หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    เปิดเผย

    เมื่อตกลงกันจนเสร็จสิ้นลั่วอู่หลินก็กลับตำหนักในทันทีเพื่อรอเวลา เมื่อเขากลับมาถึงสิ่งแรกคือพาภรรยาทั้งสองออกมาและบอกถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้

     

    "อู่หลินท่านแน่ใจนะว่าเปิดตัวเช่นนั้นท่านตาจะไม่โกรธเอา"ลู่ฟางหนิงกล่าวเพื่อความแน่ใจ ทำให้ลั่วอู่หลินหัวเราะร่า "แน่ใจสิ จักรพรรดิน้ำแข็งจะเผยโฉมหน้าทั้งทีจะเผยแบบปกติได้อย่างไร กว่าท่านตาจะโกรธก็คงอึ้งไปพักใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็ไปหลบอยู่หลังท่านยายแล้ว"

     

    "เหอะๆท่านเจ้าเล่ห์ไม่เลิก คิดจะใช้ท่านยายเป็นโล่ป้องกัน หากนางไม่ช่วยท่านระวังเถอะจะถูกท่านตาทุบตี"ลู่ฟางเยว่กล่าวด้วยความหมั่นใส้สามี

     

    เมื่อถึงเวลาที่อาหารเย็นทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่เดินไปที่ตำหนักของท่านยายก่อนเหลือไว้แค่ลั่วอุ่หลินที่ตอนนี้กำลังทำสมาธิอยู่เห็นได้ชัดเลยว่าเขามีความคิดนึกสนุกอะไรบางอย่างถึงไม่ออกไปพร้อมกับภรรยา

     

    เมื่อสองสาวเดินไปถึงสวนตำหนักขององค์ราชีนีที่ถูกเลือกเป็นที่ตั้งโต๊ะอาหารสิ่งที่เห็นคือตอนนี้ ลั่วไห่เฟิง ทั้งลั่วหยุนซานและภรรยา ลั่วหยุนหยาง ลู่หงยี่ รวมไปถึงไป่หลี่เอ่อร์และเมิ่งอี้หรานบัดนี้ได้มาโดยพร้อมเพรียงกัน

     

    "อ้าว สามีตัวดีของพวกเจ้าไปไหนเสียแล้วเหตุใดจึงยังไม่มา"ลั่วไห่เฟิงเมื่อหันมองมองหลานสะใภ้ทั้งสองก็กล่าวขึ้นใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

     

    "เอ่อ....อีกสักพักเดี๋ยวก็มาแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้เขากำลังทำกิจส่วนตัวเลยให้พวกเราล้วงหน้ามาก่อนเจ้าค่ะ"ลู่ฟางหนิงกล่าวอย่างนอบน้อม ก่อนที่นางเองก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดเอาให้ตนเอง

     

    "เฟยเอ่อร์ วันนี้เจ้านึกอะไรขึ้นมาถึงได้ชวนมาร่วมโต๊ะอาหารเย็นกระทันหันเช่นนี้ มีอะไรสำคัญหรือเปล่า"จักรพรรดิหนุ่มหันไปถามภรรยาด้วยความสงสัย

     

    หลินอี้เฟยแย้มยิ้ม"ก็ท่านกว่าจะกลับจากวังกลางก็ดึกดื่นทุกคืนวัน ข้าเองก็เหงาๆเลยเรียกมาร่วมโต๊ะอาหารบ้างไม่ได้หรือ"

     

    "เห้อ นั่นสินะ ต้องขอโทษที่ละเลยเจ้ามากไป ข้าเองสมควรจะต้องพักผ่อนแล้วกระมัง หยุนซานเองก็พร้ออมจะรับตำแหน่งจักรพรรดิต่อแล้ว"ลั่วไห่เฟิงกล่าว เขาคิดไปถึงบุตรชายที่เหลือก็อดเสียดายไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขารักลูกชายคนๆอื่นๆน้อยกว่าแต่อย่างใด แต่คนที่ทำให้เขาเชื่อถือและไว้ใจที่จะฝากอาณาจักรนี้ได้มีเพียงแค่ลั่วหยุนซานเพียงคนเดียวในบรรดาลูกชายทั้งหมด

     

    "ท่านพ่ออย่ากล่าวเช่นนั้นสิขอรับ ข้าเองความจริงก็หาได้อยากเป็นจักรพรรดิไม่ หากให้เลือกเมื่อท่านพ่อบรรลุระดับบรรพชนข้าก็อยากจะตามท่านไปที่ดินแดนเบื้องบน ไปเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลกว่านี้"ลั่วหยุนซานกล่าว

     

    "เห้อ พ่อเองก็เห็นใจเจ้านัก แต่หากไม่ใช่เจ้าละก็ความโกลาหลก็จะเกิดขึ้นแน่นอน น้องสองกับน้องสามของเจ้าเอาแต่แก่งแย่งชิงดีกัน เจ้าสี่กับเจ้าหกก็ไม่สนใจอะไรนอกจากตนเอง ส่วนเจ้าห้าก็คอยเอาแต่คอยดูแลลั่วหนิงเหยียนผู้เป็นลูกสาวที่หลับไหลเพราะปราณความมืดไม่สนใจการเมืองการปกครอง ยิ่งคิดข้าเองก็เศร้าใจที่สั่งสอนให้ลูกๆรักกันยังไม่ได้"ลั่วไห่เฟิงกล่าว

     

    หลินอี้เฟยก็เข้ามาปลอบประโลมเขาในทันที "ท่านอย่าคิดมากพวกเขาต่างมีชีวิตและความคิดเป็นของตนเอง พวกเราทำดีที่สุดในฐานะพ่อแม่แล้ว ต่อไปก็คงต้องแล้วแต่โชคชะตาของพวกเขาว่าจะกำหนดเช่นไร"

     

    ที่หลินอี้เฟยกล่าวนั้นไม่ได้เพียงแค่ประโลมใจสามีเท่านั้น นางก็ประโลมใจตัวเองด้วยเช่นกันเพราะหลายครั้งนางก็คิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ ในตอนที่ลูกๆยังเป็นเด็กทั้งหลินอี้เฟยและลั่วไห่เฟิงล้วนแต่เลี้ยงพวกเขาด้วยความรักไคร่อย่างหมดหัวใจ แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อโตมาแล้วพวกเขากลับแตกต่างกันเหลือเกิน

     

    โชคดียังดีที่ลูกๆของพวกเขาแม้จะแก่งแย่งชิงดีบ้าง แต่ก็ไม่มีใครคิดหวังในอำนาจถึงขนาดฆ่าพี่น้องตนเองได้ลงคอ ไม่เช่นนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างหลินอี้เฟยและลั่วไห่เฟิงคงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเป็นแน่แท้

     

    "เห้อ นั่นสินะ ข้าควรจะให้พวกเขาเดินไปในเส้นทางของตนเองและควรละวางเรื่องราวหนักอึ้งลงบ้างเสียแล้ว"ลั่วไห่เฟิงยกยิ้มบ้างให้ภรรยาที่สวมกอดเขาจากด้านหลัง ภาพความรักของทั้งสองพลันทำให้เหล่าลูกหลานที่มองต่างยิ้มออกมาอย่างซึ้งใจ

     

    หลังจากที่ภาพหวานซึ้งผ่านมาครู่ใหญ่ ลั่วไห่เฟิงก็พลันขมวดคิ้วลุกขึ้นและทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าจนทำให้หลายคนพากันสงสัย

     

    "อ๊า เจ้าหลานตัวแสบถึงกับใช้การเปิดตัวที่แสนอลังการเสียแล้ว"หลินอี้เฟยอดกุมขมับไม่ได้แต่ใบหน้าก้ยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มที่ขบขัน

     

    เมื่อทุกคนหันไปมองบนท้องฟ้าในเวลานี้นอกจากจักรพรรดิลั่วไห่เฟิงกลับมีชายหนุ่มอาภรณ์ขาวสวมหน้ากากยักษาปรากฏขึ้นพร้อมด้วยวงเวทย์เทียนจินสีขาวที่สามวงที่หมุนวนช้าๆอยู่ด้านหลัง

     

    "จักรพรรดิน้ำแข็ง! เข้ามาในวังยามวิกาลโดยไม่ได้รับอนุญาติเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง เชิญกลับไปเสียดีกว่า"เป็นลั่วไห่เฟิงกล่าวขึ้นมาเป็นคนแรก

     

    ลั่วอู่หลินได้ยินก็พลันยกยิ้มในใจก่อนจะแกล้งทำเสียงจริงจัง"ขออภัยแต่ข้ามีสิ่งที่ต้องทำที่วังหลวงแห่งนี้ องค์จักรพรรดิจะหลีกทางให้หน่อยได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นเห็นทีข้าคงจะต้องฝ่าเข้าไปด้วยตนเอง"

     

    ลั่วไห่เฟิงเมื่อได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกด้วยความหงิดหงิดใจ เจ้าเด็กนี่คิดจะฝ่าตนเข้าไปได้จริงๆน่ะหรือ นี่คือถิ่นของเขาแม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายของอีกฝ่ายคืออะไรแต่หากมากล่าวออกมาเช่นนี้ เขาจะปล่อยให้เด็กคนนี้เข้าไปได้อย่างไร

     

    "หากทำได้ก็ลองดู แต่ขอเตือนพรสวรรค์มากมายก็ใช่ว่าจะหยิ่งผยองได้ทุกที่"ลั่วไห่เฟิงเอ๋ยปากพร้อมกับวงเวทย์เทียนจินสีเขียวเก้าวงปรากฏขึ้นด้านหลังเตรียมพร้อมสำหรับการรับมืออีกฝ่ายอย่างเต็มที่

     

    ชายหนุ่มเมื่อเห็นท่านตาของตนเองเตรียมพร้อมเรียบร้อยก็ไม่รอช้าย่างก้าวเงาสนทยาของเขาถูกใช้ออกและพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงจนแทบจะมองไม่ทัน

     

    ลั่วไห่เฟิงยกยิ้ม แน่นอนหากให้ตามองด้วยตาเปล่าแม้เป็นเขาก็ไม่อาจจะตามความเร็วของจักรพรรดิน้ำแข็งได้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางรับมือ

     

    "ปั้ง!"

     

    หลังจากพุ่งผ่านจากตัวลั่วไห่เฟิงไปไม่ถึงสามก้าว ลั่วอู่หลินในคราบจักรพรรดิน้ำแข็งพุ่งชนเข้ากับม่านพลังใสที่ไม่สามารถมองเห็นได้เข้าอย่างจัง แม้แต่ดวงเนตรอสรพิษสวรรค์ยังไม่อาจที่จะตรวจจับมันได้เพราะม่านพลังไม่ใช่ร่างกายของสิ่งมีชีวิต

     

    'ถึงกับควบแน่นอากาศให้กลายเป็นม่านพลัง อย่างที่คิดท่านตาแข็งแกร่งจริงๆ'ลั่วอู่หลินอุทานออกมาหลังจากถอยหล่น ลั่วไห่เฟิงวาดมือไปมาทำให้อากาศโดยรอบกลายเป็นม่านพลังทรงกลมขนาดใหญ่ปกคลุมเข้าและจักรพรรดิน้ำแข็งเอาไว้ไม่ให้โอกาสแม้แต่จะออกไปหรือล่าถอย

     

    "หึหึ เด็กน้อยมาดูกันว่าด้วยความเร็วของเจ้าจะทำให้ออกจากขอบเขตสายลมของข้าไปได้อย่างไร"ลั่วไห่เฟิงยกยิ้มราวกับผู้ชนะ อีกฝ่ายเป็นเพียงจักรพรรดิขั้นที่สามคิดจะผ่านเขาไป ไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น

     

    ลั่วอู่หลินที่ได้ยินสีหน้าภายใต้หน้ากากก็เริ่มจริงจังขึ้นมา นี่ไม่ใช่การปะทะกันด้วยความเร็วเหมือนที่เขาเคยเผชิญหน้ากับเหล่ยหง แต่เป็นการถูกจำกัดขอบเขต ดังนั้นต่อให้ย่างก้าวเงาสนทยาจะเร็วเพียงใดก็ไม่สามารถออกไปได้อย่างแน่นอนและคงทำได้เพียงต้องเผชิญหน้ากับท่านตาของตนเองเพียงเท่านั้น

     

    "หากออกไปไม่ได้เช่นนั้นก็ต้องสยบเจ้าของม่านพลัง"เขาสร้างหอกน้ำแข็งออกมาและพุ่งเข้าใส่ลั่วไห่เฟิงในทันที ในเวลาเดียวกันนั้นจักรพรรดิหนุ่มเองก็ควบแน่นสายลมกลายเป็นดาบขนาดใหญ่เช่นเดียวกันแล้วก่อนที่การปะทะกันอย่างดุเดือดของจักรพรรดิทั้งสองจะเริ่มขึ้นทำให้เกิดแสงประกายวาบไหวไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี

     

    ด้านล่างตอนนี้พวกหลินอี้เฟยและลูกหลานกำลังจับจ้องการต่อสู้โดยไม่คิดจะละสายตา เนื่องจากนานๆทีจะเกิดการต่อสู้ของระดับจักรพรรดิ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องดูไว้เผื่อในอนาคตข้างหน้าภาพเหตุการณ์เหล่านี้อาจจะมีประโยชน์ต่อการฝึกฝนไม่มากก็น้อย

     

    หนึ่งหอกน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ หนึ่งดาบใหญ่สายลมสีเขียวอ่อนเข้าปะทะกัน สองคนตาหลานไม่มีใครยอมใคร ทางด้านกระบวนท่าลั่วอู่หลินที่มีดวงเนตรอสรพิษสวรรค์คอยช่วยเหลือดูเหมือนจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่ในด้านพลังปราณเป็นลั่วไห่เฟิงนั้นได้เปรียบอยู่มากนักด้วยตบะที่แตกต่างกันมากจนเกินไป

     

    "เยือกแข็งพันปี"

     

    ลั่วอู่หลินเอ๋ยปาก หอกน้ำแข็งในมือพลันกระจายเป็นละอองสีขาวในทันทีก่อนที่จะแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณจนทำให้ลั่วไห่เฟิงต้องถอยหล่นไป ละอองสีขาวนี้หากโดนเข้าไปไม่เพียงถูกแช่แข็งเท่านั้นแต่ยังแฝงไปด้วยพิษหยินที่อยู่ด้านในหากโดนเข้าไปคงไม่เป็นผลดีมากนัก

     

    "จักรพรรดิสายลม หากท่านไม่เปิดม่านพลังเกรงว่าจะไม่อาจหลบการโจมตีที่ขยายเป็นวงกว้างนี้ได้"ชายหนุ่มกล่าวขึ้นในขณะที่ละอองสีขาวเริ่มขยายตัวขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง ลั่วไห่เฟิงหรี่ตามองอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะตัดสินใจคลายม่านพลังและใช้สายลมพัดพาเอาหมอกสีขาวนั้นออกไปไกล

     

    ลั่วอู่หลินยกยิ้ม เขาเร่งใช้จังหวะนี้พุ่งเข้าไปบริเวณตำหนักของราชินีทันที ลั่วไห่เฟิงที่เห็นก็พลันตื่นตระหนกแล้วพุ่งทะยานตามลงไป

     

    "บูม!"

     

    ชายหนุ่มในคราบจักรพรรดิน้ำแข็งเมื่อลงมาถึงพื้นสายตาของทุกคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารก็มองกันเป็นตาเดียวด้วยความประหลาดใจ ลั่วอู่หลินรีบพุ่งเข้าไปใกล้หลินอี้เฟย แต่ทว่าในขณะนั้นเองเบื้องหน้าก็ปรากฏร่างลั่วไห่เฟิงเข้ามาขวางทางเอาไว้

     

    "เด็กน้อย เจ้าคิดจะทำอะไร?? นี่ภรรยาข้า"เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตรงมาทางผู้เป็นศรีภรรยาจักรพรรดิลั่วอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามด้วยท่าทีเคร่งขรึม เจ้าเด็กนี่ต้องการอะไรกันแน่??

     

    "อ๊า นางเป็นภรรยาท่านแต่นางก็เป็นคนสำคัญของข้าเช่นกัน จักรพรรดิลั่วโปรดอย่าขวางทาง ให้ข้าได้กอดนางเสียหน่อย"

     

    "บัดซบ มันจะมากเกินไปแล้ว! เจ้ากล่าวเช่นนี้ไม่ต้องการมีชีวีตอยู่แล้วใช่หรือไม่"จักรพรรดิหนุ่มเริ่มเดือดดาลพร้อมกับตบะจักรพรรดิขั้นเก้าที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด

     

    ภาพการทะเลาะกันเพื่อแย่งหลินอี้เฟยของสองตาหลาน ทำให้สองหญิงงามอย่างลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่แทบจะกลั่นขำเอาไว้ไม่ได้

     

    ในขณะเดียวกันก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ หลินอี้เฟยก็รีบเดินไปตรงกลางระหว่างทั้งสองเพื่อห้ามศึกในทันที เมื่อได้เห็นภรรยาเข้ามาเช่นนี้ ลั่วไห่เฟิงก็เก็บพลังของตนเองและมองด้วยท่าทีประหลาดใจ

     

    "เจ้าตัวแสบ จะมาดีๆไม่ได้หรือ เหตุใดต้องไปยั่วโมโหท่านตาเจ้า"นางหันไปดีดหน้ากากยักษาน้ำแข็งของลั่วอู่หลินจนแตก ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาปรากฏออกมาให้ทุกคนได้เห็นกัน ดวงตาที่เมื่อครู่เป็นสีม่วงทอประกายกลับคืนเป็นสีแดงทับทิมตามเดิม ซึ่งในที่นี้ย่อมไม่มีผู้ใดไม่รู้จักเขา

     

    "ละ หลินเอ่อร์/อู่หลิน/เจ้าชาย!!!"จักรพรรดิลั่วและคนอื่นๆที่ยังไม่ล่วงรู้ความลับนี้อุทานออกมาพร้อมกัน พวกเขาต้องฝันไปแล้วแน่ๆ ไฉนจักรพรรดิน้ำแข็งถึงได้กลายเป็นลั่วอู่หลินไปได้

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน