กาลเวลาบนกำแพงเมืองชากังราวราวกับจะหยุดนิ่งลงในบัดดล...
เสียงอึกทึกของสงครามรอบด้านดูเหมือนจะเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงลมที่หวีดหวิวผ่านใบหู และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของทุกคนที่จับจ้องไปยังการเผชิญหน้า ณ ศูนย์กลางของสมรภูมิบนกำแพง
เบื้องหนึ่งคือ อ่องเมี้ยะ แม่ทัพร่างยักษ์แห่งกองทัพพม่า ร่างของมันสูงใหญ่กำยำดุจหมีควาย สวมทับด้วยเกราะเหล็กดำทมิฬที่สะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนดูน่าพรั่นพรึง ในมือของมันกุมขวานรบสองมือขนาดมหึมาที่อาบย้อมไปด้วยเลือดของเหล่าทหารสยามจนชุ่มโชก
ดวงตาของมันแดงก่ำเต็มไปด้วยจิตสังหารอันป่าเถื่อนและกระหายเลือด
คำอินทร์ใช้ "จิตสัมผัสกระแส" มองเห็นพลังงานของมันเป็นดั่งเปลวเพลิงสีแดงเข้มที่กำลังลุกท่วมอย่างบ้าคลั่ง...เป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่บริสุทธิ์และปราศจากความลังเลใดๆ
อีกเบื้องหนึ่งคือเด็กหนุ่มปริศนา...คำอินทร์ ร่างของเขาดูบอบบางและเล็กกว่าอีกฝ่ายเกือบเท่าตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่คือผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่มอมแมมและขาดวิ่น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินโคลน
ในมือของเขามีเพียงดาบเล่มเดียวที่ดูธรรมดาสามัญ...แต่กระแสพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นกลับลึกล้ำและเยือกเย็นดุจห้วงมหรรณพยามราตรี...เป็นพลังที่สงบนิ่ง...แต่ก็พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นยักษ์ที่สามารถโถมซัดทำลายทุกสิ่งได้ทุกเมื่อ
เจ้าพระยาเพชรพิไชยซึ่งบัดนี้ได้รับการปฐมพยาบาลจากทหารคนสนิทแล้ว ยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
เด็กหนุ่มคนนี้คือใครกันแน่? เขามาจากไหน? เหตุใดจึงมีฝีมือและจิตใจที่กล้าแกร่งถึงเพียงนี้?
อ่องเมี้ยะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น...เป็นเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและน่ารังเกียจ มันยกขวานรบขึ้นพาดบ่าอย่างโอหัง แล้วตวาดก้อง
"ไอ้หนูสยาม! กล้าดียังไงมายืนขวางทางข้า! หรือว่าชีวิตของมึงมันไร้ค่านัก!"
คำอินทร์ยังคงนิ่งเงียบ...แววตาของเขายังคงว่างเปล่าและเย็นชา...เขากำลังประเมินศัตรู...กำลังมองหาจุดอ่อน...และกำลังรอคอย...
ความเงียบของเขาดูเหมือนจะเป็นการหยามเกียรติอย่างที่สุดในสายตาของอ่องเมี้ยะ!
"หนอย! ไม่ตอบรึ! ดี! งั้นก็ไปคุยกับยมบาลในนรกเถอะมึง!"
"อ้ากกกกกก!"
แม่ทัพอสูรพม่าคำรามลั่น! มันกระทืบเท้าลงบนพื้นกำแพงจนสั่นสะเทือน แล้วพุ่งเข้าใส่คำอินทร์ราวกับกระทิงเปลี่ยว! ขวานรบสองมือในอุ้งมือของมันถูกเงื้อขึ้นสูงเหนือศีรษะ...แล้วฟาดฟันลงมาเป็นแนวดิ่ง...ด้วยพละกำลังมหาศาลที่ตั้งใจจะสับร่างของคำอินทร์ให้แยกออกเป็นสองซีก!
คมขวานที่หนักอึ้งแหวกผ่านอากาศจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว! แรงกดดันอันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจนทหารที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับต้องถอยกรู!
แต่คำอินทร์กลับไม่ถอย...
ในเสี้ยววินาทีที่คมขวานกำลังจะถึงตัว...ร่างของเขาก็พลันเลือนหายไป!
เขาใช้ "ย่างสามขุม" พลิ้วกายหลบไปทางด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว...รวดเร็วจนดูเหมือนเป็นเพียงภาพติดตา!
โครมมมมมมมม!
คมขวานของอ่องเมี้ยะฟาดพลาด...กระแทกเข้ากับพื้นศิลาแลงของกำแพงอย่างจัง! แรงปะทะทำให้เกิดประกายไฟแตกกระจายและเศษหินปลิวกระเด็นไปทั่ว! พื้นกำแพงบริเวณนั้นถึงกับแตกเป็นรอยลึก!
ความรุนแรงของการโจมตีเพียงครั้งเดียว...ก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนที่เห็นต้องกลืนน้ำลายด้วยความหวาดเสียว
"หน็อยแน่! ไอ้ลิงว่องไว!" อ่องเมี้ยะตวาดด้วยความโมโหที่โจมตีพลาด
แต่ในจังหวะที่มันกำลังจะเงยหน้าและดึงขวานขึ้นมานั้นเอง...คำอินทร์ก็ได้ฉวยโอกาสสวนกลับ!
ดาบในมือของเขากลายเป็นอสรพิษที่พุ่งเข้าฉก! เป้าหมายของเขาไม่ใช่ลำตัวที่สวมเกราะหนา...แต่เป็นช่องว่างระหว่างเกราะ...ที่บริเวณข้อพับแขน!
เคร้ง!
น่าเสียดาย...ปลายดาบของเขากลับปะทะเข้ากับแผ่นเหล็กเสริมที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะหนังอย่างจัง! มันทำได้เพียงแค่สร้างรอยขีดข่วนและทำให้มันเสียจังหวะไปชั่วครู่เท่านั้น!
คำอินทร์รู้ได้ทันทีว่าการโจมตีธรรมดาไม่สามารถทำอันตรายศัตรูผู้นี้ได้!
อ่องเมี้ยะเมื่อตั้งหลักได้ก็เข้าสู่ความคลุ้มคลั่ง มันหมุนตัวแล้วตวัดขวานเป็นวงกว้างในแนวราบ! บังคับให้คำอินทร์ต้องกระโดดถอยหลังเพื่อหลบคมขวานที่กวาดผ่านไปจนเกือบจะเฉือนหน้าอกของเขา!
การดวลบนกำแพงที่คับแคบได้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด!
มันคือการปะทะกันระหว่าง "พลัง" และ "ความเร็ว" ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว!
อ่องเมี้ยะเปรียบดั่งพายุคลั่ง...ทุกครั้งที่มันเหวี่ยงขวาน...มันคือการโจมตีที่รุนแรงและพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า คมขวานของมันไม่เพียงแต่มุ่งเป้าไปที่คำอินทร์...แต่ยังฟาดฟันเข้ากับกำแพง...เชิงเทิน...และแม้แต่ร่างของทหารที่ตายอยู่บนพื้น...จนแตกกระจาย! มันคือการอาละวาดของอสูรโดยแท้!
ส่วนคำอินทร์นั้น...เปรียบดั่งสายลมที่พัดผ่านช่องว่างของพายุ...เขาไม่เคยคิดจะปะทะตรงๆ...แต่ใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วที่เหนือกว่าในการหลบหลีก...เคลื่อนไหวไปรอบๆ ตัวของอ่องเมี้ยะ...ราวกับเงาที่จับต้องไม่ได้...
เขากระโดดข้ามร่างของทหารที่นอนตาย...วิ่งไต่ไปบนเชิงเทินที่แคบเพียงฝ่าเท้า...แล้วพุ่งกลับลงมาโจมตีจากมุมที่ศัตรูคาดไม่ถึง!
ฉึก!
ในที่สุด...ดาบของเขาก็หาช่องว่างจนเจอ! เขาสามารถตวัดดาบกรีดเข้าที่สีข้างของอ่องเมี้ยะในส่วนที่ไม่เกราะป้องกันได้สำเร็จ!
มันไม่ใช่บาดแผลที่ลึกนัก...แต่ก็มากพอที่จะเรียกโลหิตสีแดงเข้มให้ไหลซึมออกมาได้!
"อ๊าก! ไอ้เด็กเวร!" อ่องเมี้ยะคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและความอัปยศ! มันไม่เคยได้รับบาดแผลจากศัตรูที่ดูอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน!
ความเจ็บปวดนั้นทำให้มันยิ่งบ้าคลั่ง! มันไม่สนใจจะป้องกันตัวอีกต่อไป...แต่เปลี่ยนเป็นการระดมฟันขวานออกไปอย่างต่อเนื่องไม่ให้หยุดพัก! หวังว่าจะใช้การโจมตีที่หนักหน่วงบดขยี้ความเร็วของคำอินทร์ให้จนมุม!
คำอินทร์ถูกบีบให้ต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ...เขาเริ่มหายใจหอบถี่ขึ้น...การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอย่างต่อเนื่องนั้น...มันสูบฉีดพลังกายของเขาไปอย่างมหาศาล...
เขาพยายามมองหาจังหวะที่จะสวนกลับ...แต่การโจมตีที่บ้าคลั่งของอ่องเมี้ยะนั้นแทบจะไม่มีช่องว่างให้หายใจ...
และแล้ว...ในจังหวะที่คำอินทร์กำลังจะกระโดดหลบไปทางด้านข้างอีกครั้ง...อ่องเมี้ยะก็ทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง!
แทนที่จะฟันขวานลงมาตรงๆ...มันกลับใช้ "ท้ายด้ามขวาน" ที่เป็นเหล็กตัน...กระแทกสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว!
มันเป็นการโจมตีที่ไม่รุนแรงเท่าคมขวาน...แต่กลับรวดเร็วและอยู่ในระยะที่คำอินทร์หลบไม่พ้น!
ปั่ก!
ท้ายด้ามขวานที่หนักอึ้งกระแทกเข้าที่ชายโครงด้านซ้ายของคำอินทร์อย่างจัง!
ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสแล่นปราดไปทั่วร่าง! เขารู้สึกได้ถึงเสียงกระดูกซี่โครงที่ร้าว...อากาศในปอดถูกขับออกมาจนหมดสิ้น! ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปกระแทกกับเชิงเทินอย่างแรง!
"อึก!"
คำอินทร์ทรุดตัวลงกับพื้น...มือข้างหนึ่งกุมชายโครงที่เจ็บปวด...ไอออกมาเป็นเลือด! ดวงตาของเขาเริ่มพร่ามัว...ความเร็วที่เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของเขา...บัดนี้ได้ลดทอนลงไปอย่างมาก!
"ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็จับลิงได้เสียที!" อ่องเมี้ยะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันเดินย่างสามขุมเข้ามาหาคำอินทร์ที่บาดเจ็บอย่างช้าๆ...ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความสาแก่ใจ
ทหารพม่าที่อยู่รอบๆ ต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ! ในขณะที่ฝ่ายสยาม...รวมถึงเจ้าพระยาเพชรพิไชย...ต่างมีสีหน้าที่ซีดเผือดและสิ้นหวัง!
วีรบุรุษปริศนาของพวกเขา...กำลังจะพ่ายแพ้แล้ว!
"หมดฤทธิ์แล้วรึ...ไอ้หนู" อ่องเมี้ยะกล่าวเย้ยหยัน...มันมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคำอินทร์...แล้วเงื้อขวานรบสองมือของมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ...เตรียมที่จะเผด็จศึก...
คำอินทร์เงยหน้าขึ้นมองคมขวานที่กำลังจะฟาดฟันลงมา...ในแววตาของเขา...ไม่มีความหวาดกลัว...มีเพียงความเจ็บปวด...และความเด็ดเดี่ยวที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง...