ตอนที่ 50
ร่ำรวยชั่วพริบตา
การแสดงออกของจื่อฮุยทำให้จื่อเจียงเกิดความระแวงสงสัยขึ้นมา แต่ด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดยังไม่คลาย มันจึงสั่งให้ลูกน้องดูแลจื่อฮุยต่อไปก่อน ส่วนตัวมันเองเดินออกไปสงบสติอารมณ์ที่เบื้องนอก
ทันทีที่เสียงประกาศชัยชนะของคหบดีหน้าอ้วนจินซานดังขึ้น เสียงตะโกนก่นด่าสาปแช่งของผีพนันที่หมดตัวก็ดังระงม ผิดกลับผู้คนส่วนน้อยที่ร่ำรวยขึ้นจากการสุ่มเสี่ยงด้วยเงินเพียงเล็กน้อย
หลังจากการประลองเสร็จสิ้นเสวี่ยหมิงก็เดินลงจากเวทีไปยังห้องของตัวเอง ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ของสนามประลองนำตัวลี่ฝางออกไปรักษาอาการบาดเจ็บทั้งที่ยังหมดสติอยู่
เจียวเหม่ยที่แอบชะโงกหน้าออกไปชมดูอยู่หลายครา เมื่อเห็นเสวี่ยหมิงเดินกลับเข้ามา หล่อนก็ไม่รอช้าโผเข้าหาอ้อมอกของเสวี่ยหมิงในทันที แม้จะไม่ได้รังเกียจสิ่งที่เจียวเหม่ยทำ แต่เรื่องสำคัญต้องมาก่อน เพราะตอนนี้เสวี่ยหมิงอยากจะเร่งเอาเงินออกไปจากสนามประลองเป็นตายให้ไวที่สุด จะได้ละทิ้งตัวตนของคหบดีหน้าอ้วนผู้นี้เสียที จึงอ้างกับเจียวเหม่ยว่าตัวเองในตอนนี้อ่อนล้าจากการต่อสู้ ขอนั่งสมาธิพักผ่อนก่อน เมื่อเสร็จงานแล้วเสวี่ยหมิงจะได้รีบจ่ายเงินค่าจ้างพิเศษให้ แต่ดูเหมือนว่าเจียวเหม่ยจะไม่ยินยอมจากไปโดยง่าย หล่อนยังคงพัวพันใช้ร่างกายเลือดเนื้อยั่วยวนเสวี่ยหมิงอยู่ตลอดเวลา จนเสวี่ยหมิงต้องเอ่ยปากบอกว่าเมื่อตัวเองฟื้นคืนพลังได้แล้ว นางอยากปรนนิบัติเช่นไรก็ค่อยทำตอนนั้น เจียวเหม่ยจึงได้กลับไปนั่งเรียบ ๆ ร้อย ๆ ยังที่นั่งของตัวเอง แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาหวานเชื่อมให้กับเสวี่ยหมิงอยู่ตลอดเวลา
ฝ่ายจิวซินก็มองดูตั๋วพนันในมือตัวเองอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะหันไปมองเฟยเซียงที่เป็นคนสั่งให้เธอไปทุ่มแทงข้างของคหบดีประหลาดนั้น 1000 เหรียญทอง หวังจะได้ยินคำอธิบายถึงเหตุผลที่นางเลือกข้างของคหบดีจินซาน พรอ้มหวังจะได้เห็นสีหน้ายินดีที่เฟยเซียงทุ่มแทงถูกข้างได้เงินจากการพนันมากถึง 20000 เหรียญทอง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะสีหน้าของเฟยเซียงในตอนนี้กลับบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด แม้จิวซินจะเอ่ยถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบของเรื่องราว เฟยเซียงเพียงบอกให้จิวซินไปขึ้นเงินจากตั๋วพนันที่เสี่ยงเอาไว้ แต่สายตาของเฟยเซียงหาได้มองมายังจิวซิน ทำให้จิวซินมองไปตามเส้นสายตาที่ทอดออกไปของเฟยเซียงก็พบว่าคหบดีจินซานนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้อง และเมื่อหันกลับมาสีหน้าของเฟยเซียงก็หาได้บึ้งตึงเช่นเดิมอีก แม้จะไม่เข้าใจแต่จิวซินก็ไม่ได้ถามไถ่เพิ่มเติมอีกเดินตรงไปรับเงินพนันด้วยความสงสัยที่ยังค้างคาอยู่ในใจ
.
.
หลังจากที่ออกจากห้องชมการประลอง จื่อเจียงก็เดินลงไปหาอ้าวไป๋ที่กำลังนั่งปวดหัวอยู่ เพราะดูเหมือนว่าผลของการประลองในครานี้ จะทำให้สนามประลองเป็นตายขาดทุนหนักมาก ทำให้จื่อเจียงเอ่ยออกไปตรง ๆ ว่าให้จ่ายเงินพนันของผู้อื่นไปจนหมดยกเว้นในรายของจื่อฮุยเพียงคนเดียว รวมถึงให้รั้งตัวของเจ้าคหบดีหน้าอ้วนผู้นั้นเอาไว้ด้วย
แต่สิ่งที่อ้าวไป๋ตอบกลับมาทำให้จื่อเจียงถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะอ้าวไป๋รายงานว่าสายสืบของจื่อเจียงที่วางไว้ ได้รับรายงานมาว่า ในตอนนี้คนของจื่อฮุยมีการเคลื่อนไหว มีการติดต่อวางมัดจำวัสดุก่อสร้าง รวมถึงติดต่อช่างฝีมือจำนวนมากราวกับว่ากำลังจะก่อสร้างอาคารร้านค้าใหญ่โต อีกทั้งก่อนหน้านี้จื่อเจิ้งก็เพิ่งจะกว้านซื้อที่ดินในเขตใกล้ ๆ กับย่านการค้าหลัก ซึ่งหากมองจากทำเลล้วนดีเยี่ยมกว่าของสนามประลองเป็นตายของจื่อเจียง
เมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกนำมาร้อยเรียงรวมกัน บวกกับท่าทีมิได้สนใจเงินทองที่จะได้จากการพนันของจื่อฮุย ทำให้
จื่อเจียงเริ่มรู้สึกถึงเค้าลางความไม่ชอบมาพากล "บัดซบ ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ที่แท้มันไม่ได้ต้องการเงินสินะ หนอยคิดจะเอาคนของตัวเองมาเปรียบมวยกับคนของข้า แถมวางแผนทำลายชื่อเสียงของสนามประลองเป็นตาย คิดว่าวิธีการงี่เง่าของแกจะได้ผลสินะ ในเมื่อแกไม่อยากได้เงินข้าก็จะทำให้แกต้องผิดหวัง " จื่อเจียงตบโต๊ะดังลั่น "หึ อ้าวไป๋แกไปเบิกเงินมา" จื่อเจียงหยิบตามหยกประจำตัวเพื่อส่งให้อ้าวไป๋รับไปเพื่อเบิกเงินที่เก็บเอาไว้ของจื่อเจียงออกมา "ครานี้แม้ทำให้รายได้ของสนามประลองขาดทุนไปสามเดือนครึ่งปี แต่อย่าได้หมายจะปั้นธุรกิจสนามประลองแข่งขันกับข้า...จื่อเจียง"
.
.
ชั่วพักใหญ่เหรียญทองหนึ่งแสนหกหมื่นเหรียญก็อัดแน่นอยู่ในแหวนมิติของจื่อฮุย แม้จะวางแผนการมารัดกุมเพียงใด แต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดมากกว่าสำเร็จ ยังดีที่มีไม้ตายสุดท้ายแอบแฝงซึ่งประจวบเหมาะกับที่จื่อเจิ้งผู้เป็นบิดากำลังจะสร้างเรือนรับรองหลังใหม่ที่ตั้งอยู่นอกจวนตระกูลจื่อ เพื่อเอาไว้รองรับฐานอำนาจในอนาคต จื่อฮุยและเสวี่ยหมิงจึงคิดวางหมากตานี้ขึ้นมาได้ ทำให้จื่อฮุยรับอาสาผู้เป็นบิดาลงมือติดต่อเจรจาซื้อขายด้วยตัวเองก่อนที่จะเดินทางมายังสนามประลองเป็นตาย
เมื่อการขูดรีดจบลงด้วยเงินที่อัดแน่นอยู่ จื่อฮุยก็ลอบระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา ก่อนจะรีบติดต่อไปยังเสวี่ยหมิงว่าเรื่องราวยุติลงแล้วให้แยกย้ายกันได้ ทำให้เสวี่ยหมิงมอบเงินค่าจ้างบวกเงินพิเศษให้กับเจียวเหม่ย ก่อนจะอ้างว่าขอตัวออกไปเข้าห้องสุขาเดี๋ยวจะกลับมารับนางจากไป พร้อมติดต่อไปยังจื่อฮุยให้ส่งคนไปแจ้งเจียวเหม่ยว่าตัวเองมีธุระด่วนจากก่อน แต่แท้ที่จริงเสวี่ยหมิงกลับไปเปลี่ยนโฉมตัวเองเป็นอี้เฟยอีกเพื่อหลบหนีออกจากสนามประลองเป็นตาย
เฟยเซียงที่จับตาดูเสวี่ยหมิงอยู่เมื่อเห็นว่า เขาเปลี่ยนจากคหบดีหน้าอ้วนจินซาน ไปเป็นรูปลักษณ์ของนักปรุงยาอี้เฟย เธอก็ตาลุกวาวหมายจะเข้าไปคาดคั้นเรื่องราวจากปาก แต่ติดที่จิวซินยังคอยพัวพันอยู่ ทำให้เมื่อละสายตาไปเพียงครู่นักปรุงยาอี้เฟยก็กลืนหายไปกับฝูงชนที่สบถด่าคหบดีหน้าอ้วนโทษฐานที่ทำให้พวกมันหมดตัวอยู่ไม่ขาดปาก
.
.
.
เมื่อครบกำหนดเจ็ดวัน เสวี่ยหมิงก็ใช้รูปลักษณ์ของนักปรุงยาอี้เฟยไปติดต่อยังสมาคมพ่อค้า และแน่นอนว่านักปรุงยาอี้เฟยย่อมได้รับการต้อนรับอย่างดีเป็นพิเศษจากสมาคมพ่อค้า แต่ที่น่าแปลกคือวันนี้ผู้ที่มารับหน้าติดต่อกับเสวี่ยหมิงหาใช่
เฟยเซียงเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นพนักงานวัยกลางคนที่เชี่ยวชาญเรื่องของโอสถต่าง ๆ มารับหน้าหลังจากแลกเปลี่ยนสิ่งของ ส่งมอบเงินทองเรียบร้อยแล้ว เสวี่ยหมิงก็อดที่จะชำเลืองมองซ้ายมองขวาสอดส่ายสายตาเผื่อว่าจะพบกับหญิงงามที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามีความรู้สึกเช่นไรต่อนาง บวกกับต้องการตอบแทนที่เฟยเซียงช่วยปกปิดตัวตนของคหบดีจินซานที่สนามประลองเป็นตาย มิเช่นนั้นแผนการของเสวี่ยหมิงคงไม่สำเร็จลุล่วงเช่นนี้ ทำให้จิตใจเมื่อเกิดความคาดหวังว่าผู้ที่เขาจะได้ติดต่อการค้าครั้งนี้ต้องเป็นเฟยเซียง แต่เมื่อผู้ที่มามิใช่นางในจิตใจของเสวี่ยหมิงก็รู้สึกถึงความผิดหวังเล็กน้อย จนมีอาการเหม่อลอยอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อหมดกิจธุระที่นี่แล้วเสวี่ยหมิงก็เร่งรีบจากมาเพื่อตรงไปยังบ้านพักของโจวอู่เว่ยเพื่อแจ้งข่าว หมายว่าค่ำคืนนี้เขาจะลอบออกจากเมืองไปยังถ้าลับของตัวเอง เพื่อกลืนกินยาหยินหยางเทียนฟงเม็ดนี้พร้อมเริ่มต้นฝึกฝนเคล็ดวิชาจิตเอกะในทันที
หลังจากที่เสวี่ยหมิงจากไปครู่หนึ่ง เฟยเซียงก็ค่อยชะโงกหน้าออกมาจากที่ซ่อน หล่อนรู้สึกสมใจที่เห็นท่าทีวอกแวกของนักปรุงยาอี้เฟย รวมถึงสายตาที่สาดส่ายไปมาเหมือนพยายามมองหาผู้คนยิ่งทำให้เฟยเซียงรู้สึกสุขใจมากยิ่งขึ้น
.
.
ค่ำคืนราตรีกาลมาเยือน ครานี้เสวี่ยหมิงระมัดระวังตัวกว่าเดิม เขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้เกิดความผิดพลาดอีก เสวี่ยหมิงจึงเลือกที่จะหลบสายตาผู้คนออกไปในยามราตรี มุ่งหน้าตรงไปยังถ้ำลับสถานที่ปลอดภัยในป่าอสูร