นิสัยข้าเปลี่ยนยาก

    บทที่ ๒๐ ความแค้นจอมปลอม (3)

             

            ด้านนอกศาลเจ้าฝนตกหนักราวฟ้าถล่มแผ่นดินทลายกลบทุกเสียงให้ติดอยู่กับความอื้ออึงในหู

            จ้าวมู่อวิ๋นส่งทหารออกตามล่าทุกซอกมุมเมืองทันทีแต่คนกลับเงียบหายไร้ร่องรอย

            เมืองเป่ยชางกว้างใหญ่มิต่างจากเมืองหลวงมิหนำซ้ำประชาชนที่อยู่อาศัยยังมีเชื้อสายจากหลายชนเผ่าไม่อาจกระทำการค้นหาอย่างเอิกเกริกจนเป็นที่จับตาฉะนั้นตราบใดที่องค์รัชทายาทแห่งตู๋ฝางยังประทับอยู่ในเมืองรวมทั้งในยามที่สองแคว้นต่างลงนามทำสัญญาสงบศึก จะทำสิ่งใดต้องไว้หน้าอีกฝ่ายอยู่บ้าง

            แต่ที่จ้าวมู่อวิ๋นควรทำคือมุ่งค้นหาเงินที่หายไปมากกว่ามิใช่หรือทางหนึ่งไม่สามารถเปิดเผยเรื่องเงินตำลึงทองนับสิบหมื่นหายกลัวว่าจะกระทบถึงองค์ชายสามผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ส่วนอีกทางก็เร่งหาคนมารับโทษ

            ทว่าต่อให้จ้าวมู่อวิ๋นพลิกแผ่นดินหาก็คงไม่มีทางหาเงินเหล่านั้นพบกระมังเว้นแต่จะตามคนให้เจอเพราะไม่มีใครล่วงรู้ว่าเงินถูกสับเปลี่ยนแล้วนำออกจากเมืองไปตั้งแต่เมื่อใด...

            แสงไฟเล็กๆในศาลเจ้าส่องสว่างอย่างต่อเนื่องหลินหลานหรูเผามีดสั้นบนกองไฟจนปลายมีดแดงฉานและได้ความร้อนระดับหนึ่ง พลิกมือหมุนไปมาอย่างไม่เร่งรีบ

            อาภรณ์สีแดงเข้มตัวในเบาบางของนางเริ่มแห้งสนิทแล้วส่วนชุดตัวนอกนางผึ่งตากไว้กับรูปปั้นทวยเทพด้านข้างไม่ได้หวั่นเกรงว่าจะล่วงเกินเบื้องสูงศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด

            ทว่ายามนี้ทุกความเคลื่อนไหวของหลินหลานหรูอยู่ในสายตาของคนผู้หนึ่งตลอด

            ความจริงแล้วเสวี่ยเฟิ่งรู้สึกตัวมาได้สักพักใหญ่แล้วเพียงแต่ขยับตัวเคลื่อนไหวมากไม่ได้ เวลานี้เขาจึงเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงติดจะแหบแห้งอยู่บ้าง "บาดเจ็บหรือไม่"

            หลินหลานหรูได้ยินเสียงเอ่ยค่อนข้างเบาจึงเงยหน้าขึ้นมองเห็นดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่นาง แต่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับยังขาวซีดไร้สีเลือดผ่านไปกว่าชั่วยามแล้ว พิษเย็นในร่างของเขาน่าจะสงบลงแล้วกระมัง

            หัวลูกธนูก่อนหน้าก็ถูกนางนำออกมาแล้วเพียงแต่นางไม่มียาสมานแผลหรือยาห้ามเลือด จะเย็บแผลปิดก็ดูสกปรกเกินไปเขาจึงกึ่งนั่งกึ่งนอนในสภาพที่ไม่น่าดูนัก ปากแผลมีเลือดไหลซึมออกมาอยู่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะเกิดภาวะช็อกที่ความดันไหลเวียนเลือดลดต่ำมากเกินไป

            "คนที่เจ็บน่ะคือท่านข้าไม่ได้อ่อนหัดจนโง่งมได้แผลเต็มตัวเหมือนใครบางคนซะหน่อย"ประโยคนี้มีแต่เทพพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าหลินหลานหรูเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ความรู้สึกใด

            ได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นเสวี่ยเฟิ่งจึงละสายตาจากใบหน้าของนางลงไปที่ต้นแขนขวาเสื้อตัวในสีแดงเข้มมีรอยขาดเป็นทางกว้างรอยขาดนี้คงได้มาตอนต่อสู้กับจ้าวมู่อวิ๋นเมื่อนางขยับจึงเผยให้เห็นตัวเลขสีแดงสักไว้บนต้นแขนนั้นอีกที่...และเยอะมากเสียด้วย

            ฉับพลันนั้นในใจเสวี่ยเฟิ่งรู้สึกขัดเคืองขึ้นมาแทบอยากจับนางถอดผ้าแล้วดูว่ายังมีตัวเลขสักอยู่ที่ใดอีกจากนั้นเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อลบมันออก

            มีมันอยู่ย่อมไม่ใช่เรื่องดี

            เสวี่ยเฟิ่งเคยทรมานสายลับมามากมายจนตายไปไม่รู้ตั้งกี่คนหากเป็นสายลับของขุนนางเฒ่าในราชสำนักหรือตระกูลใหญ่ที่คานอำนาจกันอยู่จะไม่มีหมายเลขปรากฏเช่นนี้ น้อยนักถึงจะพบเห็นส่วนใหญ่เค้นถามถึงที่สุดจึงได้รู้ว่าสายลับที่มีหมายเลขล้วนมีไว้สำหรับภารกิจใหญ่สำคัญถือเป็นอาวุธลับชั้นสูงที่ใช้สังหารหรือไพ่ตายของนายพวกมัน

            และเวลานี้เสวี่ยเฟิ่งก็เจอเข้าแล้วคนหนึ่งที่เป็นอาวุธสังหารนั้นมิหนำซ้ำยังเป็นหญิงที่เขามีใจให้อีกด้วย

            "ท่านเสียใจหรือ"หลินหลานหรูเห็นสายตาเสวี่ยเฟิ่ง เขามองจ้องตัวเลขบนต้นแขนนางจากนั้นก็เหม่อลอยไปพักใหญ่นางจึงคิดว่าเขาคงกำลังเสียใจอยู่กระมังที่ไม่ลงมือสังหารนางให้ตายเสียตั้งแต่ร่วมเดินทางกันมาที่กว่างโจวอย่างไรเสียสายลับกับคนในราชสำนักก็ถือเป็นปรปักษ์ที่พบเห็นเป็นต้องฆ่าทิ้งก่อนที่พวกนางจะทำภารกิจในมือนั้นสำเร็จ

            แต่ก็ยังมีเรื่องตลกเกิดขึ้นแทนองค์ชายผู้นี้ถึงกับมีใจให้นางเสียได้

            คิดถึงตรงนี้หลินหลานหรูอดเหยียดมุมปากเย้ยหยันไม่ได้กับหลินหลานหย่าน้องสาวต่างมารดาของนางผู้นั้นก็มีใจให้มันด้วยเช่นเดียวกันนี้หรือไม่ภาพที่เขาประคองหลินหลานหย่าออกจากคุกใต้ดินแล้วทิ้งนางให้นอนจมกองเลือดเรื่องนี้ยังติดอยู่ในภาพจำของนางชัดเจน

            เหตุใดเขาถึงได้มากรักนัก!

            แววตาหลินหลานหรูเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวเรียวคิ้วยังขมวดมุ่น กอปรกับริมฝีปากเม้มแน่นอย่างขุ่นเคืองมือที่จับมีดก็เริ่มแน่นขึ้นเช่นกันราวกับว่าเวลาต่อมานางจะใช้มันทะลวงหัวใจคนเพื่อสนองแรงอาฆาตในใจอย่างไรอย่างนั้น

            ทว่าชั่วครู่ต่อมาหลินหลานหรูก็รู้สึกตัวว่าถูกจิตมารแทรกขึ้นในใจอีกแล้วจึงหลับตาลง สลัดอารมณ์มืดหม่น รวมถึงความคิดที่คล้ายจะหึงหวงเหล่านี้ทิ้งไปด้วย

            ก่อนหน้านั้นหลินหลานหรูถ่ายทอดลมปราณให้เสวี่ยเฟิ่งเวลานี้เขาจึงสามารถประคองสติฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนพิษเย็นในร่างก็สงบลงชั่วคราวหลังพ้นคืนนี้ก็จะมีอาการดีขึ้น และรอจนครบเดือนอีกครั้งถึงจะกำเริบซ้ำแต่ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่พิษกำเริบขึ้นมา อาการจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆ

            นางจำได้ว่าตอนนั้นที่ตนเองทดลองแก้พิษในร่างมันไม่ได้รู้สึกทรมานเจ็บปวดถึงกระดูกขนาดนี้เขามีชีวิตมาได้ถึงสี่ปีนับตั้งแต่ถูกพิษ...ถือว่าอัศจรรย์ยิ่งแต่เกรงว่ากำเริบครั้งหน้าคงไม่รอดแล้วนางเองก็ไม่รู้วิธีถอนพิษที่กลายพันธุ์เช่นนี้เสียด้วย

            รู้เช่นนี้แล้วทางหนึ่งหลินหลานหรูรู้สึกยินดีที่เขาจะทรมานจนตายโดยที่ไม่ต้องให้ถึงมือนางส่วนอีกทางก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม คล้ายว่านับตั้งแต่ที่นางได้พบเขาอีกครั้งหลังผ่านไปสามปีนางก็รู้สึกว่าการตายของเขาไม่ใช่หนทางยุติความแค้นในใจของนางแล้ว

            ทว่าหลินหลานหรูนึกไม่ถึงเวลานี้เสวี่ยเฟิ่งถึงกับเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา "หลายปีก่อนข้าเคยพบเจ้า"

            หลินหลานหรูรู้สึกชาวาบไปทั้งสมองภายในใจก็หวาดหวั่น เขาจำนางได้แล้ว? ทว่าเขายังคงพูดต่อ "เมื่อสามปีก่อนในคุกใต้ดินข้าเคยพบเจ้าที่นั่น"

            หลินหลานหรูถึงกับผ่อนลมหายใจออกมาเงียบๆกระนั้นนางก็ยังไม่ยอมรับตรงๆ"ข้าเคยบอกกับท่านไปว่าความทรงจำก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในจวนสกุลจื่อหายไปจนหมดสิ้น" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา พูดอย่างเย็นชาว่า"อยากให้ข้าแสดงความรู้สึกใดให้ท่านเห็น เมื่อท่านพูดถึงเรื่องที่เคยรู้จักข้ามาก่อนกันล่ะ"

            เสวี่ยเฟิ่งอึ้งเล็กน้อยเพียงชั่วอึดใจสีหน้าก็กลับมาเป็นปกติ เขาเข้าใจความหมายที่นางต้องการสื่อ

            หลังจากนั้นภายในศาลเจ้าก็ตกอยู่ในความเงียบมีเพียงด้านนอกที่ยังได้ยินเสียงฝนตกใบมีดในมือหลินหลานหรูก็เริ่มจะร้อนลวกขึ้นมาถึงมือ

            คนทั้งคู่สบตากันไม่ละทว่าที่สุดแล้วหลินหลานหรูก็พ่ายแพ้ให้กับดวงตาล้ำลึกที่เปิดเผยทุกความรู้สึกของเขาคู่นั้นยิ่งเห็นว่าแววตาของเขามีแต่ความจริงใจให้นางก็รู้สึกว่าภายในใจตนเองอ่อนยวบลงทันที

            หลินหลานหรูแค่นเสียงหึขึ้นจมูกเยาะหยันตัวเอง"เอาเถอะ ข้าไม่ปิดบังท่าน ในเมื่อท่านรู้แล้วว่าข้าเป็นสายลับและข้าเองก็คงจะรู้ถึงตัวตนของท่านนานแล้วดื้อดึงบอกว่าจำอดีตไม่ได้ต่อไปก็เท่านั้นดังนั้น...ข้าจึงรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้พบหน้าคนรู้จักเช่นท่าน"

            มีใครฟังไม่ออกบ้างกันความยินดีที่นางกล่าวถึงมีแต่ความประชดประชันทั้งนั้นยิ่งในยามที่เอ่ยถึงหลินหลานหย่า สุ้มเสียงของนางยิ่งแฝงใบมีดเสียดแทงผู้อื่น"แล้วเด็กน้อยนางนั้นล่ะ เด็กที่ท่านเลือกทิ้งข้าก่อนพานางออกไปในปีนั้นนางเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ใช่สุขสบายดีหรือไม่ข้าหวังว่านางจะมีชีวิตที่ดีมากกว่าที่ข้าเป็นอยู่"

            นับว่าความอัดอั้นในใจของหลินหลานหรูมีมากมายเลยทีเดียวจนรู้สึกว่าน้ำลายในปากมากล้นจนกลืนลงคอไม่หวาดไม่ไหว

            ฟังนางกล่าวอย่างประชดเช่นนี้แววตาเสวี่ยเฟิ่งก็หม่นแสงลงอยู่บ้าง น้ำเสียงยังติดจะเหนื่อยล้าอย่างที่สุด"เสี่ยวหลัน ข้า..."

            "มีอะไรที่ท่านพูดไม่ได้!"หลินหลานหรูอยากฟังคำอธิบายจากปากเขา แต่ขณะเดียวกันนางก็ไม่อยากจะได้ยินมัน

            เมื่อนึกถึงเรื่องราวครั้งนั้นความรู้สึกเจ็บแค้นในใจก็เหมือนน้ำหลากที่ไหลทะลักเพียงคิดว่าสามปีมานี้นานพอให้นางลืมเลือนความแค้นครั้งนั้นได้บ้างแล้วแต่พอต้องรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่กลับยิ่งชัดเจนราวกับย้อนเวลากลับไปอย่างไรอย่างนั้น

            เจ็บปวดอย่างไร ทรมานอย่างไรผู้ใดจะเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นเท่านาง

            หลินหลานหรูรู้สึกตีบตันในลำคอขึ้นมาจมูกก็แสบร้อน ขอบตายังคล้ายว่าจะมีหยาดน้ำใสๆ ร่วงหล่นสุดท้ายนางก็พูดออกไปด้วยเสียงที่สั่นพร่า "ท่านแทงข้า"

            นี่ละคือสิ่งที่เสวี่ยเฟิ่งหวาดกลัวที่สุดใจเขาถึงกับสั่นสะท้าน จะความผิดใดก็มิอาจเทียบเท่าเรื่องนี้ ที่สุดแล้วเพียงคำว่า'ข้าไม่ได้ตั้งใจ' ไม่สามารถนำมาใช้แก้ตัวในความผิดนี้ได้

            แล้วเขาก็พูดสิ่งใดไม่ออก

            หลินหลานหรูเห็นเสวี่ยเฟิ่งเงียบไปจึงหัวเราะเยาะหยันในลำคอขณะเดียวกันก็พยายามซ่อนน้ำตาและความขมขื่นไว้ข้างใน น้ำเสียงจึงสั่นพร่าอย่างมาก"ข้ารู้ว่ามันเป็นเหตุบังเอิญและข้าก็รู้ด้วยว่าทันทีที่เวลานั้นมีคนร้องขึ้นว่าในลูกดอกมีพิษเป็นหลินหลานหย่าผลักข้า นางคงเห็นว่าอาวุธลับนั้นพุ่งตรงไปหาท่าน นาง...นางถึงได้ทำเช่นนั้น"

            พูดถึงตรงนี้หลินหลานหรูก็เก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้วนางร้องไห้ออกมากับความคิดที่ว่าสุดท้ายนางก็ยังเป็นเพียงตัวไร้ประโยชน์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ใครเห็นค่ากระทั่งช่วงเวลาเป็นตายยังถูกมองเป็นแค่กำแพงหนาๆ ไว้กำบังคมมีดศัตรูคนชั่วช้าอย่างนางตายไปผู้ใดก็คงเห็นเป็นเรื่องดี

            เสวี่ยเฟิ่งเห็นหลินหลานหรูร้องไห้สะอึกสะอื้นปานใจจะขาดไหล่เล็กสั่นขึ้นลงไม่หยุด เขาก็รู้สึกปวดใจยิ่งสองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงไปในผิวเนื้อ ก่อนหลับตาลงอย่างเจ็บปวด

            คนที่ควรสารภาพความจริงอย่างเขากลับนิ่งเงียบให้หลินหลานหรูเสียน้ำตาสมควรแล้วหรือที่นางต้องอยู่กับความแค้นจอมปลอมมานานถึงสามปีสมควรแล้วหรือเมื่อเขาสารภาพบอกว่าเป็น 'เหตุบังเอิญ' แล้วจะได้รับการให้อภัยจากนางเขาควรเป็นฝ่ายเจ็บปวดมากกว่าที่คิดว่านางจะต้องยกโทษให้เขา!

            ผิดแล้ว... หลินหลานหรูไม่ใช่คนโง่วันเวลาที่อยู่บนเกาะ นางคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นซ้ำๆผ่านไปนานนางย่อมมองทุกอย่างได้กระจ่างชัดที่แค้นที่สุดก็คือความแค้นในใจที่หาที่ลงไม่ได้ เป็นนางที่เลอะเลือนไปเองจมอยู่กับความแค้นที่รู้แก่ใจว่าเอาผิดใครไม่ได้เช่นนี้แล้วจะไปเรียกร้องให้พวกเขาสำนึกผิดและเจ็บปวดในสิ่งที่ทำกับนางได้อย่างไร

            ตัวข้าก็ยังเป็นเพียงของสกปรกที่ไร้ประโยชน์ชวนให้คนรังเกียจอยู่ดีแม้แต่ความแค้นยังใช้เรียกให้พวกเขาหันมาสนใจไม่ได้

            "ผ่านไปสามปีเดิมทีข้าคิดว่าตนเองปล่อยวางมันลงได้แล้ว แต่ยามนี้กลับพบว่ามันไม่ใช่หากก่อนหน้าสามปีนั้นข้าไม่รู้จักท่านในเมืองหนานจิง ยามนี้ก็คงจะไม่รู้สึกน้อยใจทั้งยังผิดหวังในตัวท่านมากขนาดนี้!"

            เสวี่ยเฟิ่งสิ้นไร้คำพูด

            ยามนั้นเขายกกระบี่ขึ้นมาเพราะหวังปัดลูกดอกนั้นให้พ้นทางแต่คิดไม่ถึงว่าหลินหลานหรูจะถูกผลักมา พริบตาเดียวเขาก็แทนนางเสียแล้วในยามนั้นเขาเห็นนางเป็นเพียงเด็กหญิงไร้ที่มาผู้หนึ่งจึงไม่คิดพาร่างนางออกมาด้วยเพียงทิ้งเสื้อคลุมไว้ ไม่ได้หวังด้วยซ้ำว่านางจะมีชีวิตรอด

            กล่าวอย่างไรก็ยังเป็นเขาที่ทิ้งนางโดยไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด

            ทว่าความจริงอีกเรื่องที่หลุดออกจากปากหลินหลานหรูเมื่อครู่เขาเคยรู้จักนางที่เมืองหนานจิงมาก่อน?

            เสวี่ยเฟิ่งพลันเข้าใจสถานการณ์บางอย่างขึ้นมาจึงเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดอย่างเหลือประมาณผนวกกับจิตใจที่อ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง"เป็นข้าผิดเองที่ในเวลานั้นจำเจ้าไม่ได้"

            เขาเข้าใจแล้วเหตุใดครั้งนั้นสายตาของนางถึงได้มองเขาอย่างคาดหวังกระทั่งผิดหวังเมื่อไม่ได้รับสิ่งใดตอบกลับมาจนกลายเป็นความตัดพ้อที่นางเอ่ยเชิงว่าตนเองยอมตายแต่ไม่ขอให้เขาตัดโซ่

            และเป็นเหตุให้ในตอนนี้นางถึงได้เจ็บแค้นถึงเพียงนี้

            สองเดือนก่อนหลังจากที่เสวี่ยเฟิ่งไปเยือนจวนสกุลเฉาในเมืองหนานจิงพบอาจารย์เฉาอัน และรู้มาว่าตัวเขาเคยอยู่ในหนานจิงถึงครึ่งปี ช่วงเวลานั้นมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาหายตัวไปถึงหนึ่งเดือนแล้วกลับมาพร้อมกับบาดแผลฉกรรจ์ที่ยังไม่หายสนิทบนหน้าอก

            หลังจากนั้นก็คบหาเป็นสหายกับคุณชายใหญ่สกุลหลินซึ่งที่เขารู้มาตอนที่ครอบครัวนี้เดินทางกลับเมืองหลวงคือหลินหลงอู่เสียชีวิตตอนที่ขบวนเดินทางถูกลอบโจมตีระหว่างทางและสืบรู้เป็นการภายในว่าคุณหนูเล็กสกุลหลินได้หายตัวไปพร้อมกันในวันนั้นอีกด้วย

            แต่นายท่านใหญ่สกุลหลินกลับปิดเรื่องมิดชิดแล้วหาใครที่ใดไม่รู้ปลอมตัวมาเป็นบุตรสาวของตนแทนยามนั้นที่รู้เรื่องนี้เขาไม่ชอบเรื่องโสมมในบ้านของผู้อื่นจึงไม่ได้ใส่ใจไม่คิดว่าหญิงที่เขามีใจให้ตรงหน้านี้ก็คือคุณหนูเล็กสกุลหลินผู้นั้นที่หายตัวไปถึงกับเป็นนาง

            หลินหลานหรูได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ก็หลั่งน้ำตาร่ำไห้อีกรอบนางรู้สึกปวดร้าวในใจนัก มิหนำซ้ำยังเจ็บแสบ บีบคั้นจนยากจะทานทน "มิผิด...เวลานั้นเป็นความผิดของท่านที่จำข้าไม่ได้"

            เป็นนานกว่าที่หลินหลานหรูจะเก็บน้ำตาไว้ได้ซ้ำน้ำเสียงที่เอ่ยหลังจากนี้ยังเยือกเย็นจนคนฟังใจหาย "ดีแล้ว...เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เพราะท่านเวลานี้ไม่ใช่สหายในวัยเยาว์ของข้าผู้นั้นอีกแล้วลืมไปเสียให้หมดก็ดีแล้ว"

            นางกำลังตัดรอนความสัมพันธ์กับเขาอย่างเหี้ยมโหด! เสวี่ยเฟิ่งเอ่ยรั้งไว้ไม่ทัน "เสี่ยวหลัน..."

            "หุบปาก!ท่านบอกความจริงนี้แก่ข้าก็คงเตรียมใจมาแล้วเหมือนกันใช่หรือไม่ไม่ว่าอย่างไรใจข้าก็ยากจะให้อภัยท่านได้ ต่อให้รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของท่านข้าก็ยอมรับมันไม่ได้" นางฝืนเอ่ยคำนั่นออกมา "...ข้าเกลียดท่าน"

            เสวี่ยเฟิ่งใจหายถ้อยคำสุดท้ายนี้นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า น้ำตารินไหลมาอย่างเงียบๆดวงตาที่มีหยาดน้ำคู่นั้นมีแต่ความชิงชัง ทั้งยังเกลียดเขา!

            เสวี่ยเฟิ่งเห็นแล้วก็รู้สึกท้อใจเป็นที่สุดภายในใจสั่นสะท้านอย่างหมดหวัง เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันฉะนั้นจึงข่มกลั้นน้ำตาสายหนึ่งของตัวเองไว้ไม่ได้ ที่สุดแล้วก็ยังเป็นเขาที่ผิดจะโทษนางได้อย่างไร

            ดังนั้นเสวี่ยเฟิ่งถึงได้ตัดสินใจอย่างไรเสียนางก็ยังเป็นสตรีที่เขารัก ขอเพียงทุกวันนางมีรอยยิ้มเขาไม่เสียใจที่ได้รู้จักนางตลอดหนึ่งเดือนนี้ต่อให้อารมณ์รักจะรุนแรงตั้งแต่แรกเห็นราวกับตามนางมาตั้งแต่ชาติก่อนแต่ในเมื่อตามมาได้ถึงแค่นี้ ชาติหน้าเขาก็จะตามต่อไป ขอเพียงในใจนางจดจำเขา

            "ข้ายินดีสลายความเกลียดชังในใจของเจ้าขอเพียงแค่สักเล็กน้อยที่ในใจเจ้ามีข้าอยู่ในนั้นจดจำข้าไว้ในใจเจ้าได้หรือไม่"ถึงอย่างนั้นทางหนึ่งเสวี่ยเฟิ่งก็ยังหวังว่าหลินหลานหรูจะให้โอกาสเขาหลังจากนี้สักครั้ง

            หลินหลานหรูไม่อยากมองดวงตาของเขาจึงแค่นเสียงผ่านลำคอด้วยความรู้สึกขมปร่า พูดพลางหลับตาลงอย่างทรมานใจ"ท่านตายเสียเถอะ ความแค้นในใจข้าถึงจะยุติ"

            เสวี่ยเฟิ่งตกตะลึงแม้คาดไว้แล้วก็ยังอดตกใจไม่ได้ ขณะเดียวกันก็เจ็บหน่วงในใจเป็นที่สุดรวดร้าวสุดประมาณ "เช่นนั้นเจ้าก็ลงมือเถอะ"

            หลินหลานหรูไม่พูดเล่น นางเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเพียงกระชับมีดในมือที่ร้อนฉ่าให้แน่นขึ้นหลับตาตัดใจเป็นครู่ใหญ่ก็ตวัดมีดแทงทะลุอกซ้ายของเขา นิ่งค้างไว้อย่างนั้น

            ความเจ็บปวดจากความร้อนบนใบมีดฉีกทึ้งจนวิญญาณแทบแหลกสลายเสวี่ยเฟิ่งเจ็บมากแต่กัดฟันทนไม่เปล่งเสียง ก่อนปรือตามองดวงหน้าขาวผ่องในระยะประชิดยามนี้หลินหลานหรูช่างงดงามจนเขาอดจะยิ้มเล็กๆ ไม่ได้

            รอจนมีดค่อยๆ ถูกถอนออกไปความเจ็บปวดก็ค่อยๆ จางลงเช่นกัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังเผยความหวังเสี้ยวเล็กๆในดวงตาที่หวังให้นางให้อภัย แต่กลับได้เพียงความว่างเปล่ากลับมาช่างน่าผิดหวังนัก

            หลินหลานหรูมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายมีรอยยิ้มให้นางจวบจนชั่วเวลาสุดท้ายแววตาคาดหวังล้ำลึกของเขา ทั้งยังไม่คิดแม้แต่จะโทษนางใดๆกำแพงมากมายที่ขวางกั้นในใจก็พังครืนลงมาในคราวเดียว

            ข้าแพ้แล้วถึงกับเป็นเจ้าที่ข้าแพ้ให้ หลินหลานหรูหัวเราะเยาะหยันเคล้าไปกับน้ำตาพลางคิดไปอีกว่า...ไฉนถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เสวี่ยเฟิ่งข้าแค้นเจ้ามาก...แต่ก็รักเจ้ามากเช่นกัน ความรู้สึกทั้งสองอย่างนี้ข้าควรวางมันลงที่ใด

            คิดมาถึงตรงนี้หลินหลานหรูก็ฟุบหน้าร่ำไห้ซบอกกว้างของเขาจวบจนตอนท้ายที่คล้ายว่าจะหลับไป ...นี่ช่างเป็นคืนที่เจ็บปวดทรมานใจเสียจริง

            นางกระชับอ้อมแขนสวมกอดเสวี่ยเฟิ่งให้แน่นขึ้นผลสุดท้ายนางก็ไม่อาจสังหารบุรุษตรงหน้านี้ได้เพียงแต่ใช้ความร้อนบนมีดสมานแผลที่เกิดจากลูกธนูบนอกเขาเท่านั้น"...ข้าจะไม่ให้โอกาสท่านอีกแล้ว"

            เสวี่ยเฟิ่งได้ยินเสียงงึมงำเบาๆนี้ของนางขณะที่สติของเขากำลังจะเลือนหาย มุมปากก็มีรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าที่ขาวซีดขึ้นมา ยกสองแขนโอบกอดนางไว้แนบอกเช่นกันก่อนสติจะหมดไปพร้อมกับความรู้สึกยินดีที่บ้าคลั่ง

            ข้าจะไม่ปล่อยมือเจ้าไปอีกแล้ว...หลี่ถิง!ชาตินั้นก่อนตายจับมือเจ้าไว้อย่างไร ชาตินี้ข้าก็จะไม่ปล่อยมือเจ้า

             

    คล้ายกับเรื่องนิสัยข้าเปลี่ยนยาก ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734