"หยุดนะเจ้าหัวขโมย! ส่ง ‘บัวหิมะเก้าเกสร’ คืนมาให้สำนักแพทย์โอสถวารีเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดแหลมเล็กทว่าแฝงด้วยพลังปราณธาตุน้ำอันหนาแน่นดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสองร่างที่พุ่งทะยานข้ามเนินดินมาอย่างรวดเร็ว ร่างแรกคือชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซีดเซียวแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ ในอ้อมแขนของเขากล่องไม้แกะสลักที่โชยกลิ่นอายสมุนไพรระดับสูง เขาคือนักหลบหนีชื่อดังนาม ‘กวนไห่’ ส่วนผู้ที่ไล่ตามมาติด ๆ คือหญิงสาวรูปโฉมงดงามสะคราญตาในชุดศิษย์สำนักสีฟ้าครามราวกับผืนน้ำทะเล ลำตัวอ้อนแอ้นอรชร ทว่าแววตาดุดันเฉียบคม ในมือเรียวงามถือกระบี่วารีโปร่งแสงที่แผ่รังสีเยือกแข็งออกมาตลอดเวลา นางคือ ‘ศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหลาน’ แห่งสำนักโอสถวารี
กวนไห่ที่กำลังหนีตายอย่างสุดชีวิต เมื่อเห็นเสี่ยวเป่าและรถเข็นหยกแปลกประหลาดตั้งอยู่ข้างทาง แกก็เกิดความคิดชั่วร้าย หวังจะใช้เสี่ยวเป่าเป็นโล่มนุษย์ถ่วงเวลา แกพุ่งตัวเข้ามาหาเสี่ยวเป่าพลางสะบัดมือปล่อยซัดเข็มพิษวารีซ่อนเร้นใส่หน้าพ่อค้าหนุ่มทันที
"เฮ้ย! อยู่ดี ๆ ก็เอาของแหลมมาแจกกันหน้าด้าน ๆ แบบนี้เลยเหรอวะ!" เสี่ยวเป่าอุทานลั่น ทว่าเขาไม่ได้ขยับหลบ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เข็มพิษวารีปะทะเข้ากับรัศมีป้องกันโปร่งแสงของผ้ากันเปื้อนจักรพรรดิไร้พ่าย ก่อนจะร่วงหล่นลงพื้นกลายเป็นหยดน้ำธรรมดาในพริบตา กวนไห่เห็นดังนั้นก็เบิกตาโตด้วยความตกใจ คาดไม่ถึงว่ามนุษย์ที่ดูไม่มีพลังยุทธ์ตรงหน้าจะมีสมบัติป้องกันระดับสูงขนาดนี้ แรงเฉื่อยทำให้แกรถลันข้ามหัวเสี่ยวเป่าไปสะดุดล้อรถเข็นหยกเย็นคว่ำคะมำหน้าทิ่มดินอย่างหมดรูป กล่องไม้แกะสลักกระเด็นลอยมาตกอยู่ในมือของเสี่ยวเป่าอย่างแม่นยำราวจับวาง
"ขอบคุณสำหรับของขวัญแรกพบนะพี่ชาย" เสี่ยวเป่ายิ้มกริ่มพลางโยนกล่องไม้เล่นในมือ
ศิษย์พี่หญิงเสี่ยวหลานพุ่งร่างลงมาจากกลางอากาศ ปลายเท้าแตะพื้นดินอย่างนุ่มนวลราวนางตานี... เอ๊ย นางเซียนวารี นางรีบชี้ปลายกระบี่มาที่เสี่ยวเป่า ใบหน้างดงามนั้นซีดเผือดและมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นตามไรผม นางหอบหายใจรุนแรงจนแผงอกกระเพื่อมไหว พลังปราณธาตุน้ำรอบกายของนางปั่นป่วนและเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งจริงเกาะกุมตามท่อนแขนและลำคอ
"เจ้า... เจ้ามนุษย์ประหลาด! จงส่งกล่องสมุนไพรของสำนักข้าคืนมาเดี๋ยวนี้... อึก!" เสี่ยวหลานเอ่ยเสียงสั่นระริก ก่อนที่นางจะทรุดเข่าลงกับพื้นดิน เอามือกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำ ใบหน้างดงามพิมพ์ใจแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าซีด ราวกับร่างกายกำลังจะจับตัวเป็นน้ำแข็งจากภายใน
เสี่ยวเป่าเลิกคิ้ว มองดูอาการของนาง พลางลอบเปิดระบบตรวจสอบสถานะทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบผู้ฝึกตนสายวารี ‘เสี่ยวหลาน’ ระดับหลอมรวมพลังขั้นสูงสุด] [สถานะ: กำลังเผชิญหน้ากับภาวะ ‘ชีพจรเยือกแข็งกำเริบ’ เนื่องจากโคจรพลังปราณสายน้ำท่ามกลางอากาศชื้นหนาวนานเกินไป ร่างกายสะสมพิษความชื้นขั้นวิกฤต หากไม่ได้รับความร้อนและสารกระตุ้นรสจัดจ้านเพื่อขับพิษในทันที ร่างกายของนางจะแข็งตัวกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งภายในห้านาที!]
"อ้าว... ยัยคนสวยนี่กำลังจะกลายเป็นไอติมแท่งซะแล้วล่ะสิ" เสี่ยวเป่าลูบคาง พิจารณาดูสถานการณ์ "ระบบ... ทวีปนี้มันชื้นแฉะและหนาวเย็นจากภายใน สินค้าเดิมของข้าอย่างน้ำแข็งไสราดนมข้นหวานธรรมดา ถ้าให้นางกินเข้าไป ร่างกายไม่แปรสภาพเป็นช่องแช่แข็งตู้เย็นไปเลยเรอ?"
[ติ๊ง! คำแนะนำจากระบบ: โฮสต์ต้องผสมผสานศาสตร์ความเย็นและความร้อนเข้าด้วยกัน! ใช้ ‘ผงพริกขี้หนูสวนซาตานร้อยวิญญาณ’ ที่ระบบมอบให้ นำมาปรุงร่วมกับท็อปปิ้งเฉาก๊วยและซอสคาราเมลอุ่น เพื่อทำเมนูฟิวชันล้างชีพจร!]
"โอ้โห... เมนูหลุดโลกของจริงมาอีกแล้ว" เสี่ยวเป่าฉีกยิ้มการค้า แววตาทอประกายวิบวับ "เอาวะ ลองดูซักตั้ง ดับพิษความชื้นด้วยรสชาติเผ็ดร้อนสไตล์ไทยแท้ปะทะเกล็ดหิมะ!" ชายหนุ่มไม่รอช้า พลิกรถเข็นหยกเย็นตั้งตรง เริ่มต้นกระบวนการบรรเลงศาสตร์ของหวานข้ามมิติภาคใหม่ทันที โดยมีเวลาชีวิตของนางเซียนสาวเป็นเดิมพัน