บทที่42 สายเลือดแสงเทพ(แก้คำผิดแล้ว)
เช้าวันต่อมา
“เจ้าหนู”เสียงดังขึ้นพร้อมกับชินหมิงที่ลุกขึ้นมานั่งงัวเงียเขามองไปนานหน้าปรากฏหลงอู่กลับมาจากการฝึกฝนแล้วเขาแปลกใจไม่น้อยเพราะเวลานี้เพียงแค่แปดเดือนกว่าๆเท่านั้นแต่อีกฝ่ายกับเดินทางกลับมาแล้ว“เหตุใดกับมาเร็วกว่ากำหนดได้ละ”
“ข้าเองก็ไม่รู้ชายคนนั้นกล่าวว่าเขาจะต้องไปยังบางแห่งและส่งข้ากลับมาทันที”หลงอู่กล่าวตอบเขาไม่เคยเห็นจ้าวแห่งดาบรีบร้อนเช่นนั้นมาก่อนเขาจึงไม่ได้คิดที่จะถามและเพียงแค่กลับมาเท่านั้น“แข็งแกร่งขึ้นนะ”
“ไม่มากนะหรอกแต่เจ้าตั้งหากเปลี่ยนไปมากเลยนะ”หลงอู่กล่าวตอบกลับท่าทีของชินหมิงเขาพยักหน้าก่อนที่จะดึงหลงอู่มานั่งด้านข้าง“วันนี้ข้าอาจจะกลายเป็นจ้าวแห่งวิหารได้แล้วและข้าต้องการให้ท่านช่วยในการแสดง”
“การเปิดโรงละครโรงใหญ่ไม่ตัวห่วงข้าคิดเรื่องราวทั้งหมดแล้วและมันจะกลายเป็นสุดยอดแห่งการแสดง”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นยืนกางแขนออกกว้างเขาฉีกยิ้มออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของเขาหลงอู่ถอนหายใจกับท่าทีที่กลับมาเป็นปกติของชินหมิงอีกครั้ง“เจ้าแน่ใจเรื่องการแก้แค้นครั้งนี้ใช้หรือไม่”
“แน่นอนข้านั้นแน่ใจเพราะทั้งหมดก็เพื่อสิ่งนี้”ชินหมิงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มหลงอู่พยักหน้าหลังจากนั้นชินหมิงก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เขาจะทำทั้งหมดและให้หลงอู่กระทำทั้งหมดทั้งสองตกลงแผนการเรียบร้อยก็แยกย้ายกันไปทันที“ได้เวลาสนุกแล้วซิ”
หลายชั่วโมงต่อมา
“เหตุใดพิธีรับโลหิตแห่งพระเจ้านี้จะต้องมาทำตอนกลางคืนกันนะ”ชินหมิงกล่าวถามออกมาด้วยความสนใจตอนนี้พวกเขาอยู่กลางหุบเขาลูกหนึ่งที่มีรูปปั้นของเทพตนหนึ่งยืนอยู่งดงามมากทุกคนต่างยืนล้อมเหล่าห้าผู้สืบทอดเพื่อเข้าร่วมพิธี ชินหมิงถามจ้าววิหารด้วยความสนใจ“มันเป็นส่วนหนึ่งของพิธีที่จะต้องใช้แสงจันทร์ด้วย”
“น่าสนใจเริ่มเลยหรือไม่”ชินหมิงกล่าวถามอีกครั้งตอนนี้เขาราวกับเด็กที่สนใจทุกอย่างไปหมดผู้อาวุโสระดับสูงถอนหายใจกับนิสัยของชินหมิงอย่างมากส่วนคนอื่นๆเองก็เพียงแค่หัวเราะออกมา จ้าววิหารดูเอ็นดูชินหมิงไม่น้อยจึงกล่าวตอบกลับทันที“เริ่มได้แล้วละและเจ้าเป็นคนแรก ไปยืนด้านหน้ารูปปั้น”
“ด้วยอำนาจแห่งผู้เชื่อมต่อแห่งสวรรค์และผู้รับฟังเสียงแห่งพระเจ้าข้าขอถวายคำนับเพื่อปลดปล่อยอำนาจแห่งรูปปั้นโปรดมอบโลหิตแห่งพระเจ้าเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับผู้สืบทอดแห่งวิหารด้วยเถอะ”จ้าววิหารกล่าวออกมาด้วยท่าทีจริงจังพร้อมกับคุกเข่าทั้งสองข้างลงและก้มจนหัวติดพื้นพริบตาแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นจากรูปปั้นและหยดโลหิตสีทองก็สัมผัสที่หน้าผากของชินหมิงเบาๆ“นี้มัน”
“ทำการยกระดับสายเลือดจาก แสงประกายสวรรค์ เป็น แสงเทพ”
“ได้รับสายเลือดใหม่ แสงเทพเพิ่มค่าสถานะธาตุแสงขึ้น 600%”
“ได้รับสกิล(สายเลือด) แสงแห่งราชาเลเวล1 เพิ่มความสามารถทางกายภาพขึ้น 100%ผลเสริมสกิล ลบล้างค่าสถานะผิดปกติทั้งหมด”
“ทำการยกระดับสกิล(สายเลือด)ธาตุแสงทั้งหมด”
“สกิล(สายเลือด) กางเขนแห่งพระเจ้าเลเวลสูงสุด สร้างม่านป้องกันรอบตัวขึ้นพลังป้องกันเพิ่มขึ้น 500% การสะท้อนพลังกลับสู้ผู้โจมตี 350%”
“สกิล(สายเลือด) เส้นดายผ่าสวรรค์เลเวลสูงสุด สร้างการโจมตีด้วยแสงขึ้น พลังโจมตีธาตุแสงเพิ่มขึ้น 900% ผลเสียของสกิล ดูดกลืนพลังชีวิตจำนวนมาก”
“สกิล(สายเลือด) แสงแห่งราชา เลเวลสูงสุดเพิ่มความสามารถทางกายภาพขึ้น 500%ผลเสริมสกิล ลบล้างค่าสถานะผิดปกติทั้งหมด”
“ตูมมมมมมม”ร่างกายของชินหมิงปลดปล่อยแสงสว่างออกมาก่อเกิดหมอกสีทองเต็มไปหมดทุกคนจ้องมองไปที่ชินหมิงด้วยความตกตะลึงก่อนที่หมอกทั้งหมดจะหายไปปรากฏชินหมิงที่เส้นผมทองยาวจนไปถึงพื้นและดวงตายังเป็นสีทองสว่างไสวเขาหมุนตัวจ้องมองไปยังทุกคนด้วยรอยยิ้มบนหน้า“พลังอำนาจนี้ดีจริงๆ”
“เขาได้รับสายโลหิตแห่งเทพได้”เสียงของจ้าววิหารกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงคนอื่นๆเองก็ตกตะลึงหลังจากนั้นพวกเขาก็ประสานมือคำนับชินหมิงทันทีเพราะตัวตนของชินหมิงราวกับเทพเจ้าแล้วไปแล้ว“ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าแปลกจริงๆเอาละคนต่อไป ข้าขอนั่งรอ”
ชินหมิงเดินมานั่งและหลังจากนั้นก็เริ่มคนที่สองสาม และสี่ เขานั่งรอไประหว่างนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาด้านข้างของชินหมิงนางคือ หญิงสาวดาบทองคำ นั้นเอง นางเดินเข้ามานั่งด้านข้างของชินหมิงด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ามีสิ่งใดเช่นนั้นหรือ”ชินหมิงกล่าวถามออกมาด้วยความสนใจทันทีหญิงสาวที่ได้ยินก็หยิบถ้วยชาขึ้นมามอบให้กับชินหมิง เขารับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม“ข้าในตอนแรกคิดว่าท่านจะเป็นเหมือนกับชายอื่นที่ตกหลุมรักข้าเพราะหน้าตาและรูปลักษณ์แต่ครั้งแรกที่เราเจอกับท่านกับกล่าวว่ารังเกียจคนที่หน้าตาเหมือนกับข้ามันทำให้ข้าแปลกใจ”
“และข้าหวาดกลัวการเข้าหาท่านเพราะท่านนั้นรังเกียจคนที่หน้าตาเหมือนกับข้าแต่เมื่อวานนี้ข้าได้ยินคำกล่าวของท่านก่อนที่จะจากไปมันทำให้ข้าคิดเกี่ยวกับตนเองและตัวท่านหากท่านไม่รังเกียจ โปรดรับชานี้เพื่อให้พวกเราได้ทำความรู้จักกันด้วยเถอะ”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มชินหมิงที่ได้รับฟังก็หัวเราะและลูบหัวนางเบาๆหลังจากนั้นก็ดื่มชาเข้าไป“ขอบคุณนะชาของเจ้านั้น….”
“ฮิฮิ ฮิ”ชินหมิงที่กำลังจะกล่าวบางอย่างก็หยุดลงและกุมที่ไปหัวใจของเขาเส้นผมสีทองกลับมาเป็นเส้นผมสีแดงฉานทุกคนที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ตกตะลึงหญิงสาวหัวเราะออกมา ก่อนที่จะยิ้มขึ้น“ผู้มีสายโลหิตของพระเจ้าจะต้องจมสิ้น”
“อัก…..”ชินหมิงกระอักโลหิตออกมาจำนวนมากทุกคนตกตะลึงจ้าววิหารและคนอื่นๆเองก็ตกใจเช่นกันบุตรแห่งพระเจ้าทั้งสี่พุ่งเข้าจับกุมหญิงสาวกดลงไปที่พื้นทันทีไป๋เทียนวิ่งเข้ามาตรวจสอบสภาพของชินหมิงทันที เขาพยายามจะแตะตัวของชินหมิง แต่ชินหมิงก็ใช้พลังเปลวเพลิงดันเขาจนถอยออกไป“อันใดเจ้าหนู”
“ทุกคนหนีไปออกให้หากจากตัวข้า”ชินหมิงพยายามฝืนกล่าวออกมาด้วยความแตกตื่นบางอย่างที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาหญิงสาวหัวเราะลั่น“โอสถสลายพลังของข้าจะทำให้โลหิต และพลังทั้งหมดของเจ้าหายไป”
“ข้าไมได้ห่วงเรื่องนั้น”เสียงของหญิงสาวทำให้ทุกคนตกตะลึงและพยายามจะเข้ามาช่วยชินหมิงแต่คำกล่าวของชินหมิงทำให้ทุกคนตกตะลึงและในตอนนั้นสีหน้าของชินหมิงก็ซีดขาวราวกับหวาดกลัวบางสิ่ง ทุกคนเงียบลง“ถอนออกไป”
“ฟุมมมมมมม”อำนาจแห่งความมืดมิดพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนอย่างมากเส้นผมของชินหมิงเปลี่ยนไปเป็นสีแดงสนิทดวงตาก็เช่นกันความหวาดกลัวบนใบหน้าหายไปแทนที่ดวงใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ชินหมิงมองไปรอบๆก่อนที่จะฉีกยิ้มราวกับปีศาจและลุกขึ้นจากพื้น“ฮ่าฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึง”
“ตูมมมมม”หลงอู่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปที่ชินหมิงเขาถอดหมวกเกราะออกพร้อมกับโยนไปด้านข้างและชักดาบใหญ่ออกมาจากด้านหลังแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชินหมิงที่มองเห็นก็ฉีกยิ้มออกมา“เจ้าเองหรือชายในวันนั้น”