โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

ตอนที่ 175 ปะทะยอดนักสู้

“ กระหม่อมเองพะยะค่ะ”

“ มึงเป็นมหาดเล็กของกู ยังไปช่วยมันทำไมวะ”

“ พระคุณของท่านออกญาที่ชุบเลี้ยงใหญ่หลวงยิ่งนัก กระหม่อมขอสู้ศึกครั้งนี้เพื่อทดแทนคุณ พะยะค่ะ”

“ ก็ได้ กูอยากรู้นัก คนญี่ปุ่นอย่างมึง เก่งแต่ใช้ดาบ หากเจอยอดมวยของกรุงศรีบ้าง มึงจะเก่งสักแค่ไหนกันวะ ไอ้ศรี ส่งคนของมึงไปจัดการกับมันซะ"

พระศรีสุธรรม เป็นน้องชายของพระเจ้าปราสาททอง ยกมือส่งสัญญาณ มีนักสู้เก้าคนเดินเรียงรายกันเข้ามา ด้านข้างพลับพลาที่ประทับ ร่างกายแต่ละคนนั้นดูสูงใหญ่กล้ามเป็นมัดๆ มีรอยสักกันเต็มตัวไปหมด

ขจรมองหน้าแต่ละคนแล้ว รู้สึกว่าตนเคยผ่านการต่อสู้แบบนี้มาแล้วในอดีตชาติ แต่เป็นที่กรุงอังวะ และเขาก็ตายที่นั่น แต่ครั้งนี้ เขาต้องสู้เพื่อไม่ให้ โออินบุตรของออกญาเสนาภิมุขต้องโทษประหาร  เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ต้องเปลี่ยนไป และตอนนี้เขาสัมผัสได้แล้ว ว่า องค์พระพุทธรูปศิลาเขียวอยู่ที่ไหน ดังนั้นศึกครั้งนี้เขาต้องชนะ และต้องรีบกลับอนาคตขืนอยู่ต่อ มีหวังประวัติศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงวุ่นวายแน่ 

คู่ต่อสู้คนแรก หลังจากไหว้ครูจบ ก็รุกเข้ามาหาขจรโดยไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า 

ใช้ลูกเตะเหวี่ยงเข้าใส่ไม่รอเข้าใกล้ ขจรจับขาที่เตะได้แล้วศอกลงไป ในท่าหักงวงไอยรา นักมวยคนแรก ถึงกับร้องลั่น ลงไปนอนกับพื้น ไม่สามารถยืนได้อีกเลย

คนดูรอบๆ ต่างอึ้งไปไม่คิดว่า คนญี่ปุ่นจะใช้แม่ไม้มวยไทยเป็น แต่ก็หวังว่าเจอครูมวยคนที่สอง ที่ร่างกายบึกบึน เป็นหมัดแดนเหนือ ก้าวเท้ามั่นคง ไม่ประมาทตั้งท่าการ์ดรัดกุม ขจรไม่สนใจ บุกเข้าใส่ระดมต่อยหมัดเข้าอย่างรวดเร็วจนแหวกการ์ดเข้าไป ตะบันหน้าของ ครูมวยเมืองเหนือ จนหน้าสะบัด แล้วสุดท้ายเจออัปคัตเข้าปลายคาง หงายผึ่ง ลงไปนอนพื้นเป็นคนที่สอง

“ ไอ้ศรี คนของมึงทำไม มันอ่อนด้วยอย่างนี้วะ หาคนที่เก่งกว่านี้ไม่มีแล้วไง”

“ พวกมันไม่ได้อ่อนด้อย แต่ไอ้เคนจิมันแกร่งเกินไป ทรงวางพระทัย คนที่ 3 นี้เป็นครูมวยจากนคร เก่งทั้งศอกและเข่า คราวนี้มันเจอของจริงแน่พะยะค่ะ”

นักสู้คนที่ 3 เดินขึ้นมาเป็นหนุ่มวัย 30 ปี ผิวกายมันแผล็บคล้ายทองแดง เดินเข้ามา ตั้งการ์ดมวยยกขาป้องกันพร้อม ขจรเดินเข้าหา   แล้วมันก็รีบพุ่งตัวเข้ามา แล้วใช้ศอกสับลงมาใส่หน้าของขจรอย่างรวดเร็ว แต่ถูกขจรถีบหน้าท้องกลิ้งไป มันลุกขึ้นมาได้แม้ว่าจะจุกแต่ก็เก็บอาการ มันยังใช้เข่าลอย พุ่งเข้ากระแทก ป้องกันการถีบแบบครั้งแรก

แต่ครานี้ขจรกลับเบี่ยงหลบ แล้วต่อยหมัดตรงเข้าใส่ โดนใบหน้าของมันเต็มๆ จนถึงกับหงายท้องหลับไปกลางอากาศ ไม่มีโอกาสต่อสู้ได้อีก

คนที่สี่คราวนี้ยัดว่านคงกระพันเข้าปาก ใช้ร่างกายที่หนากว่า เบียดเข้าแลกหมัดกับขจร หวังว่าใครอึดกว่า ก็ชนะไป แต่ว่ามันกลับคิดผิด มันถูกขจรต่อยอัดเป็นชุด ทำให้ลำตัวแดงกล่ำ ใบหน้าบวมปูดแม้ไม่เจ็บ แต่ว่าร่างกายนั้นไม่ไหวแล้ว สุดท้ายถูกต่อยเข้าปลายคาง ร่วงไปกองกับพื้น หมดสติไป แต่ว่า แขนทั้งสองยังทำท่าชกลมไปมา ตามสัญชาตญาณของมัน  กรรมการเห็นแล้วอดไม่ได้ ต้องช่วยพากันเอาแปลหามออกไปรักษาตัว

คนที่ห้า คราวนี้สักเสือแผ่น 9 ตัว กระโจนแบบเสือเข้าใส่ขจร แต่ไม่ทันเข้าใกล้ ก็ถูกเตะอัดเข้าลำตัว ซ้ายขวา จนเซไปมา พยายามจะท่องมนตร์ เพื่อเรียกพลังจากรอยสัก แต่ไม่ทันท่องจบ ก็ถูกเท้าของขจรฟาดเข้าที่ก้านคอหลับกลางอากาศไปอีกคน

“ บัดซบ  พวกมึงมันทำนักสู้กรุงศรีเสียชื่อหมด มึงหาที่เก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วหรือไงวะ”

“ นักสู้พวกนี้ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เคนจิมันเก่งกว่าก็เท่านั้น พระองค์คอยดูคนที่ 6 ให้ดี คนนี้ต้องเอาชนะมันได้อย่างแน่นอน มันไม่เคยแพ้ใคร มันสามารถอัญเชิญเทพวานรมาเข้าร่างมันได้ด้วย”

“ ขนาดนั้นเลยหรือวะ”

“ พระองค์จะได้เห็นความสามารถของมันเดี๋ยวนี้ พะยะค่ะ”

ไม่ทันที่พระศรีสุธรรมจะพูดจบ นักสู้คนที่ 6 ก็ส่งเสียงร้องเป็นลิง ถูกเตะกลิ้งไปมา ไม่อาจสู้ได้แม้แต่ท่าเดียว สุดท้าย ถูกเตะเข้าปลายคางจนต้องหามกันออกไปอีก

“ บัดซบ นี่หรือคนของมึง ที่คุยนักคุยหนา แค่คนญี่ปุ่นคนเดียวก็เอามันไม่ลงหรือไงวะ” พระเจ้าปราสาททองถีบพระศรีสุธรรมกระเด็นกลิ้งไปกับพูดด้วยความโมโห  พระศรีสุธรรมรีบคลานเข้ามาหา แล้วรีบเอ่ยต่ออย่างมั่นใจอีกว่า

“ ทรงพระทัยเย็นก่อน คนที่7 นี่เป็นครูมวยจากแดนอีสานปุระ ไม่เคยแพ้ใคร มันแข็งแรงดังโคถึก กระหม่อมเชื่อมั่นว่าต้องชนะมันได้แน่”

“ ให้มันจริงเถอะวะ” พระเจ้าปราสาททองไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่รอดูคู่ต่อไป

ครูมวยจากแดนอีสานปุระ ร่างกายใหญ่ร่างยักษ์ กล้ามเนื้อเป็นมัด แม้จะก็ถูกขจรเตะอัดไปหลายครั้งไม่รู้สึกอะไร  ครูมวยจากอีสานปุระ ก็หาได้สนใจกลับเดินหน้าใส่ลูกเดียว ขจรเห็นรอยสักยันต์เกราะเพชรเหมือนของตน 

“ มียันต์เกราะเพชรเหมือนเราด้วย มาลองดู มึงจะแกร่งสักแค่ไหนกัน”

ขจรปลดปล่อยพลังของตนออกจาก 30 % เพิ่มอีก 20%  เป็น 50 % เพราะไม่อยากเอาเปรียบนักสู้คนอื่นๆ แต่คนนี้กลับมียันต์เกราะเพชรคุ้มครอง เลยต้องเพิ่มพลังไม่อยากใช้เวลานาน

ครูมวยอีสานปุระ  ใช้ไหล่เข้าชน แล้วเหวี่ยงหมัดอันหนักเข้าใส่ขจร คราวนี้หวังว่าต้องโดนแน่ แต่ขจรกลับจับหมัดเอาไว้ได้ แล้วสะบัดศอกเข้าใส่ปลายคาง ทีเดียว ร่างครูมวยอีสานปุระ ถึงกับเซถลาลงไปเหมือนนกปีกหัก แล้วล้มฟุบไปนอนกับพื้นสลบไป

ขุนหลวง หันมามองหน้าน้องชาย ด้วยสายตาเย็นชา ส่่ายหัว ไม่รู้จะด่าอะไรอีกแล้ว พระศรีสุธรรมหน้าตาตื่น รีบบอกว่า

“ คนที่ 8 นี้เป็นนักมวยอาสาฮอลันดา คราวนี้แค่ยืนมันระบายลมหายใจออกมา ไอ้ญี่ปุ่นนี้ก็ปลิวแล้ว”

ขุนหลวงไม่อยากจะด่าแล้ว หันกลับไปดูที่ลานประลอง ฝรั่งชาวฮอลันดา แทรกคิวขึ้นมาดันครูมวยคนที่ แปดเลยไม่ได้มีโอกาสขึ้นสู้ พอมายืนคู่กับขจรเหมือนยักษ์กับเด็กน้อยเลย

“ เจ้าเป็นนักสู้กรุงศรีตั้งแต่เมื่อไรกัน” ขจรเอ่ยถามมันด้วยภาษาอังกฤษ มันดันเข้าใจแล้วตอบกลับมาว่า

“ ไอเป็นนักสู้กรุงศรี เมื่กสักครู่นี้เองเว้ย”

ไอ้ยักษ์ฮอลันดาพูดจบ ก็ถีบเท้าใส่ขจร ที่หลบฉากออกมา ทางขวาแล้วถีบเข้าซี่โครงของมัน จนมันเซถลาไป พอมันตั้งหลักได้ มันวิ่งเข้าชนเหมือนวัวกระทิงไม่มีผิด ขจรใช้เท้ายันที่หัวของมันเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังของมันได้ ต้องตีลังกาถอยหลังไปหลายก้าว มันก็ยังวิ่งเข้าใส่อีก ขจรก็พุ่งเข้าหาแต่ใช้เข่าลอยพุ่งเข้าปะทะกับหัวของมัน

โครม !!

ขจรถูกกระแทกกระเด็นไป แต่ก็เปิดเลือดหัวของมันออกมาได้ หน้าผากของมันมีรอยแตกขึ้นมา เลือดไหลออกมาเต็มหน้าของมัน

“ มึงตาย” 

คราวนี้มันพูดไทยชัดแจ๋ว แล้ววิ่งเข้ามาจะกอดร่างของขจรหมายจะรัดให้แหลกละเอียด ขจรก็ยังคงพุ่งกระโดดเข้าใส่ แต่ว่ากลับถูกมันรัดลำตัวเอาไว้ ขจรใช้ศอกคู่กระแทกลงที่กระดูกไหปลาร้าของมันทั้งสองข้าง ดัง   กร๊อบ !!

แขนของมันลู่ลงไปแนบกับลำตัว ขจรโน้มหัวของมันลงมาแล้วเอาเสยเข่ากระแทกใบหน้าของมันไปสองที  จมูกของมันถึงกับยุป ฟันร่วงแทบหมดปาก ลงไปคุกเข่าตาลอย ขจรเหวี่ยงเท้าเข้าก้านคอไปอีกที คราวนี้ร่างยักษ์ล้มกับพื้นฝุ่นตลบ

“ เยี่ยม มันต้องอย่างนี้ มหาดเล็กของกู” คราวนี้ พระเจ้าปราสาททองหันมาเชียร์ขจรเสียแล้ว

“ ขุนหลวง ทรงเข้าข้างผิดแล้วพระเจ้าค่ะ” พระศรีสุธรรมเอ่ยเตือน

“ มึงไม่ต้องพูดมาก มึงเอาคนของมึงที่เหลือออกมาเลย กูอยากรู้นัก ว่าพวกมันจะล้มไอ้เคนจิได้หรือเปล่า”

พระศรีสุธรรมยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกนิ้วออกไปสองนิ้ว บอกให้ส่งคนที่เหลือออกไปเลย

มีชายใส่เสื้อคลุมพุ่งตัวออกมา 1 คน แล้วโจมตีใส่ขจรด้วยฝ่ามือ ขจรต่อยหมัดออกไปต้านทาน แต่ต้องถอนหมัดออกมากระทันหัน เพราะฝ่ามือของมันมีงูพิษตัวใหญ่ พุ่งเข้าฉกกัด ทำให้ขจรต้องถอยห่างออกมา คนดูถึงกับส่งเสียงร้องอย่างหวาดเสียว แต่ก็ปรบมือเชียร์ไอ้หนุ่มหมัดอสรพิษ

“ ไอ้บ้าเล่นใช้จงอางพิษ มาช่วยเลยหรือไงวะ”

ขจรไม่ทันที่จะใช้พลังเพิ่ม ไอ้หนุมจงอางพิษก็เข้ามาโจมตีอีกครั้ง ขจรได้แต่หลบเจ้างู จนถูกหมัดของไอ้หนุ่มชกเข้าที่หน้าอกจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว มันยังคงโจมตีไม่หยุด แต่คราวนี้ขจรต่อยหมัดสวนกลับไป ไม่สนเจ้างูจงอางที่แยกเขี้ยวขู่ฟ่อออกมา หมัดของขจรพุ่งไป เจ้างูจงอางอ้าปากรองับ ทุกคนต่างหวาดเสียว แต่ชั่วพริบตา เจ้างูจงอางยักษ์ก็หายไป หมัดของขจรก็ตะบันหน้าเจ้าหนุ่มหมัดอสรพิษจนกระเด็นหงายหลังไปนอนกับพื้น

ที่แท้เจ้อสรพิษน้อย โผล่ออกมาแล้วกลืนเจ้าจงอางยักษ์ลงท้องไปแล้วนั่นเอง

ขจรเดินเข้าไปหา ไอ้หนุ่มอสรพิษ ที่ลุกขึ้นยืน พร้อมจะสู้ต่อ แต่ทางขวามือ กลับมี เสือโคร่งตัวใหญ่ วิ่งเข้ามาด้านข้างอ้าปากงับหัวขจรเหมือนกับว่า เป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว

“ ไอ้บ้า นี่มึงทำอะไร นี่มันใช่การต่อสู้ด้วยมือเปล่ายังไงวะ มึงเอาสัตว์ร้ายมาสู้กับมันได้อย่างไร”

“ ก็สองคนนี้มันเป็นนักสู้มือเปล่าเรียกว่า หมัดจงอางอสรพิษ กับ หมัดพยัคฆ์คำรณ ส่วนเสือหรืองู กระหม่อมไม่รู้ว่า พวกมันจะหลุดออกมาช่วยนายของมัน ขุนหลวงจะให้กระหม่อมหยุดการต่อสู้หรือไม่ พระยะค่ะ”

“ ไม่ต้อง กูก็อยากรู้ ว่าไอ้เคนจิ มันจะทำอย่างไร”

ขจรโมโหมากที่ถูกเล่นโกงแบบนี้ ตกลงกันแค่ 9 คนแต่ดันปล่อยมาเป็นสิบคน แถมยังมีสัตว์เลี้ยงออกมาช่วยอีก  เลยปล่อยพลังออกมาทั้งหมดออกมา พอเสือพุ่งเข้ามาหมายจะกัด ก็ถูกขจรเตะเข้าปากเสือ จนกระเด็นกลิ้งไป พอมันยืนได้ ก็มีเสียงสายลมแหวกมาทางด้านหลัง มีชายคนหนึ่งสวมถุงมือที่เป็นกรงเล็บเสือพุ่งมาตะปบใส่ อย่างโหดเหี้ยม ขจรหันหลังกลับ แล้วต่อยหมัดสวนกลับไป ถุงมือกรงเล็บเสือของมันถึงกับฉีกขาด ข้อมือของมันถึงกับหักดัง  เป๊าะ !!  ลงไปนอนครวญคราง เสือกระโดดเข้ามาจากด้านข้างอีก ถูกขจรต่อยหมัดอัปคัตเข้าปลายคางเสือ จนลอยลิ่วขึ้นไปบนอากาศ เขี้ยวเสือหลุดกระเด็นออกไป  ก่อนที่จะตกลงมาดังตึ๊บ นอนแน่นิ่งไป เลือดไหลออกมาจากปาก

ไอ้หนุ่มอสรพิษ ทำท่าจะเข้ามาอีก แต่พอเห็นแบบนี้ ถึงกับยกมือขอยอมแพ้

ขจรชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ ผู้คนรอบสนามส่งเสียงดังกึกก้อง ชืมชมเคนจิ

“ อืม มึงเก่งจริง ปล่อยเจ้าโออิoกลับไป ต่อไปนี้ห้ามเหยียบกรุงศรีอีกเป็นอันขาด”

“ ไอ้เคนจิ มึงเสร็จธุระแล้ว ไปรายงานตัวกับกูที่วังหลวงด้วย”

“ กระหม่อมขอตัวไปไหว้ พระพุทธรูปศิลาเขียวก่อนนะพระเจ้าค่ะ”

“ เออ มึงไปเถอะ ตอนนี้คงอยู่ที่วัดพระมหาธาตุเรียบร้อยแล้ว”   พระศรีสุธรรมคุกเข่านั่งเงียบๆ อยู่ด้านข้าง พระเจ้าปราสาททอง มองแล้วยังคงพิโรธไม่หาย จึงได้ถีบหน้าพระศรีสุธรรมกลิ้งตกพลับพลาประทับไปในทันที

ขจรหันไปมอง ท่านทูตญี่ปุ่น ที่พยักหน้า แล้วพากันไปที่ วัดมหาธาตุทันที

พอเข้าไปภายในวัด ก็พบว่า มีคนมากมายต่างเข้ามารอเข้าไปกราบไหว้กันเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้ มีทหารจากวังหลวงมาคอยอารักขาด้านนอก คอยกันผู้คนเพื่อไม่ให้เข้าไปด้านในพระอุโบสถ คงมีคนสำคัญกำลังกราบไหว้อยู่ แต่พอเห็นออกญาเสนาภิมุข ก็ได้แต่ปล่อยให้เข้าไปด้านใน พระอุโบสถ

ทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านใน ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาเขียว โดยที่ด้านหน้าขจรเห็นเด็กน้อยเกือบสิบคนวัย 15-16 ปี กำลังไล่ทุบตี เด็กน้อยวัย 4-5 ขวบสามคนมีเด็กน้อยคนหนึ่ง เอาตัวบัง เด็กวัยรุ่นไม่ให้มาทำร้ายเด็กน้อยอีกสองคนได้ มีทหารองครักษ์สิบกว่าคนยืนมองเฉยไม่ช่วยอะไร

ขจรเดินเข้าไปห้ามเด็กวัยรุ่นทั้งสิบ แต่พวกมันกับ พุ่งตัวเข้ามาต่อยตี ขจรที่เข้ามายุ่งเรื่องของมัน เลยถูกขจรอัดลงไปกองกับพื้นทั้ง สิบคน ทหารองครักษ์ขยับตัวจะเช้ามาช่วยเหลือ แต่ถูกคนของออกญาเสนาภิมุขเข้ามาขัดขวางเอาไว้ จึงได้แต่มองด้วยความไม่พอใจ

“ พวกเจ้าเป็นหมาหมู่หรือไง ถึงได้รังแกเด็กน้อยสามคนนี่”

“ บังอาจ นี่เจ้าอยากถูกตัดหัวหรือยังไง กล้าพูดจาลบหลู่พระองค์ไชย ราชโอรสองค์โตของพระอัครมเหษี” เด็กน้อยคนหนึ่งเอ่ยออกมา ขจรเดินเข้าไปตบมันจนหัวทิ่มพื้น

“ ไหน คนไหนคือพระองค์ไชย” ขจรเดินเข้าไปหมายจะสั่งสอน แต่ก็มีเด็กวัยรุ่นก้าวเข้ามาขัดขวางทั้งหมด เหมือนกับว่ายอมตายไม่ให้ขจรเข้าใกล้ พระองค์ไชย

ขจรมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าใครคือพระองค์ไชย

“ เห็นแก่พวกเจ้ามีความภักดี ข้าจะไม่ลงโทษพวกเจ้าอีก องค์ไชยเจ้าเป็นถึงโอรสองค์โต เหตุใดถึงรังแกผู้อื่นเช่นนี้”

“ ก็แค่ลูกมเหสีรอง มันกล้ามาไหว้พระก่อนข้า ลงโทษมันแค่นี้สมควรแล้ว”

“ ข้าขอเตือนเจ้า พวกเขาต่างก็เป็นน้องของเจ้า อย่าได้คิดรังแกพวกเขาอีก ไสหัวไปซะ”  ทั้งหมดทำท่าฮึดฮัด จะไม่ยอมไป  จนขจรต้องไล่เตะก้นของพวกมันจนแตกฮือ หนีกันไปหมด

“ ขอบคุณท่านอาที่ช่วยเหลือ”  เด็กหนุ่มคนพี่เอ่ยขอบคุณขจร เด็กน้อยสองคนดูเหมือนเป็นน้องสาวกันน้องที่หน้าตาน่ารักเกาะแขนพี่ชายเอาไว้ อย่างหวาดกลัว

“ ไม่เป็นไร พวกเจ้าชื่ออะไรกัน”

“ เราคือ พระสุรินทรกุมาร นี่น้องชายเจ้าฟ้าน้อย และ น้องสาวเราเจ้าฟ้าศรีสุวรรณ”

ขจรตกใจยิ่ง พระสุรินทรกุมารต่อมาเป็นกษัตริย์นามว่าสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระขนิษฐาคือ หลวงโยธาทิพย์ และ น้องชายคือ เจ้าฟ้าน้อย นึกไม่ถึงจะได้มาเจอกันในลักษณะนี้ จึงกระซิบบอกออกไปว่า

“ ต่อไปท่านจะได้ชื่อใหม่ว่า สมเด็จพระนารายณ์ จากนั้นท่านจงระวัง พระเจ้าอาศรีสุธรรม เมื่อถึงเวลาลงมือ ก็อย่าได้ไว้ไม่ตรีเป็นอันขาด”

“ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”

“ เรื่องราวขอยุติเพียงเท่านี้ ข้าขอลาก่อน”

ขจรพูดจบก็เดินเข้าไปหาพระพุทธศิลาสีเขียว แล้วพาร่างของท่านทูต ลูบขาของพระพุทธรูปสามรอบ แล้วร่างของขจรก็หายไป ท่านออกญาเสนาภิมุขก็ค่อยๆ สลบไป แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา

“ ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ออกญาเสนาพิมุขออกไปก็พบกับ โออิลูกชาย ที่รีบบอกให้เสด็จกลับ เมืองนครกันได้แล้ว

“ ท่านพ่อ แล้วเคนจิล่ะขอรับ”

“ หือ ข้าไม่เห็นมันเลย มันมาด้วยเหรอ?”

ทั้งหมดต่างตามหาเคนจิกันแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็หาได้เจอไม่ พระเจ้าปราสาททองถึงกับบ่นเสียดาย ไม่คิดว่าจะเคนจิจะหายตัวไปแบบนี้ ในใจพลันโกรธแค้น ออกญาเสนาภิมุข ที่คงรู้ว่า จะต้องสูญเสียมือดีมาเป็นมหาดเล็ก เลยคิดลอบสังหารเคนจิไปแบบเงียบๆ ไปแล้ว ทำให้ทรงมีความแค้นกับ ออกญาเสนาภิมุขเพิ่มขึ้นไปอีก จนกระทั่งออกญาเสนาภิมุข บาดเจ็บจากการไปปราบกบฏที่ปัตตานี พระเจ้าปราสาททอง จึงส่งคนจากวังหลวงมอบยารักษา ที่มีส่วนผสมของพิษงูกับยางไม้ ทำให้ออกญาเสนาภิมุขต้องถูกพิษตายไป โออินโกรธแค้น รองเจ้าเมืองนคร และเมียที่พระราชทานมาให้ โดยรู้เห็นเป็นใจทำให้บิดาของตนต้องตาย สุดท้ายเลยนำกำลังเข่นฆ่า คนในราชสำนักนครศรีธรรมราชจนตายหมด จนชาวบ้านต่างลุกฮือขับไล่ จนต้องหนีไปรับราชการที่เขมรจนสิ้นอายุขัย

ขจรมาโผล่ที่วัดหน้าพระเมรุ พร้อมกับวิญญาณของท่านทูตญี่ปุ่น แล้วขจรก็พาวิญญาณท่านทูตกลับเข้าร่าง แต่พอฟื้นขึ้นมา ท่านกลับลืมหมดสิ้นทุกอย่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

หมอท่านอื่นต่างขอบคุณ อาจารย์หมอธารินทร์ ที่ได้ช่วยท่านทูตในครั้งนี้

ซึ่งอาจารย์หมอก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วหันมาเอ่ยกับขจรเบาๆว่า

“ ขอบใจเธอมากนะ”..

คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.44M 2988
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.76M 3640
เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
195K 399
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

นิยาย แฟนตาซี
71K 458
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.13M 1288
เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
85K 247