#วันจันทร์สีชมพู 21
ฉันคุยกับโมเมแล้วเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้น และที่น่าใคือขนุนมีอาการทางจิต ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย แม้จะรู้ว่าขนุนชอบสกินชิพกับฉันมากแต่ไม่เคยคิดเลยว่าขนุนจะชอบฉันจนทำให้เื่ราวมันเป็แบบนี้ คืนที่เกิดเื่ราวพ่อของขนุนบอกว่าขนุนหนีออกจากโรงพยาบาลตามยังไงก็ไม่เจอ กระทั่งเจอโทรศัพท์อีกเครื่องที่ถูกซ่อนไว้ ท่านจึงคิดว่าต้องมาหาฉันไม่ก็โมเมแน่ ๆ พอท่านตามมาทุกอย่างก็เกิดขึ้นไปแล้ว ฉันไม่ถือโทษโกรธขนุนหรอก เพราะอย่างน้อยเราก็เป็เพื่อนกัน ฉันหวังว่าขนุนจะกลับไปรักษาตัวให้หายขาดสักที ที่ว่าจะแต่งงานคนที่จะแต่งน่ะเป็เพียงเื่ราวที่สร้างขึ้นเพื่อที่จะได้พาขนุนไปรักษาตัวที่ต่างประเทศโดยที่ไม่มีใครสงสัย
“เม แกไม่ได้ชอบฉันใช่ไหม” ฉันถามโมเมที่นั่งอยู่โซฟาฝั่งตรงข้าม ยัยนั่นพอได้ยินถึงกับวีนแตกโยนหมอนใส่ฉันทันที
“ฉันชอบผู้ชาย ชะนีแบบแกฉันไม่ชอบหรอกนะ”
“ใครจะไปรู้ล่ะ”
“พอเลย ไม่ต้องมาระแวงฉัน แล้วนี่จะกลับไปทำงานวันไหน”
“พรุ่งนี้ก็ว่าจะไปแล้วล่ะ งานท่วมหัวแล้วไม่เข้าตั้งหลายวัน” ฉันตอบเพื่อน มือก็หยิบขนมขึ้นมาทานเล่น
“แล้วนี่แฟนแกไปไหน?”
“ไปทำงาน รายนั้นก็เกเรมาหลายวันแล้วล่ะ เห็นบอกว่าวันนี้จะเข้าคลินิก”
“แฟนแกน่ารักมากเลยนะ ดูแลแกตลอดเลย เห็นแล้วอิจฉา” โมเมทำหน้าเพ้อฝัน
“แหม แฟนตัวเองก็ดีนี่นา ยังไม่เห็นพามาเปิดตัวเลย”
“พอเลยไม่คุยเื่นี้ เครียดรอแล้ว”
“ทำไมอ่ะ” ฉันถามด้วยความสงสัย โมเมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ราวตัวเอง ขอสรุปสั้น ๆ ก็คงจะหมายถึง แฟนที่คบกันอยู่ตอนนี้ เหมือนโมเมเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบอะไรตัวเอง แต่ที่ยอมคบด้วยเพราะพ่อแม่อีกฝ่ายบังคับ นี่ขนุนก็ถอยห่างกับอีกฝ่ายแล้ว แต่เหมือนยิ่งถอยอีกฝ่ายก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้ ตอนนี้เพื่อนฉันเลยสับสน
ตอนนี้บ่ายโมงครึ่งโมเมแยกกลับบ้านส่วนฉันออกไปที่ร้านกาแฟ ไม่ได้เข้าไปนานมากแล้วจริง ๆ วันนี้ว่างกะว่าจะเข้าไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย ที่สำคัญฉันไม่ได้บอกพี่พิงค์ด้วยนะว่าจะเข้าไปร้านกาแฟ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาพักของเขาด้วยกลัวจะรบกวนเวลาทำงานเลยไม่ได้ทักบอก เมื่อถึงร้านกาแฟฉันก็ทักทายพนักงานที่ร้านอย่างคุ้นชิน พี่จ๋าเอาสมุดบัญชีมาให้ตรวจสอบพอรับมาฉันก็นั่งตรวจอย่างไม่เร่งรีบอะไร พนักงานยื่นบัตรคิวเพื่อคิดเงินฉันก็คิดช่วยพนักงานอีกคน
“เดี๋ยวพี่รับเอง” ฉันบอกพนักงานเมื่อโทรศัพท์ร้านมีสายเรียกเข้ามา น้องวุ่นกับลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์ฉันที่ว่างอยู่ก็ไม่อยากเอาเปรียบลูกน้องจึงเอ่ยอาสารับแทน
“สวัสดีค่ะ ร้านxx ค่ะ”
(สั่งกาแฟหน่อยค่ะ)
“ได้ค่ะ รับอะไรบ้างคะ”
(เอาชาเย็นปั่นสามค่ะ ลาเต้สอง ช็อกโกแลตเย็นหนึ่ง อเมริกาโนเย็นหนึ่งค่ะ)
“ส่งที่ไหนคะ?”
(คลินิกทันตะกรรมข้าง ๆ ร้านเลยค่ะ)
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พอวางสายฉันก็ยื่นเมนูให้พี่ที่ทำหน้าที่ชงเครื่องดื่ม พี่พิงค์จะทานขนมไหมนะ ฉันนั่งคิดอะไรเพลินก่อนจะตัดสินใจจัดขนมที่ไม่หวานมากใส่กล่องเพื่อเอาไปให้พี่พิงค์ ไม่รู้ว่าบ่ายขนาดนี้เขาจะทานข้าวหรือยัง เมื่อเครื่องดื่มครบฉันก็เป็คนอาสาเอามาส่งลูกค้าเอง คลินิกคุ้นตามีคนไข้นั่งรอประปราย เปิดประตูเข้าไปพนักงานที่เคาน์เตอร์ก็ส่งยิ้มกว่างมาให้อย่างตื่นเต้น
“ส่งเครื่องดื่มค่ะ”
“ว้าว เ้าของร้านมาส่งเองเลยนะคะเนี่ย” พนักงานเอ่ยแซวฉันยิ้มอาย ๆ คงจะรู้ว่าฉันตั้งใจมาหาพี่พิงค์ด้วยนั่นแหละ
“หมอพิงค์ติดเคสอยู่ไหมคะ” ฉันเอ่ยถามติดเกรงใจ
“ไม่ค่ะ หมอพิงค์อยู่ในห้องพักค่ะ คุณมันเดย์เข้าไปหาได้เลยค่ะ หมอพิงค์สั่งอเมริกาโนค่ะ นี่ค่ะค่าเครื่องดื่ม”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันแบ่งขนมให้พนักงานด้านหน้าก่อนจะขอตัวไปหาพี่พิงค์ โดยเดินไปตามทางเดินที่เคยเดินมาครั้งก่อน ห้องพักแพทย์ถูกเปิดแง้ม ๆ ไว้ ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะเคาะหรือเปิดเข้าไปเลย ท้ายที่สุดฉันก็ยกมือเคาะประตูเบา ๆ
“เชิญครับ” เสียงพี่พิงค์เอ่ยตอบ ฉันเปิดประตูเข้าไปก่อนจะส่งยิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงาน พี่พิงค์เบิกตากว้างอย่างดีใจแล้วส่งยิ้มกลับมาให้ สองแขนชูขึ้นให้เข้าไปกอดอย่างที่ทำอยู่ห้อง ฉันปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงบนตักเขาพร้อมกับยกแขนโอบรอบคอเขาอ้อน ๆ
“มาั้แ่เมื่อไหร่ครับ?” พี่พิงค์ถามด้วยความสงสัย ใช้ข้อนิ้วแข็งแรงเกลี่ยเส้นผมออกจากกรอบหน้าอย่างเบามือ
“นานแล้วค่ะ อยู่ที่ร้าน พี่ทานข้าวหรือยัง”
“ยังครับ นัดกับพลไว้จะไปทานข้างนอก ไปด้วยกันนะ”
“ไม่เอาพี่ไปกับพี่พลเถอะค่ะ หนูจะทานกับพนักงานที่ร้าน ่นี้ไม่ค่อยได้คุยกับพนักงานเลย”
“งั้นเหรอ? ขับรถมาเองไหมหรือนั่งรถไฟฟ้ามา”
“นั่งรถไฟฟ้าค่ะ จะกลับพร้อมพี่”
“หึหึ น่ารักจริง เดี๋ยวกลับพร้อมพี่นะครับ รอพี่ก่อนนะ”
“ได้ค่ะ พี่ทานขนมก่อนก็ได้นะ จะได้ไม่หิวมาก หนูจะกลับร้านแล้วนะคะ” ฉันรีบบอกพี่พิงค์เร็ว ๆ พี่พิงค์พยักหน้ารับรู้ทั้งยังรั้งท้ายทอยฉันเข้าไปกดจูบอีกครั้งกว่าจะยอมผละออกห่าง
“รอพี่นะครับ”
“ได้ค่ะ หนูไปแล้วนะ ทานข้าวเยอะ ๆ ด้วยรู้ไหมคะ เจอกันเลิกงานค่ะ” ฉันจุ๊บพี่พิงค์ที่ริมฝีปากอีกครั้งแล้วรีบออกจากห้องพักเขา กลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้ฉันจะไม่ได้กลับร้านน่ะสิ คงได้นัวเนียกันไม่หยุดแน่ แค่นี้ก็ถือว่าให้กำลังใจกันและกันแล้วล่ะ
“อ้าว มาั้แ่เมื่อไหร่” พี่พลเดินออกจากห้องทำฟันเอ่ยถามเสียงใ
“เพิ่งมาค่ะ เอากาแฟมาส่ง”
“ไปทานข้าวด้วยกันไหม พี่นัดกับแฟนเราไว้” พี่พลเอ่ยชวน
“อ้อ ขอบคุณค่ะแต่หนูนัดพี่ ๆ ที่ร้านไว้แล้ว ครั้งหน้านะคะ”
“เอางั้นก็ได้ แต่ครั้งหน้าต้องไปด้วยกันนะ”
“แน่นอนค่ะ หนูไปแล้วนะคะ ทานให้อร่อยนะ” ฉันโบกมือพี่พลก่อนจะรีบกลับมาที่ร้าน สั่งอาหารมาทานกับพี่ ๆ พนักงาน ถึงแม้จะบ่ายสามแต่เราก็สามารถพักทานข้าวได้ เปลี่ยนกะกันทำงาน ห้าโมงเย็นฉันขอตัวแยกขึ้นไปยังห้องพักที่อยู่ชั้นสองของร้าน ห้องพักถูกทำความสะอาดจนห้องดูสะอาดหมดจด ต้องขอบคุณแม่บ้านที่ขึ้นมาทำความสะอาดให้ล่ะนะ ฉันเอาแล็บท็อปขึ้นมาตรวจดูเมล์ที่พี่กั้งส่งเข้ามาให้ ส่วนมากจะเป็งานทั่วไปที่เคยทำและรายงานการประชุมครั้งก่อน เฮ้อ หยุดแค่ไม่กี่วัน งานถล่มทับฉันตัวแบนแน่ ๆ เลยล่ะ
“เอาละ สู้หน่อยมันเดย์”
ฉันให้กำลังใจตัวเองพร้อมกับเริ่มอ่านรายงานเอกสารที่ได้รับมา
========
ทุกคน ลืมเค้าแล้วหรือยังคะ เค้ายังพยายามเขียนแล้วอัพให้ตลอดเลยนะคะ ่นี้มีเื่วุ่นวายหลายอย่าง ขออย่าเพิ่งทิ้งกันไปเลยนะ...