จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 ความเอาแต่ใจที่ห้าวหาญ

            “ทำไมเย่เฉินยังต้องการจะสู้ต่อ?”

            เมื่อเห็นว่าเย่เฉินพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้งเสียงของความประหลาดใจก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

            “พลังปราณถูกกักเอาไว้แล้วเขาต้องแพ้อย่างแน่นอน”

            “ดูเหมือนว่าจะเป็นการต่อสู้แบบรนหาที่ตายจริงๆ”

            “ไร้ประโยชน์สิ้นดี”

            “ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะสู้ต่อไปได้สักแค่ไหน”ฉีเฮ่าพูดขึ้นบนเวทีอย่างดุเดือด บนอากาศก็ปรากฏรัศมีกระบี่ที่แหลมคมขึ้นมา

            และเย่เฉินซึ่งได้ถอยกลับไปแล้วในขณะที่ถอย เขาได้ดึงกระบี่เทียนเชวียที่ปักอยู่บนลานประลองขึ้นมา

            วิ้ง!

            รัศมีของกระบี่ได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเกิดเป็นประกายดอกไม้ไฟ

            ไม่มีพลังปราณคุ้มกายแขนทั้งสองข้างของเย่เฉินก็สะเทือนจนได้รับบาดเจ็บในตอนนี้เขาก็เริ่มได้กลิ่นคาวเลือดในลำคอ และในที่สุดก็กระอักเลือดออกมา

            ตายซะเถอะ!

            ร่างกายของฉีเฮ่าเหมือนกำลังบินขึ้นไปเพียงชั่วพริบตา กระบี่นั้นก็แทงทะลุขึ้นสู่อากาศอีกครั้ง

            เรื่องที่น่าแปลกก็คือเย่เฉินไม่ได้หลบไปไหน

            พัฟ!

            ร่างกายของเย่เฉินถูกแทงจนเลือดได้สาดออกมาอีกครั้ง

            และในขณะนี้เขาก็จับกระบี่ขึ้นอีกครั้งด้วยมือที่เต็มไปด้วยเลือดหมัดขวาของเขาก็พุ่งออกไปอีกครั้ง

            เพียงแต่ในครั้งนี้ฉีเฮ่าได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว จึงยกฝ่ามือขึ้นเบาๆ จับกำปั้นของเย่เฉินเอาไว้พลังปราณของเย่เฉินถูกผนึกกักเอาไว้ ในสายตาของเขาแล้วหมัดนี้ของเย่เฉินนั้นไม่ได้มีพลังโจมตีอะไรเลย

            “อ่อนหัดมาก”ฉีเฮ่ายิ้มขึ้นอย่างดุร้าย ฝ่ามือนี้ทำให้เย่เฉินสะท้านจนกระอักเลือดและถอยหลังไป

            “ครั้งนี้เจ้ายังไม่ยอมตายอีกหรือ?” หลังฉีเฮ่าออกพลังจนเย่เฉินถอยหลังไป เขาก็เตรียมสังหารด้วยกระบี่สังหาร

            เพียงแต่ขณะที่กำลังก้าวไปหนึ่งก้าว ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

            “นี่...”เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงพลังงานอันทรงพลังที่วิ่งเข้ามาในร่างกายบีบอัดร่างกายของเขาอย่างรุนแรง

            “นี่มันเป็นไปได้อย่างไร”เขาไม่อยากที่จะเชื่อเมื่อมองไปยังฝ่ามือนั้นก็พบว่าในตอนนี้ยันต์คาถาวิญญาณสวรรค์กำลังแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายของเขา

            “เย่เฉินมีคาถาวิญญาณสวรรค์ด้วยหรือ?” ความโกลาหลเกิดขึ้นที่ด้านล่างลานประลอง

            “คาถาวิญญาณสวรรค์มีมูลค่ามากเขาซื้อไหวหรือ?”

            “แย่แล้วฉีเฮ่าก็โดนคาถาวิญญาณสวรรค์”

            “ทำได้ดีมาก”เจ้าหมีสองอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงโหยหวนเหมือนหมาป่ากำปั้นของเขากำแน่นอย่างตื่นเต้น

            “เขาเอาคาถาวิญญาณสวรรค์มาจากไหน”ซูซินเยว่ตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเย่เฉินก็มีคาถาวิญญาณสวรรค์อยู่ในมือซึ่งเกินความคาดหมายของนางโดยสิ้นเชิง

            “นี่มันเป็นไปไม่ได้”ฉีเฮ่าส่งเสียงคำรามขึ้นบนเวที

            “ข้าบอกแล้วใครจะอยู่ใครจะไป ในเมื่อมันยังไม่จบก็ไม่มีทางรู้ได้หรอก”ห่างออกไปเพียงไม่กี่จ้างก็มีเสียงพูดที่เย็นชาดังขึ้นและมองมายังฉีเฮ่า

            “ทำไมเจ้าถึงมีคาถาวิญญาณสวรรค์”ดวงตาของฉีเฮ่าแดงก่ำ จ้องเขม็งมายังเย่เฉิน

            “นี่มันสำคัญด้วยหรือ?” เย่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็ค่อยๆ เดินเข้ามา“สิ่งสำคัญก็คือความยุติธรรมในตอนนี้ เจ้าไม่มีพลังปราณแล้ว ข้าเองก็ไม่มีพลังปราณฉะนั้นการต่อสู้ที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น”

            เมื่อได้ยินดังนั้นฉีเฮ่าก็ถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวอย่างไม่ทันตั้งตัว

            ใช่สิ! เขาเองก็ไม่มีพลังปราณแล้ว

            ถ้าอย่างนั้นเขายังจะถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เฉินอีกหรือไม่?

            เมื่อนึกถึงเคล็ดวิชาการต่อสู้ระยะประชิดของเย่เฉินแล้วในสายตาของฉีเฮ่ายังแฝงไปด้วยความกลัว หลายปีมานี้เขาต้องพึ่งพาพลังปราณถึงแม้จะเคยฝึกฝนทักษะวิชาการต่อสู้ขั้นพื้นฐานที่สุดมา แต่เมื่อไม่มีพลังปราณเขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เฉินได้อย่างไร

            “สู้!”

            น้ำเสียงที่ทรงพลังของเย่เฉินตะโกนดังออกมาจากนั้นก็พุ่งออกไป ราวกับยิงกระสุนดินปืน

            เมื่อเห็นดังนั้นฉีเฮ่าจึงรีบถอยหลังออกไป

            “เขาจะหลีกพ้นไหม?” เสียงอันเยือกเย็นก็ลอยมากับสายลม เย่เฉินได้พุ่งมาถึงตัวจากนั้นก็ปล่อยหมัดออกไปหนึ่งหมัด

            ฉีเฮ่าก็ได้ป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ

            แต่เขาก็ไม่สามารถรอดพ้นจากการถูกโจมตีต่อสู้ในระยะประชิดของเย่เฉินได้

            โอ๊ย...!

            ไม่ว่าเขาจะคำรามอย่างไรมันก็ไร้ประโยชน์

            แต่ในขณะที่เย่เฉินกำลังแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ศิษย์ชุดขาวคนหนึ่งของยอดเขาเหรินหยางก็พุ่งขึ้นมาบนลานประลอง

            ศิษย์ชุดขาวผู้นี้มีพื้นฐานการฝึกตนไม่สูงนักแต่กลับคำนวณแผนการได้ดี เมื่อรู้ว่าในตอนนี้เย่เฉินนั้นถูกกักพลังปราณเอาไว้ความแข็งแกร่งของเขาจึงลดลงอย่างมาก เขาจึงฉวยโอกาสนี้เพื่อทำลายเย่เฉิน!

            “ตายซะเถอะ!” ศิษย์ชุดขาวมีสีหน้าที่ดุร้าย เขาปล่อยฝ่ามือออกไปโดยไม่ยั้งมือไว้แม้แต่น้อย

            “ขั้นรวมพลังชั้นที่สี่อย่างนั้นเหรอ?” เสียงอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นมา เย่เฉินใช้เท้าเตะฉีเฮ่าออกไปจากนั้นจึงหันตัวกลับ หลบเหมือนลิงกระโดด เพื่อหลีกพลังฝ่ามือของศิษย์ชุดขาวฝ่ามือที่ลงมาจากฟ้าตีถูกศิษย์ชุดขาวจนซวนเซ

            “เอ่อ...”ศิษย์ที่อยู่ด้านล่างได้แต่ตกตะลึง แม้ว่าเย่เฉินจะถูกกักพลังปราณเอาไว้แต่เขาก็ยังดุร้ายผิดปกติ!

            โอ๊ย...!

            ท่ามกลางเสียงตกใจเย่เฉินได้จับขาข้างหนึ่งของศิษย์ชุดขาว ฟาดลงไปบนลานประลองอย่างรุนแรง

            เย่เฉินมีจิตใจแบบไหนกันในขณะที่เขาถูกกักพลังปราณเอาไว้ เขาก็คาดเดาได้ว่าศิษย์ยอดเขาเหรินหยางจะเข้าโจมตีเขา

            ยังโชคดีศิษย์ยอดเขาเหรินหยางที่มาช่วยในลานเมฆวายุครั้งนี้ยกเว้นซูซินเยว่ที่อยู่ขั้นรวมพลังชั้นที่เก้าคนที่เหลือล้วนต่ำกว่าชั้นที่ห้าทั้งสิ้นซึ่งอยู่ในระดับที่เย่เฉินสามารถจัดการได้

            ถึงจะตกต่ำอย่างไรก็เคยยิ่งใหญ่มาก่อน

            เย่เฉินเป็นคนประเภทนี้แม้ว่าเขาจะถูกกักพลังปราณ แต่ความสามารถในการต่อสู้ยังอยู่ครบถ้วนผนวกกับร่างกายที่มีความแข็งแกร่ง ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเล่นงานเขาได้ง่ายๆแต่เหล่าศิษย์พวกนั้นไม่ใช่ฉีเฮ่า

            โอ๊ย...!

            เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้งศิษย์ชุดขาวถูกเย่เฉินทุบลงบนลานประลองอีกครั้งอวัยวะภายในของร่างกายแทบจะเปลี่ยนรูปไปหมดดังนั้นบนลานประลองจึงปรากฏเงาร่างของมนุษย์ขึ้นอีกครั้ง

            “เขาไม่มีพลังปราณแล้วเข้าไปกันเถอะ”

            เสียงโห่ร้องดังตามขึ้นมาศิษย์ยอดเขาเหรินหยางที่อยู่ด้านล่าง ยกเว้นซูซินเยว่ต่างพากันขึ้นไปบนลานประลอง

            “แย่แล้ว!” เมื่อเจ้าหมีสองที่อยู่ด้านล่างเห็นดังนั้น เขาเริ่มรู้สึกโกรธหยิบกระบองฟันหมาป่าออกมา แล้วรีบไปยังลานประลอง เพียงแค่เขายกเท้าขึ้นก็รู้สึกถึงบางอย่างขึ้นมาจนต้องดึงเท้ากลับ

            เป็นเพราะเย่เฉินที่อยู่บนลานประลองนั้น กำลังต่อสู้อย่างเต็มที่

            เขาจับขาข้างหนึ่งของศิษย์ชุดขาวไว้และใช้ตัวของเขาเป็นอาวุธ จับเขย่าอย่างบ้าคลั่งไม่ว่าศิษย์ยอดเขาเหรินหยางคนไหนเดินเข้ามา ก็ต้องถูกเขาเหวี่ยงกระแทกลอยออกไป

            ในบริเวณลานประลองได้มีภาพเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

            ศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางแต่ละคนต่างลอยคว่ำลงมาจากลานประลองทีละคน

            “ยอดเยี่ยมไปเลย!” เจ้าหมีสองถอนหายใจ

            “เอ่อ...นี่มันทรงพลังเกินไปแล้ว”บรรดาศิษย์รอบด้านต่างกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว

            โอ๊ย...!

            เสียงกรีดร้องดังตามขึ้นมามีศิษย์ยอดเขาเหรินหยางคนหนึ่ง ถูกเย่เฉินเตะกระแทกจุดตันเถียน

            “เย่เฉิน”ด้านล่างลานประลอง ซูซินเยว่เปล่งเสียงอันเย็นชาขึ้นมา“เจ้าทำพฤติกรรมที่โหดร้ายใส่ศิษย์ร่วมสำนักไม่เกรงกลัวโทษจากวิหารประกาศิตหรืออย่างไรกัน?”

            “ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักหรือ?” เย่เฉินตอนนี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาทั้งคู่เป็นสีแดงก่ำจ้องเขม็งไปทางซูซินเยว่ แล้วพูดว่า “การประลองบนลานเมฆวายุนอกจากจะมีการต่อสู้สองฝั่งแล้ว ก็ไม่สามารถมีบุคคลที่สามเข้ามาแทรกแซงได้นี่เป็นกฎที่มีมาแต่เดิม แม้ว่าข้าจะกำจัดพวกเขาทิ้งวิหารประกาศิตก็ไม่สามารถเอาผิดข้าได้”

            “เจ้า...”ใบหน้าอันงดงามของซูซินเยว่แดงขึ้นอีกครั้งหลังจากถูกเย่เฉินพูดย้อน

            “ศิษย์ยอดเขาเหรินหยางของเจ้าต่างหากที่เป็นผู้เริ่มแหกกฎจะมาโทษข้าไม่ได้” เย่เฉินส่งเสียงดังกึกก้อง และเย็นชา

            พูดจบเย่เฉินก็หันกลับมาทันที ใช้ฝ่ามือตบฉีเฮ่าที่กำลังลุกขึ้นมาอีกครั้ง

            เมื่อเห็นดังนั้นดวงตาของซูซินเยว่ก็เปล่งประกาย และคิดที่จะมุ่งไปยังลานประลอง

            “ซูซินเยว่ใช่ไหม! ข้าขอแนะนำให้เจ้าอยู่เฉยๆ ดีกว่า ไม่อย่างนั้นลูกธนูติดตามตัวก็จะไม่เกรงใจใครแล้วนะ” เสียงของหมีสองดังขึ้นมา

            กระบองฟันหมาป่าในมือของชายผู้นี้ได้เปลี่ยนเป็นธนูยาวแล้วคันธนูในตอนนี้มีรูปร่างดั่งจันทร์เสี้ยวและยังมีเสียงหวีดร้องของศรพลังปราณดังขึ้นเมื่อซูซินเยว่กล้าที่จะขึ้นไปบนลานประลองศรพลังปราณนี้จึงถูกยิงออกไปเป็นครั้งแรก

            เมื่อเห็นดังนั้นซูซินเยว่ก็มีสีหน้าหวาดกลัวและรู้สึกได้ถึงพลังของความเยือกเย็นที่อยู่ในศรพลังปราณ

            นางมั่นใจได้เลยว่าหากยังทำอะไรผลีผลามเช่นนี้อีก จะต้องถูกศรแทงเข้าอย่างแน่นอน

            เมื่อคิดได้เช่นนี้นางก็หายใจเข้าลึกๆ เท้าที่ก้าวออกมา ก็ค่อยๆ ดึงกลับไปอย่างว่าง่าย

            “แบบนี้สิถูกต้อง!” เจ้าหมีสองพูดอย่างเย็นชาจากนั้นจึงกวาดสายตามองศิษย์ที่อยู่ด้านล่างทุกคน และตะโกนออกไป“ข้าไม่ต้องการจะเล็งเป้าไปที่ผู้ใดทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมาไม่เช่นนั้นอย่ามาหาว่าข้าไม่เตือน”

            ทันทีที่พูดคำนี้ออกมาศิษย์ที่กำลังเตรียมเคลื่อนไหว แต่ละคนจึงเรียกพลังปราณกลับคืนไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอย่างผลีผลาม

            บนลานประลองเย่เฉินได้เก็บถุงเก็บของบนตัวฉีเฮ่าไว้แล้ว จากนั้นก็ทำการค้นไปทั่วร่างกายนำสมบัติมีค่าทั้งหมดออกมา

            เขายังคงช่วยรักษาหน้าฉีเฮ่าไว้เล็กน้อยไม่เช่นนั้นด้วยอารมณ์ก่อนหน้านี้เขาคงจะจัดการไปจนเกลี้ยงทั้งตัวไม่ให้มีอะไรเหลือไว้เลย

            เมื่อเสร็จภารกิจนี้เย่เฉินก็กระโดดลงจากลานประลอง และเดินออกไปด้านนอก

            เมื่อเดินผ่านซูซินเยว่เย่เฉินก็เหลือบมองไปยังแก้มที่มีสีหน้าเยือกเย็นเป็นน้ำแข็ง แล้วพูดเยาะเย้ย“ศิษย์พี่หญิงซู เจ้าไม่อาจปกปิดฝีมือการกลับดำเป็นขาวไว้ได้ศิษย์น้องรู้สึกละอายยิ่งนัก”

            “เจ้า...”

            ซูซินเยว่อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เย่เฉินกลับสะบัดเสื้อคลุม แล้วเดินจากออกไปเสียก่อน

            เบื้องหน้าศิษย์ของทั้งสองฝ่าย ต่างก็หลีกทางให้กับเย่เฉินอย่างเงียบๆ

            การต่อสู้ในวันนี้มีจุดสำคัญที่ยอดเยี่ยมหลายประการ จนทำให้ตกใจไม่อยากเชื่อสายตาฉีเฮ่าซึ่งอยู่ในขั้นพลังธาตุ จะถูกเอาชนะไปได้ หรือแม้แต่ศิษย์ยอดเขาเหรินหยางที่มาช่วยต่อสู้ก็ล้วนแต่ถูกจัดการจนล้มคว่ำไปทั้งหมด

            หลังจากวันนี้ไปกลัวว่าคงจะไม่มีใครกล้าดูถูกศิษย์ฝึกหัดอย่างเย่เฉินอีกแล้ว

            “ไปกันเถอะ!” หลังจากเย่เฉินจากไป เจ้าหมีสองก็เก็บเงินเดิมพันทั้งหมด ปัดก้นของตนเองและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

            หลังจากเขาออกไป บรรดาศิษย์ต่างๆ จึงรู้สึกเหมือนตื่นขึ้นจากฝัน และเหมือนมีบางอย่างหายไป

            โอ๊ย...!

            ไม่นานที่ลานเมฆวายุ ก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมา

            “หินวิญญาณของข้า!”

            “นั้นเป็นสิ่งของทั้งหมดที่บ้านข้ามี”

            “ต้องลำบากมาหลายสิบปีคืนมันให้ข้าเถอะนะ”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786