74 1-2
ตอนที่133 อสรพิษมหึมา (1)
ทันทีที่เงยหน้าขึ้นนางก็เห็นหลิวซูกำลังนั่งแกว่งขาห้อยลงมาจากกิ่งก้านต้นไม้ยักษ์หลับตาเล็กน้อยเป่าใบไม้สีเขียวเรียบในมือ เพียงริมฝีปากแตะสัมผัสตัวใบ ก็มีเสียงเป่าคล้ายขลุ่ยเล็ดลอดออกมาจากช่องว่างเล็กๆผ่านริมปากดังกล่าว
“หลิวซูนี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? มีอะไรอยู่ที่นี่กันแน่?”
เซียถงเงยหน้าแช่มเอ่ยถามเสียงลือลั่น
หลิวซูลืมตาตื่นขึ้นในทันใดเคลื่อนสายตากดต่ำจับจ้องไปที่เซียถงพร้อมรอยยิ้มบางประดับ เผยเงาประกายส่องแสงแพรวพราวจากนัยน์ตาสีแดงทับทิมสวยทวงทำนองเสียงขลุ่ยยังคงฟังดูน่าหดหู่เศร้าหมองดังขึ้นผ่ารืมฝีปาก
ความหวาดกลัวภายในใจของเซียถงมิได้ลดลงเลยสักนิดทั้งที่รู้แล้วว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากตัวหลิวซู ในทางตรงข้ามทั้งความวิตกกังวลและความกลัวกลับพรั่งพรูถาโถมเข้าสู่จิตใจของนางมากขึ้นเรื่อยๆดูเหมือนว่า สาเหตุที่แท้จริงจะมาจากเสียงเป่าขลุ่ยใบไม้ของนาง เซียถงฟัดฟันแน่นระดมพลังลมปราณหนึ่งส่วนควบแน่นผนึกลงบนสองฝ่าเท้าและเริ่มปีนป่ายขึ้นไปหาหลิวซูอย่างว่องไว
แต่ทันทีที่คู่เท้าของนางลอยขึ้นจากพื้นก็บังเกิดแรงสั่นสะท้อนรุนแรงขึ้นจากภาคพื้นเสมือนแผ่นดินไหวทั่วทั้งป่าสั่นสะเทือนรุนแรง พื้นที่บางแห่งยกตัวขึ้นสูงขึ้นฉับพลันและก็มีพื้นที่บางส่วนทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังจะมีบางสิ่งบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน พริบตาต่อมาพื้นดินใต้ร่างเซียถงที่กำลังปีนป่ายเกิดสภาวะยุบตัวฉับพลันเป็นหลุมลึกขนาดมหึมาเศษดินเศษฝุ่นคลุกฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ
เซียถงตั้งหน้าตั้งตารีบปีนป่ายขึ้นต้นไม้โดยไวแต่ทันใดนั้น นางก็รู้สึกว่าต้นไม้ที่กำลังปีนอยู่ค่อยๆหดตัวทรุดลงคล้ายกับกำลังถูกพื้นดินกลืนกินทั้งลำลงไป ด้วยความสงสัยจัด นางจึงเหลียวหลังหันมามองสิ่งแรกที่เห็นคือปากที่ฉีกกว้างขนาดใหญ่ยักษ์สีแดงฉานประดุจบ่อโลหิตยักษ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวฉุนหากนางเผลอพลัดตกลงไปในปากที่อยู่ใต้ล่าง มีหวังถูกกินทั้งเป็นแน่นอน
เซียถงใช้ประโยชน์จากคลื่นพลังลมปราณที่ควบแน่อยู่บนฝ่าเท้าทั้งสองออกแรงส่งดีดตัวเอง กระโดดหนีไปยังต้นไม้อีกต้นที่อยู่เคียงข้างร่างเรียวบางของหญิงสาวพวยพุ่งออกไปจากต้นสู่ต้น เสมือนศรธนูที่พวยพุ่งออกไป
ต้นไม้ยักษ์หักโค่นถล่มลงมาอสรพิษร่างมหึมาสีครามเขียวค่อยๆ เชิดศีรษะทรงสามเหลี่ยมขึ้นมองแช่มดวงเนตรกลมโตสีมรกตประกายจ้องเขม็งไปที่เงาร่างอรชรของหญิงสาวที่กระโดดข้ามไปมาอยู่กลางเวหาหากเทียบกับขนาดตัวของมันแล้ว ดูเหมือนว่าตัวเซียถงไม่ต่างอะไรกับเม็ดฝุ่นเลย
หลิวซูกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนศีรษะของอสรพิษมหึมาตนนั้นกวาดสายตาติดตามมองเซียถง เจือผสมแววรังเกียจสบประมาทสะท้อนผ่านสายตา ภายในหัวคิดเพียงว่าอาจหาญต่อกรกับจิตวิญญาณแห่งกระบี่ทัณฑ์ฟ้า โดยอาศัยเพียงเศษเสี้ยวพลังเท่านี้นับว่าติดพันความตายอย่างแท้จริง เขายกขลุ่ยใบไม้ขึ้นประกบริมฝีปากอีกคราเสียงขลุ่ยห้วงทำนองแปลกประหลาดเล็ดลอดเปล่งดังออกมาอีกคราว
คล้อยหลังได้ยินห้วงทำนองจากเสียงขลุ่ยดังกล่าวคู่สายตาอสรพิษที่ดูสงบเสงี่ยมเริ่มฉายแววดุร้าย นัยน์ตาเรียวยาวตั้งตรงตีบเล็กฉายรัศมีจิตสังหารโฉบวาบ ลำตัวยาวใหญ่สั่นเทิ่มเล็กน้อยเข้าตวัดหางสีครามเขียวมหึมาปิดแผ่นฟ้า กวาดไปทางเซียถงทันที
เซียถงกระโดดข้ามผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า จู่ๆ คล้ายมีเศษหินดินทรายพัดกระโชกเข้าใส่ ทันทีทันใดแลเห็นเงามืดขนาดมหึมาบดบังแสงตะวันสอดส่องอันน้อยนิดตรงหน้านางพอแหงนศีรษะมองขึ้นสูง ก็พบว่าเป็นหางอสรพิษขนาดใหญ่ยักษ์เกินพรรณนาหวดลงมาทับใส่นางโดยตรง หางที่ว่านั้นหนามากและยังหนาเสียยิ่งกว่าหางของงูในป่าก่อนหน้าที่เจอนับพันหมื่นตัวมามัดรวมกัน!
เซียถงพยายามหาที่กำบังซ่อนตัวแต่เนื่องด้วยหางอสรพิษมหึมาเหวี่ยงสะบัดอย่างบ้าคลั่งไม่มีหยุดจึงก่อให้เกิดเกลียวคลื่นพายุรุนแรงพัดร่างบางของนางกวัดแกว่งไปมากระทั่งจะทรงตัวให้มั่นคงยังเป็นเรื่องยากจนท้ายที่สุดนางไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้อีก พอเห็นว่าเหยื่อจนมุมหางอสรพิษมหึมาพลันเข้าตวัดโอบรัดรอบตัวนางในบัดดล
หางอสรพิษเคลื่อนบิดเกลียวกอดรัดร่างของเซียถงแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่องกระดูกทั่วร่างกายาของนางส่งเสียงดังลั่นเปรี๊ยะปร๊ะแทบแตกเป็นเสี่ยงถูกพละกำลังมหาศาลของหางอสรพิษร้ายเข้าบีบเคล้นอย่างหนักโฉมหน้าอันงดงามของนางกลายเป็นสีซีดเผือด ปราศจากเลือดหล่อเลี้ยงเนื่องด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุดเจียนสิ้นสติ
นางกัดฟันกรอดระดมขุมพลังแห่งขอบเขตเสาหลักฟ้าทั้งหมดที่เหลือเข้าควบแน่นผนึกทั่วกายาเพื่อปกป้องอวัยวะภายในร่างกายของนาง สร้างเป็นปราการป้องกันหนาแน่นมือข้างขวาถือมีดสั้นพยายามกระหน่ำแทงใส่หางอสรพิษไม่หยุดมือ
แต่เกล็ดหนาสีครามสะท้อนเขียวที่เรียงรายบนหางของอสรพิษตนนี้ช่างทนทานและแข็งแกร่งผิดวิสัยคมมีดในมือเซียถงไม่สามารถฝากฝังร่องรอยใดๆ ไว้บนนั้นได้เลยเมื่อเห็นว่ามีดสั้นดังกล่าวไม่สามารถเจาะเกล็ดหนาของมันเข้า เซียถงจึงเปลี่ยนวิธีใช้ปลายแหลมของมีดสั้นเสียบแทรกเข้าไปในช่องว่างรอยต่อระหว่างเกล็ดและออกแรงงัดด้วยสองมือหวังฉีกเกล็ดให้หลุดจากผิวหนังของมันและค่อยกระหน่ำแทงอีกที
ทว่ายิ่งทำแบบนั้นหางอสรพิษร้ายก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เซียถงเริ่มได้ยินเสียงกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่นปราการป้องกันอวัยวะภายในที่ถูกห่อหุ้มด้วยลมปราณเริ่มก่อเกิดรอยแตกร้าวจังหวะหายใจของนางเริ่มติดขัดลำบากมากขึ้น หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปสงสัยว่านางคงถูกอสรพิษมหึมาตนนี้โอบรัดจนตายทั้งเป็นแน่นอน
แหงนศีรษะขึ้นไปยังหัวอสรพิษขนาดใหญ่ทรงสามเหลี่ยมและเห็นดวงตากลมโตคล้ายมณีสีมรกตทั้งสองข้างทอแสงแพรวพราวที่ฝังลึกดังนั้นเซียถงนึกอะไรขึ้นได้ทันที วางแผนเตรียมจะยิงมีดสั้นเล่มนี้เสียบทำลายดวงตาของมันหวังใช้จังหวะชุลมุนต่อจากนี้ หลบหนีออกไป
คิดได้เสร็จสรรพหยิบใช้ทุกสิ่งอย่างที่เหลืออยู่ในร่างกาย กรอกเทไปยังมือข้างขวาที่ถือมีดสั้นชั่วอึดใจ คมสั้นบินถูกยิงผงาดง้ำสวนขึ้นไปในทันใด
คมมีดส่องแสงประกายเย็นเฉียบถูกยิงออกไปด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า ชั่วพริบตาขณะคมมีดลุถึงตรงหน้าของอสรพิษแล้ว แต่ทันใดนั้นกลับมีลิ้นยาวสีแดงสดตวัดม้วนรับเอาไว้ทันจากนั้นมันก็กลืนมีดสั้นลงคอทั้งแบบนั้นการลอบโจมตีในครั้งนี้ของเซียถงมิสามารถทำอันตรายแก่อสรพิษมหึมาได้ไม่พอแต่นี่ยิ่งไปกระตุ้นโทสะความดุร้ายภายในใจของมันเป็นเท่าตัวเรียวปากฉีกกว้างอ้าออกดั่งบ่อโลหิตสยอง หางของมันโบกสะบัดชักกลับเข้าตัว ร่างของเซียถงถูกม้วนตลบถูกส่งเข้าปากของมันโดยตรง
ทั้งกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเน่าเหม็นภายในปากของอสรพิษมหึมารุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆแลเห็นคมเขี้ยวแหลมขนาดใหญ่ใกล้ขึ้นและใกล้มากขึ้น เซียถงใจหายวาบเผยสีหน้าแสดงความหวาดหวั่นออกมาสุดขีด
คราวนี้นางต้องตายอีกแล้วงั้นรึ?
ไม่! ไม่!ข้ายังไม่อยากตายเช่นนี้!เซียถงพยายามดิ้นรนต่อสู้กับแรงบีดรัดของหางอสรพิษอย่างแรง ในขณะเดียวกันกลิ่นปากอันเน่าเหม็นของมันก็ยิ่งส่งความฉุนรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องทั้งยังมีของเหลวสีเหลืองเหนียวหนืด ไหลหยดลงมาจากคมเขี้ยวแหลมลิ้นยาวสีแดงเข้มปลายสองแฉกตวัดไปมาอยู่ภายในปากอย่างซุกซน
อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นร่างของเซียถงก็จะถูกส่งเข้าปากของอสรพิษมหึมาโดยสมบูรณ์สิ่งแรกที่มันส่งมาหานางก็คือ ปลายลิ้นสองแฉกสีแดงเข้มตวัดเข้าใกล้ขึ้นจนอยู่ต่อหน้าต่อตา ตัวเซียถงตกสู่สภาวะตะลึงงันมือไม้เย็นเฉียบไปชั่วขณะ ห้วงจิตใจและความคิดทั้งหมดขาวโพล่นกลายมาเป็นความว่างเปล่า
“ชวิ้งง!”
ทันใดนั้นเองเสียงตัดผ่านเนื้อหนังดังขึ้นฉับแลเห็นประกายแสงสีเงินสาดสะท้อนออกมาจากคมกระบี่บนฟากฟ้าสับลิ้นอสรพิษสีแดงเข้มขาดสะบั้นเป็นสองส่วนคมกระบี่ประกายเงินเบี่ยงทิศทางอีกครั้ง และคราวนี้ บริเวณหางอสรพิษที่โอบรัดร่างของเซียถงพลันถูกตัดนับร้อยพันเส้นแสงขาดเละเป็นเศษชิ้นเนื้อนับไม่ถ้วน ในขณะเดียวกันนางก็ถูกใครบางคนคว้าข้อแขนบินทะยานออกไปพร้อมกัน
ตามสัญชาตญาณเอาตัวรอก นางใช้มือทั้งสองข้างกุมจับมือของอีกฝ่ายไว้แน่นเงยหน้ามองเบื้องหน้า สิ่งแรกที่นางเห็นก็คือใบหน้าอันหล่อเหลาเกินบุรุษชายใดจะเทียบเคียงชายผู้นั้นมีนัยน์ตาสีดำขลับและแกร่งกร้าวราวกับพญาเสือโคร่งเผยแสดงออกมาถึงความหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีและความหาญกล้า ยิ่งผนวกควบคู่กับรัศมีแรงกดดันอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาในตอนนี้ยิ่งดูน่าอัศจรรย์ใจเข้าไปใหญ่ กระทั่งอสรพิษมหึมาตนนั้นที่ลอบส่งสายตาสบมองยังเผลอไผล่หดหัวด้วยความหวาดกลัวโดยมิทันรู้ตัว
ชายผู้นั้นละสายตาออกจากอสรพิษมหึมาหันไปหาเซียถง ทันทีทันใดสองคู่สายตาพลันสบถึงกันและกันแววความเย็นชาและเฉยชาที่คลุมเคลือบอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก่อนหน้าราวกับถูกแสงตะวันหล่อละลายธารน้ำแข็งจนหมดสิ้นเหลือไว้แค่เพียงรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
รอยยิ้มนี้ช่างงดงามเจิดจรัสสามารถฟื้นคืนจิตใจที่มัวหมองของผู้คนให้กลับมาสดใสได้อีกครั้งเซียถงรู้สึกดั่งว่า ตนได้เห็นดวงตะวันยามเช้าตรู่ของวันใหม่ที่แสนสดใสสร้างความจรรโลงใจแก่หัวใจดวงนี้ของนางอย่างบอกไม่ถูกเสื้อคลุมสีครามพลิ้วไสวไปตามสายลม เขากำลังร่อนเหาะเหินอยู่กลางเวหาปรากฏแสงตะวันเล็ดลอดลงมาตกใส่บนร่างประดุจเทพเซียนผู้แสนหล่อเหลาจุติลงมาโปรดสู่มวลมนุษย์ก็มิปาน