ตอนที่ 39 บัดซบ!! พวกมันจะตายง่ายกันเกินไปแล้ว
เมื่อได้เห็นใบหน้าเย็นชาของจางต๋าหมิง พวกนักเลงก็รู้สึกเสียวสันหลัง
มันจบแล้ว! ตอนนี้มันจบแล้ว! ทหารรู้เรื่องแล้ว!
พวกนักเลงต่างก็หวาดกลัว เวลาทำความผิดพวกมันไม่กลัวแต่เวลากำลังจะโดนลงโทษเพราะสิ่งที่พวกมันทำ พวกมันกับหวาดกลัว
ไม่นานนัก มันก็มีคนที่ทนต่อแรงกดดันทางสายตาไม่ได้ปรากฏขึ้น
“ เป่าหวิน!!! เป่าหวินข่มขืนเธอ!!! “
“ ใช่! เป่าหวินเป็นคนคิดเรื่องทั้งหมด เธอโดนเป่าหวินข่มขืน “
“ ใช้แล้วคุณทหาร พวกเราไม่ได้ทำอะไรเธอเลย พวกเราพยายามห้ามแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ “
“ พวกเราต่อต้านเป่าหวินไมได้!! “
ตอนนี้ไม่มีคำว่าพี่เป่าออกมาจากปากพวกนักเลงอีกต่อไปแล้ว เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเคารพอีกต่อไป
พี่เป่ามองคนของตัวเองที่กำลังขายตัวเองอยู่ด้วยแววตาโกรธแค้น แต่มันก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร พี่เป่ารู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองจบแล้ว ต่อให้พวกลูกน้องไม่ขายแต่พอพวกทหารไปเจอพวกนักเรียนที่โดนขังเอาไว้ในชั้นที่ 5 ตัวมันก็ต้องโดนโทษประหารอยู่ดี
“ เงียบ!!! “
จางต๋าหมิงตะโกนขึ้น
เสียงที่กำลังขายพี่เป่าอยู่เงียบลงไปทันที พวกนักเลงกลับมาอยู่ในท่าทางกำลังหวาดกลัวอีกครั้ง สภาพตอนนี้หากพูดว่า กรรมตามทัน ก็ไม่เกินจริงอะไรเลย
พวกนักเรียนมีท่าทางหวาดกลัวต่อหน้าพวกนักเลง
พวกนักเลงมีท่าทางหวาดกลัวต่อหน้าทหาร
ภาพที่เกิดขึ้นคือกรรมตามทันจริงๆ
จางต๋าหมิงพูดต่ออีกว่า
“ พวกแกบอกว่าพวกแกไม่ได้ยุ่งกับเธอ แต่พวกแกไม่ปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืน
“ แบบนี้ก็หมายความว่าพวกแกไม่ได้ข่มขืนนักเรียนผู้หญิงที่กระโดดตึกฆ่าตัวตาย แต่พวกแกข่มขืนผู้หญิงคนอื่นกันใช่ไหม ห่ะ!?!?!? “
จางต๋าหมิงเกลียดพวกนิสัยแบบนี้มากที่สุด
พวกนักเลงคนอื่นๆ หลังได้ยินคำพูดของจางต๋าหมิง พวกมันก็พูดอะไรไม่ออกเพราะพวกมันทำกันจริงๆ แถมพึ่งทำมากันด้วย บางคนอาจยังไม่ได้เสียบแต่ก็ถอดเสื้อผ้าของนักเรียนหญิงที่พวกมันเลือกไปแล้ว สิ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการข่มขืนไปแล้ว
ความเงียบสงัดปกคลุมสถานที่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก
จางต๋าหมิงแปลกเองก็ใจเล็กน้อยที่ว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นเรื่องจริง เมื่อกี้เขาแค่ถามเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าพวกมันทุกคนจะทำกันจริงๆ ไอ้เวรพวกนี้มันเป็นขยะกันทั้งหมด!
ทว่า จางต๋าหมิงก็ไม่ใช่พวกไร้สมองหรือโกรธจนลืมตัว เขาเป็นถึงผู้นำตระกูลจางคนต่อไป เรื่องเพียงเท่านี้ทำให้เขาโกรธจนลืมตัวได้หรอก
เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ จางต๋าหมิงก็คิดถึงหน่วยสวะที่พึ่งก่อตั้งขึ้นมา แต่ถ้าเอาพวกมันกลับไปคงทำให้การเดินทางช้าลง ภารกิจครั้งนี้คือช่วยเหลือน้องสาวหนิงซิวเย่คนเดียว จางหยานย้ำหลายครั้งว่าคนเดียว จากนั้นก็กลับไปยังมหาลัยหลินฮวาให้เร็วที่สุด
จางต๋าหมิงชั่งใจอยู่หลายวินาทีว่าจะเอายังไง และในที่สุดเขาก็สามารถตัดสินใจได้ จางต๋าหมิงหันไปทางหนิงซิวเย่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า
“ คุณหนิงพวกนี้มันยังพอมีประโยชน์ต่อคุณอยู่บ้าง คุณหลินเคยบอกเอาไว้ว่า หากเราฆ่ามนุษย์ด้วยอาวุธวิญญาณหรือทักษะ พวกเราก็จะได้รับค่าพลังวิญญาณด้วย ผมและทหารไม่มีอาวุธวิญญาณแต่คุณมีทักษะ
“ ใจจริงผมก็อยากเอาพวกมันไปเข้าหน่วยสวะ แต่พวกเราไม่ได้เอารถมาเยอะ และเราก็ไม่ได้มาเพื่อจับคนหรือลงโทษคน คุณควรใช้การตายของพวกมันให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการผมจะ- “
“ ฉันทำค่ะ!! “
หนิงซิวเย่เริ่มสร้างดาบน้ำแข็งหลังตอบ
เธอเองก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อกัน เมื่อกี้ที่ได้ยินว่าพวกมันข่มขืนนักเรียนผู้หญิงที่อายุพอๆ กับน้องสาวของเธอ พวกมันทำจนเธอต้องกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เธอก็โกรธไม่ต่างจากอะไรจางต๋าหมิง เรียกว่าโกรธมากกว่าก็ไม่เกินจริง
หนิงซิวเย่ค่อยๆ เดินเข้าไปหากลุ่มนักเลงที่กำลังคุกเข่าอยู่ พร้อมดาบน้ำแข็งในมือของเธอ พวกนักเลงต่างก็งงว่าอยู่ๆ ทำไมถึงได้มีดาบน้ำแข็งปรากฏออกมา ผู้หญิงคนนั้นเป็นนักมายากลงั้นเหรอ???
นักเลงหลายคนต่างก็สงสัย แต่บางคนก็กำลังกลัว จากบทสนทนาที่ทหารและผู้หญิงคนนั้นคุยกัน ถึงจะไม่รู้ว่าไอ้ค่าพลังวิญญาณมันคืออะไร แต่ฟังยังไงก็คือการฆ่าชัดๆ
พี่เป่าตะโกนขึ้น
“ สู้พวกมัน!!! ถ้าสู้เราก็มีโอกาสรอด!!! “
ได้ยินดังนั้น พวกนักเลงที่คุกเข่าต่างก็พากันลุกขึ้น ตอนนี้ต้องสู้เพื่อรอด หากไม่สู้ก็มีแต่เพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ ต่อให้โง่ขนาดไหนไม่ว่าใครก็ต้องเข้าใจความจริงข้อนี้
แต่! ทันทีที่พวกมันลุกขึ้น เสียงปืนจากปืนของทหารก็ดังขึ้น
ปัง!!!
ปัง!!!
ปัง!!!
ทหารทุกคนได้รับการฝึกมาอย่างดี ระยะแค่นี้พวกเขาไม่มีทางพลาด
กระสุนปืนเจาะทะลุขาใหญ่ทั้งสองข้างของพวกนักเลงทุกคน พวกมันทุกคนต่างก็ล้มตัวลงไปนอนกับพื้น เพียงแต่ครั้งนี้มีบอเลือดขนาดใหญ่ค่อยๆ ปรากฏเพิ่มขึ้นมา เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นไปทั่ว
ส่วนพี่เป่า หลังจากมันตะโกนปลุกระดมให้พวกนักเลงสู้กับพวกทหาร มันก็ใช้โอกาสวุ่นวายวิ่งหนีไป ทหารมีอาวุธครบมือสู้ไปก็ตายเปล่าๆ ใครมันจะไปสู้กัน! พี่เป่ามันไม่ใช่คนโง่ มันเลยเลือกหนีทันทีเมื่อมองเห็นโอกาส
แต่โอกาสของมันก็หมดไป มันโดนจางต๋าหมิงหยุดเอาไว้โดยใช้ปืนยิงขาใหญ่ทั้งสองข้าง ตอนนี้พี่เป่าเลยอยู่ในสภาพไม่ต่างจากคนอื่นๆ เพียงแต่มันอยู่ไกลจากจุดที่พวกนักเลงนอนอยู่เท่านั้น หากจางต๋าหมิงไม่จ้องมันเอาไว้ ครั้งนี้มันอาจจะหนีไปได้ก็ได้
หนิงซิวเย่เดินไปทางพี่เป่าที่นอนอยู่ มันคือเป้าหมายแรกของเธอ หากไม่นับการฆ่าซอมบี้ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้ฆ่าคน มือของเธอสั่นเล็กน้อย ถึงจะโกรธเพราะไอ้เวรนี่มันทำเรื่องเลวระยำเอาไว้ แต่การที่จะต้องฆ่าคนก็ทำให้หนิงซิวเย่ลังเลขึ้นมา
“ ปล่อยฉันไปเถอะ… ฉันไม่ได้ตั้งใจ…. ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว… “
พี่เป่าอ้อนวอนทั้งน้ำตา
ภาพที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า กรรมตามทัน อีกครั้ง ตอนที่พี่เป่าและพวกนักเลงข่มขืนนักเรียนหญิง นักเรียนพวกนั้นก็ขอร้องแบบนี้เช่นกัน
หนิงซิวเย่มองพี่เป่าที่ร้องอ้อนวอนด้วยสายตาลังเล แต่ลังเลได้ไม่นานแววตาของเธอก็กลับมาจริงจังอีกครั้ง
เธอลองคิดกลับกัน เธอลองคิดว่า ถ้าเป็นเธอที่เสียเปรียบไอ้สวะนี่ ไอสวะนี่มันจะปล่อยตัวเธอไปไหม ไม่แน่นอน! มันไม่มีทางยอมปล่อยไปแน่!! เธอคงไม่โดนปล่อยแถมคงจะโดนทำให้อัปยศแบบผู้หญิงที่กระโดดตึกฆ่าตัวตายแน่ๆ
คิดได้แบบนั้น หนิงซิวเย่เลยมีแววตาเย็นชา เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ปล่อยมันไป ปล่อยไปคนแบบมันก็ไปสร้างปัญหาให้คนอื่นๆ อีก
ฉวบ!!!
ดาบน้ำแข็งทางเข้าที่หัวใจของพี่เป่า พี่เป่ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดไม่กี่วินาที จากนั้นมันก็สิ้นใจไป หนิงซิวเย่อยากอ้วกออกมา การฆ่าคนเป็นๆ ครั้งแรกเป็นอะไรที่โหดร้ายกับคนแบบเธอมาก
ทว่า เมื่อบอลแสงสีขาวที่ออกมาจากตัวพี่เป่าไหลเข้าร่างกาย หนิงซิวเย่ก็ไม่รู้สึกอยากจะอ้วกอีกต่อไป
‘ มันเกิดอะไรขึ้น
‘ สิ่งที่เรียกว่าค่าพลังวิญญาณมันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหรอ? ไม่สิ! มันทำให้เรากลายเป็นคนที่ไร้จิตใจต่างหาก หลังจากที่มันเข้ามาในร่างกาย ความรู้สึกผิดที่ฆ่าคนก็หายไปทันทีเลย ‘
หนิงซิวเย่คิดด้วยความสงสัย
แต่สงสัยได้ไม่นานหนิงซิวเย่ก็โยนความสงสัยทิ้งไป นี่อาจจะไม่ใช่เพราะค่าพลังวิญญาณก็ได้แต่อาจเป็นเพราะตัวเธอเอง สมองเธอป้องกันจิตใจโดยเอาเรื่องค่าพลังวิญญาณมาเกี่ยวข้อง
เมื่อสามารถทิ้งความสงสัยไปได้ หนิงซิวเย่ก็มองพวกนักเลงที่นอนจมกองเลือดอยู่ จากนั้นการสังหารหมู่ก็เริ่มต้นขึ้น
ฉวบ!!!
ฉวบ!!!
ฉวบ!!!
ดาบน้ำแข็งปลิดชีพด้วยการแทงหัวใจในครั้งเดียว ถึงพวกนี้มันจะเป็นพวกเลวระยำแต่ยังไงพวกมันก็ยังเป็นมนุษย์ หนิงซิวเย่ไม่ต้องการทรมานมนุษย์ด้วยกันเอง เธอไม่อยากทำตัวเหมือนปีศาจที่เล่นสนุกกับเหยื่อก่อนฆ่า
ติ่ง!
[ ประกาศจากระบบ ยินดีด้วย คุณเลเวลอัพเป็นเลเวล 3 ]
หน้าต่างปรากฏขึ้นต่อหน้าหนิงซิวเย่ หลังจากที่เธอฆ่านักเลงคนสุดท้ายไป
ตอนอยู่ที่มหาลัย หนิงซิวเย่ฆ่าพวกซอมบี้ไปหลายตัวเพื่อปกป้องนักศึกษา เพราะงั้นก่อนจะมาที่นี่หนิงซิวเย่จึงมีเลเวล 2 อยู่ก่อนแล้ว
และดูเหมือนว่า การฆ่ามนุษย์ธรรมดาจะให้ค่าพลังวิญญาณมากกว่าฆ่าซอมบี้ด้วย เพราะหากฆ่าซอมบี้คงต้องฆ่าไม่ต่ำกว่า 50 ตัว เลเวล 2 ถึงจะขึ้นไปเลเวล 3
“ คุณทำได้ดีแล้วครับคุณหนิง พวกมันเป็นสวะที่สมควรโดนกำจัด “
จางต๋าหมิงเห็นความรู้สึกผิดผ่านแววตาของหนิงซิวเย่ เขาจึงปลอบเธอ
การฆ่าคนเป็นเรื่องที่ผิดก็จริง แต่การฆ่าคนเลวไม่ใช่เรื่องที่ผิดเลยเพราะคนพวกนี้สมควรตายกันอยู่แล้ว หากจางต๋าหมิงเป็นคนฆ่าเอง พวกมันคงไม่ได้ตายสบายๆ อย่างการโดนแทงที่หัวใจเพียงครั้งเดียวแบบนี้แน่
หากเป็นจางต๋าหมิง จางต๋าหมิงจะค่อยๆ ตัดแขนตัดขาพวกมันออก ปล่อยให้มันเจ็บสักพักเขาก็จะฆ่าพวกมันทีละคนทีละคน ทำให้คนที่ยังรอดอยู่หวาดกลัวสุดขีดก่อนที่จะโดนฆ่าตาย
จางต๋าหมิงรู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกันที่หนิงซิวเย่ใจดีเกินไป แต่ทำไงได้ ผู้หญิงคนนี้คือคนที่หลินฟานสนใจ บางทีในอนาคต หนิงซิวเย่อาจจะกลายเป็นนายหญิงของตระกูลหลินก็ได้ จางต๋าหมิงจึงทำได้แค่เงียบและมองพวกมันโดนฆ่าตายแบบสบายๆ อย่างการโดนแทงหัวใจเพียงครั้งเดียวจนหมด
หนิงซิวเย่พยักหน้า จากนั้นก็ตอบว่า
“ ค่ะ! ฉันไม่รู้สึกผิดอะไรแล้ว พวกเราขึ้นไปดูชั้นต่อไปกันเถอะ”