ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่657 ปู่ดวงเฮง

     สองวันเต็มที่อี้เฉิน นอนสลบเหมือดจมกองเลือด ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นตื่น บาดแผลทั่วร่างของอี้เฉิน แม้ว่าจะฟื้นฟู อาการบาดเจ็บไปได้ไม่น้อย แต่อวัยวะแขนขาที่งอกใหม่ ยังไม่ฟื้นคืนกลับมา อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มที่

 


     ครั้นอี้เฉินเปิดเปลือกตา ลืมตาตื่นขึ้นมาได้ในรอบสองวันเต็ม เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นเห็นว่าตนเอง ยังมีลมหายใจ ไม่ตายตก มองสำรวจกายาของเขาด้วยความโล่งอก

 


      ไม่คิดเวลา20ปีของเขา จะผ่านไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ ราวกับพึ่งผ่านพ้นมาไม่กี่วัน แต่อย่างน้อยๆ บัดนี้อี้เฉินก็เป็นเซียนสวรรค์ที่แท้จริง อยู่ในระดับ เทียบเท่าเจ้าสำนักแล้วในยามนี้

 


      ทว่า จู่ๆ อี้เฉินก็ต้องหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันใด ครั้นสัมผัสได้ถึงแผ่นยันต์ ส่งข้อความ ภายในทะเลความรู้ เปล่งแสงเรืองรอง สั่นไหวขึ้นมาเนืองๆ ไม่ขาด ไม่รู้ว่ามันถูกส่งมานานเท่าใดแล้ว เหมือนว่าอี้เฉินจะหลุดเข้าไป ภายในมิติกฎเกณฑ์ขวางกั้นที่รุนแรง จึงทำให้แผ่นยันต์ ส่งข้อความ ไม่อาจส่งข้อความ มาถึงเขาได้

 


อี้เฉินหลับตา ดำดิ่งลงไปภายในทะเลความรู้ สำรวจแผ่นยันต์ ส่งข้อความ กล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ”

 


      อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดเฉกเช่นนั้น หากไม่มีความจำเป็น พวกเขาไม่ส่งข้อความมาหาตัวเขา ที่ปิดขั้นพลังอยู่เป็นแน่ ทว่าเมื่ออี้เฉินตรวจสอบ ข้อความของโม่กวางที่ส่งมา ดินแดนเทพถูกโจมตี เขียนขึ้นมาด้วยความรีบร้อน มันก็ทำให้อี้เฉินหน้ามืดทะมึน อายสังหารเล็ดลอด ขึ้นมาทันใด


 

     อี้เฉินเปิดเปลือกตา พยุงร่างตนเองขึ้นมา แม้ว่าจะบาดเจ็บอยู่ก็ตาม เขาไม่คิดรั้งอยู่ยังสถานที่แห่งนี้อีกต่อไป อยากจะรับรู้สถานการณ์ดินแดนเทพบัดนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้ใดกันที่ใจกล้าห่อฟ้า โจมตีดินแดนเทพในยามนี้ ครั้นร่างกายที่อ่อนเปลี้ย เพลียแรงคิดจะเดินสืบฝีเท้าไปเก็บ เตาหลอม

 


     จู่ๆ อี้เฉินก็ต้องเบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ครั้นเห็นสถานที่ ที่เขาอยู่ดูแปลกตาออกไป เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ของสิ่งปลูกสร้าง ที่เคยรุ่งเรืองในยุคสมัยโบราณ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว แตกกระจัดกระจายไปทั่วผืนฟ้า โลหิตฉาบแดงฉาน ไปทั่วจนดูน่าหวาดกลัว

 


    อี้เฉินสืบฝีเท้าลงไปใต้หุบเหว บริเวณที่เตาหลอมตก อย่างไม่มีหวาดเกรง ทว่าภายใต้สถานที่แห่งนั้น มันกลับทำให้อี้เฉินยิ่งประหลาดใจ เมื่อเห็นโลงศพสำริด อี้เฉินเข้าไปสำรวจกวาดตามอง ปาดเดียวเขาก็รู้ได้ทันทีว่า โลงศพพวกนี้เป็นของผู้ยิ่งใหญ่ที่ร่วงหล่น อย่างไม่ต้องสงสัย

 


“หืม!! หรือสถานที่แห่งนี้ จะเป็นสุสาน ของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นกัน” อี้เฉินกล่าวพูดพึมพำ ออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา

 


     ก่อนน้ำเสียงแหบพร่าจะเอ่ยพูด ออกมาจากทิศทางด้านใน บริเวณต้นไม้ใหญ่ ไขข้อสงสัยให้อี้เฉินรับฟัง “ถูกต้องสถานที่แห่งนี้ คือสุสานของจักรพรรดิ ในยุคสมัยโบราณ”

 


อี้เฉินประสานฝ่ามือ ไปทิศทางเสียงนั้นด้วยความรีบร้อน “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท ผู้เฒ่าชรา เฝ้าสุสาน”

 


      ชายแก่ที่เกิดจากหยดเลือดของจักรพรรดิ ที่ตายตกทั้ง5ได้ยิน เขาโบกฝ่ามือ ราวกับไม่ได้ใส่ใจการล่วงล้ำของอี้เฉิน ก่อนโบกฝ่ามือให้อี้เฉิน เข้ามาหาตัวเขา

 


      อี้เฉินเห็นใบหน้า ชายแก่ชราชัดๆ ถนัดตา พร้อมดวงตาลึกล้ำ ยากจะหยั่งถึง ทว่ากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ถือเตาหลอมไว้ในมือ อี้เฉินกล่าวพูดขึ้นมาด้วยความตกใจ “ท่าน! ท่าน! เหตุใดเป็นท่านได้”

 


      อี้เฉินจดจำชายแก่ ที่เขาพบเจอภายในป่าไร้สิ้นสุดได้ดี หากไม่ได้ม้วนตำราศึกษากฎเกณฑ์ฟ้าดิน ที่ชายแก่มอบให้ ดีไม่ดีอี้เฉิน อาจกลายเป็นผีเฝ้าป่าไร้สิ้นสุด ไปแล้วก็เป็นได้

 


      ชายชราส่ายหัว ไม่ได้เอ่ยโต้ตอบอี้เฉิน เขาที่ขยับเตาหลอมฟ้าดิน ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ จู่ๆ แสงสีขาวสว่าง พร่างพราว ก็ฉายวาบ ออกมาจากเตาหลอมฟ้าดิน ทำให้ดวงตาอี้เฉินขาวโพลน มองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะ

 


      ก่อนเตาหลอมฟ้าดิน จะเกิดการสั่นไหว พร้อมเม็ดโอสถ สีขาวใสเปี่ยมไปด้วยปราณพลังฟ้าดิน ปลดปล่อยคลื่นรัศมีรูปร่างมังกร ล้อมพันเม็ดยาไว้เนืองๆ ไม่ขาด ร่วงหล่นลงมาอยู่ในฝ่ามือ ของชายชรา

 


ชายชราที่เกิดจากหยดเลือด มองชมโอสถในมืออยู่ชั่วครู่ แล้วจึงคลี่ยิ้มออกมากว้าง โยนเม็ดโอสถให้ชายหนุ่มอย่างไม่ลังเล

 


     อี้เฉินที่ตั้งตัวไม่ทัน มีท่าทีลุกลี้ลุกลน จวนเกือบจะหยิบจับเม็ดยาโอสถไม่อยู่ เกือบจะตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ก่อนเขาจะคว้าหมับ โอสถในมือเอาไว้แน่น รับรู้ถึงความไม่ธรรมดาของมัน ไต่ถามชายชราออกไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ ว่าของสิ่งนี้คืออะไรกันแน่

 


     น้ำเสียงแหบพร่า ชายชราที่เกิดจากหยดเลือดของจักรพรรดิ เอ่ยพูดพลางอธิบาย ก่อนจะโยนเตาหลอมฟ้าดิน ส่งมอบให้อี้เฉิน “ของในมือเจ้า มันเรียกว่าเตาหลอมฟ้าดิน แต่ข้าก็ไม่คิดเช่นกันว่า ภายในเตาหลอมฟ้าดิน นั้นจะก่อเกิดเม็ดยาโอสถหลอมฟ้าดิน ระดับเทียบเท่าระดับ8ขึ้นมา เจ้าช่างโชคดีไม่น้อย หนุ่มน้อย หากเจ้าดูดซับกินมันเข้าไป ขั้นพลังย่อยของเจ้า จะเลื่อนขั้นพลังอย่างไม่ต้องสงสัย”

 


     อี้เฉินที่ได้ยินเขาอยากจะดีใจอยู่หรอก ที่เวลาฝึกฝนของเขาอาจลดทอน ลงไปได้ถึง10ปีหรือ20ปีเลยทีเดียว   แต่อี้เฉินก็ต้องฝืนยิ้มแห้งๆ ออกมา แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เมื่ออี้เฉินรับรู้ข่าวคราวของดินแดนเทพ เขาก็ดีใจไม่ออกจริงๆ ในยามนี้ “ท่านผู้อาวุโส ผู้เฝ้าสุสานจักรพรรดิ ข้ามีนามว่าอี้เฉิน ไม่ทราบท่านยังจดจำข้าได้อยู่หรือไม่ บัดนี้ข้าไม่มีเวลามาก มิตรสหายของข้า ส่งข้อความบอกกล่าวข้าว่า ดินแดนเทพ กำลังจะเกิดหายนะครั้งใหญ่”

 


     “ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบท่านจะสามารถช่วยพวกเราได้หรือไม่ อย่างไรท่านก็ถือเป็นจักรพรรดิ เพียงผู้เดียว ภายในมหาทวีปที่ยิ่งใหญ่ ของดินแดนเทพในยามนี้”

 


      ชายชราส่ายหัว“ข้าเป็นเพียงแค่หยดเลือด ไม่กี่หยดของจักรพรรดิ ผู้ร่วงหล่น ไม่อาจช่วยอะไรเจ้าได้หรอกหนุ่มน้อย อีกอย่างข้าเองก็มีหน้าที่ เฝ้าสิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมอยู่”

 


      อี้เฉินได้ยินเขาเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านผู้อาวุโส แล้วหากข้า เข้าทดสอบสิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมอะไรนั่น ท่านจะยอมรับข้าหรือไม่?”

 


      ชายชรามองอี้เฉินด้วยสายตาลึกล้ำ กล่าวพูดพลางอธิบายออกมา “สิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมเป็นการสืบทอดเป็นจักรพรรดิแท้จริง อาจใช้เวลา100ปี หรือร่วม1,000ปีก็เป็นได้ ..แม้เจ้าจะผ่านการทดสอบได้ครอบครอง เต๋า ธรรม ทั้งหมด กลายเป็นจักรพรรดิที่แท้จริง แต่เจ้าจะไม่สามารถก้าวข้ามจักรพรรดิ ผู้ร่วงหล่นเหล่านี้ไปได้ เจ้าคิดให้ดี อี้เฉินน้อย ข้ารู้สึกเสียดายในศักยภาพของเจ้า เส้นทางนี้เจ้าเองก็น่าจะรู้ดี มีเพียงความตายที่รอคอยเจ้าอยู่ แม้แต่จักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ก็ยังไม่อาจรอดพ้นเคราะห์กรรม ความตายนี้ลงไปได้”

 


      อี้เฉินได้ยินเขาถอนหายใจออกมายาว เขาเองก็รับรู้ หากไม่เป็นจักรพรรดิที่โดดเด่น ในหมู่จักรพรรดิ มีเพียงความตาย ที่รอคอยอี้เฉินอยู่ปลายเส้นทางเท่านั้น “เฮ้อ!!! ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

 


     ครั้นอี้เฉินสงบจิตสงบใจลงได้ เขาประสานฝ่ามือไปหา ชายชราในทันใด เมื่อเห็นของล้ำค่า ต้นหมื่นธรรมด้านหลังชายชรา อี้เฉินเอ่ยพูดเสียงเนิบช้า ขึ้นมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม “ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบท่านมีนามว่าอะไร ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่”

“แล้วอีกอย่างหนึ่ง ต้นหมื่นธรรมด้านหลังท่าน ข้ายืมเอามันไปช่วยผู้คน ภายในดินแดนเทพฝึกปรือ ตระหนักรู้ธรรม ภายในกายคงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย”

 


    ชายชราได้ยินเขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง โบกฝ่ามือ ยกต้นหมื่นธรรม ย่อส่วนลงมาให้อี้เฉิน “หากเจ้าไม่ต้องการมันเมื่อใด จงนำมันกลับมา ยังดินแดนเบื้องล่าง ส่วนเรื่องนามของข้า ข้าไม่มีมัน ตัวข้าเกิดจากหยดเลือดของจักรพรรดิ แล้วแต่ผู้คนจะเรียกขานนาม”

 


อี้เฉินประสานฝ่ามือคำนับอย่างนอบน้อม ครั้นเห็นชายชรา เตรียมจะส่งตัวเขาออกไป “เช่นนั้นข้าเรียกท่านว่า ปู่ดวงเฮงแล้วกัน โปรดท่านรักษาตัว”

 


   ชายชราที่เกิดจากหยดเลือดของจักรพรรดิ ได้ยินชื่อที่ชายหนุ่มตั้ง ช่างไร้รสนิยม ราวกับชายหนุ่มมองตัวเขาเป็นเครื่องรางมอบโชค ชายแก่ถึงกับห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ ก่อนจะส่งอี้เฉินจากไป

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน