คำกล่าวของโจทำให้พวกเขาเสียหน้า พวกเขาต้องไม่ยอมแน่นอน
“แล้วไง? คุณอย่ามาไร้เดียงสาหน่อยเลย การบริจาคก็คือการแลกเปลี่ยนกันต่างหาก ผมให้คุณ คุณก็ต้องไว้หน้าผม แต่นี่อะไรคุณกลับไล่ลูกชายผมออก!!” ยูคิมกล่าวด้วยความโกรธ
การที่ลูกชายของเขาถูกไล่ออกจากองค์กรหลังจากทดสอบพื้นฐานเสร็จแล้ว มันทำให้ชื่อเสียงของเขาได้รับผลกระทบไปด้วย เขาเชื่อมั่นว่าเมื่อลูกชายของเขาได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแล้วเขาจะได้รับผลประโยชน์มหาศาล
องค์กรได้รับทรัพยากรมากมายจากนอกโลก ย่อมทำให้คนอื่นๆตาลุกเป็นไฟ หากสามารถมีเส้นสายในองค์กรพวกเขาก็จะสามารถได้รับชิ้นเค้กเหล่านี้ แม้จะเป็นเพียงเล็กๆน้อยๆแต่มันก็มีมูลค่ามหาศาล
“เรื่องของพวกคุณเอาไว้ก่อนตอนนี้มาเรื่องสำคัญกันก่อนดีกว่า” อยู่ๆโจก็กล่าวขึ้นมา ในขณะนั้นเองผู้ช่วยของโจได้จับใครบางคนมา
คนๆนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือสัน อดีตรองหัวหน้าหน่วยฝึก แต่ว่าสภาพของเขาในตอนนี้เรียกได้ว่าดูไม่ได้เลยทีเดียว หลังจากที่ทะเลาะกับสินธ์พวกเขาก็ได้ต่อสู้กัน ผลลัพท์ทำให้ทั้งคู่ตาปูด หัวโนและมีเลือดออกตามร่างกายเล็กน้อยและร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย
โจไม่สนใจว่าสันไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้แต่เขาหันหน้าไปหาชายวัยกลางคนที่กล่าวอ้างว่าได้จ่ายเงินใต้โต๊ะ 500 เครดิต
“คุณจ่ายเงินให้คนนี้ใช่ไหม?” โจกล่าวถามชายวัยกลางคน
“ใช่ เขานี่แหละที่รับเงินผมไป” เขาตอบ
สันเงยหน้าขึ้นมาและรู้สถานการณ์ในทันที การรับเงินใต้โต๊ะเป็นเรื่องผิดกฏหมายร้ายแรงหากเขายอมรับไม่เพียงแค่อนาคตจบสิ้นเท่านั้นแต่ยังต้องติดคุกหัวโตอีกด้วย
“ไม่จริง!! แกให้เงินอะไร? อย่ามาใส่ร้ายนะ!!” สันปฏิเสธ
“ร้อนตัวอะไร? ผมแค่ถามเขาเฉยๆว่าให้เงินคุณรึเปล่า ใส่รงใส่ร้ายอะไรกัน?” โจพูดด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ…อ่า” สันลุกลี้ลุกลนเขาอยากจะหนีแต่ถูกผู้ช่วยของโจจับเอาไว้อยู่จนไม่สามารถขยับไปไหนได้
อย่างไรก็ตามเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าตัวเองเป็นคนรับเงินมา เนื่องจากเขาจำหน้าชายวัยกลางคนได้หากไม่ได้พูดเรื่องรับเงินใต้โต๊ะแล้วมันจะเป็นเรื่องอะไรได้อีกล่ะ?
“โทรเรียกตำรวจมา” โจหันไปบอกกับผู้ช่วย
“เดี๋ยว!! อย่าเรียกตำรวจเลยนะ” สันคุกเข่าขอร้องอย่างน่าสงสาร
“ไม่ต้องห่วงไม่ใช่แค่คุณที่จะติดคุก แต่เขาก็จะติดคุกกับคุณด้วยเช่นกัน” โจชี้ไปที่ชายวัยกลางคน
“อะไรนะ!!” ชายวัยกลางคนตกใจไม่คิดว่าตัวเองจะถูกลากไปเกี่ยวด้วย อย่างไรก็ตามเขาคงไม่อยู่เฉยๆแน่นอน
เขาหัวเราะออกมาราวกับได้ยินเรื่องตลก “ฮ่าๆๆ คิดจะจับผมเข้าคุก? ฝันเกินไปแล้ว ผมมีวิธีการมากมายที่จะทำให้ผมไม่ต้องเข้าคุก” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยความหยิ่งผยอง
โจหันไปยิ้มเล็กน้อยขณะชี้ไปที่ด้านบนของอาคารซึ่งมีกล้องติดอยู่และเขายังโชว์มือถือในมือซึ่งกำลังใช้งานบันทึกเสียง “ถ้าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ล่ะ?”
ชายวัยกลางคนหน้าซีดไปชั่วครู่ก่อนจะกัดฟันพูดขึ้นมา “อย่างไรผมก็ยังสามารถหาทางรอดให้ตัวเองได้แน่นอน”
หากเขาใช้เงินจ้างทนายและใช้เงินจำนวนมากเพื่อยัดเงินให้กับคนในก็พอจะมีทางเป็นไปได้อยู่ที่จะรอดตัว แต่มันก็คงต้องเป็นเงินจำนวนมหาศาลแน่นอน
“นั่นสินะ ดูเหมือนว่าแค่มีเงินก็สามารถทำอะไรได้ตามใจ ถ้างั้นผมจะเอาเรื่องนี้ไปออกสื่อดีกว่า” โจกล่าว
“แก!!” ชายวัยกลางคนชี้หน้าโจด้วยความโกรธ ถ้าเรื่องนี้ออกสื่อล่ะก็ทุกคนก็จะรู้และการจะยัดเงินให้กับคนในก็คงยากเช่นกัน เพราะไม่มีเส้นสายคนไหนของเขาอยากจะกำหนามไว้ในมือ
“ถ้าแกยอมปล่อยเรื่องนี้ไปฉันจะให้แก 1,000 เครดิต!!” ชายวัยกลางคนไม่มีทางเลือกจึงเสนอเงินให้กับโจ เขาแน่ใจว่าด้วยเงินจำนวนนี้ชายหนุ่มจะต้องรีบเข้ามารับเงินอย่างแน่นอน
แต่ว่าความจริงไม่เป็นอย่างที่เขาคิด
“นี่ถือว่าเป็นหลักฐานอีกชิ้นที่จะทำให้คุณดิ้นไม่หลุด” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาโชว์มือถือขึ้นมา
ชายวัยกลางคนลืมไปเลยว่าชายหนุ่มเปิดเครื่องดักฟังอยู่ ใบหน้าของเขาซีดขาวขณะชี้มาที่โจด้วยความโกรธ
ในเวลานั้นตำรวจก็ได้มาถึง
“ใครเป็นคนแจ้งความครับ?” ตำรวจกล่าวถาม
“ผมเองครับ” โจยกมือขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณแจ้งมาว่ามีคนยัดเงินใต้โต๊ะและมีหลักฐานเอาผิดครบ ผมขอทราบว่าต้องการแจ้งความใคร?” ตำรวจเอ่ย
โจชี้ไปที่ชายวัยกลางคนแล้วพูดว่า “คนนี้ยัดเงินจำนวน 500 เครดิตเพื่อให้ลูกของเขาผ่านเข้าประตูหลัง”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!!” ชายวัยกลางคนหน้าซีด เขาทำได้เพียงปฏิเสธแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมีหลักฐาน
โจไม่สนใจท่าทางลุกลนของชายวัยกลางคนจากนั้นเขาก็ชี้ไปที่สันและกล่าวว่า “คนนี้คือผู้รับ เขาเคยเป็นรองหัวหน้าหน่วยฝึกของที่นี่แต่เนื่องจากเขารับเงินจากชายคนนั้นจึงถูกไล่ออก และผมต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด!!”
สันนั่งเหม่อลอยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขาไม่สามารถโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น
จากนั้นโจได้สั่งให้ผู้ช่วยไปเอาภาพจากกล้องวงจรปิดและเขาก็ส่งคลิปเสียงให้แก่ตำรวจ เมื่อตำรวจได้ฟังคลิปเสียงแล้วก็มองไปยังคนทั้งสองด้วยสายตาเย็นชา
“จับพวกเขาเอาไว้และนำกลับไปสอบปากคำ”
“ไม่นะ อย่าจับผม ผมไม่ได้ทำอะไรผิด!!” ชายวัยกลางคนพยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จ
ทุกคนมองทั้งสองคนที่ถูกตำรวจคุมตัวไปจนลับสายตา
“มีใครมีปัญหาอะไรอีกหรือไม่?” โจหันไปพูดกับคนที่เหลือ
เมื่อได้ยินคำพูดของโจหลายๆคนก็สะดุ้งและเร่งรีบจากไปเพราะกลัวว่าตัวเองจะซวยเหมือนสองคนนั้น เหลือเพียง 2 พ่อลูก ยูคิมและยูนาน
“แก…ฝากไว้ก่อนเถอะ” ยูคิมกล่าวด้วยความโกรธ ส่วนยูนานจ้องมองโจด้วยสายตาอยากกินเลือดกินเนื้อ
เมื่อเห็นสายตาของยูนานโจรู้สึกอยากฆ่าทิ้งเพราะเขาไม่ชอบคนที่มีสายตาแบบนี้ หากเป็นนอกโลกเขาคงกำจัดยูนานทิ้งไปแล้ว
เมื่อหลายสิบปีก่อนเขาเคยทะเลาะกับคนในสหพันธ์เพราะผลประโยชน์บางอย่าง แต่เนื่องจากหลักฐานได้ชี้ว่าโจควรจะได้ผลประโชยน์จึงทำให้อีกฝ่ายสูญเสียมันไป
เขาจำได้ดีว่าตอนนั้นอีกฝ่ายก็มองเขาเช่นนี้และไม่นานคนนั้นก็เริ่มแผนการชั่วร้ายลอบทำร้ายโจ แต่โจไหวตัวทันจึงรอดมาได้และสุดท้ายก็ได้ตอบโต้กลับและสังหารอีกฝ่าย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเกลียดสายตาจ้องจะกินเลือดกินเนื้อของยูนาน
“ไปให้พ้นหน้าฉันซะ” โจกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาพยายามระงับความต้องการฆ่าไว้ในใจ ที่นี่คือโลกไม่ใช่ข้างนอกเขาจึงไม่สามารถฆ่าใครได้ตามใจชอบ
เมื่อเห็นสายตาของโจทั้งคู่ก็ตัวสั่นก็จะจากไปด้วยความโกรธแค้น