THE ONE

    ตอนที่ 36 คุกพิเศษ


            เมื่อตอนที่เทียนคงทำการรักษาวิคทอเรีย แน่นอนว่าการรักษาบาดแผลทั่วทั้งร่างกายและอวัยวะภายใน จำเป็นจะต้องถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด จึงสามารถบอกได้เลยว่า ทุกส่วนของร่างกายวิคทอเรียนั้นไม่ว่าจะส่วนลับไม่ลับ เทียนคง เห็นมาหมดแล้ว ไม่เพียงแค่ร่างกายภายนอก แต่รวมถึงภายในด้วย


            วิคทอเรีย ได้ยินเทียนคงกล่าวร่างกายก็พลันแข็งค้างความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า จากนั้นรังสีสังหารก็แผ่กระจายออกมาถ้าหากไม่ใช่ว่านางกำลังเร่งรีบ เพื่อไปช่วยเหลือพี่ชายคงได้ลงไม้ลงมือกับเทียนคงไปแล้ว

                  

            เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ววิคทอเรีย ยังคงหน้าแดง เพราะชุดโพลิเมอร์ที่ใส่อยู่นี้มันเป็นชุดรัดรูปทำให้สิ่งที่เห็นตอนนี้คือ รูปร่างของหญิงสาวที่สวยสดงดงามส่วนโค้งเว้าปรากฏชัดเจน นางถือเสื้อผ้าเก่าปิดบังส่วนสงวนของนางเดินไปหาเทียนคง

                  

            “ข้า... เปลี่ยนเสร็จแล้ว”

                  

            “ได้”เทียนคงเห็นว่าวิคทอเรียเปลี่ยนชุดเป็นชุดโพลิเมอร์เรียบร้อยแล้ว ก็สั่งการให้ชุดเกราะนาโนเทคทำงาน อุปกรณ์ทรงกลมที่อยู่บนฝ่ามือ แปรเปลี่ยนกลายเป็นละอองเล็กๆกระจายไปรอบตัววิคทอเรียและขึ้นรูปใหม่เป็นชุดเกราะที่เหมือนกับเทียนคงไม่ผิดเพี้ยนเพียงแต่เป็นรูปทรงของสตรี

                  

            “เอาล่ะเรียบร้อยแล้ว จากนี้ท่านก็นำทางไปได้เลย ข้าจะคอยระวังหลังให้และทำให้แน่ใจว่าเราทั้งสองคนจะอยู่ในระยะที่นักรบเผ่าของท่านจะไม่สามารถตรวจจับเราได้และข้าขอเตือนท่านก่อน ว่าท่านต้องใช้เสียงให้น้อยที่สุด ”

                  

            เมื่อชุดเกราะทำงานเสร็จสมบูรณ์เทียนคงจึงกางม่านลวงตา ในระยะรัศมี 2 เมตร เพียงพอให้สองคนอยู่ด้านในได้ ม่านลวงตานี้เป็นลักษณะเดียวกับหุ่นยนต์ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ต่างกันที่ขนาดของหุ่นยนต์ จึงทำให้ระยะการแสดงผลต่างกันไปด้วย ยิ่งหุ่นยนต์มีขนาดเล็ก รัศมีม่านลวงตาก็ยิ่งแคบลง และจะแคบมาก ๆเมื่อเป็นการทำงานจากภายในจุดศูนย์กลาง ดั่งที่เทียนคงกำลังใช้งานอยู่

                  

            ม่านพลังลวงตาที่เทียนคงใช้อยู่นี้เกิดจากการทำงานของชุดเกราะที่เทียนคงส่วมใส่อยู่มันจะกางออกเป็นทรงกลมทำให้การหักเหของแสงเปลี่ยนไปคนที่อยู่ด้านในจะมองเห็นด้านนอกปรกติแต่คนด้านนอกจะมองเห็นภาพที่อยู่ด้านหลังม่านลวงตาทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังเทียนคง คนด้านนอกยังคงเห็นอยู่             

                  

            แต่ข้อเสียที่เทียนคงยังไม่สามารถแก้ไขได้ของม่านลวงตานี้คือมันกันเสียงไม่ได้ ดังนั้นแล้ว การกระทำใด ๆที่เกิดขึ้นภายในม่านล่วงตาจะส่งเสียงออกไปข้างนอก นั่นหมายความว่า หากพวกเขาไม่ระวังให้ดีนักรบขั้นสูงตรวจจับพวกเขาได้แน่นอน

                  

            “ได้ข้าเข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ”

                  

            วิคทอเรียพยักหน้ารับนางเข้าใจในสิ่งที่เทียนคงสื่ออย่างชัดเจนและมุ่งหน้าไปยังหุบเขาเผ่ามนุษย์สายเลือดอสูร

                  

            หุบเขาเผ่ามนุษย์สายเลือดอสูร

                  

            ภายในคุกแห่งหนึ่งอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ ความยาวจากคุกถึงทางเข้ามีความยาวรวมกว่า 5 กิโลเมตรและลึกจากระดับปากทางเข้ากว่า 500 เมตร

                  

            ชายหนุ่มเผ่ามนุษย์สายเลือดอสูรคนหนึ่ง ถูกพันธนาการไว้ภายในคุกแห่งนี้ โดยตรึงแขนทั้งสองข้างไว้กับผนังเหนือศรีษะ โดยที่ปลายเท้าไม่สามารถแตะถึงพื้นได้ สภาพดูแล้วยังถูกทำร้ายร่างกายมาอย่างรุนแรงคาดว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน หากไม่ได้รับการรักษาได้ทันท่วงที

                  

            “จะบอกได้รึยังว่าเจ้าทำงานให้กับใคร” เสียงผู้คุมที่ยืนอยู่ด้านหน้าชายหนุ่มที่กล่าวไว้ข้างต้นดังขึ้นผู้คุมคนนี้เป็นชายร่างสูงใหญ่ สวมใส่ชุดเกราะหนัก ที่ศรีษะมีเขาคล้ายกระทิงอยู่ 

                  

            “...ข้าบอกท่านไปแล้ว ว่าข้าไม่ทราบจริง ๆว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” เสียงแหบแห้งตอบกลับด้วยสภาพอิดโรย

                  

            “ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรหากไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับเจ้าเพียงคนเดียวรึหากเจ้าไม่พูด ข้าคงต้องไปถามเอาจะครอบครัวของเจ้า”

                  

            “...”ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เพียงแต่หลับตาลง

                  

            “ดีดีมาก อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้าแล้วกัน” ผู้คุมไม่สนใจชายหนุ่มอีก แล้วหันหลังเดินจากไปก่อนกล่าวกับผู้คุมอีกสองคน ที่อยู่หน้าคุกว่า “ดูมันให้ดี อย่าให้ใครหน้าไหนพามันออกไปได้”

                  

            “ขอรับนายท่าน”

                  

            ในขณะเดียวกันเทียนคงและวิคทอเรียก็ได้มาถึงเขตหุบเขา พวกเขาผ่านจุดเฝ้าระวังมาได้และกำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านพักของวิคทอเรีย

                  

            เมื่อมาถึงบ้านพักสภาพภายในถูกรื้อค้น ข้าวของกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดี วิคทอเรียที่เห็นดังนั้นก็ยิ่งใจเสีย คาดว่าพี่ชายของนางต้องถูกจับตัวไปแล้วแน่นอนซึ่งนางก็คาดเดาได้ไม่ผิด เพราะชายหนุ่มที่อยู่ในคุกลึกก็คือพี่ชายของนางเอ็ดมัวร์ นั่นเอง

                  

            “ข้าคิดว่าพี่ชายข้าถูกจับไปแล้วข้าว่าเจ้ากลับไปเถอะ จากนี้ข้าจะไปหาเขาด้วยตัวเอง”

                  

            “ทำไมล่ะในเมื่อข้ามาแล้ว และการจะควบคุมม่านลวงตา จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจระบบของมัน ท่านคิดว่าจะควบคุมมันได้หรือไม่ล่ะ”

                  

            “ข้าทำไม่ได้หรอกแต่ข้าจะไปหาเขาที่คุกพิเศษ มันอันตรายมาก และมีโอกาสถูกจับได้เก้าในสิบส่วนข้าไม่อาจรบกวนเจ้าไปมากกว่านี้”

                  

            “มันไม่ได้รบกวนข้าท่านนำทางไปเถอะ”

                  

            เห็นเทียนคงยืนกรานหนักแน่นวิคทอเรีย ก็ได้แต่ถอนหายใจ และกล่าวว่า “เอาเถอะหากเจ้าไม่รักชีวิตตัวเองและอยากไปเสี่ยง ข้าก็จะไม่ห้าม แล้วแต่เจ้าแล้วกัน”กล่าวจบนางก็มุ่งหน้าไปยังคุกพิเศษ

                  

            คุกพิเศษที่ว่านี้เป็นคุกที่เอาไว้ใช้สำหรับคนที่มีความผิดโทษฐานกบฏโดยเฉพาะมันมีทางเข้าออกทางเดียวตรงปากถ้ำ ตลอดเส้นทางมีกับดัก และผู้คุมมากมายสองคนที่อยู่หน้าคุกเป็นเพียงสองคนที่เฝ้าเฉพาะเอ็ดมัวร์เท่านั้น

                  

            วิคทอเรียทราบดีว่ามันอันตรายแค่ไหน และหากถูกจับได้แน่นอนว่านางจะต้องถูกจับฐานกบฏและถูกตัดสินโทษประหาร แต่กับเทียนคงนั้นต่างออกไปเขาไม่ใช่เผ่ามนุษย์สายเลือดอสูร และไม่เคยมีบันทึกว่ามีเผ่ามนุษย์สายเลือดอื่นเคยบุกรุกมาถึงที่นี่ ซึ่งหากเขาโดนจับได้ แน่นอนว่าโทษประหารนั้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ก่อนจะโดนประหารนั้น เขาจะถูกสอบสวนอย่างหนักโดยการทรมานอันแสนสาหัส ที่ตายไปเสียอย่างดีกว่า

                  

            และไม่แน่ว่าหากพวกเขารู้ว่าเทียนคงนั้นพิเศษ เขาอาจจะถูกทดลองต่าง ๆนา ๆ เพื่อดึงเอาความพิเศษนี้ออกมาให้ได้

                  

            ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงปากทางเข้าไปยังคุกพิเศษหน้าถ้ำห่างออกไปราว 100 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เสียงจากการสนทนาจะไปไม่ถึงผู้คุมที่อยู่ตรงปากถ้ำ

                  

            “ทางเข้าคุกพิเศษอยู่ตรงนั้นและเป็นทางเข้าออกเดียวเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่านไปโดยที่พวกเขาจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า เจ้ามีวิธีใดๆจะบอกข้าหรือไม่” วิคทอเรีย ชี้มือไปยังทิศทางปากถ้ำแล้วอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                  

            “คงไม่มีวิธีอื่นนอกจากบุกเข้าไปตรง ๆ”

                  

            “ก็คงอย่างนั้นดังนั้นตอนนี้เจ้ายังเปลี่ยนใจทันนะ”

                  

            “อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยข้าตัดสินใจแล้ว ดังนั้นก่อนจะบุกเข้าไป ข้าขอถามท่านก่อนว่าท่านทราบหรือไม่ว่าระดับพลังของผู้คุมที่เฝ้าอยู่ที่คุกพิเศษนี้อยู่ในระดับใดและคาดว่ามีจำนวนเท่าใด”

                  

            “ก็ได้ข้าจะไม่พูดถึงอีก ... ระดับพลังน่าจะอยู่ที่ระดับกลางขั้นกลางไปจนถึงระดับเชี่ยวชาญขั้น 3 ข้าสามารถรับมือได้ถึงระดับเชี่ยวชาญขั้น 1 ได้ แต่ก็ในกรณีหนึ่งต่อหนึ่งหากถูกรุมละก็ข้าคงรับมือได้เพียงไม่กี่กระบวนท่า นี่ยังไม่นับรวมกับผู้คุมระดับสูงที่มีพลังระดับเชี่ยวชาญขั้น 3 นะ และข้าคิดว่านอกจากที่เห็นอยู่ตรงปากทางเข้าสองคนภายในถ้ำน่าจะมีอีกอย่างน้อย 50 คน”

                  

            “อืมมมเข้าใจแล้ว ถ้าหากว่าไม่มีระดับพลังมากไปกว่าระดับสูงขั้นกลาง ข้าเอาอยู่ไปกันเถอะ” ที่บอกว่ารับมือได้กับนักรับระดับสูงขั้นกลางนี่คือเพียงแค่รวมพลังภายนอกจากสภาพแวดล้อมเท่านั้น ซึ่งหากเขาใช้อุปกรณ์กักเก็บพลังแล้ว อย่างน้อยก็รับมือกับนักรบระดับเชี่ยวชาญได้

                  

            “ห๊ะ... เดี๋ยวก่อน” วิคทอเรีย ไม่ทันได้ห้ามเทียนคง เขาก็พุ่งทะยานไปแล้ว นางจึงได้แต่ตามไปอย่างเร่งรีบในตอนแรกนางคิดไว้ว่าจะค่อย ๆลอบเข้าไปเพราะผู้คุมสองคนที่อยู่ด้านหน้านั้นมีพลังอยู่ที่ระดับกลางนางจัดการได้อย่างง่ายดาย และจะพยายามลอบเข้าไปหาเอ็ดมัวร์โดยหลีกเลี่ยงผู้คุมที่มีพลังระดับสูงขั้นกลาง ซึ่งก็คงมีเพียง 2-3 คน เท่านั้น

                  

            ตอนแรกที่นางเห็นด้วยกับการบุกเข้าไปตรงๆ ก็เพราะต้องการให้เทียนคงไม่กล้าเสี่ยงแล้วกลับไปเสียแต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะไม่สนใจใด ๆ และยังคงตอบนางหน้าตาเฉยด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แล้วพุ่งออกไปโดยเธอไม่ทันตั้งตัว

                  

            และที่ทำให้นางตกตะลึงก็คือดูเหมือนว่านางจะประเมินชายคนนี้ต่ำไปมาก เพราะเขาทำให้ผู้คุมสองคนสลบเหมือดไปทันที ที่พุ่งออกไป สิ่งที่นางเห็นคือหลังจากที่เทียนคงพุ่งออกไปเพียวเสี้ยววินาที คือการชี้ไปที่ผู้คุมสองคนนั้นจากนั้นก็ปรากฏลำแสงสีทองพุ่งไปยังท้องน้อยหรือจุดตันเถียนซึ่งเป็นแหล่งสะสมและกำเนิดของพลังของผู้ใช้พลัง จากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็นคือสองผู้คุมนั้นไม่ทันได้รู้สึกอะไรด้วยซ้ำ ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะสลบไปแบบนั้น ...

    คล้ายกับเรื่องTHE ONE ที่คุณอ่าน