หลังจากที่จางเฉินบดข้อมือของม่งซานแล้วก็เตะเข้าที่ท้องแล้วปล่อยมือทำให้ม่งชานปลิวกระเด็นไปไกล
หยุนเจี่ยนั้นรู้สึกประหลาดใจไม่คิดว่าจางเฉินจะลงมือโดยตรงแบบนี้และที่น่าประหลาดใจคือพลังของจางเฉินแม้ว่าจะเป็นเพียงนักรบปราณระดับหนึ่งแต่กลับสามารถบีบแขนของนักรบปราณขั่นสูงจนได้ยินเสียงกระดูกแตกหักได้แถมชายชราก็ไม่มีเวลาตอบโต้แม้แต่น้อยได้แต่ส่งเสียงร้องเจ็บปวดแล้วจับข้อแขนตัวเองเช่นนั้น
“น้องชายเจ้าต้องรีบหลบหนีคนของหอการค้าสายหมอกนั้น เมื่อได้ยินเสียงต่อสู้น่าจะมากันในไม่ช้า”หยุนเจี่ยรีบเข้าหาจางเฉินแล้วพูดคุยด้วยความเป็นห่วง
“ต้องการไปไหมกล้าทำร้ายข้า เจ้าต้องตาย” ม่งซานชี้นิ้วใส่จางเฉินด้วยความโกรธ
จางเฉินนั้นไม่สนใจชายชราเพียงหันมาสอบถามหยุนเจี่ย
“มีปัญหาอะไรไหมถ้าเกิดการฆ่าที่นี้”
หยุนเจี่ยและสาวงามนั้นเงียบสนิท คำถามนี้คืออะไร ต้องการฆ่าม่งซาน?หรือต้องการต่อสู้กับสมาคมการค้าสายหมอก นักรบปราณขั้นหนึ่ง เด็กคนนี้บ้านเกินไปทั้งสองนึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างคือจางเฉินอาจกลัวถูกสมาคมการค้าสายหมอกฆ่ามากกว่าจึงถอนหายใจพร้อมกัน
“ไม่ได้มีปัญหาอะไรสำหรับคนทั่วไปแต่ถ้าเป็นแต่ละสมาคมเราจะมีสัญญาไม่ต่อสู้กันในพื้นที่เท่านั้นดังนั้นถ้าเป็นคนทั่วไปถูกฆ่ามักไม่มีคนสนใจ”
หวือออ
ในขณะนั้นเองก็มีกระแสอากาศสองสายพุ่งตรงมายังทิศทางของพวกจางเฉินปรากฏเป็นชายชราอีกสองคน หยุนเจี่ยและภรรยานั้นรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากและลดหัวลงด้วยความเกรงกลัว
ชายทั้งสองจ้องมองจางเฉินแล้วมองไปที่หยุนเจี่ย
ม่งซานเมื่อเห็นพวกตัวเองมาก็ชี้ไปที่จางเฉินทันที“เด็กคนนี้ข้าเพียงพูดคุยเรื่องการเข้าสู่ดินแดนแห่งความตาย กับพวกเรามันกลับไม่ยอมและทำร้ายข้า”
“ทำร้ายเจ้า? เด็ก?”ทั้งสองคนนั้นเพียงได้ยินเสียงแล้วรีบมาตรวจสอบไม่เข้าใจเรื่องราวมากนักแต่พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่ามีเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบปี สามารถทำร้ายม่งซานได้
ม่งซานเห็นทั้งสองยังคงนิ่งเงียบ จึงดึงกระบี่ที่เอวทันทีแล้ววิ่งเข้าโจมตีจางเฉินเห็นได้ชัดว่าต้องการแยกจางเฉินออกเป็นสองส่วนจากหัวถึงเท้า
จางเฉินยิ้มมุมปากเขาเรียกดาบมังกรเพลิงออกจากแหวนมิติทันทีจางเฉินเพียงหลบหลีกกระบี่อย่างง่ายดายเนื่องจากม่งชานนั้นบาดเจ็บที่มืออยู่แล้วจึงใช้มือข้างไม่ถนัดกระบวนท่านั้นเรียกได้ว่ามีจุดอ่อนมากมาย
ฉึกกก
จางเฉินฟันลำคอของมงซานขาดกระเด็น เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วเหมือนน้ำพุร่างตกลงพื้นเสียงดังตุบโดยที่ไม่มีหัว แล้วสักพักหนึ่งหัวก็ตกลงมาตั้งไม่ไกลนักแววตาของม่งซานก่อนตายนั้นยังเปิดกว้างและมีความตื่นตกใจในแววตาอยู่
ชายชราอีกสองคนของสมาคมการค้าสายหมอกหยุนเจี่ย และผู้คนโดยรอบต่างเงียบสนิท ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเมื่อตั้งสติได้แล้ว ผู้คนโดยรอบต่างพูดคุยกันเสียงชุบชิบนั้นดังไปทั่วทั้งจัตุรัสการค้า
“เจ้ากล้าข้าม่งซาน?” ชายชราจากสมาคมการค้าสายหมองชี้หน้าหาจางเฉิน
“เจ้าอยากตายด้วยหรือไม่ถ้าอยากก็เข้ามา ถ้าไม่อยากก็ไส้หัวไป”
จางเฉินนั้นรู้สึกรำคาญตั้งแต่ม่งซานมาวุ่นวายกับตัวเองแล้วเขาไม่ชอบคนโกหกและหลอกลวงแบบนี้มาก คำพูดของจางเฉินนั้นเสียงดังฟังชัดทำให้ทุกคนตกใจมากขึ้นอีกครั้ง เด็กคนนี้เป็นใครทำไมกล้า
ชายชราทั้งสองนั้นไม่ได้ลงมืออันใดพวกเขามีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และคาดเดาว่าจางเฉินจะต้องมีพื้นหลังที่ไม่ธรรมดาอาจเป็นศิษย์คนสำคัญของนิกายใหญ่หรือเป็นคนของราชวงศ์จากอาณาจักรทั้งสามโดยรอบสักแห่งหนึ่ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยคนนี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”
มีคนเดินมาจากทิศทางเดียวกับสมาคมการค้าสายหมอกทั้งสองคนหัวเราะดังกึกก้องผู้ชายคนนี้ไม่สูงมาก แต่ตัวใหญ่ไหล่กว้าง ร่างกายกำยำคล้ายทหารผ่านศึกแม้ดูไม่โดดเด่นในหน้าตาแต่ความรู้สึกของการฆ่านั้นรุ่นแรงมากแม้ไม่ได้มีเจตนาฆ่าแต่ก็รู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจนแสดงให้เห็นว่าบุคคลนี้ฆ่าคนมาเป็นจำนวนมาก
“ท่านหัวหน้า”ชายชราทั้งสองคำนับประธานสมาคมของพวกเขาพร้อมกัน
“ราชาปราณ!” จางเฉินมองเห็นระดับพลังของตัวหัวหน้าทันทีเมื่อมาถึงเขาไม่รู้สึกกังวลมากนักเพราะเคยต่อสู้กับระดับราชาปราณมาแล้วแม้ระดับฝึกฝนของจางเฉินจะต่ำจนผู้คนมองว่าอ่อนแอและมักจะรู้สึกว่าสามารถทำร้ายจางเฉินได้อย่างง่ายดายเสมอแต่ด้วยการฝึกทั้งร่างกายและวิญญาณแล้ว เขาก็ไม่เป็นรองราชาปราณเท่าไหร่นักรวมถึงอาวุธมากมายที่เขามีเป็นไพ่ตายมากมายอีกด้วย
หยุนเจี่ยและภรรยานั้นหน้าเปลี่ยนสีเนื่องจากตนเองก็เข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
“มิคาดท่านฟงหยางจะเดินทางมาเอง”หยุนเจี่ยทักทายหัวหน้าสมาคมการค้าสายลม
“หยุ่นเจี่ยมิคาดเจ้าจะหายดีแล้วบิดาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ฮา ฮา ฮา” ฟงหยางกล่าวด้วยเสียงเยาะเย้ย
หยุนเจี่ยนั้นก่อนหน้านี้รู้สึกกลัวและกังวลแต่ตอนนี้เขารู้สึกโกรธมากเมื่อฟงหยางพูดถึงบิดาตนเอง
“เจ้าเด็กน้อยความสามารถของเจ้านั้นไม่ธรรมดาจริงๆนานมาแล้วไม่พบเห็นคนกล้ามีเรื่องกับสมาคมการค้าของข้าข้าอยากเชิญเจ้าเข้าร่วมกับสมาคมเราเพื่อสำรวจดินแดนแห่งความตาย”ฟงหยางนั้นพูดด้วยรอบยิ้มและมองหน้าจางเฉินซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเสียวสันหลังคล้ายเป็นวาจาที่แอบแฝงด้วยใบมีดแหลมคม
จางเฉินนั้นตกใจเล็กน้อยฆ่าคนของมัน แต่มันกลับชวนเขาเข้าร่วมแทนที่จะโกรธแค้น
“ขอบคุณแต่ข้านั้นไม่สนใจเข้าร่วมในปัจจุบัน” จางเฉินพูดด้วยท่าทีสุภาพเนื่องจากอีกฝ่ายไม่ได้คุกคามมากนัก จึงไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างปัญหา
“แม้แต่หัวหน้าสมาคมเชิญก็กล้าปฏิเสธ”ชายชราจากสมาคมพูดข้นมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจเจตนาฆ่าจากทั้งหัวหน้าสมาคมและชายชราทั้งสองนั้นพุ่งสูงขึ้น และหน้าพูดบึ้ง
“กล้ามากข้าจะดูว่าจะเจ้าจะกล้าได้สักแค่ไหน” หัวหน้าสมาคมนั้นแผ่พลังปราณระดับนักรบปราณจนถึงระดับสูงสุดเพื่อกดดันจางเฉินเพื่อให้รู้สำนึกว่าคนที่อ่อนแอเช่นเขาไม่ควรปฏิเสธผู้แข็งแกร่งพลังปราณนั้นกดดันไปทั้งจัตุรัสทำให้หลายคนกลัวจนตัวสั่น
หัวหน้าสมาคมเอาดาบออกมาแล้วปลดปล่อยปราณดาบพุ่งเข้าหาจางเฉินกว่าสี่สาย
จางเฉินไม่รอช้ารวบรวมพลังปราณเพื่อปลดปล่อยปราณดาบพุ่งเข้ากับฝ่ายตรงกลาม ที่จุดกึ่งกลางปราณดาบของทั้งสองนั้นชนกันด้วยจำนวนที่เท่าๆ กัน
ตูม ตูม ตูม
เสียงของการชนกันของปราณดาบทั้งสองฝ่ายนั้น สั่นสะเทือนถึงแก้วหูของทุกคนมันมีการเสียดสีกันของอากาศที่รุนแรงมาก และมีพลังการฆ่าที่น่ากลัว
เมื่อปราณดาบปะทะกันแล้วก็เกิดแรงกระแทกขนาดใหญ่และเกิดการระเบิดทั้งสองฝ่ายนั้นต่างถอยกันไปสิบก้าวฟงหยางนั้นตกตะลึงเป็นอย่างมากภาพที่มันคิดคือร่างกายของจางเฉินนั้นต้องแหลกเละด้วยปราณดาบของมันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวแต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่าสูสีกันเท่านั้น
“เจ้าเป็นใคร มาจากไหน?” หัวหน้าสมาคมจ้องมองจางเฉินแล้วถามด้วยความอยากรู้เพราะดูเหมือนว่าจางเฉินนั้นจะไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
“นั้นไม่สำคัญจะสู้ก็สู้เจ้ามา”
เด็กคนนี้บ้าผู้คนมากมายที่ดูการต่อสู้อยู่เมื่อได้ยินจางเฉินพูดเช่นนี้แล้วก็รู้สึกอยากจะกระอักเลือดตายแน่นอนว่าพวกมันก็มีคำถามคล้ายกับหัวหน้าสมาคมการค้าแต่คำตอบที่ได้นั้นทำให้พวกมันรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก