สองสามวันมานี้ ศิษย์ทั้งสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพล้วนเห็นมู่ไห่เฉินออกฝึกท่วงท่ายุทธ์ไม่เว้นแต่ละวัน
จากที่เคยเป็เด็กหนุ่มผู้เอาแต่ทำงานทั่วไปในสำนักและไม่เคยสนใจวรยุทธ์ เวลานี้กลับกลายเป็ผู้มุ่งมั่นฝึกฝนอย่างเอาเป็เอาตาย ย่อมทำให้ผู้คนรอบข้างต่างประหลาดใจไม่น้อย
บางคนมองว่าเขาเพี้ยนไปแล้ว บ้างก็หัวเราะเยาะ แต่ทว่าก็มีผู้ที่ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่สองคน คือไป๋ซูหลิงผู้มีจิตใจอ่อนโยน และลุงหลี่ ศิษย์รุ่นเก่าผู้หมั่นเอ็นดูเขาเสมอมาแต่เด็ก
แต่ก็แน่นอน การเปลี่ยนแปลงของมู่ไห่เฉินกลับไปขัดหูขัดตาบางคน นั่นก็คือเฮยอิงศิษย์พี่กับพรรคพวก พวกเขามองว่านี่เป็การท้าทายอำนาจ คงจะคิดปีกกล้าขาแข็งในสักวัน ่นี้พรรคพวกจองเฮยอิงจึงสรรหาวิธีกลั่นแกล้งมู่ไห่เฉินมากขึ้นกว่าเดิม
…
“นี่คือระบบให้คำแนะนำ”
แสงอักษรปรากฏขึ้นอีกครั้งเบื้องหน้ามู่ไห่เฉิน ราวกับแสง์ที่เขาเฝ้ารอมาหลายวัน ครั้งนี้เมื่อเห็นข้อความชัดเจน ดวงตาเขาพลันสว่างไสวด้วยความยินดี
“ท่านได้รับระบบ ประเมินยุทธ์ผู้คน”
“ท่านได้รับระบบ ดาวน์โหลดวรยุทธ์”
ทำให้สามารถมองเห็นระดับพลังยุทธ์ของผู้คนได้
สามารถดาวน์โหลดวิชายุทธ์ของผู้อื่นเข้าสู่ตนเองได้
เงื่อนไขสำคัญ
หนึ่ง ต่อไปนี้ มู่ไห่เฉินจะไม่สามารถพัฒนาฝีมือด้วยการฝึกฝนปกติได้อีก ความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นเฉพาะจากการดาวน์โหลดเท่านั้น
สอง ยิ่งเป้าหมายมีพลังและประสบการณ์สูงส่งกว่า เวลาที่ใช้ดาวน์โหลดจะยิ่งยาวนาน
สาม ระหว่างดาวน์โหลด ต้องอยู่ไม่ห่างจากเป้าหมายเกินระยะที่กำหนด ตอนนี้คือ สามเมตร
สี่ เมื่อเริ่มดาวน์โหลดแล้ว ไม่อาจยกเลิกกลางคันได้ และหากระยะเกินกำหนด กระบวนการจะถูกยกเลิกทันที
ห้า เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้น หรือถูกยกเลิก จะไม่สามารถทำการดาวน์โหลดใหม่ได้ จนกว่าจะถึงเที่ยงคืนของวัน
มู่ไห่เฉินอ่านคำอธิบายเหล่านี้แล้วพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ยังมีบางส่วนที่ไม่เข้าใจนัก แต่เพียงได้รับรู้แล้วว่านี่คือโอกาสอันหายากในชีวิต
“หากข้าอยู่ใกล้ผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง วรยุทธ์ของข้าก็จะสามารถก้าวะโได้ในพริบตา…”
เพียงคิดถึงความเป็ไปได้ ดวงใจของมู่ไห่เฉินก็พลันเต้นแรง ความคาดหวังแผดเผาอยู่ในอก ยากจะอดกลั้นไม่ให้ลองใช้ระบบใหม่นี้
ด้วยความอยากทดสอบระบบใหม่ มู่ไห่เฉินจึงเดินสำรวจไปทั่วสำนัก สายตาเขากวาดมองเหล่าศิษย์ทั้งหลาย พบว่าศิษย์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เพียงขั้นฝึกกาย แม้ศิษย์เหล่านี้จะอยู่ในขั้นเดียวกัน แต่เมื่อเขาลองตรวจสอบด้วยระบบ กลับพบว่าเวลาที่ต้องใช้ในการดาวน์โหลดวรยุทธ์แตกต่างกันไป บางคนต้องใช้เวลาถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ขณะที่บางคนกลับยาวนานถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
"แม้จะอยู่ขั้นเดียวกัน แต่ฝีมือก็ไม่ได้เท่าเทียม" ไห่เฉินครุ่นคิด พลันก็เข้าใจว่าการจะดาวน์โหลดให้สำเร็จต้องอยู่ใกล้เป้าหมายภายในระยะสามเมตรตลอดเวลาที่กำหนด เื่นี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะทำ
ขณะกำลังนึกหาทางออก ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
"ใช่แล้ว! ลุงหลี่นั่นไง ลุงเคยเป็ศิษย์เก่าของสำนักมาก่อน ย่อมต้องมีวรยุทธ์ติดตัวบ้าง"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบรุดไปยังกระท่อมเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสำนักนัก
"ลุงหลี่ วรยุทธ์ขั้นฝึกกาย เวลาที่ต้องใช้ในการดาวน์โหลดวรยุทธ์ยี่สิบเก้าชั่วโมง"
เมื่อเห็นข้อความปรากฏขึ้นต่อหน้า มู่ไห่เฉินถึงกับยิ้มกว้าง ความดีใจเอ่อล้นในอก หากจะต้องติดตัวใครสักคนเพื่อทดสอบระบบในตอนนี้ คนผู้นั้นก็คงไม่พ้นลุงหลี่แน่นอน
“ลุงหลี่ ข้าคิดว่าจะอยู่กับท่านสักคืนสองคืน ขอท่านโปรดชี้แนะวรยุทธ์แก่ข้าด้วย”
ลุงหลี่เมื่อได้ยินก็ใเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “ข้าเองก็ห่างหายจากการฝึกฝนไปนาน จะมีสิ่งใดชี้แนะเ้าได้เล่า”
ถึงแม้ลุงหลี่จะพูดเช่นนั้น แต่ในใจก็รู้สึกยินดีมากกว่าสิ่งใด เด็กหนุ่มในตอนนี้เหมือนว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว
“ต่อให้ตื้นเขินเพียงใด ก็ยังดีกว่าข้าไม่รู้สิ่งใดเลย” ไห่เฉินกล่าวด้วยสายตาจริงจัง
ลุงหลี่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของไห่เฉินก็ยากที่ปฏิเสธ อีกทั้งยังรู้สึกยินดีด้วยซ้ำ แม้ลุงหลี่รู้ดีว่าตนไม่ได้มีฝีมือยอดเยี่ยม แต่ก็เพียงพอที่จะปูพื้นฐานให้กับมู่ไห่เฉิน
เมื่อมู่ไห่เฉินตัดสินใจเริ่มดาวน์โหลด ระบบก็นับถอยหลังทันที และเส้นวงรัศมีสามเมตรรอบกายก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ไห่เฉินเข้าใจในทันที หากลุงหลี่ก้าวออกพ้นวงนี้ไป การดาวน์โหลดก็ย่อมสิ้นสุดลงในทันที
เขาออกท่ารำกระบวนยุทธให้ลุงหลี่ชม ลุงหลี่มองแล้วก็อดพยักหน้าชื่นชมไม่ได้ “ท่วงท่าของเ้ายอดเยี่ยมนัก อ่อนแข็งสลับกลมกลืน ไม่นึกว่าพื้นฐานของเ้าจะดีเยี่ยมมากเช่นนี้”
ทว่าเมื่อครู่ลุงหลี่เผลอเดินออกห่างไปเล็กน้อย ไห่เฉินก็รีบก้าวเท้าตามติดเสียจนลุงหลี่ต้องหันมามองด้วยความประหลาดใจ
“เหตุใดเ้าถึงเดินตามใกล้ชิดข้ามากขนาดนี้”
ไห่เฉินยิ้มแห้งแล้วแก้ตัว “ข้า… ข้ามุ่งมั่นจะไม่ปล่อยให้ตนละทิ้งการฝึกแม้เพียงก้าวเดียว ตั้งใจแล้วว่าสองวันนี้ตัวจะไม่ห่างจากลุงหลี่เกินสามก้าว”
ลุงหลี่หัวเราะลั่น “ถ้าข้าไปเข้าห้องน้ำ เ้าก็จะตามไปด้วยหรือไม่เล่า”
ไห่เฉินทำหน้าเก้อเขิน “เกรงว่าจะต้องเป็เช่นนั้นจริงๆ”
แม้จะรู้สึกขบขันกับความบ้าบอของเด็กหนุ่ม แต่ในใจลุงหลี่กลับแอบยินดี เขาเห็นความมุ่งมั่นที่แท้จริงในแววตาของมู่ไห่เฉิน และหวังว่าความตั้งใจเช่นนี้จะผลักดันให้เด็กหนุ่มเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันข้างหน้า
ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าลุงหลี่จะไปที่ใด มู่ไห่เฉินก็ติดตามไปไม่ห่าง ทั้งยังออกท่าร่ายรำกระบวนยุทธไปพลางราวกับกำลังฝึกฝนอยู่เสมอ แม้กิจวัตรประจำวันยังคงเหมือนเดิม ทั้งการแบกน้ำ กวาดลานสำนัก หรือทำความสะอาด แต่ภายในแววตาของไห่เฉินกลับเปล่งประกายมุ่งมั่น ไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้ค่าเช่นเมื่อก่อน
จนกระทั่งยามดึก แม้ครั้นจะล้มกายลงนอน เขาก็ยังขอพักอยู่กับลุงหลี่ ครั้งนี้ถึงขั้นใช้เชือกผูกแขนทั้งสองไว้ด้วยกัน มิให้ห่างเกินรัศมีสามเมตรแม้เพียงชั่วขณะ สำหรับลุงหลี่ แม้จะรู้สึกว่าเกินพอดีอยู่บ้าง แต่กลับมองเป็เพียงความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มผู้ใฝ่เรียนรู้ จึงมิได้ถือสาหาความ
เช้าวันถัดมา ไห่เฉินตื่นก่อนฟ้าสาง เขาเหลือบมองข้อความระบบที่ยังคงปรากฏ เวลาดาวน์โหลดยังคงดำเนินต่ออย่างไม่ขาดตอน ทำให้ใจเขาเปี่ยมสุขยิ่งนัก ทว่าเพราะเกรงจะรบกวนการพักผ่อนของลุงหลี่ จึงได้แต่นั่งรอจนกระทั่งผู้เฒ่าลืมตาตื่น ก่อนรีบแกะเชือกที่พันแขนออกแล้วกลับไปทำงานในสำนักตามปกติ
ทั้งวันนั้น เขายังคงติดตามลุงหลี่ไม่ห่าง ยามว่างก็ฝึกฝนกระบวนยุทธไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง ตามคำแนะนำที่ระบบส่งมาในแต่ละวัน แม้จะเป็ท่าเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ความตั้งใจจริงของเขากลับทำให้ลุงหลี่อดยิ้มปิติยินดีไม่ได้ ผู้เฒ่าเองแม้จะอ่อนเพลียจากการเฝ้ามองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความยินดีที่เด็กหนุ่มผู้เคยไร้ค่า บัดนี้กลับเริ่มก้าวสู่เส้นทางแห่งผู้ฝึกยุทธแล้วอย่างแท้จริง