หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    กฎแห่งมิติ

            ​หยางจื่อที่เริ่มสังหารศิษย์ของสำนักปฐพีลั่งอย่างโหดเหี้ยมพวกเขาทุกคนต่างก็ถูกฟันจนคอขาดออกมาและคนที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 5 ลงไปต่างก็ถูกอสรพิษเสี่ยวหงสังหารจนหมดเสี่ยวหงในตอนนี้ได้วิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรปราณก่อเกิดขั้นสูงเเล้ว

            "เจ้าเป็นอย่างไรบ้างนี่คือยาสะหมานแผลรีบใช้มันเร็วเข้า"เอี่ยฮวากล่าวกับมู่โหลว

            "ขอบคุณมากแม่นางเอี่ย" มู่โหลวกล่าว

            หยางจื่อที่สังหารกลุ่มของศิษย์สำนักปฐพีคลั่งหมดเเล้วก็เดินมาหามู่โหลวในทันที

            "ข้าขอโทษที่ข้ามาช้า" หยางจื่อกล่าว

            "ไม่เป็นไรหรอกแค่เจ้ามาช่วยข้าแค่นี้ข้าก็มีความสุขเเล้ว"มู่โหลวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            กลุ่มคนที่ยืนเห็นภาพหยางจื่อสังหารศิษย์ของสำนักปฐพีคลั่งต่างก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวเมื่อมองไปทางหยางจื่อและหนึ่งในนั้นก็คือฉื่อซวนใบหน้าของเขาในตอนนี้ดูกังวลและหวาดกลัวเขาที่ตั้งใจจะแก้แค้นหยางจื่อให้น้องชายของเขาแต่เมื่อเห็นพลังของหยางจื่อเเล้วทำให้สีหน้าของเขาเริ่มซีดขาว

            "คุณชายหยางจื่อสัตว์อสูรตนนั้นใช่สัตว์อสูรที่เกิดมาจากไข่หินใช่หรือไม่"เอี่ยฮวาเอ่ยถาม

            "ใช่เเล้วเสี่ยวหงเกิดมาจากไข่หินใบนั้น" หยางจื่อกล่าว

            "ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าทำอย่างไรไข่หินถึงฟักออกมา" เอี่ยฮวากล่าว

            "ข้าก็แค่ส่งพลังปราณของข้าไปยังไข่หินเท่านั้นเอง" หยางจื่อกล่าว

            "เป็นไปไม่ได้พวกข้าเองก็ลองทำเเล้วแต่ไข่ใบนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย"เอี่ยฮวากล่าว

            "ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันมีเงื่อนไขอื่นหรือไม่ แต่ตอนนี้พวกเราควรหาทางออกจากเขาวงกรตก่อนดีกว่า"หยางจื่อกล่าว

            กลุ่มของหยางจื่อนั้นเริ่มหาทางออกจากเขาวงกรตแห่งนี้พวกเขารวบรวมข้อมูลทีละน้อยจนเวลาผ่านไป3 วัน จนพวกหยางจื่อก็สามารถออกจากเขาวงกรตได้

            และข้างหน้าของหยางจื่อมีกลุ่มคนที่สามารถออกมาจากเขาวงกรตได้เเล้วยืนอยู่แต่ก็มีไม่มากนักและหนึ่งในนั้นก็คือศิษย์หลักของสำนักวารีพิรุณและสำนักกระบี่นภาและชายหนุ่มหน้าตาชั่วร้ายจากสำนักปฐพีคลั่งที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 2

            "ในที่สุดก็ครบ" ชายหนุ่มที่หล่อเหลาสะพายกระบี่ไว้ข้างหลังกล่าว

            "หมายความว่ายังไงงั้นหรือ" เอี่ยฮวากล่าว

            "ก็ด่านต่อไปจะไม่เปิดถ้าหากคนไม่ครบ 10 คนยังไงละ"หญิงสาวจากสำนักวารีพิรุณกล่าว

            หยางจื่อเริ่มกวาดตามองก็พบเข้ากับกลุ่มคนของสำนักวารีพิรุณ3 คนรวมเอี่ยฮวาด้วย และสำนักกระบี่นภาอีก 3 คน ส่วนสำนักปฐพีคลั่ง 1 คนและอีกคนเป็นศิษย์หลักอันดับ1 ของสำนักอู่เสีย เจียงหยุนเจียงหยุนนั้นอยู่ปราณปฐพีขั้นที่ 5 ซึ่งเท่ากับศิษย์หลักอันดับที่1 ของแต่ละสำนักเพียงแต่ว่าศิษย์หลักอันดับ 1 ของสำนักปฐพีคลั่งไม่ได้มาที่นี่ด้วย

            "วิ้ง!!!!"

            ในตอนนั้นเองที่แสงสว่างปรากฏออกมาและก่อเป็นรูปร่างเงาของชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีน้ำเงินยืนอย่างสง่างาม

            "ในที่สุดก็มีคนค้นพบสุสารของข้าสักที" ร่างเงานั้นกล่าว

            "ท่านคือจักรพรรดิเหยียนอย่างงั้นรึ" ศิษย์สำนักกระบี่นภาเอ่ยถาม

            "ข้าเป็นแค่เศษเสี่ยววิญญาณของจักรพรรดิเหยียนที่ทำหน้าที่ดูแลสุสารแห่งนี้เท่านั้น"ร่างเงานั้นกล่าว

            "เอาละข้าจะบอกกติกาของด่านแห่งนี้ให้พวกเจ้าในด่านนี้พวกเจ้าจะต้องทำความเข้าใจในกฎแห่งมิติที่ข้าเชี่ยวชาญให้ได้มากที่สุดและคนที่สามารถทำความเข้ากับกฎของมิติได้มากที่สุดก็จะสามารถเข้าไปรับมรดกของข้าได้ส่วนคนอื่นๆที่ทำได้ดีข้าก็อาจจะมอบทักษะที่เหมาะสมกับพวกเจ้าหรือจะเป็นอาวุธก็ได้เอาละนี่คือพลังแห่งมิติข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสกับมันด้วยตนเองเพื่อที่เจ้าจะได้สัมผัสมันด้วยตนเองพวกเจ้ามีเวลา 1 วันในการทำความเข้าใจขอให้พวกเจ้าทุกคนโชคดี"

            เมื่อร่างเงานั้นกล่าวเสร็จสติของพวกหยางจื่อก็ราวกับถูกดึงเข้าไปยังพายุมิติที่ยุ่งเหยิง

            "นี่หนะเหรอคือพลังของมิติ " หยางจื่อกล่าวอย่างประหลาดใจ

            และในตอนนี้คนทั้ง10 คนต่างก็นั่งสมาธิเพื่อทำความเข้าใจกับกฏแห่งมิติแต่ในตอนนั้นเองที่ร่างเงาสังเกตุเห็นเสี่ยวหงที่ออกมาและม้วนตัวรอบหยางจื่อเอาไว้

            "นี่มันสัตว์อสูรที่สายเลือดของมังกรโบราณอยู่ในตัวนิ เจ้าเด็กนี่เป็นใครกันถึงได้ครอบครองสัตว์อสูรชั้นสูงเช่นนนี้"ร่างเงานั้นกล่าวด้วยความอย่างรู้อยากเห็น

            และไม่นานเขาก็ไม่สามารถห้ามใจได้และใช้พลังของเขาเพื่อสำรวจร่างกายของหยางจื่อจนระเอียด

            "ไม่น่าเชื่อเด็กคนนี้จะมีเส้นชีพจรมังกรสวรรค์ในตำนานไม่แปลกใจเลยที่สัตว์อสูรตนนี้จะเลือกเด็กคนนี้เป็นนายดูท่าการทดสอบในครั้งนี้จะสนุกขึ้นมาซะเเล้วสิ"ร่างเงานั้นกล่าว

            หยางจื่อที่มีความสามารถในการทำความเข้าในสูงส่งเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎของมิติในเบื้องต้นได้เเล้วแต่ก็เป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น

            และเเล้วในเวลา1 วันก็หมดลงผู้คนต่างก็ลืมตาออกมาใบหน้าของแต่ละคนแสดงถึงความผิดหวังอย่างมากแม้แต่เจียงหยุนเองก็มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักมีแต่หยางจื่อที่แสดงสีหน้าตื่นเต้นเพราะด้วยกฎของมิตินี้สามารถนำไปหลอมรวมเข้ากับวิชาดาบได้จะทำให้ทักษะดาบของเขาทรงพลังขึ้นอย่างแน่นอน

            "เอาละพวกเจ้าทุกคนต่างก็ทำได้ดีถึงจะมีแค่คนเดียวที่สามารถทำความเข้าใจพื้นฐานของกฎของมิติได้แต่ข้าก็จะให้รางวัลแก่พวกเจ้าที่เหลือทั้ง9 คนเอง"

            เมื่อร่างเงากล่าวจบก็มีลำแสงมากมายพุ่งไปหาแต่ละคนบางคนได้ทักษะขั้นปฐพีบางคนได้อาวุธระดับปฐพี

            "วิ้ง!!!"

            ในตอนนั้นเองร่างของหยางจื่อก็เรืองแสงแล้วหายไปจากห้องนั้นโดยสิ้นเชิงทำให้ผู้คนประหลาดใจ

            "หรือว่าเด็กนั่นเป็นคนที่สามารถทำความเข้าใจกฎของมิติได้"ศิษย์ของสำนักกระบี่นภากล่าว

            "ไม่ผิดอย่างแน่นอนต้องเป็นคุณชายหยางจื่อที่สามารถทำความเข้าใจกฎแห่งมิติได้แเล้วถูกพาตัวไปยังสถานที่เก็บมรดก"เอี่ยฮวากล่าว

            "ฮิฮิ มันไม่เกี่ยวหรอกว่าใครจะได้รับมรดกไปแต่มันขึ้นอยู่กับว่าเขานั้นจะมีพลังพอที่จะปกป้องมรดกนั้นไว้ได้หรือเปล่าต่างหาก"ศิษย์สำนักปฐพีคลั่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย

            "ถึงอย่างไรเขาก็เป็นศิษย์ของสำนักอู่เสียข้าคงไม่ยืนดูเขาถูกทำร้ายอย่างแน่นอน"เจียงหยุนกล่าว

            --------------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน