ไลลาถอนใจอย่างโล่งอกหลังนายคนเถื่อนยอมปล่อยร่างของหล่อนเป็อิสระขโมยหอมไปหนึ่งฟอดใหญ่ก่อนจะสาปให้หล่อนยืนตัวแข็งเป็หิน
“ผมให้เวลาแต่งตัวแค่ห้านาทีนะถ้าช้ากว่านั้น ผมไม่รับประกันความหน้ามืดเพราะว่ากำลังหิว อาจจะเปลี่ยนใจมากินคุณแทนข้าวเช้าก็ได้”
หล่อนไม่รีรอรีบใส่เสื้อยืดแนบลำตัวกับกางเกงยีนรัดรูปอย่าง่ายปล่อยผิวหน้าธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง ยีผมหมาดๆแค่เป็พิธีแล้วเดินลงไปข้างล่างนับเป็การแต่งตัวหลังจากอาบน้ำที่เร็วสุดในชีวิตหล่อนเลยทีเดียว
ตอนลงบันไดมาชั้นล่างผ่านโถงกลางรับแขก ทุกอย่างยังคงสภาพความรกเอาไว้เหมือนเดิมได้แต่คิดว่ารำคาญลูกตา เห็นทีว่างตอนไหนคงต้องเสียเวลาจัดบ้านให้เขาสักหน่อยเมื่อเดินไปยืนอยู่ขอบประตูครัว ภายในครัวเล็กๆนั้นเรียบง่าย เฟอร์นิเจอร์ไม่ได้หรูหราสมราคาคนมีฐานะทุกสิ่งที่จัดวางในนั้นรกเอาการ
“แม่ลาตื่นแล้วค้าบพ่อภู”
เด็กน้อยวางแก้วนมที่เพิ่งจิบลงบนโต๊ะมีคราบนมเปื้อนริมฝีปาก
“พ่อเช็ดปากให้ครับ”
หล่อนมองคนเถื่อนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบนมบนริมฝีปากจิ้มลิ้มด้วยความรักก็อดอมยิ้มไม่ได้ คนที่แข็งกร้าวอย่างเขาก็ยังมีมุมอ่อนโยนอยู่ดี
“ชวนแม่ลามากินอาหารเช้าด้วยกันสิลูก”
“แม่ลามากินไข่ค้าบพ่อภูทำให้แม่ลากินด้วย”
ความใสซื่อของเด็กตรงหน้าช่างน่าเอ็นดู“จะอร่อยไหมนะน้องเมฆ”
หล่อนเลื่อนเก้าอี้ตรงข้ามสองพ่อลูกลงนั่งมองจานกระเบื้องใบใหญ่สีขาว มีไข่ดาวตรงกลางไข่เป็ตานีเยิ้ม แฮมทอดแล้วก็ขนมปังปิ้งกรอบสองแผ่น มีเนยแข็งแล้วก็แยมสตรอเบอร์รีวางข้างๆ
“ต้องอร่อยสิค้าบเมฆกินทุกวันตอนเช้าเลย”
หล่อนเลิกคิ้วหันไปมองหน้าคนเป็พ่อ “หมายความว่าคุณทำแต่ไข่ดาวกับขนมปังให้ลูกคุณกินทุกมื้อเลยเหรอคะ”
“ก็ผมทำเป็แค่นี้”
“แต่เมฆไม่เบื่อฝีมือพ่อภูนะค้าบ”
“เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเลยนะคะสองพ่อลูกคู่นี้”
“ต่อไปก็เป็สามคนพ่อแม่ลูกละครับ”
หล่อนนิ่วหน้าตำหนิคนเถื่อนไม่อยากให้เขาเพ้อพร่ำเื่ของผู้ใหญ่ต่อหน้าเด็กน้อยเพราะผ้าขาวไม่ควรซึมซับเื่เกินวัยใดๆทั้งสิ้น จึงส่งสายตาเป็การเตือนเขาก็ไหวไหล่ไม่แยแสตามเดิม
“เมื่อคืน แม่ลานอนหลับไหมค้าบเมฆตื่นมาตอนเช้า เห็นแม่ลานอนหลับสนิท เลยไม่อยากปลุก”
ทว่าคนเป็พ่อกวนประสาท “แม่ลานอนน้ำลายไหลไหมลูก”
“ไม่ค้าบขนาดตอนนอนแม่ลายังสวยเลยค้าบพ่อภู”
หล่อนจึงเอ่ยชม“ลูกคุณนี่น่ารักนะคะ พูดแบบนี้ฉันก็ตัวลอยพอดีแต่ยอมรับนะคะเื่ที่ชมว่าฉันนอนยังสวย”
“ก็คุณสวยจริงๆขนาดลูกชายผมยังชอบ”
หล่อนมองค้อนลมค้อนแล้ง
“พอเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะเหลิง”แล้วหล่อนก็หันไปบอกเด็กน้อย “กินนมให้หมดแก้วสิจ๊ะคนเก่ง”
เด็กชายทำตามอย่างว่าง่ายยกนมที่เหลืออีกหน่อยดื่มจนหมด
“อิ่มหรือยังครับลูก เดี๋ยวพี่ดอกแก้วมารับละจะได้ไปเรียนหนังสือกัน”
เด็กน้อยจึงยันกายลงมาจากเก้าอี้ตัวสูงเข้ามาประจบหล่อนด้วยการพนมมือแต้ใกล้ๆ
“เมฆไปก่อนนะค้าบ ตอนเย็นเจอกัน”
“อย่าดื้ออย่าซนนะจ๊ะ”
ทว่าเด็กน้อยทำแก้มป่องยืนนิ่งไม่ขยับตัวไปไหน
“หอมแก้มก่อนสิค้าบทำเหมือนที่พ่อภูทำทุกวัน”
หล่อนมองค้อนคนเถื่อนและหอมแก้มเด็กชายด้วยความเอ็นดู...หลังจากนั้นเขาก็บอกให้หล่อนกินอาหารในจานไปก่อนส่วนเขาจูงมือเด็กน้อยออกไปทางหน้าบ้านได้ยินเสียงผู้หญิงดังแว่วไม่ไกลเอ่ยทักทายเขาและเด็กน้อย ก่อนเสียงนั้นจะเงียบไปร่างสูงของเขาก็ย้อนกลับเข้ามา
ทว่าเขาอ้อมมาข้างหลังสวมกอดหล่อนหน้าตาเฉย มิวายซุกหนวดเคราลงซอกคอจนขนลุกชันไปทั่วตัว
“ปล่อยสิคะคุณไม่ควรทำรุ่มร่ามต่อหน้าลูกแบบนี้นะคะ”
“ลูกผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ซะหน่อย”
เขาไม่ยอมปล่อยหล่อนง่ายๆก็เลยต้องหาข้ออ้าง
“ถ้าคุณยังกอดฉันแบบนี้ฉันจะกินอาหารตรงหน้ายังไง”
“งั้นหอมแก้มผมก่อนสิครับ”
“ไม่ค่ะ”
“ยุติธรรมหน่อยสิคุณ”
แล้วเขาก็เป็ฝ่ายขโมยหอมแก้มหล่อนดังฟอดใหญ่ก่อนจะปล่อยให้หล่อนเป็อิสระ พอมองไปก็เห็นเขายกแก้วกาแฟร้อนขึ้นจิบสบายใจ
คนฉวยโอกาสทั้งหอมทั้งกอดเป็ว่าเล่น!
“ไม่กินอาหารฝีมือผมหน่อยเหรอคุณมันจะชืดหมดนะ”
“มีแค่ไข่ดาว ขนมปังแล้วก็แฮมแค่นี้เหรอคะ”
“ใช่สิ นี่ผมทำสุดฝีมือเลยนะ”
“ถ้ามีไส้กรอกด้วยก็คงดี”
หล่อนไม่ได้คิดอะไรจับช้อนส้อมกับมีดขึ้นจัดการของกินตรงหน้าทว่าคนเถื่อนไม่ยอมปล่อยช่องว่างในการหยอดให้หายไปฟรีๆ
“ไส้กรอกน่ะมีครับ”
หล่อนจึงชำเลืองตาขึ้นมองทั้งที่กำลังเคี้ยวแฮมชิ้นเล็กๆอยู่ในปาก
“คะ?”
“แต่มันต้องกินส่วนตัวน่ะ”
สายตาเขายิ้มพราวขนาดนั้นไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าในหัวเขาสัปดนขนาดไหน
////////////////////////////จบบทที่ 4