บทที่ 30
หญิงสาวตกใจจนชะงักไปเมื่อได้สบตากับกร ซึ่งทางด้านเทพหนุ่มก็ไม่ต่างกัน เขาปากอ้าตาค้างเมื่อพบว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ และด้วยระยะที่ใกล้กันขนาดนี้กรสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอม จากตัวของเธอได้อย่างชัดเจน ซึ่งมันก็เป็นกลิ่นที่เขาชอบรวมทั้งคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี“คุณเป็นอะไรไหมครับ เห็นนิ่งๆไป” อย่างไรก็ตามกรที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดจึงกล่าวถามกับเธออีกครั้งเพื่อยืนยันอาการ เพราะตอนนี้ผู้หญิงคนนี้เหมือนกำลังยืนจ้องหน้าเขาอย่างอึ้งๆ“ฉัน...เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันต้องขอโทษคุณอีกครั้งนะคะที่ไม่ระวัง ว่าแต่คุณคือ...” หญิงสาวสวยในชุดพริตตี้แขนกุดกระโปรงสั้นน่าเย้ายวนกำลังจะกล่าวถามบางอย่างกับนักบวชหนุ่ม แต่เธอก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน“เมล่อน เธอมัวทำอะไรอยู่งานจะเริ่มแล้วนะรีบไปได้แล้ว” หญิงสาวในชุดพริตตี้อีกคนที่เหมือนจะเป็นเพื่อนกันเข้ามาเรียกเธอให้ตามไปด้วยความเร่งรีบ“จ้ะๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” พริตตี้เกิร์ลนามว่าเมล่อนรีบหันไปตอบรับเพื่อนสาวจากนั้นก็วิ่งไปทันทีโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองหน้ากรที่กำลังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์ กรที่ได้สบตากับเธอในจังหวะนั้นพอดีก็เกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นมา เขาไม่เข้าใจเลยว่าสายตาของเธอที่หันมามองในตอนสุดท้ายนั้นหมายความว่าอย่างไร ทั้งที่เขาก็ไม่ได้รู้จักเธอมาก่อน และก็ไม่คิดด้วยว่าแค่การเดินชนกันเล็กน้อยเมื่อครู่ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำร้ายจิตใจของหญิงสาวไปได้‘หรือว่าเธอจะรู้จักกับฉันตอนยังเป็นมนุษย์ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมความทรงจำถึงไม่แล่นเข้ามาล่ะ? อ้ะ! จริงสิคุณเดวิดให้เรารีบกินยานี่หว่า ถ้าเกิดอาการตอนนี้คงจะวุ่นวายกันน่าดู’ เรื่องราวที่กรกำลังพินิจพิเคราะห์อยู่ต้องจบลงก่อน เมื่อเขานึกได้ถึงความปวดหัวอันแสนทรมานจากโรคความทรงจำหวนคืน บนเวทีใหญ่ของงานแสดงสินค้านานาชาติ กลุ่มสาวพริตตี้ในชุดสุดเซ็กซี่หลายคนเดินเรียงแถวกันขึ้นมา พร้อมกับถือกล่องกระดาษใบโตที่มีรูใหญ่อยู่ด้านบนกันคนละใบ หนึ่งในนั้นก็คือเมล่อนหญิงสาวสวยผมยาวมีเสน่ห์ เธอเป็นคนที่ยืนอยู่คนแรกสุด และโดดเด่นที่สุดบนเวที สักครู่หนึ่งพิธีกรชายก็ประกาศเรียนเชิญเหล่าแขกผู้มีเกียรติขึ้นมา เพื่อจับฉลากรางวัลในกล่องที่สาวๆกำลังถือไว้นั่นเอง ซึ่งคนที่มาเพื่อจับรางวัลในกล่องของเมล่อน ก็คือชายชราในชุดสูทเรียบหรูหน้าตาโรคจิตคนหนึ่ง ทั้งแววตา และใบหน้าของเขาออกอาการว่าชื่นชอบเธอเป็นอย่างมาก“หนูชื่ออะไรจ๊ะ?” ชายแก่เริ่มทักทายพริตตี้สาวโดยที่ไม่ได้สนใจว่าตัวเองกำลังอยู่บนเวที ที่กำลังมีพิธีการอยู่เลยแม้แต่น้อย“เมล่อนค่ะ” หญิงสาวยิ้ม และบอกชื่อตัวเองด้วยใบหน้ายินดี แม้ว่าในใจของเธออยากจะด่ากลับเฒ่าหัวงูที่ไม่รู้กาลเทสะ แต่ด้วยหน้าที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนของเธอก็ต้องตอบกลับอย่างมีมารยาท“แหมๆ ชื่อเมล่อนน่ากินจังเลยนะจ๊ะ วันนี้เลิกงานกี่โมงเหรอ? เดี๋ยวพี่พาไปดินเนอร์ดีไหม?” แขกผู้มีเกียรติ(เหรอ?) ยังไม่หยุดที่จะพูดแทะโลมเธอ แถมยังเริ่มถามละลาบละล้วงมากขึ้นไปอีก แต่ในขณะที่เมล่อนกำลังลำบากใจว่าจะตอบกลับอย่างไรดี พิธีกรสาวผู้ดำเนินรายการบนเวทีก็เดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน“เอาล่ะค่ะ มาถึงการจับฉลากหมายเลขแรกแล้ว ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติท่านแรกจับรางวัลได้เลยค่ะ” พิธีกรสาวผายมือไปที่ชายชราพร้อมกับไฟสปอตไลท์ก็ฉายส่องไปที่เขาด้วยเช่นกัน นั่นทำให้ตาแก่หื่นกามต้องกลับมาทำมาดเข้มขรึม และต้องทำการจับสลากตามที่ได้รับเชิญขึ้นมา อย่างไรก็ตามโรคจิตก็คือโรคจิตแม้ว่าไม่อาจได้พูดคุยกับพริตตี้สาวต่อด้วยเวลาอันน้อยนิด แต่ในขณะที่เขาล้วงมือเพื่อเข้าไปหยิบฉลากหมายเลขภายในกล่อง เขาก็พยายามใช้ทั้งแขน และมือดันไปที่หน้าอกของเมล่อนเป็นจังหวะหลายๆครั้ง พร้อมสายตาหื่นกามที่มันมองมายังเธออีกด้วย แน่นอนว่าหญิงสาวโมโหขึ้นมาทันที แต่ก่อนที่เธอจะระเบิดโทสะออกมาเพียงเสี้ยววินาที พิธีกรก็พุ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับกล่าวเสียงดังออกไมค์ขึ้นทันที“หมายเลขแรกที่ได้คืออะไรคะ ท่าน!” พิธีกรสาวจ้องสายตาอำมหิตพร้อมรอยยิ้มไปที่ชายชราที่กำลังกระทำอนาจารต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งมันก็ทำให้เขารีบดึงมือออกมาจากกล่องพร้อมกับฉลากหมายเลขทันที เพราะรู้ตัวแล้วว่าถูกคนอื่นจับได้“อ่า...นี่ นี่ครับ” ตาแก่โรคจิตรีบยื่นกระดาษให้แก่พิธีกรอย่างลุกลี้ลุกลน ดูเหมือนว่าเขาจะค่อนข้างกลัวพิธีกรคนนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว“ขอบ...คุณ...ค่ะ ผู้โชคดีท่านแรกของเราในวันนี้ก็คือนางสาว...” ก่อนที่พิธีกรจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล เธอก็ขอบคุณด้วยการเน้นเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำเป็นการข่มขู่แขกโรคจิตไปในตัว ตอนนี้เมล่อนถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกสุดๆ แน่นอนว่าเป็นเพราะได้พิธีกรมาช่วยจัดการสถานการณ์ตรงหน้าไว้ได้ทัน แม้ว่าชายชราจะหันกลับมามองเธอเป็นระยะๆด้วยสายตาหื่นกามอยู่ แต่เขาก็ไม่อาจเข้าใกล้ตัวของเธอได้อีก เพราะพิธีกรพาเหล่าผู้มีเกียรติที่จับฉลากแล้วไปยืนรวมกันที่กลางเวที ในที่สุดช่วงเวลาที่อึดอัดอันแสนยาวนานของเมล่อนก็ผ่านพ้นไป หลังจากจบงานประกาศรับรางวัลกลุ่มพริตตี้ทั้งหมดก็รีบกลับไปที่ห้องแต่งตัวทันที โดยที่พิธีกรสาวรั้งแขกผู้มีเกียรติ และผู้รับรางวัลให้ถ่ายรูปบนเวทีไว้ก่อน เมล่อน และตาแก่โรคจิตจึงไม่ได้เจอหน้ากันอีกต่อไป“โอ้ย! ยัยเมล่อน ฉันกลัวแทนแกเลยจริงๆ ถ้าฉันเจอแบบแกฉันคงจะสติแตกไปแล้วแน่ๆเลย” พริตตี้สาวผมสั้นกล่าวกับเพื่อนของเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว“ตอนที่ฉันเห็นแกโดนแบบนั้น ฉันนี่ยืนตัวสั่นเลย” พริตตี้อีกคนก็บอกความรู้สึกของตัวเองออกมาให้กับเมล่อนพร้อมกับกุมมือให้กำลังใจเพื่อน“ช่างมันเถอะพวกแก เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว งานนี้วันนี้พวกเราก็ทำงานกันวันสุดท้ายแล้ว ก็คงไม่เจอไอ้โรคจิตนั่นแล้วล่ะ” เมล่อนที่พอจะสงบสติอารมณ์ได้แล้วก็บอกกล่าวให้เพื่อนๆผ่อนคลายลงเช่นกัน สักครู่หนึ่งพิธีกรสาวในชุดราตรียาวสีแดงก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว เธอนั้นทั้งสวย และสง่างามสมกับเป็นพิธีกรของงานระดับนานาชาติแบบนี้ เธอเดินตรงไปหาเมล่อนที่กำลังคุยกับเพื่อนๆอยู่“เมล่อน วันนี้น้องทำดีมากเลยนะที่ควบคุมสติบนเวทีได้” พิธีกรสาวชื่นชมพริตตี้โชคร้ายตรงหน้า“น้องก็เกือบไปเหมือนกันค่ะ ดีนะที่พี่มิลค์มาช่วยไว้ทัน แต่วันนี้พี่ต้องเลี้ยงชาบูน้องด้วยนะ น้องขวัญเสียมากเลย” เมล่อนจับมือพี่สาวพร้อมกับอ้อนเธอไปด้วย“จ้าๆ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเองแต่ต้องรอพี่ทำงานเสร็จก่อนนะ คงอีกสักสองชั่วโมง” มิลค์ตอบรับเพื่อสร้างกำลังใจให้แก่น้องสาว“ดีใจที่สุดเลย งั้นน้องจะไปเดินเที่ยวงานรอพี่นะ เสร็จแล้วโทรมาด้วยล่ะ” เมล่อนยิ้มดีใจด้วยความสุขที่พี่สาวตามใจเธอ หลังจากนั้นไม่นานเหล่าพริตตี้สาวสวยก็เปลี่ยนชุดกันเรียบร้อย และต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน มีเพียงแต่เมล่อนเท่านั้นที่ยังคงเดินเที่ยวชมงานต่อ แม้ว่าเธอจะมาทำงานที่นี่สองสามวันแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอว่างมาเดินเที่ยวแบบนี้ ในระหว่างที่เมล่อนเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เธอก็สะดุดตาเข้ากับบูธเล็กๆบูธหนึ่งที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนในชุดสีขาวกำลังแจกใบปลิวกันอยู่ ซึ่งเธอได้สังเกตเห็นนักบวชคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา‘ผู้ชายคนนั้นนี่ เขาเป็นบาทหลวงอย่างนั้นเหรอ?’