนะที่เธอเตือนฉันเื่ของต้วนจงซาน ถ้าวันนี้เธอยังไม่อธิบายให้ฉันฟัง ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องมานับถือกันอีก” ลี่เยี่ยนฟางพูดเสียงเข้ม
ฉินซูเม่ยทำสีหน้าหนักใจ “ฉันไม่รู้ว่าจะบอกพี่ยังไง แต่เอาเป็ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดี เขาเป็คนเ้าชู้และไม่มีความรับผิดชอบ แล้วเขาก็ชอบทำร้ายร่างกายด้วยค่ะ ฉันได้ยินคนเขาพูดกันน่ะค่ะ”
ลี่เยี่ยนฟางถอนหายใจแล้วยิ้ม “โธ่...ที่แท้ก็ได้ยินคนอื่นเขาพูดกัน ซูเม่ย...เธอโตแล้ว เธอจะมัวแต่เก็บเอาคำพูดของคนอื่นมาคิดเป็จริงเป็จังไม่ได้ ถ้าเธอแต่งงาน เธออย่าไปสนใจคำนินทาของใคร ไม่งั้นเธอกับไป๋จิ้งถิงจะต้องมีเื่ให้ทะเลาะกันทุกวันแน่”
“พี่เยี่ยนฟาง พี่ไม่เชื่อฉันเหรอคะ”
“ถ้าเป็สิ่งที่เธอเห็นมากับตา ฉันต้องเชื่อน้องสาวของฉันอยู่แล้วสิ แต่นี่เธอไปได้ยินคนอื่นเขาพูด” ลี่เยี่ยนฟางถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าเธอเป็ห่วงฉัน แต่เท่าที่ฉันได้ทำความรู้จักกับเขา ฉันคิดว่าเขาเป็คนดีคนหนึ่งเลยนะ”
ฉินซูเม่ยต้องตัดสินใจวัดดวงแล้วคราวนี้ “งั้นวันนี้เราไม่ต้องไปดูหนังกันแล้วค่ะ เราไปที่ร้านสหกรณ์ของอำเภอกันดีกว่า”
“เธอจะให้ฉันพาไปทำความรู้จักกับต้วนจงซานเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันจะพาพี่ไปจับผิดเขาต่างหาก ฉันจะให้พี่เห็นเองกับตาว่าต้วนจงซานเป็คนยังไง”
“แล้วถ้าเขาไม่ใช่อย่างที่เธอคิดล่ะ” ลี่เยี่ยนฟางถาม “ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อเธอ แต่ฉันก็ไม่อยากให้เธอมีอคติกับเขา”
“ถ้าเขาไม่เป็อย่างที่ฉันบอก ฉันจะไปขอโทษเขาเองค่ะ”
“ตกลง” ลี่เยี่ยนฟางตอบยิ้ม เธอมองฉินซูเม่ยเป็น้องสาวของเธอคนหนึ่ง ถ้าน้องสาวกับว่าที่พี่เขยไม่ถูกกัน คนกลางอย่างเธอก็จะวางตัวลำบาก
ณ ร้านสหกรณ์ประจำอำเภอ
“คุณสวยจังเลยนะคะ เป็ยุวชนที่มาจากปักกิ่งหรือเปล่าคะ” พนักงานขายชวนเหอเจียวเจียวคุย
เหอเจียวเจียวยิ้มพอใจกับคำชม “ใช่ค่ะ ฉันเป็ยุวชนที่มาจากปักกิ่ง ที่ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่นี่เพราะฉันสมัครใจมาเอง ไม่ใช่ถูกคนที่บ้านบังคับมานะคะ”
พนักงานขายที่ยืนอยู่แถวนั้นแอบกลอกตา มีอย่างที่ไหนที่จะสมัครมาเอง มีแต่ถูกครอบครัวส่งมาเพื่อประหยัดอาหารเท่านั้น ยิ่งท่าทางรักสบายอย่างเหอเจียวเจียว พวกเขาเชื่อคำพูดนั้นไม่ลงจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าว่ารู้ทัน เพราะพวกเขากำลังคิดว่าจะเสนอขายอะไรให้เหอเจียวเจียวดี
“นั่นสิคะ ดูจากท่าทางของคุณ เราก็รู้แล้วว่าคุณเป็คนมีอุดมการณ์ คุณต้องไม่ถูกบังคับมาแน่นอน เราชื่นชมคนแบบคุณมากจริงๆ ค่ะ” พนักงานขายยังแกล้งชมเหอเจียวเจียวต่อ “ว่าแต่วันนี้คุณอยากซื้ออะไรเป็พิเศษไหมคะ”
“ฉันอยากจะมาดูเสื้อผ้าชุดใหม่สักหน่อยน่ะค่ะ” เหอเจียวเจียวที่ถูกชมจนพอใจก็ตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าโดยไม่ลังเล อีกอย่างตอนนี้ในกระเป๋าของเธอก็มีเงินห้าร้อยหยวนที่เพิ่งได้มาจากคนบ้านซู เธอตั้งใจว่าจะให้รางวัลกับตัวเองสักหน่อย
“พอดีเลยค่ะ ร้านสหกรณ์ของเราเพิ่งรับเสื้อผ้าแบบใหม่เข้ามา คุณจะเอาไปลองใส่ดูก่อนไหมคะ” พนักงานขายรีบเดินไปหยิบชุดกระโปรงลายดอกไม้สีแดงมาให้เหอเจียวเจียวดู หากเธอขายกระโปรงชุดนี้ออกไปได้ เธอจะได้ค่าตอบแทนตั้งครึ่งหยวน
เหอเจียวเจียวเห็นกระโปรงชุดนั้นก็ถูกใจมาก ชุดกระโปรงลายดอกไม้สีแดงเหมาะกับการใส่ในงานมงคลมากที่สุด เตรียมชุดแต่งงานไว้แต่เนิ่นๆ ก็น่าจะดี เพราะหลังจากที่เธอเปลี่ยนเป้าหมายจากซูซ่างจิ่น เธอก็เล็งไปที่นายทหารหนุ่มในหมู่บ้านนั่นก็คือไป๋จิ้งถิง แต่เธอยังไม่ทันที่จะได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับไป๋จิ้งถิง เธอก็ถูกดึงดูดกับคำพูดของฉินซูเม่ยเสียก่อน “ขอโทษนะคะคุณพนักงาน ฉันได้ยินมาว่าผู้จัดการของที่นี่เป็คนเก่งและมีความสามารถมาก และเขายังเป็คนที่ย้ายมาจากปักกิ่ง คุณพอจะบอกชื่อของเขาให้ฉันรู้ได้ไหมคะ”
พนักงานขายไม่กล้าขัดใจ เพราะเธอยังอยากได้ค่าตอบแทนจากการขายกระโปรงชุดนี้อยู่ “ผู้จัดการของเราชื่อต้วนจงซานค่ะ เขาเป็คนที่ย้ายมาจากปักกิ่งเหมือนที่คุณได้ยินมานั่นล่ะค่ะ”
“เขาแต่งงานหรือมีคนรักหรือยังคะ”
“ผู้จัดการของเราเป็หนุ่มโสดค่ะ” พนักงานขายไม่ได้โกหก เพราะผู้จัดการยังไม่แต่งงานจริงๆ แต่เื่ที่ผู้จัดการเปลี่ยนคู่ควงและทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับผิดชอบมีมากเท่าไหร่ อันนี้เธอก็ตอบไม่ได้
เหอเจียวเจียวพอใจกับคำตอบเป็อย่างมาก เธอตัดสินใจซื้อกระโปรงชุดใหม่โดยไม่แม้แต่จะลอง
“ขอบคุณคุณลูกค้ามากเลยนะคะ” พนักงานขายยิ้มแก้มปริ
เหอเจียวเจียวให้เงินพนักงานไปหนึ่งหยวนแล้วกระซิบ “ฉันอยากทำความรู้จักกับคุณต้วน คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม ฉันจะให้เงินคุณหนึ่งหยวน”
พนักงานไม่ลังเลอีกต่อไป “ผู้จัดการต้วนจะเข้ามาตรวจงานทุกวันจันทร์ พุธ แล้วก็วันศุกร์ค่ะ ส่วนวันอังคารกับวันพฤหัสบดี เขามักจะไปพบปะกับสหายที่สโมสร”
“แล้วสโมสรที่ว่าอยู่ที่ไหนคะ”
“ฉันก็ไม่แน่ใจนะคะ รู้แค่ว่าสโมสรตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานทอผ้า พอคุณไปให้ถึงโรงงานทอผ้า คุณค่อยสอบถามจากคนแถวนั้นก็ได้ค่ะ”
บทสนทนาของเหอเจียวเจียวกับพนักงานขายถูกฉินซูเม่ยกับลี่เยี่ยนฟางได้ยินเข้าพอดี
“พี่เยี่ยนฟาง วันนี้เป็วันอังคาร เราไปที่สโมสรดีไหมคะ” ฉินซูเม่ยเสนอ
“มันจะดีเหรอ?” ลี่เยี่ยนฟางเริ่มลังเล มีหลายครั้งที่เธอได้รักษาให้คู่สามีภรรยาหรือคู่รักที่ตบตีและทะเลาะกันด้วยเื่มือที่สามที่เกิดจากสโมสรแห่งนี้
“หรือว่าพี่ไม่อยากรู้ตัวตนที่แท้จริงของต้วนจงซานคะ”
“ตกลง เราไปที่สโมสรกัน” ลี่เยี่ยนฟางตัดสินใจในที่สุด