โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 34 – เตรียมของติดตัว!

            “หืม… เกือบ 2 วันแล้ว เจ้าตัวตะกละยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย”


            หลังจากที่ลืมตาขึ้นมาส่งเสียงเรียกเบา ๆ 2-3 ครั้งแล้วไม่มีการตอบกลับ ออสการ์ก็บ่นพึมพำออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายปนฉุนเล็กน้อย เพราะเขาต้องพักอยู่หน้าห้องบอสแบบทำอะไรไม่ได้มาเกิน 1 วันแล้ว


            เจ้าดำเกิงน้อยหลับ!


            มันกินเยอะเกินไป แถมยังเป็นการหลับลงกลางคัน ปล่อยให้เด็กหนุ่มต้องใช้หมัดลุ่น ๆ จัดการกับโกเลมทองสูง 3 เมตรที่ยังเหลืออยู่อีก 4 ตัวเอาเองอีกด้วย


            ออสการ์ในตอนนี้แกว่งดาบยักษ์ไม่ไหวถ้าไม่มีเจ้าตัวน้อยคอยใช้ ‘ปีกแห่งสายลม’ ช่วยลดน้ำหนักดาบ ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอลง แต่เป็นเพราะดาบมันใหญ่และหนักเกินไป


            เอ่อ จะพูดยังไงดี…


            ดาบยักษ์ในตอนนี้มีน้ำหนักมากกว่าน้ำหนักดั้งเดิมของมันประมาณ 3 เท่า เด็กหนุ่มยังคงถือมันไหวอยู่ แต่ไม่สามารถกวัดแกว่งได้อย่างถนัดถนี่อีกต่อไป เพราะใบดาบขยายใหญ่ขึ้นอีกเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ มันต้านลมจนใช้กระบวนท่าดาบลมกรดไม่ได้


            ใช่! มันเป็นเพราะการกินโกเลมทองในถ้ำแห่งนี้ของเจ้าดำเกิงน้อย


            ออสการ์คิดว่ามันจะเพิ่มเฉพาะน้ำหนัก ไม่ได้เตรียมใจรับกับขนาดใหญ่โตของดาบมาก่อน เขาจึงเลือกที่จะปักมันเอาไว้บนพื้น และใช้มือเปล่าจัดการกับองครักษ์พิทักษ์ห้องบอสที่เหลือ


            แน่นอนว่าตอนสุดท้ายยังต้องคว้าดาบยักษ์มาผ่าปฐพีใส่เพื่อเผด็จศึกอยู่ดี


            “ทำอะไรดีล่ะเรา? หือ…? ดำเกิง! เป็นอะไรมั้ย?”


            ดาบยักษ์ที่วางพิงพนังถ้ำเอาไว้เปล่งแสงสีทองออกมา มันทำให้เด็กหนุ่มหลุดปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ ในใจเริ่มมีความวิตกกังลเกิดขึ้นเล็กน้อย ถ้าเจ้าตัวน้อยเป็นอะไรไปเขาจะไม่มีเพื่อนเล่นเพื่อนคุย และถ้าดาบยักษ์เป็นอะไรไป


            เขาซวยแน่!


            มือเปล่าไม่มีทางจัดการกับบอสโกเลมทองได้อย่างแน่นอน!


            ‘ของหวาน’


            เสียงที่ตอบกลับมาทำให้ออสการ์ขมวดคิ้วแน่น แต่ก็ลุกขึ้นก้าวยาว ๆ ไปจับด้ามดาบและอัดพลังเวทย์ใส่ตามคำขออย่างไม่มีอิดออด

    วึ้ง…


            ดาบยักษ์สั่นสะท้านจนเกิดเสียงหวีดหวิวดังสะท้อนไปมาทั่วโถงถ้ำ แสงสีทองสว่างจ้ามากขึ้นจนแทบจะลืมตามองไม่ได้


            ‘ทอง กิน ทอง’


            แม้จะประหลาดใจ แต่… เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว เด็กหนุ่มก็ได้แต่ทำตามคำขอของเจ้าดำเกิงน้อยเท่านั้น เขาเปลี่ยนจากเวทย์วารีบำบัดเป็นเวทย์อินทรีย์ทอง พร้อมกับเปิดหลอดมานาขึ้นดู แล้วหยิบเม็ดยาเติมมานายัดใส่ปากทันที


            ไม่รู้ว่าวิญญาณสัตว์เลี้ยงของออสการ์จะทำอะไรอยู่ แต่มันเปลืองมานาเหลือเกิน


            ‘เล็ก เล็ก เล็ก’


            คราวนี้ไม่ใช่คำขอ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยกำลังพึมพำออกคำสั่งอะไรบางอย่าง ดวงตาที่จับจ้องอยู่ของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และพอตั้งสติได้ เขาก็หยิบเม็ดยาเติมมานายัดใส่ปากอีกเม็ด ก่อนจะกล่าวกระตุ้นอย่างเร่งรีบ


            “เอาให้เล็กกว่านี้อีก ดำเกิงสุดหล่อ! เล็กลงอีก ใช่! อย่างนั้นแหละ ลดความยาวด้วยสิ! เดี๋ยวมันจะไม่เป็นดาบ ใช่! อย่างนั้นแหละ ดีมาก!”


            จากดาบยักษ์ที่ยาวเกิน 2 เมตร และมีใบดาบกว้างมากว่า 1 ฟุต ตอนนี้มันค่อย ๆ ลดขนาดลงจนกลายเป็นดาบที่ยาวเพียงประมาณ 140 เซนติเมตร และมีใบดาบกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร มันยังต้องเรียกว่าดาบยักษ์อยู่ แต่ขนาดเล็กกว่าตอนที่ติดตัวออสการ์มาจากไพรทมิฬเกือบครึ่ง


            “พอแล้ว! สวยแล้ว ดำเกิงสุดหล่อเก่งมาก! สมแล้วที่หล่อที่สุดใน 3 โลก!!”


            แสงสีทองจางหายไป เด็กหนุ่มรีบขยับข้อมือกวัดแกว่งเพื่อทดสอบ ‘ดาบเล่มใหม่’ ทันที


            มันดี! บอกได้แค่นั้น


            น้ำหนักเท่าเดิม อำนาจในการทำลายล้างไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง อาจจะเพิ่มมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเสียด้วยซ้ำเมื่อวัดน้ำหนักต่อหน้าตัดที่เพิ่มขึ้นแบบมหาศาล ที่สำคัญ มันไม่เทอะทะเหมือนเดิมอีก


            “ได้เวลาเคลียร์ห้องบอสเสียที! แต่ก็ควรค่าสมกับการรอคอย ฮี่ฮี่ฮี่! พ่อจะฟันให้ยับเลยคอยดู!”


            ออสการ์คำรามออกมาอย่างดีใจ เขาหยิบเม็ดยาเติมมานาออกมายัดใส่ปากอีกเม็ด แล้วก้าวยาว ๆ ผ่านม่านบาเรียเข้าไปในห้องบอสแบบไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

            ………


            “แฮ่…”


            เจ้าดำเกิงที่โดดดีดจนกลิ้งถอยหลังไปลุกขึ้นมาขู่คำราม ก่อนจะกระโจนกลับเข้าใส่อย่างไม่กลัวเกรง ศัตรูของมันในตอนนี้คือมือซ้ายของออสการ์ที่นอนอมยิ้มอยู่บนเตียงในห้องพัก เขาขยับหลอกล่อแล้วดีดหน้าผากมันจนกระเด็นออกไปอีกครั้ง แต่มันก็กลับเข้ามาท้าทายใหม่ทันทีหลังจากตั้งตัวได้


            นี่คือการละเล่นที่เด็กหนุ่มเล่นกับเจ้าตัวน้อยเป็นประจำในช่วงเกือบ 10 วันหลังจากเคลียร์ถ้ำสุดท้ายบนชั้นที่ 3 ได้ ตอนกลางวันเขาจะออกไปหาอะไรกิน ต่อด้วยการไปฝึกทักษะการต่อสู้และทักษ์เวทย์ที่ป่าด้านหลังหมู่บ้านเริ่มต้น และกลับมาพักผ่อน เล่น แกล้ง หรือจะเรียกว่าฝึกฝนการต่อให้เจ้าดำเกิงน้อยก็ได้ในห้องพักตอนฟ้ามืดลง


            มันเป็นกิจวัตรประจำวัน มันเป็นการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของจิตใจ


            และพรุ่งนี้ก็ถึงเวลาที่ออสการ์จะ ‘ฝ่าถ้ำทมิฬ’ เสียที


            มันเหลือเวลาอยู่แค่ 21 วันแล้ว


            ‘พลังเวทย์ 30


            ความต้านทานเวทย์ 10


            ความกลมกลืน

            - ดิน 5

            - น้ำ 5

            - ลม 5

            - ไฟ 5

            - สายฟ้า 5

            - วิญญาณ 5’


            ค่าสแตทที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ของเขาตันหมดแล้ว เกือบ 10 วันมานี้เขาฝึกฝนทักษะเวทย์ผสานธาตุชนิดใหม่จนใช้ได้ดั่งใจไปอีก 1 ชนิด แต้มของความกลมกลืนกับเวทย์ ความต้านทานเวทย์ และพลังเวทย์ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเพิ่มขึ้นอีกเลย


            เช่นเดียวกันกับค่าสแตทของสภาพร่างกาย


            ‘พลังชีวิต 50

            - ความแข็งแรง 35

            - ความทนทาน 40

            - ความคล่องแคล่ว 39

            - ความยืดหยุ่น 36’


            ดูเหมือนว่ามันจะตันอยู่ที่พลังชีวิต 50 แต้ม เพราะหลังจากนั้นไม่ว่าจะฝึกหนักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแค่ไหน ไม่ว่าจะกวัดแกว่งดาบยักษ์ไปกี่หมื่นกี่พันครั้ง ค่าต่าง ๆ ก็นิ่งเงียบอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง


            ออสการ์คิดว่าถ้าเทียบกับ ‘ผู้เล่น’ คนอื่น ๆ แล้ว เขาน่าจะมีความคล่องแคล่วกับความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก ในขณะที่คนส่วนใหญ่คงจะเน้นฝึกฝนทักษะที่ส่งเสริมความแข็งแรงกับความทนทานมากกว่าเขา


            ‘ทักษะการต่อสู้

            - ท่องเมฆาแปดทิศ (ติดตัว)

            - ธนูยิงสายลม (ดั่งใจ)

            - หอกอสรพิษ (ดั่งใจ)

            - ดาบลมกรด (ติดตัว)

            - หมัดป่นศิลา (ติดตัว)

            - ดาบวายุอสรพิษ (ดาบลมกรด หอกอสรพิษ)

            - ดาบผ่าปฐพี (ดั่งใจ)

            - ดาบวายุถล่มปฐพี (ติดตัว)


            คำว่า ‘ติดตัว’ ที่ขึ้นมาหลังทักษะ ‘ท่องเมฆาแปดทิศ’ ทำให้เด็กหนุ่มยอมเสี่ยงเสียเวลาอยู่ข้างนอกนี่จนเกินกำหนดค่าเฉลี่ยที่ผู้เล่นคนก่อนหน้าใช้กัน ออสการ์ฝึกฝนดาบลมกรด ดาบวายุถล่มปฐพี และหมัดป่นศิลาให้ถึงระดับ ‘ติดตัว’ ด้วย


            มันต้องมีด่านต่อไปแน่ ๆ และทักษะพวกนี้จะทำให้งานของออสการ์ง่ายขึ้น


            การเคลื่อนไหว มือเปล่า และอาวุธ มันครบครันเพียงพอสำหรับการเอาตัวรอดในช่วงแรกอย่างแน่นอน


            ยิ่งถ้าเจ้าดำเกิงกับดาบยักษ์ยังติดตัวตามเขาไปด้วย มันอาจจะไม่ต้องหาอาวุธหรือทักษะใหม่เพื่อเรียนรู้เลยด้วยซ้ำ


            แต่ที่ทำให้เด็กหนุ่มเป็นกังวล มันคือทักษะเวทย์มากกว่า


            นอกจาก ‘ปีกแห่งสายลม’ แล้ว เขาไม่สามารถฝึกทักษะไหนขึ้นไปถึงขั้นติดตัวได้อีกเลย


            แถม ‘เพลิงกัมปนาท’ ที่คิดค้นขึ้นเองก็ไม่มีลำดับขั้นระบุเอาไว้


            ออสการ์ไม่แน่ใจจริง ๆ ว่ามันจะติดตัวเขาไปด้วยเหมือนปีกแห่งสายลมหรือเปล่า?


            ‘ทักษะเวทย์

            - ปีกแห่งสายลม (ติดตัว)

            - กายาเหล็ก (กายหินผา)

            - หอกสายฟ้า (ธนูสายฟ้า)

            - ม่านวารีบำบัด (ม่านวารี วารีบำบัด)

            - เพลิงไร้ลักษณ์ (เพลิงฟ้าคราม เพลิงสีชาด)

            - เพลิงกัมปนาท

            - ปราการไม้เลื้อย (ดั่งใจ)

            - ภูษาเหมันต์ (ดั่งใจ)

            - อินทรีย์ทอง (ดั่งใจ)

            - พายุเพลิง (ดั่งใจ)


            แต่เด็กหนุ่มใช้เวลาที่มีอย่างเต็มที่แล้ว เขาไม่กล้าอยู่นานกว่านี้ ถ้ามันไม่ใช่แบบเดียวกับช่วงสุดท้ายของไพรทมิฬ เวลาประมาณ 20-21 วันนี้เหมาะสมมากที่สุด น้อยกว่านี้จะเสี่ยงเกินไปถ้าเกิดเจอกับสัตว์ประหลาดธาตุดินที่ฆ่าไม่ตายขึ้นมา


            และข้อดีอีกข้อ ด้วยเวลาแค่นี้ออสการ์ไม่ต้องเตรียมเม็ดยาต่าง ๆ มากเกินไป


            เขาจะเหลือคะแนนส่วนหนึ่งติดตัวไปด่านหน้าด้วย แม้จะไม่ใช่แบบราชา แต่ออสการ์จะไม่กลายเป็นยาจกอีก


            อย่างน้อย ๆ เด็กหนุ่มก็คิดแบบนั้น…



    คล้ายกับเรื่องโปรแกรมสร้างนักรบ ที่คุณอ่าน