สตรีในอาภรณ์ดำยืนระบายอารมณ์กับต้นดอกไม้ข้างวังอย่างอารมณ์เสีย
"คุณหนูโจวระบายอารมณ์กับต้นดอกไม้ไปก็ไร้ประโยชน์ ให้ข้าช่วยท่านดีหรือไม่"
"เจ้าเป็นใครกัน"
"ข้าเป็นใครนั้นคุณหนูโจวมิต้องทราบหรอก รู้เพียงว่าวันท่านกลับข้าจะพานางไปมอบให้ท่านอย่างแน่นอน"
พูดจบสตรีแปลกหน้าได้เดินหายไปในความมืดทันทียังมิทันที ขณะที่โจวเป่ยซิงกำลังจะหายงงกลับมีสตรีอีกนางเดินเข้ามาหาหญิงสาว
"คุณหนูโจว แค้นครั้งนี้ของท่านมอบให้ข้าจัดการได้เลยข้ารับรองได้ว่าคุณหนูจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน"
"เหตุใดข้าต้องให้เจ้าช่วย"
"เพราะข้าก็แค้นนางไม่ต่างจากท่านนักหรอก"
"เจ้ามีความแค้นอันใดกับนางกัน"
"เรื่องนั้นคุณหนูโจวมิต้องรู้หรอก ก่อนท่านออกจากเมืองนางจะอยู่ในมือท่านอย่างแน่นอน"
พูดจบหญิงสาวแปลกหน้าได้หายไปในความมืดอีกคน โจวเป่ยซิงมองไปตามทางที่สตรีแปลกหน้าทั้งสองหายไปก่อนจะยกยิ้มให้กับตัวเอง 'เรื่องนี้เห็นทีจะง่ายกว่าที่คิด ช่วยไม่ได้ที่ศัตรูของเจ้าเป็นพันธมิตรกับข้า ในตอนนี้เรื่องก็ง่ายขึ้นอีกเยอะ'
ในห้องที่มีเพียงจิ่งอันนั่งอยู่ หญิงสาวนั่งคิดอะไรสักพักก่อนจะมองรอบ ๆ ที่ว่างเปล่า ก่อนกลับฮ่องเต้มีธุระกับเซียวมู่หรงจึงเป็นเหตุให้นางต้องกลับเองแต่เพียงผู้เดียว
"ไป๋จูไป๋จี๋"
หญิงสาวเรียกเบา ๆ ในความมืด ไม่นานจึงปรากฏร่างบุรุษสองคนคุกเข่าตรงหน้านางทันที
"พระชายา"
"เรื่องที่ข้าสังหรณ์ใจคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานอย่างแน่นอน เจ้าทั้งสองจงจำไว้ว่าอย่าขัดขวางอย่างเด็ดขาดปล่อยให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น"
"แต่หากเป็นเรื่องที่ทำให้พระชายาเป็นอันตรายเกรงว่า...."
"เรื่องนั้นพวกเจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป ข้ารู้ว่าข้าทำอะไร"
หญิงสาวล้วงลงไปในอกเสื้อก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งออกมาให้ไป๋จูและไป๋จี๋
"นี่คือจดหมายที่ข้าเขียนไว้ ยามที่เกิดเหตุอันใดขึ้นกับข้าให้เจ้านำจดหมายนี้มอบให้กับท่านอ๋อง จำไว้ว่าอย่าให้ท่านอ๋องรู้ว่าพวกเจ้ารู้เรื่องนี้มาก่อน และอย่าให้ใครรู้ว่าข้ารู้และได้ตระเตรียมอะไรไว้สำหรับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น"
บุรุษทั้งสองมองหน้ากันอย่างสงสัย
"พระชายาคิดว่าจะเกิดอันใดต่อไปพะยะค่ะ"
"ข้าคิดว่าอีกไม่นานคุณหนูโจวคงต้องหาทางกำจัดข้า แต่ก่อนที่นางจะทำอันใดข้าต้องชิงลงมือก่อน ส่วนท่านอ๋องนั้นเมื่อได้รับจดหมายจากข้าคงทำให้เขาสงบใจลงได้บ้าง ข้ามิอยากให้เกิดสงครามหรือสร้างความเดือดร้อน หากเขารู้ว่าใครคิดทำการอันใดกับข้า การที่ข้าแบบนี้จะเป็นการดีที่สุด"
"แต่พระชายา..."
"ข้ารู้ว่าข้าทำอะไร พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ไปพักเถอะพรุ่งนี้พวกเจ้ายังต้องทำงานให้ข้าอีกมาก"
"พะยะค่ะ"
"เสี่ยวเถาเจ้าอยู่ข้างนอกหรือไม่"
ไร้ร่างบุรุษในชุดดำทั้งสิงจิ่งอันเอ่ยเรียกเสี่ยวเถา บ่าวรับใช้ประจำตัวรีบเข้ามาในห้องในทันที
"คุณหนูไม่สบายตรงไหนหรือไม่เพคะ"
"เจ้านำจดหมายนี้ไปให้บุคคลตามจ่าหน้าซองนี้ที หลังจากนั้นทำตามที่ข้าเคยกำชับเจ้าเมื่อก่อนหน้านี้ไว้"
"คุณหนูแน่ใจแล้วหรือเพคะ"
"คงถึงเวลาแล้ว เจ้ารีบไปเถอะ"
แม้เสี่ยวเถาจะมิเข้าใจความคิดของคุณหนูตนแต่นางก็รีบออกไปทำตามคำสั่งจิ่งอันในทันที จิ่งอันเดินออกไปเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมก่อนจะทอดถอนใจ 'คงถึงเวลาแล้วสินะที่ข้าต้องพาปีศาจน้อยออกผจญภัย' หญิงสาวลูบท้องของตนเบา ๆ ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใจลอย
เสียงผู้คนคุยกันฟังไม่ได้ศัพท์ขบวนรถม้าของแต่ละเมืองต่างตระเตรียมสัมภาระเพื่อกลับเมืองของตนอยู่หน้าประตูเมือง หลังจากเสร็จพิธีฉลองพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้ต่างมิได้รั้งอยู่เมืองหลวงนานนัก บ้างก็กลับในวันรุ่งขึ้นหลังจากเสร็จงานฉลองบ้างก็รั้งอยู่ 1-2 วัน มีเพียงขบวนของแคว้นโจวเท่านั้นที่รั้งอยู่นานร่วมสัปดาห์
"เจ้ารอใครอยู่หรือเป่ยซิง"
โจวหุ้ยเอ่ยถามน้องสาวของเขาอย่างสงสัย สตรีในอาภรณ์สีดำตกใจเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อปกปิดพิรุธขอตนเอง
"ปะ เปล่าเจ้าค่ะ ข้าเพียงเบื่อ ๆ จึงออกมาเดินเล่นเท่านั้น"
"เช่นนั้นก็รีบเตรียมตัวเถอะ ใกล้จะถึงเวลาออกเดินทางแล้ว"
"เจ้าค่ะ"
แม้จะรับคำจากโจวหุ้ยแต่หญิงสาวกลับให้บ่าวรับใช้คนสนิทยืนรอแทนนางอยู่ตรงนั้นก่อนที่ตัวนางจะเดินตามโจวหุ้ยพี่ชายไป
"เพล้ง"
เสียงแก้วกระเบื้องตกแตกดังขึ้นภายในห้องของเซียวจิ่ว
"เจ้าว่าอะไรนะ"
"พระชารอง ข้าได้ให้คนตามหาตัวพระชายาอ๋องสี่จนทั่วแล้วแต่กลับไร้ร่องรอยเพคะ ไม่ว่าในจวนหรือที่ใด"
คิ้วน้อยบนใบหน้างามขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยกขึ้นอย่างพอใจ
"งานนี้ข้าอาจมิต้องออกแรงก็เป็นได้ อาจมีผู้อื่นทำแทนแล้ว"
"พระชารองหมายถึง"
"ถูกต้อง อาจเป็นจิ่งรั่วน้องสาวของนาง"
"แต่ดูเหมือนที่หม่อมฉันได้ยินมาทางพระระชายารองอ๋องหุ้ยเองก็ตามหาพระชายาอ๋องสี่เหมือนกันเพคะ"
"ตามหานางเหมือนกัน เช่นนั้นนางหายไปไหนกัน"