การควบคุมโลหิตของผู้อื่นจะสามารถทำได้ในรัศมีห้าสิบเมตรรอบๆ ตัวของเทพศพโลหิต แต่ว่าหากเทพศพโลหิตเพ่งสมาธิไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แทนที่จะกระจายละอองโลหิตไปรอบตัว เทพศพโลหิตจะสามารถแทรกโลหิตของตัวเองไปยังร่างกายของผู้อื่นได้นอกระยะห้าสิบเมตร กลายเป็นหนึ่งร้อยเมตร
"ซือเอิน กลั้นหายใจ"เมื่ออูหลินเฟิงเห็นว่าเทพศพโลหิตชี้นิ้วมาทางตนเองก็รับรู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนหมายหัว อูหลินเฟิงรับกลั้นหายใจและคว้าตัวของกู่ซือเอินกระโดดถอยอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ทั้งสองกำลังกระโดดถอยหลัง และ สามารถออกจากระยะร้อยเมตรได้แล้ว ภายในเงาด้านหลังของทั้งสองคน กงซุนลี่ที่โดนเทพศพโลหิตโจมตีไปก่อนหน้านี้ ได้พุ่งออกมาจากเงา ตวัดเคียวขนาดใหญ่ที่แฝงไว้ด้วยลมปราณและเวทมนตร์โจมตีไปยังอูหลินเฟิงจากด้านหลัง
'แย่ละสิ!!'อูหลินเฟิงที่เพ่งความสนใจไปยังเทพศพโลหิต และ พุ่งตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว การป้องกันด้านหลังจึงลดลง แม้ว่าสมาธิส่วนมากจะอยู่ที่เทพศพโลหิต แต่อูหลินเฟิงก็ยังสามารถยกกระบี่ขึ้นมาป้องกันได้อย่างเฉียดฉิวเมื่อเห็นว่าอูหลินเฟิงสามารถยกกระบี่มาป้องกันการโจมตีได้ เงาตามเสื้อผ้าบนร่างของกงซุนลี่ก็ขยายออกพร้อมกับที่อาวุธลับจำนวนมากพุ่งออกมาจากเงา
'อาวุธลับ!!'อูหลินเฟิงที่เห็นอาวุธลับพุ่งออกมาจากเงา จำเป็นต้องกระโดดถอยหลังพร้อมๆ กับยกกระบี่ปัดป้องการโจมตีที่เข้ามา ทำให้ถูกกดดันให้กลับเข้าไปในระยะของเทพศพโลหิตอีกครั้ง
กู่ซือเอินที่อยู่ข้างๆ อูหลินเฟิงก็รีบพุ่งเข้าไปโจมตีกงซุนลี่ แต่กลับมีลูกศรหน้าไม้พุ่งเข้ามาโจมตีขัดขว้างเอาไว้ นั้นก็คือลูกศรของฮันเตอร์ที่แอบซ่อนตัวอยู่รอบนอก ทำให้กงซุนลี่สามารถเข้าไปภายในเงาหลบหนีการจู่โจมของกู่ซือเอินไปได้ กงซุนลี่ที่หายเข้าไปภายในเงาไปปรากฏตัวอีกครั้งภายในม่านโลหิตที่กำลังปกป้องคนจากแดนจันทราโลหิต แต่ตอนที่ออกมาจากเงานั่นได้มีร่างของฮันเตอร์ออกมาด้วย
ในตอนนี้กองกำลังของแดนจันทราโลหิตที่เหลือรอดทั้งหมดได้มาอยู่ในม่านวารี แทบจะทุกคนแล้ว
“พวกเจ้าทำได้ดีมาก” เสวี้ยเจ๋อกล่าวชมกงซุนลี่และฮันเตอร์ที่สามารถขัดขวางการหลบหนีของอูหลินเฟิงได้ แล้วก็ไม่ได้เพียงแค่สามารถขัดขวางได้เท่านั้น
"แย่ละสิ"อูหลินเฟิงที่โดนขัดขว้างการหนี ได้กลับเข้ามาภายในระยะการโจมตีของเทพศพโลหิตอีกครั้ง อูหลินเฟิงมองไปยังขาของตัวเอง การโจมตีด้วยอาวุธลับของกงซุนลี่เมื่อครู่ได้มีอาวุธลับหนึ่งเล่มแทงโดนขาของอูหลินเฟิง แม้ว่ามันจะไม่มีพิษรวมถึงไม่สามารถสร้างการบาดเจ็บร้ายแรงให้แก่อูหลินเฟิงได้แต่นั่นก็ทำให้อูหลินเฟิงมีบาดแผลที่เลือดออก และนั่นก็ทำให้ละอองโลหิตของเทพศพโลหิตประสานเข้ากลับเลือดของอูหลินเฟิง
"จงตายอย่างทรมานซะ"เทพศพโลหิตกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"อ๊อค"จากนั้นความเจ็บปวดทรมานก็แล่นเข้าสู่อูหลินเฟิงทันที เลือดภายในร่างกายถูกทำให้แข็งตัวจนกลายเป็นลิ่มเลือดที่ทิ่มแทงไปยังอวัยวะภายในของตัวเอง แต่ว่าอูหลินเฟิงก็ไม่ได้ตายในทันทีเหมือนกับจอมยุทธคนอื่นๆที่โดนวิชาบงการโลหิตเล่นงาน ราวกับว่าเทพศพโลหิตต้องการสังหารเขาอย่างช้าๆ และให้ตายอย่างทรมานที่สุด
"อ๊าากกกกก" ความเจ็บปวดทรมานจากร่างกาย และ พลังวิญญาณที่ถูกใช้จนถึงขีดสุด ทำให้วิชาอาคมอสูรสถิตร่าง ถูกคลายออก รวมถึงร่างของลุคและเรนถูกทำให้กลายเป็นยันต์อีกครั้งกลับไปยังดวงวิญญาณของอูหลินเฟิง
" โธ่เอ๊ย!!!"ลุคร่างออกมาอย่างขัดใจ เมื่อร่างของตนเองค่อยๆ กลับกลายเป็นยันต์อีกครั้ง
"หลินเฟิง!!"กู่ซือเอินตะโกนออกมาเมื่อเห็นอูหลินเฟิงบาดเจ็บ คิดจะเข้าไปดูอาการของอูหลินเฟิง
"อะ..อย่า..เข้า..มา"อูหลินเฟิงรีบห้ามทันทีเหมือนเห็นว่ากู่ซือเอินคิดจะเข้ามา เมื่อได้ยินแบบนั้นกู่ซือเอินจึงจำใจไม่เข้าไปหาอูหลินเฟิง
"คิดว่าข้ายอมให้ฆ่าเขาง่ายๆ หรือไง"จงหมิ่นที่เห็นว่าสหายของตนเองกำลังตกอยู่ในอันตรายรีบ โคจรลมปราณของตัวเองทันทีปรับเปลี่ยนรูปแบบลมปราณของตนเองอาณาเขตไร้ธาตุหายไป ไม่ใช่แค่จงหมิ่นเท่านั้นที่ลงมือแม้แต่หลางจวิน เนี่ยซิน และ เยว่ฟงเพิ่งมาถึงเองก็ลงมือพร้อมกัน
เคล็ดวิชาดาบเพลิงวารี ดาบทลายกฎเกณฑ์ / ปราณอสูรจันทรา กรงเล็บฉีกกระชาก / เพลงกระบี่ดอกสาลี่ กลีบดอกไม้ร่วงโรย / ปราณแสงวายุอัสนี ศรสามประสาน
คลื่นดาบสีม่วงที่มีพลังทำลายมากที่สุดโจมตีออกไปยังร่างของเทพศพโลหิต พร้อมกับพลังการโจมตีด้วยคลื่นกรงเล็บของหลางจวิน เพลงกระบี่ของเนี่ยซิน และ ลูกศรที่ประสานด้วยแสงวายุอัสนีของเยว่ฟง การโจมตีของแนวหน้ากองกำลังพันธมิตรมุ่งเข้าสู่ร่างของเทพศพโลหิตแต่เพียงผู้เดียว
"แล้วคิดว่าพวกข้าจะยอมให้พวกเจ้าโจมตีเขาง่ายๆ หรือยังไง"เสวี้ยเจ๋อกล่าว จากนั้นฝั่งของแดนจันทราโลหิตที่เหลือรอดต่างก็ระเบิดพลังปราณออกมาพร้อมๆ กัน
ปราณโลหิต กระบวนท่าที่สอง ร้อยศาสตราโลหิต (รูปแบบกระบี่) / กระสุนปราณเวทมรณะ / ปราณมหาสมุทร มังกรสมุทรเก้าเศียร / ปราณอัสนี หอกอัสนี / ปราณแสง ดาบแห่งแสง / ปราณเวทเงามรณะ เคียวทมิฬ / ทักษะจิต ศรพลังจิต
การโจมตีของแดนจันทราโลหิตทุกคน ทั้งเสวี้ยเจ๋อ กงซุนเมิ่ง ฟู่อู โอวหยางไป๋หลง ตงฟางชุน และ กงซุนลี่ที่ออกมาจากเงาก็โจมตีปกป้องเทพศพโลหิตเช่นกัน การโจมตีทั้งหมดพุ่งเข้าหาการโจมตีของกองกำลังพันธมิตร ตู้ม!! เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง คลื่นพลังของ กองกำลังพันธมิตรแม้ว่าจะมีพลังโจมตีเหนือกว่า แต่กลับมีจำนวนคนที่น้อยกว่า จึงถูกแดนจันทราโลหิตป้องกันไว้ได้
"บ้าเอ๋ย!!" จงหมิ่นที่เห็นแบบนั้นก็ตะโกนออกมาอย่างหัวเสีย
" เทพศพโลหิตอย่าให้มันตายง่ายๆ"เสวี้ยเจ๋อ จ้องมองภาพที่อูหลินเฟิงโดนทรมาน และ ความลนลานที่ปรากฏขึ้นของคนอื่นๆ อย่างสุขใจ เทพศพโลหิตเองที่ไม่ยอมสังหารอูหลินเฟิงในทันที แต่กลับค่อยๆ ให้เขารับรู้ความทรมานที่เกิดขึ้นจากภายใน อวัยวะภายในจำนวนมาก ค่อยๆ ถูกทำลายลงอย่างช้าๆ รวมถึงปอดข้างหนึ่งก็ถูกโจมตีจนเสียหายอย่างหนัก
"อ๊ากกกกก"อูหลินเฟิง ร้องออกมาอย่างทรมาน และหายใจอย่างยากลำบาก ในตอนนี้ปอดของอูหลินเฟิงถูกทำลายไปแล้วข้างหนึ่ง แต่เทพศพโลหิตกลับเหลือไว้อีกข้างเพื่อให้อูหลินเฟิงยังมีชีวิตอยู่
"ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เห็นพวกแกพยายามดิ้นรนแบบนี้ข้าสะใจยิ่งนัก"เทพศพโลหิตกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เมื่อครู่เทพศพโลหิตโดนเด็กสองคนกดดันจนไม่อาจตอบโต้ได้ ในตอนนี้จึงคิดที่จะทรมานอีกฝ่ายเพื่อระบายความอัดอั้น
เสวี้ยเจ๋อเองก็มองภาพที่เกิดขึ้นอย่างเป็นสุข ชายที่คอยขัดขวางแผนการและทำลายแผนการของเขามาครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดตอนนี้ก็ได้รับผลกรรม สุดท้ายแล้วก็มาตกอยู่ในกำมือของเขา ต้องตายอย่างทรมาน
“รู้สึกยังไงบ้าง อูหลินเฟิง เมื่อแผนการที่คิดทั้งหมดไม่เป็นไปตามที่เจ้าหวัง” เสวี้ยเจ๋อกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเช่นเคย และภายในแววตาของเขาตอนนี้เผยแววตาที่สะใจออกมาเมื่อมองดูร่างกายของอูหลินเฟิงที่กำลังเกลือกกลิ้งบนพื้นด้วยความทรมาน "โอ๊ะ ดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้าจะไม่อยากตอบข้าสินะ ช่างเสียมารยาทจริงๆ"
“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!!!!” กู่ซือเอินที่เห็นอูหลินเฟิง โดนทรมานตะโกนออกมาอย่างเหลืออด โทสะมากมายภายในจิตใจทำให้นางลืมคำพูดของอูหลินเฟิงไปชั่วขณะ ร่างกายของกู่ซือเอินกลายเป็นร่างของเวทราชพันพิษอีกครั้งผิวหนังทั่วตัวกลายเป็นสีฟ้าจากพิษที่รุนแรง พุ่งตัวเข้าหาเทพศพโลหิตโดยไม่เกรงกลัว ภายในใจของนางคิดว่าต่อให้โดยบงการโลหิตอีกฝ่ายก็ไม่สามารถสังหารนางได้ในทันทีที่จะเข้าไปขัดขว้างอีกฝ่ายไว้เพื่อไม่ให้อูหลินเฟิงโดนทรมานต่อไป
“ช่างเป็นสตรีที่โง่เง่า” เทพศพโลหิตกล่าว เมื่อกู่ซือเอินพุ่งตัวเข้ามาเป็นเส้นตรงแบบนั้นทำให้นางสูดดมเอาละอองโลหิตของเทพศพโลหิตเข้าไปเป็นจำนวนมาก
ปราณโลหิต บงการโลหิต
เทพศพโลหิตใช้วิชาบงการโลหิตออกมาอีกครั้งคิดจะสังหารกู่ซือเอินให้ไวที่สุดเช่นเดียวกับที่จอมยุทธ์คนอื่นๆที่ถูกทำให้ระเบิดจากภายใน แต่ว่าเมื่อเขาพยายามจะบังคับร่างกายของกู่ซือเอิน กลับพบว่าตนเองไม่สามารถควบคุมเลือดภายในร่างกายของอีกฝ่ายได้ดั่งใจ ‘อะไรกัน!! ควบคุมร่างกายของนางหนูนี่ไม่ได้ ก็เห็นชัดๆ อยู่ว่าร่างกายของนางมีองค์ประกอบของเลือด’
กู่ซือเอินที่เลือดขึ้นหน้าแล้วพุ่งเข้าหาเทพศพโลหิต ใช้หมัดของตนเองต่อยเข้าไปยังใบหน้าของเทพศพโลหิต ด้วยความไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างของเทพศพโลหิตที่ถูกต่อยออกมา กระเด็นจนไปกระทบเข้ากับม่านโลหิตอย่างรุนแรง การที่เทพศพโลหิตโดนโจมตีทำให้เลือดภายในร่างกายที่กำลังทำร้ายอูหลินเฟิงอยู่หยุดการโจมตีลง กลับกลายเป็นเลือดปกติของเขา แต่ความเจ็บปวดมากมายที่เข้ามา ทำให้ในตอนนี้อูหลินเฟิงหมดสติลงไป
“อะไรกัน!!” เสวี้ยเจ๋อจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตกตะลึง แทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเองว่าเทพศพโลหิตจะถูกต่อยกระเด็นได้
“ได้ยังไงกัน!! ต่อให้นางมีร่างเทพอสูรอมตะ แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้นางรอดจากการโดนบงการโลหิตได้” กงซุนลี่ถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
เสวี้ยเจ๋อเองก็ไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน จากนั้นเขาก็มองไปยังร่างกายของเทพศพโลหิตที่โดนต่อยกระเด็นมายังม่านวารี แม้ว่ากู่ซือเอินจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งและพลังโจมตีอันมหาศาลแต่ว่าเทพศพโลหิตที่โดนโจมตีกับลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก “อ๊อค” พร้อมกับกระอักเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก
“โดนโจมตีเข้ารุนแรงขนาดนี้..เชียวงั้นหรือ” เสวี้ยเจ๋อสงสัย หากเป็นเทพศพโลหิตต่อให้โดนการโจมตีของกู่ซือเอินไปก็ไม่สมควรที่จะกระอักเลือดออกมามากมายขนาดนี้ แต่เมื่อเขาสังเกตดูดีๆ กับพบว่าเลือดที่ออกมาจากปากของเทพศพโลหิตเป็นสีดำทั้งหมด
“พิษงั้นหรือ?” ในที่สุดเสวี้ยเจ๋อก็รับรู้ได้แล้วว่า เหตุใดกู่ซือเอินถึงสามารถรอดจากการบงการโลหิตได้ นั่นก็เพราะว่าเมื่อละอองโลหิตที่ถูกสร้างจากเลือดของเทพศพโลหิต ประสานเข้าไปภายในร่างของกู่ซือเอินก็โดนพิษมากกว่าพันชนิดที่อยู่ในร่างของกู่ซือเอินทำลายไปทันที หากไม่นับยักษ์ขาวและชิกิงามิของอูหลินเฟิง กู่ซือเอินถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดภายในร่างกายคนเดียวที่สามารถต่อสู้ระยะประชิดกับเทพศพโลหิตได้
ปราณโลหิต สับเปลี่ยนโลหิต
เทพศพโลหิตที่โดนกู่ซือเอินต่อยกระเด็นออกมา เพียงแค่การโจมตีเดียวพิษมากมายก็ถูกส่งเข้ามาภายในร่างกาย ทำให้ลุกขึ้นได้อย่างยากลำบาก จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนเลือดภายในร่างกายของตัวเองกับเลือดของจอมยุทธ์ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาได้ สับเปลี่ยนเลือดเพื่อที่จะรักษาชีวิตของตนเอง แต่การกระทำแบบนั้นทำให้ลมปราณของเทพศพโลหิตลดขั้นลงอีกครั้งจากราชันขั้นกลางเหลือเพียงราชันขั้นต้น
“ร่างกายที่เต็มไปด้วยพิษของตระกูลกู่ เป็นดาวข่มของวิชาบงการโลหิตงั้นหรือ” เสวี้ยเจ๋อที่เห็นเหตุการณ์พยายามวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมดที่กู่ซือเอินจะสามารถรอดจากบงการโลหิตได้ และ แม้แต่เทพศพโลหิตเองก็เหมือนเพิ่งรู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน
“ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” กู่ซือเอินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา จิตสังหารจำนวนมากระเบิดออกมาจากตัวของนาง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สามารถควบคุมเลือดของนางได้กู่ซือเอินจึงตัดสินใจต่อสู้กับเทพศพโลหิต นางจะสังหารอีกฝ่ายให้ได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะสังหารอูหลินเฟิง
“ถ้าคิดว่าแค่รอดจากการบงการโลหิตได้แล้วจะชนะข้าได้ ยังเร็วไปร้อยปีแม่หนูน้อย” เทพศพโลหิตกล่าวออกมา เมื่อครู่เขาประมาทเกินไปจนทำให้อีกฝ่ายสามารถโจมตีเขาได้แต่หลังจากนี้เขาจะไม่ประมาทอีก จะสังหารอีกฝ่ายให้ได้ก่อนที่นางจะโจมตีโดนร่างกายของเขา
ในตอนนั้นเองเนี่ยหลุนในร่างของยักษ์ขาวก็พุ่งทะยานเข้าสู่สนามรบ
“ขอโทษที่มาช้า” เนี่ยหลุนกล่าวจากนั้นร่างของเซี่ยชิงเอ๋อร์ ลี่เจียง ก็ได้ตามมาติดๆ ในระหว่างทางที่เนี่ยหลุนติดตามเทพศพโลหิตมา ได้ไปเจอเข้ากับเซี่ยชิงเอ๋อร์และลี่เจียงที่ถูกขังอยู่จากนั้นก็ได้ช่วยทั้งสองคนออกมาจากม่านวารีและรีบตรงมาที่สนามรบให้เร็วที่สุด
“ไอ้เวรตัวใหญ่เมื่อกี้อยู่ไหน!!!!”
"เบาๆ เสียงหน่อยสิเจ้าคะข้าหูจะแตกแล้ว” ในจังหวะเดียวกันเสียงตะโกนของ เฟิ่งหวงหยางชุนก็ดังขึ้นมา พร้อมๆ กับร่างของเขาที่มาพร้อมกับเสวี่ยหานเอ๋อร์และไป๋หลันฮวา เรียกได้ว่าหลังจากได้รับการรักษาจนหายจากเสวี่ยหานเอ๋อร์เฟิ่งหวงหยางชุนก็รีบตรงกลับมายังสนามรบอีกครั้ง
และในตอนนี้กองกำลังพันธมิตรที่เหลือรอดทั้งหมดก็ได้มาอยู่ที่นี้กันครบแล้ว
“เนี่ยหลุน รีบไปนำร่างของอูหลินเฟิงออกมาจากตรงนั้น และให้เสวี่ยหานเอ๋อร์รักษา เร็ว!!” เนี่ยซินรีบตะโกนบอกจิตวิญญาณแฝดของตนเอง เพราะว่าเนี่ยซินภายในร่างของยักษ์ในตอนนี้คือคนที่สามารถเข้าไปในระยะของละอองโลหิตได้โดยไม่เป็นอะไร
“เข้าใจแล้ว” เนี่ยหลุนตอบรับเพียงพริบตาร่างอันใหญ่โตของยักษ์ขาวก็ไปปรากฏข้างๆ อูหลินเฟิง
“คิดว่าพวกข้าจะยอมหรือไง” เสวี้ยเจ๋อที่เห็นท่าไม่ดีรีบโคจรลมปราณของตนเองทันที ถ้าหากว่าอูหลินเฟิงสามารถไปหาเสวี่ยหานเอ๋อร์ได้ เขาต้องรอดชีวิตไปได้แน่
ปราณโลหิตมรณะ กระบี่โลหิตมรณะ / กระสุนปราณเวทมรณะ / ปราณมหาสมุทร มังกรสมุทรเก้าเศียร / ปราณอัสนี หอกอัสนี / ปราณแสง ดาบแห่งแสง / ปราณเวทเงามรณะ เคียวทมิฬ / ทักษะจิต ศรพลังจิต
ในครั้งนี้ทุกการโจมตีของแดนจันทราโลหิตพุ่งตรงไปยังร่างของยักษ์ขาว แต่ว่า
“แล้วคิดว่าพวกข้าจะยอมให้เจ้าขว้างหรือไง” จงหมิ่นตะโกนออกมา สิ้นเสียงตะโกนของจงหมิ่นคนในกองกำลังพันธมิตรทุกคนก็ระเบิดลมปราณออกมา
..
..
จบตอน