“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 60 ผู้เฝ้าวิหาร


    ภายในวิหารใต้หมอก

    เงียบงันราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน

    เปลวไฟสีทองจากตะเกียงหินทั้งสองข้างทางส่องสว่างสลัว ๆ

    ทอดเงายาวไปตามพื้นหินโบราณ

    หลินเซวียนยืนนิ่ง

    หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ

    สายตาจับจ้องไปยังร่างที่นั่งอยู่บนแท่นหินเบื้องหน้า

    ชายชราผู้นั้นสวมชุดคลุมสีเทาหม่น

    ใบหน้าซูบผอม

    เส้นผมและเคราสีขาวยาวลงมาถึงอก

    ในมือถือตะเกียงโบราณสีดำสนิท

    ดวงตาสีทองคู่หนึ่งกำลังมองมายังเขา

    ราวกับเฝ้ารอช่วงเวลานี้มานานนับพันปี

    "ผู้ถือโคมรุ่นที่เก้า..."

    เสียงของชายชราดังขึ้นอีกครั้ง

    "ในที่สุดเจ้าก็มาถึง"

    ลั่วชิงอวี่รีบชักกระบี่ออก

    สีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

    แต่ชายชราเพียงยิ้มบาง ๆ

    ก่อนโบกมือเบา ๆ

    ทันใดนั้น

    แรงกดดันอันมองไม่เห็นพลันปกคลุมทั่วบริเวณ

    กระบี่ในมือของลั่วชิงอวี่สั่นไหว

    ก่อนจะถูกกดกลับเข้าฝักเอง

    นางเบิกตากว้าง

    ไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่น้อย

    หลินเซวียนเองก็รู้สึกตกตะลึง

    เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ปลดปล่อยพลังใด ๆ

    แต่กลับสามารถควบคุมทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย

    "ไม่ต้องกังวล"

    ชายชรากล่าว

    "หากข้าต้องการสังหารพวกเจ้า"

    "คงไม่จำเป็นต้องรอจนถึงตอนนี้"

    ทั้งสองจึงค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

    ...

    หลินเซวียนมองไปยังตะเกียงในมืออีกฝ่าย

    ทันทีที่สายตาสัมผัส

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในร่างพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    ครืนนนน...

    แสงสีทองสว่างขึ้นภายในทะเลจิต

    ชายชรายิ้มออกมาทันที

    "ดูเหมือนมันจะจำข้าได้"

    หลินเซวียนขมวดคิ้ว

    "ท่านเป็นใคร"

    ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "ข้าคือผู้เฝ้าวิหาร"

    "ผู้เฝ้ารอผู้ถือโคมรุ่นต่อไป"

    "และเป็นผู้เฝ้าสายสืบทอดนี้"

    สิ้นคำ

    เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น

    ก้าวลงจากแท่นหิน

    แม้จะดูชราภาพ

    แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับภูเขาโบราณที่ตั้งตระหง่านมานับหมื่นปี

    ...

    "เจ้าคงอยากรู้"

    "ว่าตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าคืออะไร"

    หลินเซวียนพยักหน้า

    นี่คือคำถามที่เขาสงสัยมาตลอด

    ชายชราหันมองตะเกียงในมือ

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "มันไม่ใช่สมบัติวิเศษ"

    "และไม่ใช่อาวุธ"

    "แต่มันคือมรดก"

    "ของผู้ถือโคม"

    ทันใดนั้น

    เขาสะบัดแขนเสื้อ

    โฮมมมม!

    แสงสีทองจำนวนมหาศาลพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ

    ภาพโบราณค่อย ๆ ฉายออกมา

    ...

    ภาพแรก

    คือเมืองสีดำอันไร้ขอบเขต

    ตะเกียงนับหมื่นนับแสนลอยอยู่บนท้องฟ้า

    ผู้คนจำนวนมากเดินอยู่ท่ามกลางความมืด

    แต่ไม่มีใครมองเห็นใบหน้า

    ...

    ภาพที่สอง

    คือสงครามครั้งใหญ่

    ฟ้าดินแตกสลาย

    ภูเขาพังทลาย

    ผู้ฝึกตนระดับสูงจำนวนมากล้มตาย

    โลหิตย้อมทั่วแผ่นดิน

    ...

    ภาพที่สาม

    คือชายเก้าคน

    แต่ละคนถือโคมแตกต่างกัน

    ยืนอยู่หน้าประตูยักษ์สีดำ

    กำลังร่วมกันผนึกบางสิ่ง

    ...

    หลินเซวียนมองภาพเหล่านั้นอย่างตกตะลึง

    โดยเฉพาะชายทั้งเก้าคน

    เพราะหนึ่งในนั้น

    หน้าตาคล้ายเขาอย่างประหลาด

    ...

    "ผู้ถือโคมทั้งเก้า"

    ผู้เฝ้าวิหารกล่าว

    "คือผู้พิทักษ์ผนึก"

    "คือผู้เฝ้ามองเมืองสีดำ"

    "และคือผู้ปกป้องฟ้าดิน"

    ลั่วชิงอวี่ถึงกับอ้าปากค้าง

    นี่เป็นข้อมูลที่แม้แต่หอเฝ้าราตรีก็อาจไม่เคยรู้

    ...

    ทันใดนั้น

    หลินเซวียนนึกถึงคำหนึ่งขึ้นมา

    "ผู้เฝ้าผนึก..."

    ผู้เฝ้าวิหารพยักหน้า

    "ใช่"

    "ผู้เฝ้าผนึก"

    "คือชื่อที่โลกภายนอกเรียกพวกเรา"

    "แต่ชื่อที่แท้จริง"

    "คือผู้ถือโคม"

    ห้องโถงทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

    ...

    ผ่านไปครู่หนึ่ง

    หลินเซวียนจึงถามคำถามสำคัญที่สุด

    "แล้วเมืองสีดำคืออะไร"

    ทันทีที่คำถามนี้ถูกเอ่ยออกมา

    สีหน้าของผู้เฝ้าวิหารเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

    เป็นครั้งแรก

    ที่หลินเซวียนเห็นความหวาดหวั่นในดวงตาของอีกฝ่าย

    ชายชราเงียบไปนาน

    ก่อนกล่าวช้า ๆ

    "ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะรู้"

    "หากตอนนี้เจ้ารู้ทุกอย่าง"

    "เจ้าจะตาย"

    ประโยคสั้น ๆ

    แต่ทำให้บรรยากาศเย็นเยียบลงทันที

    ...

    ผู้เฝ้าวิหารหันหลัง

    เดินกลับไปยังแท่นหิน

    ก่อนโบกมืออีกครั้ง

    ครืนนนน...

    พื้นหินกลางห้องเริ่มสั่นสะเทือน

    แท่นหินโบราณค่อย ๆ ยกตัวขึ้นจากพื้น

    เผยให้เห็นบันไดที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน

    แรงสั่นสะเทือนจากตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าเพิ่มขึ้นทันที

    ราวกับกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง

    ผู้เฝ้าวิหารหันกลับมามองหลินเซวียน

    ก่อนกล่าว

    "สิ่งที่เจ้าตามหา"

    "อยู่ด้านล่าง"

    "และสิ่งที่รอเจ้าอยู่"

    "จะเป็นก้าวแรก"

    "ของเส้นทางผู้ถือโคม"

    หลินเซวียนมองบันไดโบราณเบื้องหน้า

    หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

    เพราะเขาสัมผัสได้ว่า

    เมื่อก้าวลงไป

    ชีวิตของเขาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

    "ความลับของผู้ถือโคม"

    "กำลังเปิดออกทีละชั้น"

    "และเส้นทางที่แท้จริงของหลินเซวียน"

    "เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน